อีกด้านหนึ่ง
คณะของชิงลู่ลู่ที่ติดตามไส้เดือนตัวน้อยมาจนถึงริมลำธารแห่งหนึ่งหลังจากไล่สอบถามเส้นทางจากเหล่าสัตว์ป่าที่อาศัยอยู่บริเวณโดยรอบมาตลอดทางก่อนจะหยุดฝีเท้าลงเมื่อสายตาของเด็กสาวสบเข้ากับร่างหนาของบุรุษผู้หนึ่งที่เอนกายพิงหินก้อนใหญ่อยู่เบื้องหน้าไม่ไกลนัก และในมือของเขาก็มีร่างของนกกระจิบป่าสีฟ้าครามตัวหนึ่งกำลังส่งเสียงก่นด่าอยู่ไม่หยุด
“หมาเชี่ย!!” หอยทากวัวหนิวะโออกมาด้วยความดีใจ
“หนิวเอ๋อร์!! ข้าให้เ้าซ่อนตัวอยู่ไม่ใช่หรือเ้าออกมาทำไม”
“ข้าเป็ห่วงเ้า” หอยทากวัวหนิวเอ่ยเสียงสั่นเครือเมื่อโดนนกกระจิบป่าหมาเชี่ยดุเสียงเข้ม
“เอาล่ะๆ ได้เจอกันก็ดีแล้ว ตอนแรกคิดว่าจะต้องไปตามหาเ้าถึงในเมืองมนุษย์เสียอีก” กบอิงอิงที่อยู่บนฝ่ามือเล็กของชิงลู่ลู่ร้องขัดขึ้นมา
“ขอบคุณเ้ามากนะที่อุตส่าห์นำทางพวกข้ามา”
ชิงลู่ลู่หันไปส่งยิ้มให้ไส้เดือนตัวน้อยที่นำทางพวกนางมา ไส้เดือนน้อยผงกหัวเล็กไปมาเป็เชิงรับรู้ก่อนจะมุดดินหายไป
" นั่นมันมนุษย์ที่ไล่ยิงพวกข้าไม่ใช่หรือ เหตุใดจึงมีสภาพเช่นนี้ได้ "
" เ้าจะไปสนใจมันทำไมเล่า นี่!! เ้ารีบเข้าไปช่วยเ้านกฟ้าออกมาก่อนที่เ้านั่นจะรู้สึกตัวเถอะ " กบอิงอิงพูดกับหอยทากวัวหนิวเสร็จก็หันไปบอกชิงลู่ลู่ต่อ
" เช่นนั้นพวกเ้ารอข้าอยู่ตรงนี้เดี๋ยวข้าจะเข้าไปช่วยหมาเชี่ยออกมา แต่ถ้าเกิดอะไรขึ้นพวกเ้ารีบหนีไปอย่าได้รอช้า เข้าใจหรือไม่ "
ชิงลู่ลู่ช้อนร่างของหอยทากวัวหนิวที่เกาะอยู่บนไหล่ของนางวางลงไว้ที่โขดหินด้านข้างพลางเอ่ยกำชับกับสัตว์ทั้งสามด้วยสีหน้าจริงจัง
" ไม่!! ข้าไม่หนี ข้าไม่ทอดทิ้งสหายเพื่อเอาตัวรอด " กบอิงอิงตอบกลับทันควันโดยไม่หยุดคิด กบมิงมิงเองก็พยักหน้าตามอย่างเห็นด้วย
" ใช่ เ้าช่วยข้า ช่วยหมาเชี่ย จะให้ข้าทิ้งเ้าแล้วหนีเอาตัวรอด ข้าทำไม่ได้หรอก "
" เข้าใจแล้วๆ ข้าไม่ได้พูดให้พวกเ้ารู้สึกไม่สบายใจหรอกนะก็แค่พูดเผื่อเอาไว้เท่านั้นเอง เช่นนั้นเอาแบบนี้ก็แล้วกัน ข้าจะเข้าไปช่วยหมาเชี่ยออกมา ส่วนพวกเ้าคอยระวังหลังให้ข้า หากมีอะไรเกิดขึ้นก็ให้พวกเ้ารีบไปตามสหายในป่ามาช่วยข้า ตกลงหรือไม่ "
" ตกลง ข้าเห็นด้วย "
" ข้าก็เห็นด้วย "
" ข้าด้วย "
เมื่อตกลงกันเป็ที่เรียบร้อยแล้ว ชิงลู่ลู่จึงย่องเข้าไปใกล้ๆ ร่างของชายหนุ่มที่นอนหลับตาอยู่โดยพยายามทำตัวให้เงียบเชียบที่สุดเท่าที่จะทำได้
เมื่อเข้าไปใกล้พอสมควรก็ส่งสัญญาณให้เ้านกกระจิบป่าเงียบเสียงลง เด็กสาวยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ซึมออกมาอย่างลวกๆ อดกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอด้วยความประหม่าไม่ได้
นางค่อยๆ เอื้อมมือไปข้างหน้าพยายามดึงร่างของนกกระจิบป่าหมาเชี่ยออกมาอย่างระมัดระวังและเบามือที่สุด
ด้านเหลิ่งต้าหลงเมื่อรับรู้ได้ถึงััเย็นชืดจากมือของใครคนหนึ่งจึงแอบหรี่ตาขึ้นดูก็พบใบหน้ากลมป้อมของเด็กสาวชาวบ้านธรรมดาๆ ผู้หนึ่งกำลังพยายามดึงตัวนกกระจิบป่าสีฟ้าครามที่อยู่ในมือของตนออกด้วยสีหน้าคร่ำเคร่งโดยที่ดวงตากลมโตคู่นั้นคอยเหลือบมองมาที่ตนเป็ระยะๆ อย่างหวาดระแวง
แม้จะประหลาดใจอยู่บ้างแต่ชายหนุ่มก็พยายามคลายมือข้างที่จับตัวนกออกให้ได้มากที่สุดเพื่อที่จะช่วยให้นางดึงมันออกไปได้อย่างที่้า แล้วไอ้ท่าทางถอนหายใจอย่างโล่งอกกับรอยยิ้มซื่อๆ เมื่อนางดึงมันออกมาได้สำเร็จนั้นก็ทำให้เขาอดนึกขำในใจไม่ได้
ขำ? ในสถานการณ์เช่นนี้น่ะหรือ?
" ฟู่ว ปลอดภัยแล้วนะ "
ชิงลู่ลู่ยิ้มจนตาหยิบหยี่อย่างดีใจแต่ก็ไม่ลืมที่จะหันไปมองร่างหนาที่หลับตาอยู่ตรงหน้าเป็ระยะด้วยความระแวง
" ขอบใจเ้าจริงๆ "
นกกระจิบป่าหมาเชี่ยร้องบอกก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนฝ่ามือของเด็กสาวอย่างเหนื่อยอ่อน
" ช่างมันเถอะ ตอนนี้เรารีบไปกันก่อนอยู่นานอาจจะไม่ปลอดภัย " ว่าจบเด็กสาวก็ลุกขึ้นแล้วรีบเดินออกไปจากตรงนั้นทันที
เหลิ่งต้าหลงที่เฝ้ามองดูเด็กสาวตัวเล็กั้แ่นั่งยิ้มเยื่อนพูดคุยกับนกตัวน้อยในมือราวกับพูดคุยกันรู้เื่ข้างๆ ตน จนกระทั่งนางลุกขึ้นเดินหายไปจนลับสายตาก็เค้นเสียงหัวเราะออกมาอย่างนึกสมเพชตนเองที่แม้แต่จะเอ่ยปากขอความช่วยเหลือจากนางก็ยังไม่อาจทำได้
ไม่คิดเลยจริงๆ ว่าองค์ไท่จื่อผู้ยิ่งใหญ่จะมีวันที่อัปยศอดสูเช่นนี้
เหลิ่งต้าหลงกัดฟันข่มความเ็ปที่ถาโถมเข้ามาเล่นงานด้วยความยากลำบาก ทุกนาทีที่ผ่านไปช่างแสนยาวนานเหลือเกินในความรู้สึกจวบจนกระทั่งรู้สึกถึงแรงเขย่าเบาๆ ที่ต้นแขนจึงค่อยฝืนลืมตาขึ้นมาอีกครา
สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าของเขาทำให้ชายหนุ่มอดเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจไม่ได้เพราะมันคือใบหน้าของเด็กสาวตัวเล็กที่ตนเข้าใจว่าได้เดินจากไปนานแล้วผู้นั้น ตอนนี้นางกำลังนั่งอยู่เบื้องหน้าของเขาพร้อมกับยื่นรากไม้อะไรสักอย่างมาให้
" กินเสียสิมันช่วยบรรเทาอาการาเ็ของท่านได้ "
ชิงลู่ลู่ยื่นรากต้นกำเช่า (1) ที่เก็บได้จากข้างทางไปให้เหลิ่งต้าหลงที่นั่งมองมาที่ตนด้วยความประหลาดใจ เด็กสาวผ่อนลมหายใจออกมาเพื่อคลายความหวาดหวั่นของตนเองลง
รากต้นกำเช่านี้กว่านางกับเหล่าสหายจะหามาได้ต้องใช้เวลาเกือบสองเค่อ (2) อีกอย่างแม้เหล่าสหายตัวน้อยของนางจะช่วยนางหาต้นกำเช่า แต่ใจจริงแล้วพวกเขาไม่ได้เห็นด้วยกับความคิดของนางเลยสักนิด
นางยอมรับว่ามันไม่ง่ายเลยที่จะข่มความกลัวแล้วย้อนกลับมาที่นี่ แต่พอนึกถึงสายตาท้อแท้สิ้นหวังคู่นั้นที่แอบมองตามมาโดยที่คิดว่านางไม่รู้ตัวแล้ว มันทำให้นางหวนนึกถึงเื่ราวอันเ็ปเมื่อในอดีตของตนเอง
ยามนั้นนางก็ถูกเมินเฉย ถูกละทิ้งไร้คนเหลียวแลเช่นเขา นางรู้ดีว่ามันเ็ปแค่ไหน ดังนั้นนางจึงได้ตัดสินใจย้อนกลับมาที่นี่อีกครั้ง
" ทำไม? หรือคิดว่าข้าจะทำร้ายท่าน "
" .......... "
" กลัวหรือ ทีตอนทำร้ายคนอื่นไม่เห็นว่าท่านจะกลัวเช่นนี้บ้าง ไม่ต้องกลัวไปหรอกท่านพ่อเคยเก็บมันให้ข้ากินตอนข้าไม่สบาย อมเอาไว้ใต้ลิ้นแล้วอาการของท่านจะดีขึ้น "
ชิงลู่ลู่หัวเราะเบาๆ อย่างนึกขำ มือเล็กคว้าใบหน้าคมเข้มติดซีดเซียวของเหลิ่งต้าหลงไว้แล้วยัดรากต้นกำเช่าเข้าไปในปากของเขาโดยไม่รอฟังคำตอบก่อนจะชะโงกหน้าเข้าไปดูาแตรงหัวไหล่หนาใกล้ๆ
นิ้วเรียวเอื้อมไปแตะข้างาแฉกรรจ์แ่เบาแล้วสูดปากราวกับเป็คนเจ็บเสียเอง เท่าที่มองด้วยตาเปล่าาแดูลึกเอาการเลยทีเดียวแต่ยังถือว่าโชคดีที่บนร่างกายของเขาไม่มีาแอื่นที่สาหัสมากกว่านี้อีก
ชิงลู่ลู่ไล่สายตามองเหลิ่งต้าหลงั้แ่ศีรษะจรดปรายเท้าพลางทำเสียงจิจ๊ะอย่างนึกขัดใจ คนอะไรหน้าตาดีเสียจริง ผิวพรรณหรือก็เรียบเนียนแตกต่างกับนางนัก
เด็กสาวถอนหายใจก่อนก้มลงปลดสายผ้าคาดเอวของชายหนุ่มออกแล้วลุกขึ้นไปที่ลำธารเพื่อชุบน้ำสะอาดนำมาทำความสะอาดาแให้ แต่พอจะหาผ้าสะอาดมาใช้ปิดาแกลับไม่มีเสียนี่ ไอ้ครั้นจะเอาจากเ้าตัวเองถ้าสภาพไม่ขาดรุ่งริ่งก็มีคราบดินคราบเืเกรอะกรัง และนางก็ไม่คิดที่จะฉีกเสื้อผ้าของตัวเองให้เหมือนในละครด้วย จึงได้แต่จำใจสละผ้าคาดเอวของตัวเองเพื่อจัดการพันปิดาแให้เท่านั้น
เหลิ่งต้าหลงเฝ้ามองการกระทำของชิงลู่ลู่อยู่เงียบๆ ไม่ว่าจะเป็สีหน้า ท่าทาง รอยยิ้มที่ใสซื่อนั่น หรือแม้แต่น้ำเสียงเหน็บแนมของนาง ชายหนุ่มล้วนจดจำได้ทั้งสิ้น แม้จะรู้สึกแปลกที่เอาแต่คอยมองติดตามนางอยู่ตลอดแต่ถึงอย่างนั้นชายหนุ่มก็ยังอยากจะขอบคุณนาง
อยากขอบคุณนางที่หวนกลับมาอีกครั้ง
ขอบคุณที่ไม่ทิ้งเขาไว้ให้สิ้นหวังอยู่เพียงลำพัง
อยากเอ่ยขอบคุณจริงๆ
แต่น่าเจ็บใจนักที่เขาทำได้เพียงแค่ปล่อยให้นางเดินจากไปโดยที่ไม่สามารถทำอะไรได้เลยสักอย่าง
คล้อยหลังจากที่ชิงลู่ลู่แยกตัวออกไปได้ไม่นาน เหล่าองครักษ์เงาก็ติดตามร่องรอยของเหลิ่งต้าหลงจนพบในที่สุด
ก่อนที่สติสัมปชัญญะของชายหนุ่มจะวูบดับไป ในห้วงความนึกคิดครั้งสุดท้ายของเขา ใบหน้ากลมป้อมแสนจะธรรมดาของเด็กสาวชาวบ้านที่เพิ่งเดินจากไปยังคงสลักลึกในความทรงจำไม่ลืมเลือน
หลังจากที่ชิงลู่ลู่แยกตัวออกมาจากบริเวณนั้นเวลาก็เกือบจะเย็นย่ำแล้ว นางจึงตัดสินใจมุ่งหน้ากลับหมู่บ้านลู่เว่ยก่อนโดยนำหอยทากวัวหนิวและนก กระจิบป่าหมาเชี่ยกลับเรือนมารักษาตัวด้วย ซึ่งก่อนที่ทั้งหมดจะแยกทางกันกบสองพี่น้องได้นัดแนะให้เด็กสาวมาพบกันใหม่ที่บึงเก่าอีกครั้งในเช้าวันรุ่งขึ้น…
ยามเฉิน (3) ของวันต่อมา
ชิงลู่ลู่หยุดยืนอยู่หน้าทางเข้า 'บ้าน' ของสหายตัวน้อยซึ่งก็คือถ้ำใต้บึงเก่าเมื่อวันก่อน เด็กสาวจ้องมองเข้าไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย หากมองต่ำลงมาจะเห็นว่าบนไหล่ทั้งสองข้างของนางมีเหล่าสหายน้อยทั้งสี่เกาะอยู่
" มีอะไรหรือลู่ลู่ ไม่อยากเข้าไปแล้วหรือ? " กบมิงมิงหันมาถามชิงลู่ลู่ที่หยุดนิ่งอยู่หน้าถ้ำไม่ยอมก้าวเข้าไปภายในเสียทีด้วยความสงสัย
" ข้า.. ข้าไม่แน่ใจ "
" ไม่แน่ใจอะไร หรือเ้ากลัว? "
" เ้าไม่ต้องกลัวนะที่บ้านของพวกข้ามีแต่สัตว์นิสัยดีๆ พวกเราไม่ชอบทำร้ายใคร "
" ใช่ๆ หากเ้าได้เห็นแล้วล่ะก็ข้ารับรองเลยว่าเ้าต้องชอบมากแน่ๆ "
ชิงลู่ลู่หลับตาลงพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าปอดลึกเพื่อรวบรวมความกล้าอีกครั้ง
กลัว!!
จิตใต้สำนึกของนางร้องบอกแบบนั้น
แต่ทว่าอีกส่วนหนึ่งกับรู้สึกคะนึงหาจนหัวใจปวดร้าวไปหมด
เด็กสาวพยายามสลัดความรู้สึกแปลกประหลาดนี้ออกไปก่อนจะตัดสินใจแหวกเถาวัลย์หนาทึบที่ปิดปากทางเข้าออกแล้วก้าวเข้าไปข้างหน้าด้วยความตื่นเต้น
สิ่งแรกที่ปรากฏตรงหน้าของนางคือผืนป่าสีเขียวขจีอันกว้างใหญ่ไพศาล บนผืนหญ้ามีหยดน้ำค้างส่องแสงวิบวับยามเมื่อต้องแสงแดด รอบข้างมีดอกไม้หลากหลายสายพันธุ์แข่งกันชูช่อเบ่งบานสวยงาม เหล่าหมู่ภมรโผล่บินเล่นลมอย่างเป็อิสรเสรี สัตว์ตัวเล็กตัวน้อยวิ่งเล่นกันดูสนุกสนาน
สายลมคลอเคล้าพัดพากลิ่นไอดินหอมจางมากระทบโซนประสาททำให้รู้สึกปลอดโปร่งเย็นสบายราวกับอยู่บนสรวง์
" ยินดีต้อนรับสู่บ้านของพวกข้า ป่าแห่งฝัน "
" สวยมากใช่หรือไม่ "
" อืม สวยมาก สวยจริงๆ "
" มีที่ที่สวยกว่านี้ด้วยนะ เ้าอยากไปดูหรือไม่ "
กบอิงอิงเอ่ยเชิญชวนซึ่งชิงลู่ลู่ก็หันมาพยักหน้าตอบรับทันที
กบอิงอิงรีบะโลงบนพื้นแล้วนำทางไปอย่างกระตือรือร้น ตลอดทางมีสัตว์น้อยใหญ่หลากหลายชนิดทั้งที่นางเคยเห็นและไม่เคยเห็นอาศัยอยู่มากมายเต็มไปหมด จนกระทั่งนางเดินมาถึงบึงน้ำสีครามขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง
ตรงใจกลางบึงนั้นมีดอกบัวสีขาวราวไข่มุกกำลังส่องแสงระยิบระยับงดงามจับตา ทันใดนั้นเหมือนมีภาพๆ หนึ่งซ้อนทับขึ้นมาในห้วงความทรงจำของเด็กสาวอย่างกะทันหัน...
' ชอบหรือไม่ '
ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่สวมใส่อาภรณ์สีดำเรียบรื่นหันมาถามหญิงสาวร่างเล็กผู้สวมใส่อาภรณ์สีส้มอ่อนข้างกายแม้น้ำเสียงจะห้วนสั้นแต่กลับฟังดูอบอุ่นและอ่อนโยนอย่างยิ่ง
' ชอบมาก มากๆๆๆๆ '
' ให้เ้า '
' จริงหรือ อาหลงใจดีที่สุดเลย เสี่ยวซินรักอาหลงที่สุด '
หญิงสาวะโเข้าไปสวมกอดชายหนุ่มด้วยความดีใจโดยที่ชายหนุ่มเองก็ก้มตัวลงใช้แขนข้างหนึ่งโอบอุ้มร่างเล็กของนางขึ้นมาแนบกาย อีกมือหนึ่งยกขึ้นประคองศีรษะกลมมนที่ซุกซบอยู่ข้างลำคอแกร่งไว้ด้วยความหวงแหน
' บัวเหมันต์เหล่านี้จะทอแสงสว่างเรืองรองอยู่ชั่วกาลไม่มีวันมอดดับลงเนิ่นนานตราบเท่าความรักของข้าที่มีต่อเ้า ซินเอ๋อร์ '
" ลู่ลู่!! ลู่ลู่ "
“ฮะ!! เอ่อ.. เ้าว่าอะไรนะอิงอิง "
เสียงเรียกของกบอิงอิงทำให้ชิงลู่ลู่หลุดออกจากภวังค์ เด็กสาวกะพริบตาปริบๆ อย่างงุนงง
เมื่อครู่นี้มันคืออะไรกัน?
" เ้าเป็อะไรไป ข้าเรียกตั้งนมตั้งนานก็ไม่ตอบ "
" เปล่า ข้าแค่... แค่ตะลึงน่ะ ใช่ๆ ตะลึง โอ้โห บัวเหมันต์สวยมากเลย”
" บัวเหมันต์? " หอยทากวัวหนิวเอ่ยขึ้นด้วยความสงสัย
" ใช่ ก็ดอกบัวกลางบึงนั่นอย่างไรเล่า "
" บัวขาวนั่นน่ะหรือ? ไม่เห็นเคยได้ยินใครเรียกมันเช่นนี้มาก่อน แต่ถ้าเ้าอยากเรียกมันเช่นนั้นก็ได้ข้าว่ามันก็ไพเราะดี " กบมิงมิงพูดยิ้มๆ
ชิงลู่ลู่ยกมือขึ้นเกาหัวตัวเองแกรกๆ อย่างมึนงง สงสัยในโลกก่อนนางคงจะอ่านนิยายประโลมโลกมากจนเกินไปเลยเก็บเอามาคิดเป็ตุเป็ตะ
เด็กสาวหัวเราะแห้งๆ อย่างนึกขำตัวเองก่อนจะหันกลับไปมองดอกบัวสีขาวกลางบึงใหญ่อีกครั้ง ซึ่งนางก็พบเพียงแค่ดอกบัวสีขาวธรรมดาๆ เท่านั้น
คงเป็นางที่คิดมากไปเองจริงๆ
น่าขายหน้าที่สุดเลย
เด็กสาวผ่อนลมหายใจแก้เก้อก่อนละความสนใจจากดอกบัวมาหาสหายตัวน้อยของตนแทน
่เวลาตลอดทั้งวันในวันนั้นชิงลู่ลู่ใช้เวลาทั้งหมดไปกับการเที่ยวเล่น อยู่ภายในป่าแห่งฝันกับเหล่าสหายอย่างสนุกสนาน จนกระทั่งถึงยามอิ่ว (4) จึงค่อยแยกตัวกลับหมู่บ้านไปพร้อมกับนกกระจิบป่าหมาเชี่ยและหอยทากวัวหนิวโดยที่เด็กสาวไม่ได้สังเกตเลยว่ามีประกายระยิบระยับสายหนึ่งล่องลอยติดตามตัวนางมาด้วยตลอดเส้นทาง
กลางบึงใหญ่ในป่าแห่งฝัน
เหล่าดอกบัวสีขาวพากันชูช่อเบ่งบานมากกว่าทุกวันที่ผ่านมา
ทันทีที่แสงสุดท้ายของดวงตะวันส่องกระทบผืนน้ำ กลีบของดอกบัวพลันแปรเปลี่ยนเป็สีขาวไข่มุกทอแสงส่องประกายระยิบระยับงดงามจับตา พริบตานั้นบังเกิดสายลมเย็นฉ่ำสายหนึ่งพัดพาเอาประกายระยิบระยับเ่าั้ให้ล่องลอยติดตามไปในอากาศ
ไม่นานทุกสิ่งทุกอย่างก็กลับคืนสู่สภาพเดิมอีกครั้งเมื่อยามพระจันทร์เริ่มส่องแสงอยู่บนท้องฟ้าพร้อมกับแว่วเสียงเพรียกหาแสนเศร้าที่กระซิบผ่านไปกับสายลม
' ดวงใจของข้า '
หมายเหตุ
1) ชะเอม
2) 1 เค่อ = 15 นาที
3) 07:00 - 8:59 น.
4) 17:00 - 18:59 น.
*หวังว่าทุกคนจะเอ็นจอยนะคะ (๑˙❥˙๑)