ข้ามฟ้าเพื่อมารัก

    #2-เรื่องบังเอิญ

    ณ สวนสนุก ล็อตเต้เวิลด์ เวลา 11โมง

                    “ลุงชินกลับก่อนได้เลยค่ะถ้ายูจะกลับจะโทรให้มารับนะคะ” ถ้าให้นั่งรอพวกฉันคงจะนานให้ลุงชินกลับไปรอที่บ้านดีกว่า

    ลุงชินพยักหน้าแล้วขับรถออกไป

                    “ไปตรงไหนก่อนแก”ฉันถามยูรี เพราะคนค่อนข้างเยอะ

                    “คนเยอะจัง”ยูรีบ่นพึมพำ

                    “ทุกทีไม่เยอะแบบนี้หรอ”

                    “ก็เยอะแหละแต่วันนี้เยอะกว่าทุกครั้งที่เคยมา แต่ช่างเหอะ ใครสนกันล่ะ ไป ซื้อบัตรกัน”ยูรีจูงมือฉันให้เดินตามไป  

                    เข้ามาถึงด้านในกว้างมากกกกกก ใหญ่มากกกกกกกกกก และคนก็เยอะจริงๆ ด้วยคนเกาหลีนี่เค้าผิวสวยจังเลย

            “เล่นอะไรก่อนดี”ฉันถามยูรี

            “เดี๋ยวพาเล่นเองมาๆ” ยูรีลากฉันไปเล่นตามเครื่องเล่นต่างๆ อย่างเพลิดเพลิน ทั้งสนุก ทั้งหวาดเสียวสลับกันไป พักพากันหาของกินบ้าง อะไรบ้าง จนตอนนี้เวลา 6 โมงเกือบจะ 1 ทุ่มละ เราพากันมานั่งพักหลังจากที่เล่นGyro Swingเสร็จ

            “ปลาทองแกรออยู่นี่ก่อนนะ ฉันมีความรู้สึกว่าอยากอ้วก” ยูรีบอกฉัน

            “อ้าว....แก”ฉันยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อเลย ยูรีพูดจบก็วิ่งไปอย่างเร็ว ดีนะที่ฉันมีพี่ชาย เลยได้ทำกิจกรรมอะไรแบบนี้บ่อยจะว่าไปก็รู้สึกหวิวๆ อยู่นะ ยูรีคงไปนานอยู่มั้ง ฉันก็เลยเดินดูอะไรไปเรื่อยหิวน้ำด้วยแหละ มองซ้ายที ขวาที รู้สึกตัวอีกทีก็ เดินมาไกลไปแล้วนะเราฉันหันหลังกลับอย่างไว

            “โอ๊ะ”ฉันเดินชนใครคนหนึ่งเข้าอย่างจัง ก็มัวแต่หันมองข้างหลัง ฉันหงายหลังล้มลงนั่งที่พื้นฝ่ามือสองข้างยันพื้นไว้ได้ แต่มือซ้ายลื่น ศอกข้างซ้ายเลยลงกระแทกพื้น แล้วแว่นตาฉันก็หลุดเอาล่ะสิ โลกอันสดใส หายไปละ ฉันหันไปมองหน้าคนที่ชนกับฉันแต่ฉันเห็นหน้าเค้าไม่ชัด

             “죄송합니다(ขอโทษครับ)” ที่สำคัญ เค้าพูดเกาหลีกับฉัน เอาไงล่ะที่นี้ ฟังก็ไม่รู้เ๹ื่๪๫พูดก็ไม่ได้ ยิ้มไว้ก่อนละกัน

            “어디 다쳤어요? (เจ็บตรงไหนมั้ย?)” ผู้ชายคนนั้นถามฉันที่กำลังสำรวจตัวเองว่าเจ็บตรงไหนบ้าง

            “เอ่อCan you speak English? (คุณพูดภาษาอังกฤษได้มั้ย?)” ฉันถามผู้ชายคนนั้น

            “อ่อYes. (ได้) Howare you? (คุณเป็๲ยังไงบ้าง?)” เค้าถามแล้วค่อยๆ ประคองฉันลุกขึ้นแล้วพามานั่งหลบริมทาง

            “I’m fine (ฉันไม่เป็๞ไร)”ฉันตอบแล้วขยับตัวเองออกห่างจากเค้า

            “Excuse me where are you ? (ขอโทษนะ คุณมาจากที่ไหนหรอ?)” ผู้ชายคนนั้นถามฉันต่อ

            “I’m Thailand. (ฉันมาจากประเทศไทย)”

            “ว่าละดูแล้วไม่ใช่คนเกาหลี คนไทยนี่เอง” ผู้ชายคนนั้นพูดไทยใส่ฉันเฉยเลย

            “อ้าวคนไทยหรอคะ ค่อยเบาใจหน่อย แอบกลัวอยู่ตั้งนาน”

            “ไม่เป็๲ไรแน่นะครับ”เค้าถามย้ำอีกที

            “แผลไม่ค่อยเจ็บแต่ คุณช่วยเก็บแว่นให้ฉันหน่อยสิคะ”

            “เดี๋ยวหาดูให้นะคนเยอะซะด้วย”

            “ค่ะ”จริงเลย คนเยอะจริงๆ

            “แว่นโดนเหยียบเลนส์แตก แล้วขาแว่นมันก็หัก คงใส่ไม่ได้แล้วล่ะ” เค้าเดินกลับไปตรงจุดที่เราชนกันสักแป๊บ
    ก็กลับมาบอกเ๱ื่๵๹เศร้ากับฉัน ฉันเพิ่งตัดแว่นมาใหม่เมื่อก่อนจะสอบนี่เอง
    (TnT)

            “เวรกรรมทำยังไงทีนี้”

            “สายตาคุณสั้นเท่าไหร่แล้วคุณมากับใคร” เค้าถามฉัน

            “ฉันสายตาสั้น600 แว่นตาคือปัจจัยที่ 5 ของฉันเลยล่ะ ฉันมากับเพื่อนเพื่อนฉันมาหาพ่อกับแม่๰่๭๫ปิดเทอมน่ะ”

            “แล้วเพื่อนคุณอยู่ไหน”

            “ไปเข้าห้องน้ำจริงๆ แล้วเค้าบอกให้ฉันนั่งรอ ห้ามไปไหน แต่ฉันหิวน้ำ ก็เลยเดินมาเรื่อยๆแล้วก็เผื่อจะโชคดีได้เจอดาราที่ฉันชื่นชอบน่ะค่ะ แต่มันคงไม่บังเอิญขนาดนั้นหรอกคนตั้งเยอะแยะ”

            “ใครหรอ”

            “คุณน่าจะรู้จักนะคะเพราะเค้ากำลังเป็๞พระเอกซีรี่ย์เ๹ื่๪๫ดัง สาวๆ กำลังพากันกรี๊ดเลยเลย ชามินโฮไงล่ะคะ” ฉันตอบพร้อมรอยยิ้มแบบฝันหวาน

            “อ่อ....เออแล้วทำไมไม่โทรหาเพื่อนคุณล่ะ คุณต้องมีโทรศัพท์อยู่แล้วใช่มั้ย” เออจริงด้วยทำไมนึกไม่ออก

            “คุณช่วยดูเบอร์ที่ชื่อยูรี ให้หน่อยค่ะ” ฉันยื่นโทรศัพท์ให้เค้าช่วยดูหน้าจอ เพราะฉันมองไม่เห็นแต่ไม่ได้ส่งโทรศัพท์ให้เค้าช่วยกดให้หรอก เดี๋ยวเผื่อเค้าจะขโมยขึ้นมาจะแย่ไปกันใหญ่

            “อ่ะกดให้ละ ผมขออนุญาตเปิดโฟนนะ เผื่อผมจะได้คุยกับเพื่อนคุณให้ว่าคุณอยู่ตรงไหน”

            “ขอบคุณค่ะ”

            ตืด.........ตืด.............ตืด............

            “ฮัลโหลยู แกอยู่ไหนอ่ะ มารับฉันที พอดีฉันเกิดเหตุนิดหน่อย แว่นตาฉันเลยแตก” พอปลายสายถูกรับฉันรัวใส่ทันที

            “@#%%$^#!%$%@!@**&$^” เสียงปลายสายพูดภาษาเกาหลีมาเป็๲ชุด

            “อะไรกันเนี่ย”ฉันอุทานออกมา

            “เดี๋ยวผมคุยให้”เค้าอาสาคุยให้ฉัน เวลาผ่านไปสักพัก

            “เรียบร้อย”เค้ายื่นโทรศัพท์คืนให้ฉัน

            “มีอะไรหรอคะแล้วใครรับโทรศัพท์ยู แล้วเค้าว่ายังไงบ้าง แล้ว.....”

            “เดี๋ยว...ใจเย็นปลายสายเป็๞ โรงพยาบาล พอดีเพื่อนคุณเค้าเป็๞ลมอยู่ที่ห้องน้ำ เลยมีคนช่วยพาส่งโรงพยาบาลทางโรงพยาบาลแจ้งพ่อแม่เพื่อคุณแล้วล่ะ แต่ผมฝากบอกเค้าแล้วว่าถ้าเพื่อนคุณรู้สึกตัวให้เค้าโทรกลับมาหาคุณ”

            “ถึงว่าไม่อย่างนั้นยูต้องมาตามหาฉันแล้วแหละ”

            “คุณโทรหาพ่อแม่เพื่อนคุณสิให้เค้ามารับ” เค้าเสนอ

            “ฉันไม่มีเบอร์ค่ะเพราะฉันเพิ่งมาเกาหลีไม่กี่วันเอง”

            “ถ้าอย่างนั้นเค้าก็คงจะมารับคุณที่นี่แหละ แต่ก่อนอื่น ผมว่าคุณควรไปซื้อแว่นใหม่ก่อนหรือไม่ก็คอนแทคเลนส์ ผมพาคุณไปได้นะ ถ้าคุณไว้ใจผมมากพอ” เอาไงดีล่ะถ้าไปก็จะไว้ใจคนอื่นง่ายไปมั้ย ถ้าไม่ไปก็ ใชัชีวิตลำบากเลยนะ

            “ไกลมั้ยคะ”ฉันถามหยั่งเชิง

            “ไม่ไกลเท่าไหร่เดินไปไม่เกิน 15 นาที แต่ถ้าคุณกลัวก็นั่งรออยู่ตรงนี้ได้นะ รอเพื่อนคุณโทรกลับมาแล้วบอกให้เค้าเดินเข้ามารับ อย่าไปนั่งรอด้านนอกเลย ไปรอคนเดียวอันตราย”ฟังจากคำพูดแล้ว เค้าก็ดูเป็๞ห่วงฉันอยู่นะ เค้าคงเป็๞คนดีแหละ
    ให้เค้าพาไปก็ได้นะ เพราะยังไงฉันก็ต้องใช้อยู่ดี

            “ถ้าอย่างนั้นคุณช่วยพาฉันไปร้านแว่นหน่อยค่ะ จะได้ไม่เสียเวลา ดีกว่ามานั่งรออยู่เฉยๆ”

            “ได้เลยคุณจับแขนเสื้อผมไว้แล้วกันนะ เวลาเดิน” มีความเป็๞สุภาพบุรุษซะด้วย

            แล้วเค้าก็พาฉันเดินไปเรื่อยๆไม่นานนักก็ถึงร้านแว่น

            “ถึงแล้ว”

                    “ขอบคุณค่ะคุณส่งฉันไว้แล้วก็กลับเลยก็ได้นะคะ กว่าแว่นจะตัดเสร็จคงอีกสักพัก”

                    “ถ้าผมกลับคุณจะคุยกับที่ร้านเองได้ใช่มั้ย” เออจริงด้วย ภาษาอังกฤษก็ใช่ว่าจะเก่งมากมาย

                    “ถ้าอย่างนั้นคุณช่วยคุยกับทางร้านให้ฉันก่อนแล้วค่อยกลับนะคะ”

                    “ได้เลยไปข้างในร้านกัน” เค้าพาฉันเดินเข้าไปนั่งในร้าน แล้วเค้าก็นั่งลงข้างฉันเสียงพนักงานสาวตื่นเต้นอะไรกัน

                    “안녕하세요차민호님.” เหมือนฉันได้ยินที่พนักงานในร้านพูดกับคนที่พาฉันมามันมีคำว่า ชามินโฮ งั้นหรอ (O_O!) ฉันหันไปมองหน้าเค้าอย่างไวพยายามจ้องหน้าเค้าให้ชัด เลยขยับหน้าเข้าไปใกล้เค้าไม่รู้ตัว เค้าเลยกระแอมใส่ทำให้ฉันต้องขยับมานั่งที่เดิม คงไม่ใช่มั้ง คงไม่บังเอิญขนาดนั้นมั้งแล้วเค้าก็คุยอะไรกันต่อไม่รู้

                    “เรียบร้อยละเดี๋ยวเค้าจะให้คุณเลือกกรอบแว่นนะ แล้วจะวัดจุดตาคุณ” ฉันไม่ต้องวัดค่าสายตาใหม่เพราะเพิ่งตัดแว่นใหม่ก่อนจะสอบ ฉันถ่ายรูปใบวัดค่าสายตาเก็บไว้เลยเอายื่นให้ร้านแว่นดูได้เลย ฉันเดินตามพนักงานไปดูกรอบแว่นฉันเลือกกรอบแว่นสีชมพู ที่ทรงคล้ายกับอันเก่าของฉันที่เพิ่งจะพังไปสดๆ ร้อนๆ แล้วก็กลับมานั่งที่เดิมจะว่าไปทรงเค้าก็คล้ายชามินโฮอยู่นะ หรือเค้าจะใช่ขณะที่ฉันกำลังตีกับความคิดของตัวเองในหัวอยู่นั้น

                    “เออคุณชื่ออะไรหรอ จะได้เรียกถูก” เค้าเป็๲ฝ่ายถามชื่อฉันก่อนแฮะ

                    “ชื่อปลาทอง ค่ะ แล้ว.....” ยังไม่ทันที่ฉันจะได้ถามเค้ากลับ เค้าก็ถามฉันต่อ

                    “ได้ยินว่ามาเที่ยวกับเพื่อน๰่๥๹ปิดเทอมเพราะอยากเจอชามินโฮ หรอ ทำไมถึงชอบชามินโฮล่ะ”

                    “ฉันชอบชามินโฮเพราะเค้ายิ้มสวยค่ะ ฉันชอบผู้ชายยิ้มสวย ตาสวย ทีแรกก็ชอบเพราะความหล่อค่ะพอได้รู้ประวัติ ไม่ว่าจะเป็๞การศึกษา เส้นทางที่กว่าจะได้มาเป็๞ดาราที่นี่นั้นฉันก็ยิ่งชื่นชม แล้วยิ่งพอได้ชมผลงานการแสดง ไม่ว่าจะเป็๞ซีรี่ย์รายการวาไรตี้ต่างๆ ได้ฟังเพลง ยิ่งหลงรักไปใหญ่เลยค่ะ แต่ฉันไม่ได้รักแบบหวังว่าจะได้เป็๞แฟนเค้านะคะแต่รักแบบว่าขอแค่ได้ชื่นชม ได้ติดตาม ได้รับรู้ว่าเค้าเป็๞ยังไง แค่นั้นก็ดีใจแล้วค่ะที่มาที่นี่ก็แอบหวังว่าอาจจะโชคดีพอได้เจอกับเค้าค่ะ ขอแค่ได้เจอได้เห็นแค่นั้นก็พอค่ะ ทั้งที่ก็รู้นะคะ ว่าความเป็๞ไปได้มีแค่ 0.01 เปอร์เซ็นต์ แต่ฉันก็หวังอยู่นะคะ”ฉันพูดไปก็ยิ้มไป

                    “เธอนี่แปลกดีนะ ไม่เคยเจอคนแบบนี้เลยนะ” เค้าว่าฉันแล้วเค้าก็หัวเราะเบาๆ

                    “ฉันจะถือว่าเป็๞คำชมแล้วกันค่ะขอโทษนะคะ พูดซะยืดยาวเลย ว่าแต่ฉันยังไม่รู้ชื่อคุณเลยค่ะ จะได้ไว้ขอบคุณกัน”

                    “อยากรู้จริงๆหรอ ฟังดีๆ นะ ชา มิน โฮ นั่นแหละชื่อผม” เค้าพูดจบก็หัวเราะ

                    “คุณหลอกฉันหรือเปล่าเนี่ยเห็นฉันอยากเจอชามินโฮ เลยแกล้งว่าตัวเองเป็๞ชามินโฮซะเลยหรอ ถ้าคุณเป็๞ชามินโฮจริงป่านนี้เป็๞ข่าวไปแล้วมั้งคะ เสียเวลาอยู่กับฉันตั้งนาน อ่อ จะว่าไปฉันรบกวนคุณนานแล้วนะคะกลับก่อนก็ได้ค่ะ เดี๋ยวฉันนั่งรออยู่ที่นี่เอง”

                    “ไม่เป็๲ไรหรอกวันนี้งานเสร็จแล้ว ไม่ได้ไปไหนต่อ เดี๋ยวจะได้พาคุณกลับไปรอเพื่อนที่หน้าสวนสนุกปล่อยให้กลับเองจะหลงมั้ยอ่ะ”

                    “ขอบคุณค่ะ”ดีนะ ที่เจอคนดี ไม่อย่างนั้นล่ะแย่เลยฉัน

                    “แว่นได้แล้วล่ะนั่นไงเค้าถือมาให้แล้ว”

                    “รบกวนคุณถามราคาให้ฉันหน่อยค่ะ” ฉันกำลังหยิบบัตรเครดิตในกระเป๋า

                    “ไม่เป็๲ไรเดี๋ยวผมจัดการให้” แล้วเค้าก็ลุกขึ้นไปหาพนักงาน ใจดีเกินไปมั้ยเนี่ย ใจดีแบบนี้หวังอะไรหรือเปล่าเค้าจะพาฉันไปขายมั้ยนะ

                    “อ่ะนี่ลองใส่ดูสิ เห็นชัดมั้ย” เค้ายื่นแว่นให้ฉัน ฉันรับแว่นมาใส่ เอาล่ะจะได้เห็นหน้าชัดๆ สักที ฉันใส่แว่นเรียบร้อย หันไปมองหน้าเค้า (OoO!)

                    “ชัดมั้ย?”เค้าถามฉันพร้อมรอยยิ้ม รอยยิ้มนั้น เค้า เค้า คือ ชามินโฮ จริงๆ ด้วยฉัน๻๠ใ๽จนพูดไม่ออก

                    “ปลาทองเป็๞อะไรหรือเปล่า อยากเจอผมไม่ใช่หรอ ได้เจอแล้วนี่ไง”

                    “ปะเปล่า ค่ะ” ฉันตะกุกตะกัก ๻๠ใ๽ ตื่นเต้น จนพูดอะไรไม่ออก

                    “เป็๞ยังไง”เค้าถามฉัน

                    “หล่อกว่าในทีวีเยอะเลยค่ะ”

                    “ผมไม่ได้หมายถึงผมผมหมายถึงแว่นตา มองเห็นชัดมั้ย” เค้าหัวเราะเขินๆ

                    “อ่อๆ ชัด ชัดค่ะ ขอบคุณค่ะ เท่าไหร่คะ เดี๋ยวฉันจ่ายคืนให้ค่ะ”

                    “ไม่เป็๞ไรถือว่าเป็๞ของที่ระลึกก็แล้วกัน” โอ้ย อยากจะกรี๊ด ดีใจ ปลื้มใจยิ่งกว่าถูกรางวัล

                    “ขอบคุณมากค่ะจะใช้อย่างทะนุถนอมที่สุดเลยค่ะ”

                    ตืด......ตืด.........ตืด.......(เสียงโทรศัพท์สั่น) ยูรีโทรมา

                    “ฮัลโหลแก เป็๲ยังไงบ้าง” ฉันถามยูรี

                    “ไม่เป็๞ไรแล้วกำลังให้ลุงชินออกไปรับ น่าจะไปไม่ทัน 4 ทุ่มสวนสนุกใกล้ปิดแล้ว”

            “ฉันรอหน้าสวนสนุกก็แล้วกัน”

            “ได้ๆแกรออยู่หน้าสวนสนุกนะ ยืนตรงแถวที่สว่างๆ ไว้ล่ะ อากาศเริ่มเย็นแล้วด้วยรอหน่อยนะแก ฉันเอาเบอร์แกให้ลุงชินไปละ เดี๋ยวให้ลุงชินโทรหา”

            “แต่แก แบตฉันใกล้จะหมดแล้วนะ”

            “ฉันจะให้ลุงชินรีบไปแกรออยู่กับที่ห้ามไปไหนเลยนะ”

            “ได้ๆโอเคแก เท่านี้ก่อน เดี๋ยวแบตฉันหมด” ฉันวางสายจากยูรี

            “ไปงั้นเราก็ไปกันเถอะ” ชามินโฮ เดินนำฉันออกจากร้านแว่นไปฉันรีบลุกขึ้นเดินตามไปอย่างเร็ว

            เราเดินมาถึงหน้าสวนสนุกตอนนี้เวลา 4 ทุ่มกว่าๆ สวนสนุกปิดแล้วคนเริ่มน้อยลง ฉันกับชามินโฮยืนรออยู่ริมทาง

            “คุณกลับเลยก็ได้นะฉันรอได้ รบกวนคุณมาทั้งวัน คุณจะได้กลับไปพักด้วย”

            “รอได้แน่นะถ้าอย่างนั้นผมกลับแล้วนะ รออยู่ตรงนี้อย่าเดินไปไหนล่ะ เดี๋ยวคนมารับจะหาไม่เจอ”

            “รับทราบค่ะขอบคุณมากๆ นะคะ เ๹ื่๪๫ราววันนี้จะเป็๞ความทรงจำดีๆ ที่ฉันจะจำไว้ตลอดไปค่ะขอบคุณอีกครั้งนะคะ” เค้าพยักหน้าแล้วเดินออกไป เวลาผ่านไปสักพัก ฉันยืนถูมือไปมาอากาศเริ่มหนาวขึ้น มือแข็งไปหมด ควันออกปากแล้ว ฉันหันกลับไปมองทางที่ชามินโฮเดินไปเห็นเงาใครคนหนึ่งกำลังเดินมา

            “เอ้าคุณ ลืมอะไรหรือเปล่า” ฉันถามในขณะที่เป่ามือ ถูมือไปมา

            “อากาศมันเย็นเอาเสื้อมาให้คลุมไว้ แล้วเดี๋ยวผมอยู่รอด้วยดีกว่า ส่งให้ขึ้นรถไปจะได้สบายใจด้วย”

            “ขอบคุณนะคะว่าแต่ทำไมวันนี้คุณถึงมาอยู่ที่สวนสนุกล่ะคะ”

            “พอดีมาขอใช้สถานที่ทำMV เพลงใหม่เสร็จแล้วเลยเดินเล่นไปเรื่อย แล้วเราก็ชนกัน”

            “แล้วคุณจะไม่เป็๲ข่าวหรอคะที่มาอยู่กับฉัน”

            “ไม่หรอกไม่ได้ดังขนาดนั้น ฮ่าๆๆ ผมก็ใช้ชีวิตได้ตามปกติ ไม่ต้องระวังอะไรนะดาราก็คนธรรมดานี่แหละ แค่เราอาจจะถูกจับตามองเวลาทำอะไรทั้งจากคนรู้จักและคนไม่รู้จักแต่ถ้าเราไม่ได้ทำอะไรผิดก็ไม่เห็นมีอะไรต้องกลัวเลย” ฉันได้แต่หันไปยิ้ม ทำไมลุงชินนานมาจังฉันแสบจมูก ปวดหัว ปวดตัว หูอื้อไปหมด ถ้าให้เดาหน้าฉันต้องแดงมากๆภูมิแพ้อากาศกำเริบแล้วสินะ

            ตืด........ตืด...........ตืด.............

            “ฮัลโหลค่ะลุงชินหรอคะ ใกล้ถึงหรือยังคะ จะถึงแล้วใช่มั้ยคะ ได้ค่ะ” ฉันวางสายจากลุงชินถอดแว่นออกใส่กระเป๋า เพราะแว่นเริ่มเป็๞ฝ้าเพราะอากาศที่เย็นจัด

            “คุณเป็๲อะไรหรือเปล่าฟังเสียงไม่ค่อยปกติ” เค้าถาม คงเพราะได้ยินเสียงฉันคุยกับลุงชินมันเริ่มอู้อี้

            “น่าจะภูมิแพ้อากาศน่ะค่ะ”ตอนนี้เริ่มฟืดฟาด น้ำมูกเริ่มมาแล้วล่ะ

            “รถที่บ้านเพื่อนสีอะไรทะเบียนอะไร จำได้มั้ย จะได้ช่วยดู”

            “จำได้ว่าสีดำค่ะแต่ทะเบียนจำไม่ได้”

            “นั่นหรือเปล่ามีลุงคนนึงเดินมาทางนี้ อ้าว เฮ้ย...ปลาทอง!!!” ฉันหนาว หูอื้อ ปวดหัว ปวดจมูกไปหมด ฉันได้ยินแค่เสียงเรียกชื่อฉันก่อนภาพจะตัดไป

    นิยายแนะนำ