จางซวงโซ่วกะพริบตาเพียงครั้ง ความทรงจำที่ไม่อยากนึกออกก็สว่างวาบขึ้นมาในหัว
์ ที่แท้ก็ไม่ใช่เสียงทีวีห้องข้างๆ แต่เป็เื่จริงในชีวิตของจางเสี่ยวโซ่วที่นางเพิ่งทะลุมิติมาเข้าร่างสดๆ ร้อนๆ
แถมยังย้อนกลับมาในตอนที่เพิ่งถูกฟู่เหลียงเฉิงอุ้มขึ้นมาจากน้ำ!
จากนั้นเนื้อเื่ก็ดำเนินไปถึงจุดที่นางรนหาที่ตาย...ผูกความแค้นครั้งใหญ่ขึ้นกับเขาด้วยการใส่ร้ายว่าเขาข่มเหงย่ำยีตน
จางซวงโซ่วกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอ ลนลานปีนลงจากอ้อมแขนเปียกน้ำของ ‘ว่าที่ตัวร้ายชายอันดับหนึ่ง’ ขวัญหนีดีฝ่อจนนึกอยากจะล้มตัวลงนอนหลับไปอีกสักตื่น
ลืมตามา...นางจะได้ยังอยู่ในศตวรรษ 21 ที่เคยใช้ชีวิตอยู่
แต่ผืนน้ำเย็นเฉียบสูงท่วมเข่ากับสายตาหลายสิบคู่ที่มากองรวมอยู่บนตัวนางกับฟู่เหลียงเฉิงไม่เป็ใจเอาซะเลย
“โซ่วโซ่ว เ้าบอกความจริงกับแม่มา อย่าได้กลัวเดรัจฉานอัปลักษณ์นี่ ขอเพียงเ้ายอมบอกว่าเขาข่มเหงย่ำยีเ้า แม่จะทวงความเป็ธรรมให้เ้าเอง”
หลี่กุ้ยเหม่ยเห็นบุตรสาวยืนทึมทื่อไม่เออออตามเหมือนเคยก็เริ่มร่ำไห้ตบหน้าขาฉาดๆ สะอึกสะอื้นเรียกร้องความเห็นใจไม่ขาดปาก
“ข้า...”
จางซวงโซ่วอึกอัก สมองอื้ออึง
นางทั้งมึนงง ทั้งพยายามคิดหาทางออกเพื่อจะได้ไม่ต้องเดินไปบนหนทางตายซ้ำรอยตัวละครเดิม
“ฮือๆ เ้าคนอัปลักษณ์ เ้าปล่อยโซ่วโซ่วของข้าเดี๋ยวนี้นะ อย่าได้ลอบข่มขู่ให้นางหวาดกลัว โซ่วโซ่วรีบมาหาแม่เร็วเข้า แม่จะปกป้องเ้าเอง”
หลี่กุ้ยเหม่ยกลับคิดว่าท่าทีนี้ของจางซวงโซ่วคือการที่นางเริ่มคล้อยตามการชี้นำของตนจึงยิ่งตบเข่าตบขา ตะเบ็งเสียงร่ำไห้หนักยิ่งขึ้น
“ข้าไม่ได้ทำ!”
หลังเงียบมานาน ฟู่เหลียงเฉิงก็ปฏิเสธวาจาให้ร้ายนั้นอย่างเ็า
แววตาเขาที่ตวัดมอง หยุดเสียงร้องไห้ของหลี่กุ้ยเหม่ยให้ชะงักงัน ยังเกือบแช่แข็งจางซวงโซ่วในอ้อมกอดเขาให้กลายเป็ก้อนน้ำแข็ง
อู้ยยยยยยยย ออร่าตัวร้ายหนาวจับขั้วหัวใจเลยพี่ชาย
“เห็นอยู่กับตาว่าเ้ากอดกับจางเสี่ยวโซ่วอยู่ในน้ำตั้งนานสองนาน ไม่แน่ว่าคงลูบคลำนางไปถึงไหนต่อไหนแล้ว ยังคิดปัดสวะให้พ้นตัว ถุย! เดรัจฉานหน้าไม่อาย”
ภายใต้ความเงียบที่เข็มหนึ่งเล่มตกกระทบผิวน้ำก็อาจบังเกิดเสียงก้องสะท้อนทำลายขวัญกำลังใจคน ชายขี้เมาคนหนึ่งเริ่มถุยน้ำลายลงพื้น ชี้นิ้วประณามแหวกความเงียบขึ้น
“เสียแรงสอบได้เป็ถึงอั้นโส่ว ที่แท้ก็เดรัจฉานกล้าทำไม่กล้ารับ”
“คนเช่นนี้สมควรแล้วที่์จะลงทัณฑ์ให้กลายเป็คนอัปลักษณ์”
“ไม่นึกเลยว่าฟู่เหลียงเฉิงที่แท้จะชั่วช้าสามานย์ถึงเพียงนี้ กับเด็กยังไม่ทันโตก็ลงมือข่มเหงรังแกได้ลง จิตใจส่วนดีคงถูกสุนัขคาบไปกินแล้ว”
“เฮ้อ เดิมคิดว่าอนาคตเขายาวไกลไร้ขีดจำกัด ไม่นึกเลยว่าจะตกต่ำได้ถึงขั้นนี้”
หนึ่งคนเริ่ม...หลายคนตาม
เสียงดูแคลนแกมด่าทอค่อยๆ ลุกลามเป็วงกว้าง จางซวงโซ่วเป็คนนอกยังทนฟังแทบไม่ได้
ฟู่เหลียงเฉิงกลับสงบนิ่ง หน้าไม่เปลี่ยนสี แววตาไม่สั่นคลอน
นางเหลือบมองเขาแล้ว อยากยกนิ้วโป้งให้เขาทั้งสองนิ้วชมเชยจิตใจอันแข็งแกร่งของเขานัก
อยู่ท่ามกลางชาวบ้านที่ชอบเหยียบย่ำซ้ำเติมคนล้มแทบจมธรณี จิตใจเขาไม่บิดเบี้ยวสิถึงจะแปลก
“ฮึก ฮืออออ ท่านแม่ เป็พวกท่านที่บีบบังคับขายข้าไปเป็เ้าสาวผี ร่วมฝังกับหลี่ต้าหูบุตรชายคนขายหมูของหมู่บ้านหลี่ซาน เพราะจะเอาเงินสองตำลึงไปใช้หนี้การพนันให้พี่ใหญ่ที่ติดหนี้บ่อนในเมืองต่างหาก
หาไม่ข้าคงไม่ไร้ทางออกคิดะโน้ำฆ่าตัวตาย ฮึก พี่ชายผู้มีคุณท่านนี้จิตใจดีงาม เห็นข้าใกล้ตายก็ะโลงมาช่วยเหลือโดยไม่ห่วงชีวิตตน
แต่พวกท่านที่เป็คนในครอบครัวเห็นข้าตกน้ำ มาถึงไม่ถามไถ่ห่วงความเป็ตายของข้าก็แล้วไปเถอะ ไยยังต้องชี้นิ้วใส่ร้ายคนดี ป้ายความผิดให้ผู้มีคุณของข้าด้วย พวกท่าน…ฮึก พวกท่านใจร้ายเกินไปแล้ว ฮือออออ”
เพื่อเปลี่ยนจุดจบแสนอนาถร่างเดิม จางซวงโซ่วไม่อาจทนนิ่งเฉยฟังชาวบ้านผสมโรงด่าทอฟู่เหลียงเฉิงได้ต่อ
นางสูดลมหายใจเข้าลึก อัญเชิญเทพแห่งการแสดงมาประทับองค์ หลั่งน้ำหูน้ำตาออกมาดังใจสั่ง เปิดปากตะเบ็งเสียงได้ก็ร่ำไห้ะเืฟ้าดิน
หลี่กุ้ยเหม่ยกล้าเล่นละครมารดาสงสารบุตรเรียกความเห็นใจ
นางก็กล้าด้านหน้าเล่นละครบุตรสาวผู้น่าสงสารที่กำลังจะถูกครอบครัวส่งให้ไปตายได้เหมือนกัน!
“โซ่วโซ่วอย่าได้กล่าววาจาเหลวไหล ตะ...ต้องเป็เ้า! เ้าคนสารเลว เ้าสอนโซ่วโซ่วให้ใส่ความพวกข้า”
หลี่กุ้ยเหม่ยนึกอยากจะเย็บปากจางซวงโซ่วนัก
ร้อยวันพันปีไม่กล้ามีปากมีเสียง วันนี้อยู่ๆ เกิดเป็บ้าอันใดขึ้นมา ถึงได้ร้องห่มร้องไห้เปิดโปงเื่ในบ้านต่อหน้าคนนอก
“น้องรอง เ้ากับเขาแอบคบหากันมานานแค่ไหนแล้ว เขาให้สัญญากับเ้าว่าจะให้เ้าได้เป็ฮูหยินขุนนางใช่รึไม่ เ้าจึงได้เชื่อคำยุยงของเขา หันมาใส่ร้ายคนในครอบครัว
เ้าอย่าได้โง่หลงเชื่อวาจาผายลมของเ้าอัปลักษณ์นี่ เขาไม่มีทางมอบอนาคตที่ดีให้เ้าได้อย่างที่สัญญาไว้ ให้เขาชดใช้เงินห้าตำลึงเป็ค่าทำขวัญให้เ้าแทน แล้วกลับไปกับพี่ใหญ่ พี่ใหญ่คนนี้จะหาคนดีๆ ให้เ้าแต่งออกไปเอง”
จางไฉยืนเงียบอยู่ข้างพ่อจางจนเห็นว่าเหตุการณ์ ‘เรียกทรัพย์’ ไม่เป็ดังใจ เขาจึงรีบก้าวออกมาช่วยสนับสนุนหลี่กุ้ยเหม่ยอีกแรง
สามตำลึงจากการขายจางซวงโซ่วให้แต่งเป็เ้าสาวผีของหลี่ต้าหู่ กับอีกห้าตำลึงจากเงินค่าทำขวัญของฟู่เหลียงเฉิง รวมแล้วเป็เงินแปดตำลึงเชียวนะ เขาจะปล่อยให้หลุดมือไปไม่ได้!
“วันๆ หนึ่งข้าถูกเรียกใช้งานั้แ่ฟ้ายังไม่ทันส่างจนดึกดื่น จะเอาเวลาไหนไปทำความรู้จักกับพี่ชายท่านนี้ อย่าว่าแต่พี่ชายท่านนี้เลย ในหมู่บ้านมีใครเคยเห็นข้าเฉียดใกล้บุรุษอื่นบ้าง ฮือออออ พี่ใหญ่ ท่านยังเป็พี่ชายข้าอยู่ไหม ข้าเพิ่งอายุได้สิบสองหนาว ยังไม่ทันโตด้วยซ้ำ จะมีความคิดชั่วร้ายลักลอบคบหาบุรุษอย่างที่ท่านว่าได้ยังไง”
แม้จางซวงโซ่วจะแสร้งร้องไห้ แต่ดวงตานางก็แดงก่ำและเปียกชื้นจริง ประกอบกับรูปร่างผอมแห้งราวต้นถั่วงอกขาดสารอาหาร ยิ่งทำให้หัวใจคนมองเอนเอียงได้โดยง่าย
“จางไฉ เ้ายังเป็คนอยู่ไหม นางเป็น้องสาวเ้า เ้ายังกล้าใส่ร้ายนางได้ลง”
ป้าคนหนึ่งที่อยู่ห่างออกไปเริ่มก่นด่า
ความประทับใจของนางที่มีต่อจางเสี่ยวโซ่วคือวันๆ เด็กน้อยยุ่งหัวไม่วางหางไม่เว้น ั้แ่เช้าจรดค่ำไม่เคยได้หยุดพัก ล้วนเพื่อปรนนิบัติคนบ้านรองจางทั้งนั้น
ส่วนคนบ้านรองจางนั้น เฮอะ ชื่อเสียงเหม็นโฉ่วไปทั้งหมู่บ้านไม่มีดีสักคน
พ่อจางก็หัวอ่อนเก็บปากเก็บคำ
แม่หลี่ก็ปากร้าย เที่ยวทะเลาะกับสะใภ้บ้านอื่นไปทั่ว
บุตรชายคนโตอย่างจางไฉยิ่งชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่ว ว่าเป็ผีผนัน ไม่เอาการเอางาน
บุตรชายคนเล็กจางเป่าโหยววัยแปดหนาวก็เดินตามรอยเขามาติดๆ ทำตัวเป็อันธพาลตัวน้อย ก่อกวนลูกบ้านอื่นจนไม่มีใครอยากเล่นด้วย
“ข้าว่าแล้วว่าเื่นี้ต้องไม่ชอบมาพากล คนสติดีที่ไหนจะกล้ารังแกบุตรสาวบ้านอื่นกลางวันเสกๆ ที่แท้ก็ใส่ร้ายคนหวังเรียกเงินไปใช้หนี้”
“จางไฉบ้านรองจาง เ้ามันเลวจริงๆ”
เพียงพริบตาเดียว ลมก็เปลี่ยนทิศ…
เสียงด่าทอดูแคลนฟู่เหลียงเฉิงเปลี่ยนไปเป็เสียงสาปแช่งจางไฉบ้านรองจางแทน
“ไฉเอ๋อร์เพียงแค่ห่วงน้องสาวมากไปจึงพูดไม่ทันคิด โซ่วโซ่วเ้าต้องกลัวมากแน่ๆ จึงได้กล่าววาจาเหลวไหลออกมา อย่าได้กลัวไปเลย แม่อยู่นี่แล้ว เ้ารีบมาหาแม่เร็วเข้า”
ต่อหน้าชาวบ้านที่จิตใจเริ่มเอนเอียง หลี่กุ้ยเหม่ยกัดฟันเกลี้ยกล่อมจางซวงโซ่วเสียงอ่อน
ในใจกลับสบถด่าหยาบคายออกมาไม่ซ้ำคำ
ไม่ติดว่ารอบตัวเต็มไปด้วยชาวบ้านที่ทยอยมามุ่งดู นางคงได้พุ่งเข้าไปทุบตีจางซวงโซ่ว ห้ามไม่ให้เอ่ยวาจาเหลวไหลจนทำให้ตนเสียการใหญ่ไปนานแล้ว
“ข้ากลับไป พวกท่านก็จะให้คนบ้านหลี่พาตัวข้าไปใส่โลงร่วมฝังกับหลี่ต้าหูอยู่ดี ถ้าต้องทรมานจนกว่าจะตายเช่นนั้น สู้ข้าะโน้ำตายๆ ไปตอนไปนี้ยังดีซะกว่า”
จางซวงโซ่วปาดน้ำตา กัดฟันหมุนตัวเดินลงน้ำอย่างช้าๆๆ
นางไม่ได้โง่ ขืนกลับไปก็มีแต่ถูกพาตัวไปฝังลงโลงตายใหม่อีกครั้ง
ในเมื่อหนีก็ไม่พ้น สู้ก็ไม่ไหว นางมีแต่ต้องเสี่ยงใช้ชีวิตน้อยๆ ของตนแลกความเห็นใจของชาวบ้าน ยื้อเวลาระหว่างรอคิดหาหนทางรอดให้ตนเองก่อน
“ขืนกล้าลงไปลึกกว่านี้ ข้าจะไม่ช่วยเ้าแล้ว”
คนเพิ่งขยับ ฟู่เหลียงเฉิงก็ชักสีหน้า คว้าจับแขนเสื้อดึงจางซวงโซ่วไว้ไม่ให้นางทำเื่โง่ๆ อย่างการะโลงน้ำฆ่าตัวตายซ้ำสอง