ตอนที่34 ชั้นใต้ดิน
"ท่านลีเดีย "
มิแลนด้าเดินตรงเข้าไปหาลีเดียด้วยความดีใจ พร้อมกับเหล่าคนตัวเล็กที่กำลังก้มหัวให้แก่นางอย่างนอบน้อม
"มาเร็วเกินคาดนะ "
ลีเดียเอ่ยด้วยรอยยิ้มก่อนจะหันมาจ้องมองคนตัวเล็กที่กำลังตรวจสอบกรงขังเพื่อหาจุดอ่อนของมัน
แต่พวกเขาก็มิอาจหาช่องว่างหรือรูกุญแจให้สะเดาะออกมาได้ จึงต้องหันไปถามเหล่าสหายร่วมเผ่าพันธุ์อีกสี่นายซึ่งนั่งชันเข่ากันด้วยความหนาวเย็น
"กรงขังนี้มันไม่มีกรให้ไขและไร้จุดอ่อน เพราะถูกน้ำแข็งเหล่านี้ปิดกันทุกหนทาง " คนตัวเล็กผู้มีนามว่าครูสได้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอันสั่นเทาอยู่กลางห้องขัง
"พวกเราสามารถใช้ธาตุไฟ น่าจะพอละลายมันได้นะเจ้าคะ "
"น้ำแข็งนี่เกิดจากพลังวิญญาณ มันจึงมีคุณสมบัติที่สามารถป้องกันและสะท้อนการโจมตีได้ หากคิดจะละลายมันคงต้องใช้เวลาอีกสองสามวันเชียวล่ะ " ลีเดียเอ่ยแย้งมิแลนด้าว่าวิธีนั้นมันใช้เวลามากเกินไป
จึงทำให้ไลท์เก็ทเริ่มคิดทางใหม่โดยการถอดรองเท้าเพื่อเอาส้นเคาะไปตามพื้นห้องขังที่ยังไม่ถูกแช่เย็น
"ข้างล่างมีชั้นใต้ดินอยู่ขอรับ " คำกล่าวของไลท์เก็ททำให้เหล่าคนตัวเล็กเริ่มสำรวจดูโครงสร้างในกรงขังก่อนจะใช้ก้อนหินขีดเขียนตัวเลขไว้ตามผนัง
"ใต้พื้นดินเป็นโพรงหรืออาจจะดีกว่า น่าจะเป็นชั้นใต้ดิน "
"ใช่ เราขุดลงไปได้ไหมยานาส "
"ไม่มีเครื่องมือขอรับ เราคงต้องระเบิดลงไป "
แต่กลุ่มคนที่เข้ามาช่วยนั้นไม่สามารถนำสิ่งของใดๆ เข้ามาได้ ไลท์เก็ทจึงเสนอหนทางที่ยานาสและเอสคาไม่ต้องการให้ทำก่อนเขาจะหันมาพยักหน้าเพื่อบอกว่าตอนนี้ไม่มีเวลาอีกแล้ว
"พวกเจ้าทั้งสี่คุ้มกันฝ่าบาทและทหารของท่านด้วย เอสคาท่านมิแลนด้ารีบออกมานอกประตู "
ยานาสจึงตัดสินใจรีบออกคำสั่งพร้อมกับเดินห่างจากตัวห้องจนเหล่าผู้คุมรอบนอกเริ่มสงสัย
ก่อนพวกมันจะสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติบางอย่างจนต้องรีบคว้าอาวุธไว้ให้แนบกาย
"เห้ย เพื่อนเจ้าอีกคนหายไปไหน"
และเหล่าผู้คุมที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ก็เอ่ยถามอย่างระแวดระวังก่อนการระเบิดอันรุนแรงจะทำให้ทุกชีวิตต้องล้มลงสู่พื้นดิน
ยานาสและเอสคาจึงรีบฉวยโอกาสนี้พุ่งตัวเข้าไปคว้าอาวุธที่ตกอยู่ตรงหน้าเพื่อใช้มันแทงเข้าที่กลางอกของผู้คุมจนสิ้นใจอย่างเวทนา
ก่อนยานาสจะโยนอาวุธนั้นให้แก่มิแลนด้าซึ่งกำลังตกตะลึงต่อการฆ่าฟันที่เกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน
แต่คนตัวเล็กทั้งสองก็มิอาจปล่อยให้นางยืนอึ้งอยู่แบบนั้น เพราะพวกเขาต้องรีบพาคนในห้องขังหลบหนีจากสถานที่แห่งนี้โดยไว้
จึงทำให้แขนของมิแลนด้าถูกดึงเข้าไปในห้องขังซึ่งถูกปกคลุมด้วยกลุ่มควันจากแรงระเบิดของเปลวไฟ
"ซวยแล้วล่ะ "
ในทันทีที่พวกเขาได้ก้าวขาเข้ามาในห้องขังก็ทำให้ทั้งสามนั้นต้องเอ่ยขึ้นด้วยความตกตะลึง
เพราะเบื้องหน้านี้มีแต่หลุมขนาดใหญ่และเมื่อมองลงไปก็ไม่พบสิ่งใดนอกจากความมืดมิดอันเวิ้งว้าง
เอสคาจึงนำหอกเล่มยาวมาหักเป็นสองท่อนพร้อมกับจุดไฟและโยนมันลงไปก่อนจะเริ่มนับเลขเพื่อวัดความลึกของหลุมตรงหน้า
แต่ยิ่งนับก็ยิ่งทำให้เอสคาเริ่มเหงื่อตก เพราะสิ่งที่เขาโยนลงมานั้นได้หายลับไปพร้อมกับแสงไฟโดยไม่มีใครสามารถคำนวณหาความลึกของหลุมนี้ได้
"ซวยของจริงแล้วยานาส "