ณ สวนสนุก ล็อตเต้เวิลด์ เวลา 11โมง
“ลุงชินกลับก่อนได้เลยค่ะถ้ายูจะกลับจะโทรให้มารับนะคะ” ถ้าให้นั่งรอพวกฉันคงจะนานให้ลุงชินกลับไปรอที่บ้านดีกว่า
ลุงชินพยักหน้าแล้วขับรถออกไป
“ไปตรงไหนก่อนแก”ฉันถามยูรี เพราะคนค่อนข้างเยอะ
“คนเยอะจัง”ยูรีบ่นพึมพำ
“ทุกทีไม่เยอะแบบนี้หรอ”
“ก็เยอะแหละแต่วันนี้เยอะกว่าทุกครั้งที่เคยมา แต่ช่างเหอะ ใครสนกันล่ะ ไป ซื้อบัตรกัน”ยูรีจูงมือฉันให้เดินตามไป
เข้ามาถึงด้านในกว้างมากกกกกก ใหญ่มากกกกกกกกกก และคนก็เยอะจริงๆ ด้วยคนเกาหลีนี่เค้าผิวสวยจังเลย
“เล่นอะไรก่อนดี”ฉันถามยูรี
“เดี๋ยวพาเล่นเองมาๆ” ยูรีลากฉันไปเล่นตามเครื่องเล่นต่างๆ อย่างเพลิดเพลิน ทั้งสนุก ทั้งหวาดเสียวสลับกันไป พักพากันหาของกินบ้าง อะไรบ้าง จนตอนนี้เวลา 6 โมงเกือบจะ 1 ทุ่มละ เราพากันมานั่งพักหลังจากที่เล่นGyro Swingเสร็จ
“ปลาทองแกรออยู่นี่ก่อนนะ ฉันมีความรู้สึกว่าอยากอ้วก” ยูรีบอกฉัน
“อ้าว....แก”ฉันยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อเลย ยูรีพูดจบก็วิ่งไปอย่างเร็ว ดีนะที่ฉันมีพี่ชาย เลยได้ทำกิจกรรมอะไรแบบนี้บ่อยจะว่าไปก็รู้สึกหวิวๆ อยู่นะ ยูรีคงไปนานอยู่มั้ง ฉันก็เลยเดินดูอะไรไปเรื่อยหิวน้ำด้วยแหละ มองซ้ายที ขวาที รู้สึกตัวอีกทีก็ เดินมาไกลไปแล้วนะเราฉันหันหลังกลับอย่างไว
“โอ๊ะ”ฉันเดินชนใครคนหนึ่งเข้าอย่างจัง ก็มัวแต่หันมองข้างหลัง ฉันหงายหลังล้มลงนั่งที่พื้นฝ่ามือสองข้างยันพื้นไว้ได้ แต่มือซ้ายลื่น ศอกข้างซ้ายเลยลงกระแทกพื้น แล้วแว่นตาฉันก็หลุดเอาล่ะสิ โลกอันสดใส หายไปละ ฉันหันไปมองหน้าคนที่ชนกับฉันแต่ฉันเห็นหน้าเค้าไม่ชัด
“죄송합니다(ขอโทษครับ)” ที่สำคัญ เค้าพูดเกาหลีกับฉัน เอาไงล่ะที่นี้ ฟังก็ไม่รู้เื่พูดก็ไม่ได้ ยิ้มไว้ก่อนละกัน
“어디 다쳤어요? (เจ็บตรงไหนมั้ย?)” ผู้ชายคนนั้นถามฉันที่กำลังสำรวจตัวเองว่าเจ็บตรงไหนบ้าง
“เอ่อCan you speak English? (คุณพูดภาษาอังกฤษได้มั้ย?)” ฉันถามผู้ชายคนนั้น
“อ่อYes. (ได้) Howare you? (คุณเป็ยังไงบ้าง?)” เค้าถามแล้วค่อยๆ ประคองฉันลุกขึ้นแล้วพามานั่งหลบริมทาง
“I’m fine (ฉันไม่เป็ไร)”ฉันตอบแล้วขยับตัวเองออกห่างจากเค้า
“Excuse me where are you ? (ขอโทษนะ คุณมาจากที่ไหนหรอ?)” ผู้ชายคนนั้นถามฉันต่อ
“I’m Thailand. (ฉันมาจากประเทศไทย)”
“ว่าละดูแล้วไม่ใช่คนเกาหลี คนไทยนี่เอง” ผู้ชายคนนั้นพูดไทยใส่ฉันเฉยเลย
“อ้าวคนไทยหรอคะ ค่อยเบาใจหน่อย แอบกลัวอยู่ตั้งนาน”
“ไม่เป็ไรแน่นะครับ”เค้าถามย้ำอีกที
“แผลไม่ค่อยเจ็บแต่ คุณช่วยเก็บแว่นให้ฉันหน่อยสิคะ”
“เดี๋ยวหาดูให้นะคนเยอะซะด้วย”
“ค่ะ”จริงเลย คนเยอะจริงๆ
“แว่นโดนเหยียบเลนส์แตก แล้วขาแว่นมันก็หัก คงใส่ไม่ได้แล้วล่ะ” เค้าเดินกลับไปตรงจุดที่เราชนกันสักแป๊บ
ก็กลับมาบอกเื่เศร้ากับฉัน ฉันเพิ่งตัดแว่นมาใหม่เมื่อก่อนจะสอบนี่เอง (TnT)
“เวรกรรมทำยังไงทีนี้”
“สายตาคุณสั้นเท่าไหร่แล้วคุณมากับใคร” เค้าถามฉัน
“ฉันสายตาสั้น600 แว่นตาคือปัจจัยที่ 5 ของฉันเลยล่ะ ฉันมากับเพื่อนเพื่อนฉันมาหาพ่อกับแม่่ปิดเทอมน่ะ”
“แล้วเพื่อนคุณอยู่ไหน”
“ไปเข้าห้องน้ำจริงๆ แล้วเค้าบอกให้ฉันนั่งรอ ห้ามไปไหน แต่ฉันหิวน้ำ ก็เลยเดินมาเรื่อยๆแล้วก็เผื่อจะโชคดีได้เจอดาราที่ฉันชื่นชอบน่ะค่ะ แต่มันคงไม่บังเอิญขนาดนั้นหรอกคนตั้งเยอะแยะ”
“ใครหรอ”
“คุณน่าจะรู้จักนะคะเพราะเค้ากำลังเป็พระเอกซีรี่ย์เื่ดัง สาวๆ กำลังพากันกรี๊ดเลยเลย ชามินโฮไงล่ะคะ” ฉันตอบพร้อมรอยยิ้มแบบฝันหวาน
“อ่อ....เออแล้วทำไมไม่โทรหาเพื่อนคุณล่ะ คุณต้องมีโทรศัพท์อยู่แล้วใช่มั้ย” เออจริงด้วยทำไมนึกไม่ออก
“คุณช่วยดูเบอร์ที่ชื่อยูรี ให้หน่อยค่ะ” ฉันยื่นโทรศัพท์ให้เค้าช่วยดูหน้าจอ เพราะฉันมองไม่เห็นแต่ไม่ได้ส่งโทรศัพท์ให้เค้าช่วยกดให้หรอก เดี๋ยวเผื่อเค้าจะขโมยขึ้นมาจะแย่ไปกันใหญ่
“อ่ะกดให้ละ ผมขออนุญาตเปิดโฟนนะ เผื่อผมจะได้คุยกับเพื่อนคุณให้ว่าคุณอยู่ตรงไหน”
“ขอบคุณค่ะ”
ตืด.........ตืด.............ตืด............
“ฮัลโหลยู แกอยู่ไหนอ่ะ มารับฉันที พอดีฉันเกิดเหตุนิดหน่อย แว่นตาฉันเลยแตก” พอปลายสายถูกรับฉันรัวใส่ทันที
“@#%%$^#!%$%@!@**&$^” เสียงปลายสายพูดภาษาเกาหลีมาเป็ชุด
“อะไรกันเนี่ย”ฉันอุทานออกมา
“เดี๋ยวผมคุยให้”เค้าอาสาคุยให้ฉัน เวลาผ่านไปสักพัก
“เรียบร้อย”เค้ายื่นโทรศัพท์คืนให้ฉัน
“มีอะไรหรอคะแล้วใครรับโทรศัพท์ยู แล้วเค้าว่ายังไงบ้าง แล้ว.....”
“เดี๋ยว...ใจเย็นปลายสายเป็ โรงพยาบาล พอดีเพื่อนคุณเค้าเป็ลมอยู่ที่ห้องน้ำ เลยมีคนช่วยพาส่งโรงพยาบาลทางโรงพยาบาลแจ้งพ่อแม่เพื่อคุณแล้วล่ะ แต่ผมฝากบอกเค้าแล้วว่าถ้าเพื่อนคุณรู้สึกตัวให้เค้าโทรกลับมาหาคุณ”
“ถึงว่าไม่อย่างนั้นยูต้องมาตามหาฉันแล้วแหละ”
“คุณโทรหาพ่อแม่เพื่อนคุณสิให้เค้ามารับ” เค้าเสนอ
“ฉันไม่มีเบอร์ค่ะเพราะฉันเพิ่งมาเกาหลีไม่กี่วันเอง”
“ถ้าอย่างนั้นเค้าก็คงจะมารับคุณที่นี่แหละ แต่ก่อนอื่น ผมว่าคุณควรไปซื้อแว่นใหม่ก่อนหรือไม่ก็คอนแทคเลนส์ ผมพาคุณไปได้นะ ถ้าคุณไว้ใจผมมากพอ” เอาไงดีล่ะถ้าไปก็จะไว้ใจคนอื่นง่ายไปมั้ย ถ้าไม่ไปก็ ใชัชีวิตลำบากเลยนะ
“ไกลมั้ยคะ”ฉันถามหยั่งเชิง
“ไม่ไกลเท่าไหร่เดินไปไม่เกิน 15 นาที แต่ถ้าคุณกลัวก็นั่งรออยู่ตรงนี้ได้นะ รอเพื่อนคุณโทรกลับมาแล้วบอกให้เค้าเดินเข้ามารับ อย่าไปนั่งรอด้านนอกเลย ไปรอคนเดียวอันตราย”ฟังจากคำพูดแล้ว เค้าก็ดูเป็ห่วงฉันอยู่นะ เค้าคงเป็คนดีแหละ
ให้เค้าพาไปก็ได้นะ เพราะยังไงฉันก็ต้องใช้อยู่ดี
“ถ้าอย่างนั้นคุณช่วยพาฉันไปร้านแว่นหน่อยค่ะ จะได้ไม่เสียเวลา ดีกว่ามานั่งรออยู่เฉยๆ”
“ได้เลยคุณจับแขนเสื้อผมไว้แล้วกันนะ เวลาเดิน” มีความเป็สุภาพบุรุษซะด้วย
แล้วเค้าก็พาฉันเดินไปเรื่อยๆไม่นานนักก็ถึงร้านแว่น
“ถึงแล้ว”
“ขอบคุณค่ะคุณส่งฉันไว้แล้วก็กลับเลยก็ได้นะคะ กว่าแว่นจะตัดเสร็จคงอีกสักพัก”
“ถ้าผมกลับคุณจะคุยกับที่ร้านเองได้ใช่มั้ย” เออจริงด้วย ภาษาอังกฤษก็ใช่ว่าจะเก่งมากมาย
“ถ้าอย่างนั้นคุณช่วยคุยกับทางร้านให้ฉันก่อนแล้วค่อยกลับนะคะ”
“ได้เลยไปข้างในร้านกัน” เค้าพาฉันเดินเข้าไปนั่งในร้าน แล้วเค้าก็นั่งลงข้างฉันเสียงพนักงานสาวตื่นเต้นอะไรกัน
“안녕하세요차민호님.” เหมือนฉันได้ยินที่พนักงานในร้านพูดกับคนที่พาฉันมามันมีคำว่า ชามินโฮ งั้นหรอ (O_O!) ฉันหันไปมองหน้าเค้าอย่างไวพยายามจ้องหน้าเค้าให้ชัด เลยขยับหน้าเข้าไปใกล้เค้าไม่รู้ตัว เค้าเลยกระแอมใส่ทำให้ฉันต้องขยับมานั่งที่เดิม คงไม่ใช่มั้ง คงไม่บังเอิญขนาดนั้นมั้งแล้วเค้าก็คุยอะไรกันต่อไม่รู้
“เรียบร้อยละเดี๋ยวเค้าจะให้คุณเลือกกรอบแว่นนะ แล้วจะวัดจุดตาคุณ” ฉันไม่ต้องวัดค่าสายตาใหม่เพราะเพิ่งตัดแว่นใหม่ก่อนจะสอบ ฉันถ่ายรูปใบวัดค่าสายตาเก็บไว้เลยเอายื่นให้ร้านแว่นดูได้เลย ฉันเดินตามพนักงานไปดูกรอบแว่นฉันเลือกกรอบแว่นสีชมพู ที่ทรงคล้ายกับอันเก่าของฉันที่เพิ่งจะพังไปสดๆ ร้อนๆ แล้วก็กลับมานั่งที่เดิมจะว่าไปทรงเค้าก็คล้ายชามินโฮอยู่นะ หรือเค้าจะใช่ขณะที่ฉันกำลังตีกับความคิดของตัวเองในหัวอยู่นั้น
“เออคุณชื่ออะไรหรอ จะได้เรียกถูก” เค้าเป็ฝ่ายถามชื่อฉันก่อนแฮะ
“ชื่อปลาทอง ค่ะ แล้ว.....” ยังไม่ทันที่ฉันจะได้ถามเค้ากลับ เค้าก็ถามฉันต่อ
“ได้ยินว่ามาเที่ยวกับเพื่อน่ปิดเทอมเพราะอยากเจอชามินโฮ หรอ ทำไมถึงชอบชามินโฮล่ะ”
“ฉันชอบชามินโฮเพราะเค้ายิ้มสวยค่ะ ฉันชอบผู้ชายยิ้มสวย ตาสวย ทีแรกก็ชอบเพราะความหล่อค่ะพอได้รู้ประวัติ ไม่ว่าจะเป็การศึกษา เส้นทางที่กว่าจะได้มาเป็ดาราที่นี่นั้นฉันก็ยิ่งชื่นชม แล้วยิ่งพอได้ชมผลงานการแสดง ไม่ว่าจะเป็ซีรี่ย์รายการวาไรตี้ต่างๆ ได้ฟังเพลง ยิ่งหลงรักไปใหญ่เลยค่ะ แต่ฉันไม่ได้รักแบบหวังว่าจะได้เป็แฟนเค้านะคะแต่รักแบบว่าขอแค่ได้ชื่นชม ได้ติดตาม ได้รับรู้ว่าเค้าเป็ยังไง แค่นั้นก็ดีใจแล้วค่ะที่มาที่นี่ก็แอบหวังว่าอาจจะโชคดีพอได้เจอกับเค้าค่ะ ขอแค่ได้เจอได้เห็นแค่นั้นก็พอค่ะ ทั้งที่ก็รู้นะคะ ว่าความเป็ไปได้มีแค่ 0.01 เปอร์เซ็นต์ แต่ฉันก็หวังอยู่นะคะ”ฉันพูดไปก็ยิ้มไป
“เธอนี่แปลกดีนะ ไม่เคยเจอคนแบบนี้เลยนะ” เค้าว่าฉันแล้วเค้าก็หัวเราะเบาๆ
“ฉันจะถือว่าเป็คำชมแล้วกันค่ะขอโทษนะคะ พูดซะยืดยาวเลย ว่าแต่ฉันยังไม่รู้ชื่อคุณเลยค่ะ จะได้ไว้ขอบคุณกัน”
“อยากรู้จริงๆหรอ ฟังดีๆ นะ ชา มิน โฮ นั่นแหละชื่อผม” เค้าพูดจบก็หัวเราะ
“คุณหลอกฉันหรือเปล่าเนี่ยเห็นฉันอยากเจอชามินโฮ เลยแกล้งว่าตัวเองเป็ชามินโฮซะเลยหรอ ถ้าคุณเป็ชามินโฮจริงป่านนี้เป็ข่าวไปแล้วมั้งคะ เสียเวลาอยู่กับฉันตั้งนาน อ่อ จะว่าไปฉันรบกวนคุณนานแล้วนะคะกลับก่อนก็ได้ค่ะ เดี๋ยวฉันนั่งรออยู่ที่นี่เอง”
“ไม่เป็ไรหรอกวันนี้งานเสร็จแล้ว ไม่ได้ไปไหนต่อ เดี๋ยวจะได้พาคุณกลับไปรอเพื่อนที่หน้าสวนสนุกปล่อยให้กลับเองจะหลงมั้ยอ่ะ”
“ขอบคุณค่ะ”ดีนะ ที่เจอคนดี ไม่อย่างนั้นล่ะแย่เลยฉัน
“แว่นได้แล้วล่ะนั่นไงเค้าถือมาให้แล้ว”
“รบกวนคุณถามราคาให้ฉันหน่อยค่ะ” ฉันกำลังหยิบบัตรเครดิตในกระเป๋า
“ไม่เป็ไรเดี๋ยวผมจัดการให้” แล้วเค้าก็ลุกขึ้นไปหาพนักงาน ใจดีเกินไปมั้ยเนี่ย ใจดีแบบนี้หวังอะไรหรือเปล่าเค้าจะพาฉันไปขายมั้ยนะ
“อ่ะนี่ลองใส่ดูสิ เห็นชัดมั้ย” เค้ายื่นแว่นให้ฉัน ฉันรับแว่นมาใส่ เอาล่ะจะได้เห็นหน้าชัดๆ สักที ฉันใส่แว่นเรียบร้อย หันไปมองหน้าเค้า (OoO!)
“ชัดมั้ย?”เค้าถามฉันพร้อมรอยยิ้ม รอยยิ้มนั้น เค้า เค้า คือ ชามินโฮ จริงๆ ด้วยฉันใจนพูดไม่ออก
“ปลาทองเป็อะไรหรือเปล่า อยากเจอผมไม่ใช่หรอ ได้เจอแล้วนี่ไง”
“ปะเปล่า ค่ะ” ฉันตะกุกตะกัก ใ ตื่นเต้น จนพูดอะไรไม่ออก
“เป็ยังไง”เค้าถามฉัน
“หล่อกว่าในทีวีเยอะเลยค่ะ”
“ผมไม่ได้หมายถึงผมผมหมายถึงแว่นตา มองเห็นชัดมั้ย” เค้าหัวเราะเขินๆ
“อ่อๆ ชัด ชัดค่ะ ขอบคุณค่ะ เท่าไหร่คะ เดี๋ยวฉันจ่ายคืนให้ค่ะ”
“ไม่เป็ไรถือว่าเป็ของที่ระลึกก็แล้วกัน” โอ้ย อยากจะกรี๊ด ดีใจ ปลื้มใจยิ่งกว่าถูกรางวัล
“ขอบคุณมากค่ะจะใช้อย่างทะนุถนอมที่สุดเลยค่ะ”
ตืด......ตืด.........ตืด.......(เสียงโทรศัพท์สั่น) ยูรีโทรมา
“ฮัลโหลแก เป็ยังไงบ้าง” ฉันถามยูรี
“ไม่เป็ไรแล้วกำลังให้ลุงชินออกไปรับ น่าจะไปไม่ทัน 4 ทุ่มสวนสนุกใกล้ปิดแล้ว”
“ฉันรอหน้าสวนสนุกก็แล้วกัน”
“ได้ๆแกรออยู่หน้าสวนสนุกนะ ยืนตรงแถวที่สว่างๆ ไว้ล่ะ อากาศเริ่มเย็นแล้วด้วยรอหน่อยนะแก ฉันเอาเบอร์แกให้ลุงชินไปละ เดี๋ยวให้ลุงชินโทรหา”
“แต่แก แบตฉันใกล้จะหมดแล้วนะ”
“ฉันจะให้ลุงชินรีบไปแกรออยู่กับที่ห้ามไปไหนเลยนะ”
“ได้ๆโอเคแก เท่านี้ก่อน เดี๋ยวแบตฉันหมด” ฉันวางสายจากยูรี
“ไปงั้นเราก็ไปกันเถอะ” ชามินโฮ เดินนำฉันออกจากร้านแว่นไปฉันรีบลุกขึ้นเดินตามไปอย่างเร็ว
เราเดินมาถึงหน้าสวนสนุกตอนนี้เวลา 4 ทุ่มกว่าๆ สวนสนุกปิดแล้วคนเริ่มน้อยลง ฉันกับชามินโฮยืนรออยู่ริมทาง
“คุณกลับเลยก็ได้นะฉันรอได้ รบกวนคุณมาทั้งวัน คุณจะได้กลับไปพักด้วย”
“รอได้แน่นะถ้าอย่างนั้นผมกลับแล้วนะ รออยู่ตรงนี้อย่าเดินไปไหนล่ะ เดี๋ยวคนมารับจะหาไม่เจอ”
“รับทราบค่ะขอบคุณมากๆ นะคะ เื่ราววันนี้จะเป็ความทรงจำดีๆ ที่ฉันจะจำไว้ตลอดไปค่ะขอบคุณอีกครั้งนะคะ” เค้าพยักหน้าแล้วเดินออกไป เวลาผ่านไปสักพัก ฉันยืนถูมือไปมาอากาศเริ่มหนาวขึ้น มือแข็งไปหมด ควันออกปากแล้ว ฉันหันกลับไปมองทางที่ชามินโฮเดินไปเห็นเงาใครคนหนึ่งกำลังเดินมา
“เอ้าคุณ ลืมอะไรหรือเปล่า” ฉันถามในขณะที่เป่ามือ ถูมือไปมา
“อากาศมันเย็นเอาเสื้อมาให้คลุมไว้ แล้วเดี๋ยวผมอยู่รอด้วยดีกว่า ส่งให้ขึ้นรถไปจะได้สบายใจด้วย”
“ขอบคุณนะคะว่าแต่ทำไมวันนี้คุณถึงมาอยู่ที่สวนสนุกล่ะคะ”
“พอดีมาขอใช้สถานที่ทำMV เพลงใหม่เสร็จแล้วเลยเดินเล่นไปเรื่อย แล้วเราก็ชนกัน”
“แล้วคุณจะไม่เป็ข่าวหรอคะที่มาอยู่กับฉัน”
“ไม่หรอกไม่ได้ดังขนาดนั้น ฮ่าๆๆ ผมก็ใช้ชีวิตได้ตามปกติ ไม่ต้องระวังอะไรนะดาราก็คนธรรมดานี่แหละ แค่เราอาจจะถูกจับตามองเวลาทำอะไรทั้งจากคนรู้จักและคนไม่รู้จักแต่ถ้าเราไม่ได้ทำอะไรผิดก็ไม่เห็นมีอะไรต้องกลัวเลย” ฉันได้แต่หันไปยิ้ม ทำไมลุงชินนานมาจังฉันแสบจมูก ปวดหัว ปวดตัว หูอื้อไปหมด ถ้าให้เดาหน้าฉันต้องแดงมากๆภูมิแพ้อากาศกำเริบแล้วสินะ
ตืด........ตืด...........ตืด.............
“ฮัลโหลค่ะลุงชินหรอคะ ใกล้ถึงหรือยังคะ จะถึงแล้วใช่มั้ยคะ ได้ค่ะ” ฉันวางสายจากลุงชินถอดแว่นออกใส่กระเป๋า เพราะแว่นเริ่มเป็ฝ้าเพราะอากาศที่เย็นจัด
“คุณเป็อะไรหรือเปล่าฟังเสียงไม่ค่อยปกติ” เค้าถาม คงเพราะได้ยินเสียงฉันคุยกับลุงชินมันเริ่มอู้อี้
“น่าจะภูมิแพ้อากาศน่ะค่ะ”ตอนนี้เริ่มฟืดฟาด น้ำมูกเริ่มมาแล้วล่ะ
“รถที่บ้านเพื่อนสีอะไรทะเบียนอะไร จำได้มั้ย จะได้ช่วยดู”
“จำได้ว่าสีดำค่ะแต่ทะเบียนจำไม่ได้”
“นั่นหรือเปล่ามีลุงคนนึงเดินมาทางนี้ อ้าว เฮ้ย...ปลาทอง!!!” ฉันหนาว หูอื้อ ปวดหัว ปวดจมูกไปหมด ฉันได้ยินแค่เสียงเรียกชื่อฉันก่อนภาพจะตัดไป