ความตื่นเต้นก่อนขึ้นเวทียังปะทุใจกลางอกซู่อันเหมือนเดิมความผิดพลาดั้แ่เริ่มร้องประโยคแรกไม่ได้แตกต่างกับไล่หยู่ตงเลยสักนิด เรียกได้ว่า ความคล้ายคลึงกันนั้นแทบจะถอดแบบมาเหมือนกันเป๊ะๆหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ต่างกันตรงที่ซู่อันใช้ความสามารถพิสูจน์เพื่อให้ทุกคนได้เห็นว่าเื่เหล่านี้เป็ปัญหาที่มีเพียงเฉพาะมือใหม่เท่านั้นที่ต้องกังวล
แต่ไม่ใช่สำหรับเขา
เมื่อทุกคนต่างลุ้นระทึกกับการร้องเพลงต่อจากนี้ซู่อันก็ปรับสภาพจิตใจได้อย่างรวดเร็ว เขาปิดตาลงแน่น ไม่รับข้อมูลใดๆ จากภายนอกมีเพียงเสียงดนตรีเท่านั้นที่จะจดจ่อ
หลังจากนั้นเขาก็ไม่มีข้อผิดพลาดใดๆ อีกเลย เสียงร้องที่ล่องลอยและแจ่มใสชวนให้นึกถึงภาพฝนที่เทกระหน่ำลงมาในยามค่ำคืนชะล้างทั้งเมือง ความโศกเศร้าทั้งหมดถูกขยายให้ใหญ่ขึ้นเป็ร้อยเท่าท่อนฮุกยิ่งผลักดันอารมณ์ให้ถึงจุดสูงสุด
เมื่อเทียบกับเพลงรักเศร้าๆของไล่หยู่ตงที่ทำให้ผู้ฟังรู้สึกเหมือนตายทั้งเป็แล้วเสียงร้องของซู่อันกลับมอบความขมขื่นหลังอกหักที่แท้จริงให้กับผู้ฟัง หลิวฉีชู่ยังถึงกับเคยให้คำนิยมบทเพลงของเขาไว้ว่า"ฉันต้องอกหักเป็หมื่นครั้งมั้ง ถึงจะร้องเพลงได้มีอารมณ์ล้นเหลือแบบนี้"
เมื่อจบประโยคสุดท้ายแล้วสีหน้าของซู่อันก็หยุดนิ่งอยู่ที่ภาพข้างหน้า เขาหลุบตาลงและเม้มปากความเปราะบางที่แตกสลายถูกถ่ายทอดออกมาอย่างสมบูรณ์แบบ แม้ว่าดนตรีจะหยุดลงแล้วแต่ทุกคนก็ยังคงดื่มด่ำกับเสียงเพลงที่ยังก้องอยู่ในใจ
หากไม่ใช่เพราะความผิดพลาดตอนเริ่มต้นการร้องเพลงนี้ก็ถือว่าสมบูรณ์แบบ
ซู่อันเงยหน้าขึ้นค้อมตัวอย่างกระอักกระอ่วนใจ "ขอบคุณครับ"
ประโยคนี้ดึงไล่หยู่ตงออกมาจากบรรยากาศที่หดหู่ทันทีเขาเหมือนเพิ่งตื่นจากฝันยกมือขึ้นปรบมือเป็คนแรกเพื่อแสดงความชื่นชมกับการแสดงที่ยอดเยี่ยมนี้
ผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆก็เพิ่งจะรู้สึกตัว รีบปรบมือให้เขาตามเสียงปรบมือที่ดังกึกก้องไปทั่วห้องส่งขนาดเล็กนี้เสียงตอบรับที่กระตือรือร้นทำให้ซู่อันที่เคร่งเครียดอยู่คลายใจลงได้
ไล่หยู่ตงอดไม่ได้ที่จะยิ้ม ไม่ใช่เพราะอะไรแต่เป็เพราะแววตาของซู่อันที่สว่างขึ้นหลังจากได้ยินเสียงปรบมือ
แม้ว่าจะมีสติปรับตัวหลังจากร้องท่อนแรกแล้วแต่ต่อให้ร้องได้ดีแค่ไหน ซู่อันก็ยังดูไม่มีความมั่นใจจนกระทั่งได้รับการตอบรับที่ดีแบบนี้ สีหน้าของเขาถึงได้ผ่อนคลายลง
(ว้าวว้าว)
(รักเลย ซู่อันต้องได้แรงค์ A ชัวร์ๆ)
(โชคดีที่ซู่อันอยู่หลังมิอุระ ถ้าเป็นักร้องคนอื่นที่ร้องเพลงได้ดีกว่านั้นเขาอาจจะได้แค่ B ก็ได้)
(แต่ซู่อันถ้าได้โชว์เต้นด้วยฉันจะปลื้มปริ่มมาก)
เงื่อนไขในการเข้าแรงค์A คือต้องมีความสามารถที่หลากหลายหรือความสามารถเฉพาะด้านที่โดดเด่นกว่านี้ซึ่งซู่อันเป็อย่างหลังอย่างไม่ต้องสงสัย แต่เมื่อพิจารณาว่าหากส่งเขาเข้าแรงค์ A ทั้งที่ยังมีข้อผิดพลาดใน่ร้องท่อนแรกอยู่แบบนั้น ก็คงไม่เหมาะสม คณะกรรมการจึงตัดสินใจให้เขาทดสอบเพิ่มอีกหนึ่งรอบ
ถือว่าเป็ทั้งการให้โอกาสได้เฉิดฉายและเป็ทั้งการให้ทางลง
ในระหว่างที่คณะกรรมการกำลังพูดคุยปรึกษาหารือกันไล่หยู่ตงก็กำลังโต้เถียงกับระบบอย่างเผ็ดร้อน
ตามที่ระบบกล่าวโลกคู่ขนานหรือมิติมัลติเวิร์สในโลกนี้ไม่มีตัวตนของ "ไล่หยู่ตง" แล้วในตอนนี้เนื่องจากระบบใช้ตัวตนใหม่ของเขาตอนที่ยังเป็จูนิเบียวในการสร้างบัญชีใหม่ในโลกคู่ขนานจากนั้นก็ย้ายข้อมูลจากโลกเดิมมาใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อลบความรู้สึกขัดแย้งที่เกิดจากการที่จู่ๆ ก็มีคนตัวตนหนึ่งโผล่ขึ้นมาเฉยๆดังนั้นจึงจะไม่มีเื่ราวน้ำเน่าอย่างการแย่งชิงหรือการไม่มีตัวตนแน่นอน
ส่วนสาเหตุที่บั๊กไม่สามารถซ่อมแซมได้นั้นเนื่องจากโหลดบัญชีใหม่เสร็จสิ้นแล้ว จึงไม่สามารถแก้ไขข้อมูลบนพื้นฐานเดิมได้ซึ่งก็เหมือนกับเกมส่วนใหญ่ที่สร้างตัวละครแล้ว ก็ไม่สามารถทำการดัดแปลงใดๆ ได้อีก
ไล่หยู่ตง : ฉันใช้เงินแก้ไขตัวตนได้ไหม หรือแบบพวกร้านค้าคะแนนที่ขายพวกไอเทมเปลี่ยนชื่อก็ได้มีบ้างไหม สูตรโกงอะไรพวกนี้ก็ได้
ระบบ : ไม่มี
ไล่หยู่ตง : นี่! แกคงไม่ใช่เวอร์ชั่นเบต้าที่ยังพัฒนาไม่เสร็จใช่ไหมเนี่ย ระบบของคนอื่นเขามีกันทั้งนั้น
ระบบ : โฮสต์ ช่วยอ่านนิยายระบบให้น้อยลงหน่อยนะ
ไล่หยู่ตง : ?
ในยุคที่ทุกคนต่างก็แข่งขันกันอย่างหนักหน่วงนี้แทบจะไม่มีระบบที่ฟังก์ชั่นเรียบง่ายและล้าหลังแบบนี้แล้ว ซึ่งก็เหมือนกับไล่หยู่ตงที่ถูกโยนเข้ามาในรายการคัดเลือกไอดอล
ทั้งที่เป็แค่นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมดาคนหนึ่งที่ร้องเพลงและเต้นไม่ได้สักอย่างเลย แต่กลับถูกส่งมายังโลกคู่ขนานแห่งนี้
หรืออาจจะเป็เพราะมีอะไรบางอย่างที่มันเหมาะสมกันอย่างลงตัวระหว่างโฮสต์กับระบบ
ไล่หยู่ตง : งั้นมีตัวตนอื่นอีกไหมที่มีความสามารถพิเศษอะไรโดดเด่นกว่าฉันก็ได้ หรือขอแค่มีรอบบิลการฝึกมากกว่าฉันก็ยังดี
ระบบ :ทุกอย่างขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของโฮสต์
ไล่หยู่ตงไม่รู้จะรับมือกับความใจจืดใจดำของไอ้ระบบบ้านี่ยังไงดีแล้ว
มันไม่คิดจะช่วยกันบ้างเลยเหรอวะเนี่ย
หากไม่มีภูมิหลังหรือเส้นสายใดๆบอกใครก็ไม่ยอมเชื่อ ทุกคนต่างคิดว่าพื้นเพที่มาของไล่หยู่ตงนั้นแปลกประหลาดและลึกลับมากั้แ่หัวจรดเท้าเต็มไปด้วยคำว่าเด็กเส้นทั้งนั้น เพราะนอกจากนี้ ผู้ชมก็นึกภาพไม่ออกแล้วว่าเขาผ่านการคัดเลือกรอบแรกมาได้อย่างไร
แต่ในฐานะนักศึกษาปีหนึ่งเอกวิทยุกระจายเสียงที่มีเวลาฝึกฝนร้องสดๆเต้นสดๆ เพียง 5 นาที หากให้เขาสามารถแสดงโชว์ที่ดูโอ่อ่าอลังการได้ภายใน่เวลาสั้นๆก็ไม่เท่ากับเป็การจกตาคนดูทั้งประเทศเหรอ อาจจะถูกนำไปประจานติดป้ายประกาศขนาดใหญ่แล้วป่านนี้
ไล่หยู่ตงปิดหน้าด้วยความเ็ป
มีทั้งแฮชแท็ก #มิอุระยูกิเล่นเส้นสาย #มิอุระยูกิประวัติปลอมไม่ว่ายังไงก็ดูเหมือนจะผูกติดอยู่กับคำว่ามืดมน ผู้คนต่างคิดว่าเขามีเส้นสายในวงการที่ช่วยผลักดันให้ผ่านรอบคัดเลือกมาได้
รู้สึกเหมือนถูกส่งมาให้ตายทั้งเป็ยังไงไม่รู้สิ
โชคดีที่ระบบยังไม่บ้าถึงขนาดนั้น
ระบบ :ตั้งค่าให้คุณถูกทีมงานของรายการดึงตัวมาเพื่อให้ครบจำนวน
ไล่หยู่ตง : หมายความว่าไง
ระบบ :ก่อนที่จะมีการบันทึกเทปถ่ายทอดสดอย่างเป็ทางการเมื่อไม่กี่วันก่อน เด็กฝึกคนหนึ่งได้รับาเ็ที่เอวจนต้องเข้ารับการผ่าตัดแต่่เวลานี้ การติดต่อหาเด็กฝึกคนใหม่เป็เื่ยุ่งยากด้วยขั้นตอนทั้งการสัมภาษณ์ เซ็นสัญญา และอื่นๆ อีกมากมาย ประจวบเหมาะกับที่คืนนั้นโปรดิวเซอร์รายการพบคุณที่ร้านKFC พอดี
ด้วยรูปลักษณ์ที่หล่อเหลาและเขารู้สึกว่าคลิกกับคุณคุณจึงได้รับเชิญให้มาแทนเด็กฝึกที่าเ็ไปในรายการนี้
ไล่หยู่ตง : กับไอ้แค่กินKFC ก็ไปฟลุ๊คเจอโปรดิวเซอร์รายการคัดเลือกไอดอล 101 เนี่ยนะนี่มันบังเอิญเกินไปเปล่า
ระบบ :เพราะวันนั้นเป็วันพฤหัส
ไล่หยู่ตง :......
การตั้งค่าพล็อตเื่ของระบบนั้นยังไงเขาก็พอจะรับได้อยู่บ้างขอบคุณที่มันทำตัวมีจิตสำนึกบ้างในบางครั้ง และยอมอธิบายเื่ราวความเป็มาของการมาโผล่ในรายการนี้ของเขาให้แต่เื่ราวมันไม่ดูบังเอิญเกินไปหน่อยเหรอ จนอดสงสัยไม่ได้ว่ามันเป็ HR ที่โปรดิวเซอร์รายการแอบส่งมาหรือเปล่า เพื่อให้เฟ้นหาคนมาแทนเด็กฝึกที่าเ็ตรงเอวคนนั้น
เหลือเชื่อชิบหาย...
แต่ในคำอธิบายที่ไร้อารมณ์ของระบบไล่หยู่ตงถือว่าในที่สุดเขาก็ทราบเหตุผลถึงมาอยู่ในรายการนี้สักที
ประสบการณ์เดียวกันนี้สำหรับเขาคือความฝัน แต่สำหรับคนอื่นกลับเป็เื่จริง
ไล่หยู่ตงขยี้ขมับเมื่อเื่ราวที่ซ่อนอยู่เื้ัโควตาที่ว่างลงในรายการถูกเปิดเผยเขาไม่สามารถลอยชายไปวันๆ ได้อย่างสบายใจอีกต่อไป แม้กระทั่งการนั่งอยู่ในตำแหน่งแรงค์F ก็ยังรู้สึกหนักอึ้ง
เขารู้สึกว่าตัวเองช่างได้รับตำแหน่งเด็กฝึกนี้มาอย่างง่ายดาย ขณะเดียวกัน กลับเป็ความฝันที่ไกลเกินเอื้อมสำหรับใครหลายคน
ไล่หยู่ตง : และเขาจะเต้นไม่ได้อีกแล้วใช่ไหม
ระบบ : ใคร?
ไล่หยู่ตง : ก็เด็กฝึกที่ได้รับาเ็ที่เอวไง
ระบบ : อ๋อ นั่นมันเป็แค่ข้ออ้างเพื่อถอนตัว จริงๆ เขาไปทำภารกิจในโลกอื่นแล้ว
ไล่หยู่ตง : ......
ดูราวกับว่าเขาต้องมายกต้นไม้สักสิบตันแบกขึ้นบ่าแทนไอ้คนที่เจ็บเอวนั่นเลย
เฮ้อ
เมื่อไล่หยู่ตงและระบบโต้เถียงกันจนพอใจแล้วการทดสอบเพิ่มเติมของซู่อันก็สิ้นสุดลงพอดี เขาเลือกเพลงที่ยากมากซึ่งเป็เพลงที่ใช้สำหรับโชว์เทคนิคการร้องล้วนๆ การร้องที่แทบจะสมบูรณ์แบบทำให้ได้รับเสียงปรบมือเกรียวกราวที่ดังกว่าเมื่อสักครู่
(ความสามารถเื่ร้องเพลงเก่งขนาดนี้ ถึงระดับเป็ครูสอนร้องเพลงได้สบายเลยนะ)
(ซู่อันต้องเดบิวต์ให้ได้!)
(พูดแล้วก็อยากร้องไห้นะ......เ้าเด็กน้อยของเราในที่สุดก็กลับมาแล้วฮือๆๆๆๆๆๆ]
[ทำไมไม่ร้องเพลงของตัวเองล่ะหรือเก็บให้เราฟังตอนรอบชิงชนะเลิศเหรอ]
(หรือว่าไม่ได้จดลิขสิทธิ์? )
(บ้าเหรอ เพลงที่เขาแต่งเองจะไม่มีลิขสิทธิ์ได้ยังไง)
ในขณะที่ไล่หยู่ตงปรบมืออย่างอดไม่ได้เขาก็สงสัยเหมือนกับข้อความที่แสดงในหน้าจอโฮโลแกรม ว่าทำไมเพลงทั้งสองเพลงที่ซู่อันร้องถึงไม่ได้เลือกเอาเพลงของตัวเอง
ถ้าหากเขาหยิบเพลงท็อปฮิตสักเพลงของเขามาใช้ความทรงจำในครั้งนี้จะต้องมีความสุขมากอย่างแน่นอน
"ดีมากสมกับเป็แชมป์ของ 'ปั้นฝันสู่ดวงดาว' จริงๆ นะ"อู่ซีเหอแสดงรอยยิ้มที่พึงพอใจออกมา ความชื่นชมนั้นแสดงออกมาอย่างชัดเจน"นี่เป็เพลงที่ดีที่สุดที่ฉันเคยได้ยินมาจนถึงตอนนี้เลยนะเทคนิคการร้องของคุณคือดีที่สุดในบรรดาเด็กฝึกของเราทั้งหมดแล้ว ฉันมั่นใจแสดงให้เต็มที่ในรอบต่อๆ ไปนะคะ ฉันมองคุณไว้นานมากแล้วนะต่อไปนี้ถ้ามีโอกาสเราสองคนอาจจะได้ร่วมงานกัน"
ถ้าจะพูดถึงความสามารถในด้านวงการบันเทิงแล้วอู่ซีเหอในฐานะนักร้องก็เป็หนึ่งในคณะกรรมการที่มีสิทธิ์ออกเสียงคะแนนมากที่สุดแม้แต่คนอย่างเธอยังยื่นคำเชิญชวนร่วมงานออกมาจากปากตัวเองคงจะจินตนาการได้ว่าการแสดงของซู่อันนั้นยอดเยี่ยมขนาดไหน
ซู่อันยิ้มอย่างเขินอาย"ขอบคุณครับกรรมการ"
"ถึงผมจะเป็นักแสดงแต่แค่ฟังก็รู้ว่าเทคนิคการร้องของคุณยอดเยี่ยมมาก ยิ่งการถ่ายทอดอารมณ์นี่จัดว่าอยู่ในระดับแนวหน้าแล้วมั้งเพราะฉะนั้นในฐานะคนนอกอย่างผมคงไม่ต้องพูดอะไรมากเกี่ยวกับเื่การร้องหรอก"จูซิ่วิพูดอย่างใจเย็น "ผมจะขอพูดถึงข้อบกพร่องสักข้อแทนละกัน"
"เชิญครับ"ซู่อันพูดด้วยความตื่นเต้น
"คุณร้องเพลงได้ดีมากนะแต่ทำไมไม่กล้ามองกล้องล่ะ มั่นใจเข้าไว้เถอะ เงยหน้าขึ้น อย่าเอาแต่จ้องพื้นเวลาร้องเพลงครับแฟนคลับของคุณไม่ได้หลบอยู่ใต้กระเบื้องนะ"
ซู่อันอึ้งไปชั่วขณะ"ผม..."
"ใช่ๆใช่แล้ว อาจารย์จูพูดถูก" หลี่เค่อหัวเราะร่าเพื่อคลายบรรยากาศ "ซู่อันคุณควรเรียนรู้จากไล่หยู่ตงในเื่นี้มากๆ ถึงเขาร้องเพลงได้แย่ขนาดไหนแต่ก็ยังทนร้องจนจบได้ คุณลองคิดเล่นๆ ว่าความมั่นใจเขามีมากแค่ไหน ฮ่าๆๆๆ"
(จะบอกว่าซู่อันมั่นใจ แต่ไม่ค่อยเต็มร้อยเท่ามิอุระ ยูกิเหรอ)
(โปรดิวเซอร์รายการก็เก่งมากนะ ที่ตัดภาพไปที่สีหน้าของยูกิ ฮ่าๆๆๆดูหน้าเขาสิ)
(ยูกิ เป็อะไรเนี่ย ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ)
(เขางงไปเลย 554555)
ไล่หยู่ตง ที่จู่ๆ ก็ถูกพูดถึง "..."
"ผมมีอะไรอยากถามเด็กฝึกหนึ่งข้อครับ"ฟู่ฮั่นอวี่พูดขึ้น "ถึงคุณจะเคยเป็แชมป์ในรายการอื่นมาแล้วแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะได้ที่หนึ่งในรายการนี้นะ รายการสองรายการนี้มีความแตกต่างกันอย่างมากเลยครับการที่คุณตัดสินใจเข้าร่วมการคัดเลือกในรายการเรา ก็เท่ากับเป็การเริ่มต้นใหม่บนเส้นทางที่คุณไม่เคยเดินแล้วนั่นก็หมายความว่าคุณจะต้องเจอกับการคอมเมนต์ การชื่นชม หรือโดนด่าทอเป็เื่ปกติ"
น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนและเป็กันเองราวกับสายลมแห่งฤดูใบไม้ผลิ แต่กลับเปิดเผยความจริงอันโหดร้ายให้เห็น
ไล่หยู่ตงกลืนน้ำลายอย่างประหม่า ราวกับว่าเป็เขาเองที่ถูกสอบสวน
ฟู่ฮั่นอวี่ยังพูดด้วยรอยยิ้มว่า"การตัดสินใจครั้งนี้ต้องใช้ความกล้าหาญอย่างมากที่ต้องทิ้งเส้นทางเดิมในอดีตดังนั้นผมจึงอยากรู้เหตุผลที่คุณมาเข้าร่วมการคัดเลือกครั้งนี้"
"จริงๆแล้ว..." ซู่อันเม้มริมฝีปาก"ผมไม่ได้มาที่นี่เพราะอยากเป็ที่หนึ่งหรือเพื่อเดบิวต์หรอกครับ"
"เพิ่งเคยได้ยินว่ามีคนมาคัดเลือกแต่ไม่อยากเดบิวต์อารมณ์แบบแค่มาหาประสบการณ์บนเวที? " หลี่เคอพูดติดตลก
"ผม...ผมไม่ได้หมายความอย่างนั้น" ซู่อันอธิบายอย่างกระวนกระวาย"ผมไม่ได้ขึ้นเวทีมานานมากแล้ว แต่ผมก็แค่อยากใช้เวทีนี้บอกกับแฟนๆ เพลงที่ชอบฟังเพลงของผม...ไม่ใช่... นักร้อง... ไม่ใช่... ก็คือ... ก็คือผู้ฟังว่าผมยังร้องเพลงอยู่ผมไม่ได้ละทิ้งดนตรี"
(หืม...ทำไมพูดตะกุกตะกักแบบนั้น? เดี๋ยวนะ ทำไมพอฟังแล้วฉันอยากขำจนท้องจะแข็งตายมากกว่า)
(เฮ้ย ทำไมล่ะ เขาตื่นเต้นเหรอ)
(ขอข้อมูลเพิ่มเติมหน่อยได้ไหมคะ ทำไมซู่อันถึงไม่มีเวทีอื่นเพื่อร้องเพลงเลยเหรอ? เขาเป็แชมป์รายการร้องเพลงมาก่อนนะ? ฉันจำได้ว่ารายการนั้นสปอนเซอร์ก็เยอะไม่ใช่เหรอทำไมไม่มีสักเวทีให้ซู่อันเลยล่ะ)
(ก็จะเหตุผลเพราะอะไรได้ล่ะ สงสัยบริษัทห่วยแตกน่าดู ไม่ดันศิลปินเลย)
ฟู่ฮั่นอวี่ชักชวนอย่างอ่อนโยน"แต่คุณเคยคิดไหมว่า ถ้าคุณได้เดบิวต์ก็จะทำให้ได้ขึ้นเวทีมากขึ้นนะ"
ซู่อันเงียบไปครู่หนึ่งก้มสายตาลง "ผมรู้ แต่ผมก็ไม่อยากััความรู้สึกที่ความหวังมันพังลงต่อหน้าอีกแล้วไงสู้ไม่ต้องมีความหวังั้แ่แรกเลยดีกว่า"
ในที่สุด เหล่าคณะกรรมการก็ให้ผลลัพธ์ที่ไม่มีอะไรพลิกโผเป็การส่งซู่อันเข้าสู่แรงค์ A
ซู่อันโค้งคำนับลงไปเก้าสิบองศาอย่างนอบน้อมท่ามกลางเสียงปรบมือแสดงความยินดี เขาเดินลงจากเวทีแล้วเดินไปทางที่นั่งของผู้ชมด้านหลังเก้าอี้กรรมการ
(แรงค์ A คนจะเต็มแล้ว)
(หลังจากนี้จะยังมีใครที่เก่งกว่านี้อีกไหม พูดตรงๆ ฉันอยากดูแบทเทิลใจจะขาด)
(อี้เฟิงไง!)
(แต่ฉันว่าชวีฉินเฉิง? ก็น่าจะเก่งพอตัว)
(เขาชื่อ ชวีซินเฉิงต่างหาก)
ที่นั่งของผู้ชมเป็ที่นั่งแบบขั้นบันไดรูปทรงสี่เหลี่ยมคางหมูแบ่งออกเป็สี่โซนจากบนลงล่าง ได้แก่ แรงค์ A, B, C และ F ยกเว้นคลาส A ที่จำกัดจำนวนไว้ที่เจ็ดคนแล้วส่วนคลาสอื่นๆ ไม่มีการจำกัดจำนวน
ตามผลการแบ่งคลาสซู่อันควรจะเดินไปที่แรงค์ A ซึ่งอยู่้าสุดแต่เขากลับหยุดอยู่ที่ขั้นบันไดข้างโซนแรงค์ F เหมือนกำลังมองหาใครบางคน
(ซู่อันกำลังมองหาใคร)
(ไม่หรอกมั้ง เขาเดินผิดทางหรือเปล่าเขาไม่น่าจะรู้จักผู้เข้าแข่งขันคนไหนนะ)
(พี่ซู่อัน ที่นั่งของแรงค์ A มันอยู่้าสุด พี่นั่งผิดที่หรือเปล่าคะ)
ไล่หยู่ตงสังเกตเห็นข้อความเหล่านี้ด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่าในบรรดาชื่อต่างๆ มีนั่งอยู่ในห้องส่งนี้ไหม จึงทำให้เขาเผลอหันศีรษะไปแล้วก็พลันสบตากับซู่อันอย่างกะทันหัน
ทั้งสองคนอยู่ในแถวเดียวกันห่างกันประมาณหนึ่งเมตร
ไล่หยู่ตงไม่ได้คิดอะไรมาก คิดว่าเป็แค่เื่บังเอิญ จึงยิ้มอย่างสุภาพตอบกลับ
อย่างไรก็ตามมีเื่ที่คาดไม่ถึงเกิดขึ้น
ซู่อันเดินตรงไปหาเด็กหนุ่มผมสีบลอนด์อ่อนที่ดูงุนงงสีหน้ากระอักกระอ่วนและตึงเครียด "ยูกิ ฉันเรียกนายสั้นๆ แบบนี้ได้ไหม"
ไล่หยู่ตง "..."