เมื่อคนขับรถหยางขับรถลับหายไปจากสายตาแล้วไป๋รั่วเสวี่ยจึงหมุนตัวเดินกลับห้อง เธอไม่ได้เข้าไปในช่องมิติมาหนึ่งสัปดาห์แล้ว ไม่รู้ว่าตอนนี้เป็อย่างไรบ้าง โชคดีที่วันนี้มีเวลา ไป๋รั่วเสวี่ยจึงเตรียมเข้าไปดูสักหน่อย
ภายในช่องมิติยังคงเหมือนเดิม เพียงแต่ต้นไม้ที่อยู่ริมบ่อน้ำต้นนั้นมีลำต้นหนาขึ้นมาก ถือว่าโตขึ้นไม่น้อยเลย
ไป๋รั่วเสวี่ยไม่ได้เข้ามาดูเพียงหนึ่งสัปดาห์แต่ต้นไม้กลับเติบโตขึ้นมาก กิ่งก้านแข็งแรง ใบหนาเขียวชอุ่ม
เธอรู้สึกอยากหว่านเมล็ดปลูกอะไรสักอย่างขึ้นมา ด้วยเหตุนี้จึงออกจากช่องมิติอละวิ่งไปที่ครัวเพื่อหาสิ่งที่สามารถนำมาปลูกได้
“คุณหนู้าอะไรหรือคะ” ป้าหลิวเดินเข้ามาถาม
“หนูกำลังหาถั่วลิสงดิบ หรือจะเป็ถั่วเหลืองก็ได้ อะไรก็ได้ที่ใช้หว่านเมล็ดเพาะปลูกได้น่ะ” ไป๋รั่วเสวี่ยหยุดหาและปล่อยให้ป้าหลิวหาให้แทน
“คุณหนูจะหาของพวกนี้ไปทำไมหรือคะ ถึงอย่างไรตอนนี้ก็ไม่ใช่ฤดูเพาะปลูกอยู่ดี” แม้จะพูดเช่นนั้นแต่ป้าหลิวก็ยังไม่หยุดหาให้ ในที่สุดก็ค้นเจอถั่วลิสงกับถั่วเหลืองอย่างละหนึ่งถุง
“หนูจะเอาไปทดลองปลูกน่ะ พวกนี้ใช้ปลูกได้ใช่ไหม” ไป๋รั่วเสวี่ยเพิ่งเข้ามหาวิทยาลัยการเกษตรได้ไม่นาน แม้จะเรียนทฤษฎีมาเยอะแต่ได้ฝึกปฏิบัติจริงน้อยมาก กระทั่งเื่ที่เมล็ดพันธุ์เหล่านี้จะงอกได้หรือไม่นั้นเธอก็ยังดูไม่ออก
“ใช้ปลูกได้ค่ะ แค่หว่านลงดินในฤดูกาลที่เหมาะสมเดี๋ยวก็งอกแล้วค่ะ” ป้าหลิวเองก็เคยเพาะปลูกมาก่อน จึงรู้เื่พวกนี้ดี
“อ๋อ” ไป๋รั่วเสวี่ยนำเมล็ดถั่วลิสงและถั่วเหลืองอย่างละครึ่งถ้วยกลับขึ้นชั้นบน
ขณะนี้เป็เดือนธันวาคม ไม่ใช่ฤดูเพาะปลูก แต่ว่าสภาพภายในช่องมิติกับโลกภายนอกนั้นแตกต่างกัน อย่างไรเสียก็แค่เป็การทดสอบดูว่าสามารถปลูกพืชในช่องมิติได้หรือไม่เท่านั้น เพราะในชาติที่แล้วไป๋หรูอวี้ใช้เพียงแค่พื้นที่ในช่องมิติ แต่ไม่เคยปลูกพืชให้เห็น
เมื่อกลับถึงห้อง ไป๋รั่วเสวี่ยก็ประคองถ้วยที่ใส่เมล็ดพันธุ์สองถ้วยเข้าไปในช่องมิติ เธอใช้พลั่วขุดหลุม หลุมหนึ่งใส่เมล็ดพันธุ์เข้าไปสองเมล็ด แล้วกลบดินเป็ชั้นบางๆ ดินในช่องมิตินั้นร่วนซุยและชุ่มชื้น รั่วเสวี่ยจึงทำงานได้อย่างสบาย ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงเธอก็หว่านเมล็ดเสร็จ
ไป๋รั่วเสวี่ยล้างมือกับถ้วยที่ข้างบ่อน้ำจนสะอาด เธอมองที่ดินแปลงที่ตัวเองเพิ่งหว่านเมล็ดลงไปแล้วนึกขึ้นได้ถึงคนสวนของที่บ้านซึ่งต้องรดน้ำต้นไม้ในสวนทุกวัน เมล็ดที่เธอหว่านลงไปเหล่านี้ก็น่าจะ้าน้ำเหมือนกัน คิดได้ดังนั้นเธอจึงออกจากช่องมิติไปเอาบัวรดน้ำก่อนกลับเข้ามาอีกครั้ง
ไป๋รั่วเสวี่ยเติมน้ำจากบ่อ ฮัมเพลงไปพลางรดน้ำไปพลาง เมื่อเสร็จแล้วจึงออกมาจากช่องมิติ
ไป๋หรูอวี้มองผู้เป็ย่าที่ร้องไห้ฟูมฟาย พ่อกับแม่ที่โมโหจนควันออกหูแล้วอึ้งไปทันที
“พ่อกับแม่ เกิดเื่อะไรขึ้นหรือคะ” ไป๋หรูอวี้ไม่มีอารมณ์ไปสนใจว่าทำไมผู้เป็ย่าถึงร้องไห้ฟูมฟายเช่นนั้น
“ลูกสารเลว ดูซิว่าตัวเองทำอะไรลงไป” ไป๋จิ้งซูตบหน้าไป๋หรูอวี้
“คุณตบลูกทำไมคะ” หลี่ซินหลานรีบเข้ามาปกป้องลูกสาว
“คุณยังจะปกป้องมันอีกหรือ ดูเื่ที่มันก่อไว้สิ ตอนนี้พวกเราผิดใจกับเ้ารองเสียแล้ว ต่อไปใครจะให้เงินเราใช้จ่าย มีกินมีใช้อยู่อย่างสุขสบายแบบทุกวันนี้” ไป๋จิ้งซูโมโหจนเจ็บหน้าอก เขายกมือกุมหน้าอกและไม่สนใจเื่เรียกร้องความเป็ธรรมให้ไป๋หรูอวี้อีกต่อไป
ไป๋หรูอวี้ยกมือกุมแก้ม เกิดความเกลียดชังขึ้นภายในใจ ทำไมเธอถึงมีพ่อที่เก่งแต่กับลูกเมียและไร้ความสามารถเช่นนี้ ถ้าเธอเกิดเป็ลูกสาวแท้ๆ ของคุณอารอง เธอคงไม่ต้องอิจฉาไป๋รั่วเสวี่ยและไม่ต้องวางแผนเล่นงานอีกฝ่าย จนตัวเองตกอยู่ในสภาพเช่นทุกวันนี้
“คุณตบลูกไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาหรอก” หลี่ซินหลานเองก็กลัวจะสูญเสียค่าเลี้ยงดูที่ได้จากไป๋จิ้งเหวินไปเหมือนกัน แต่เมื่อเื่มาถึงจุดนี้แล้ว การโมโหและทะเลาะนั้นเป็เื่ที่ไม่มีประโยชน์แม้แต่น้อย
“พอได้แล้ว ไม่ต้องทะเลาะกันแล้ว มาช่วยกันคิดดีกว่าว่าจะจัดการกับเื่ตรวจดีเอ็นเอยังไง” ไป๋ฮูหยินเดินเข้ามาในห้องแล้วนั่งลงบนโซฟา ใบหน้าแสดงความเกลียดชัง
“ตรวจดีเอ็นเออะไรหรือคะคุณย่า” ไป๋หรูอวี้รีบถาม
“ก็นังเด็กสารเลวคนนั้น มันบอกว่าจิ้งเหวินไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของฉันและ้าจะตรวจดีเอ็นเอพิสูจน์น่ะสิ” ไป๋ฮูหยินพูดอย่างโมโห
“คุณย่าคะ ความจริงยังไงก็คือความจริงค่ะ ไป๋รั่วเสวี่ยปลอมผลตรวจไม่ได้หรอกค่ะ” ไป๋หรูอวี้พูด ไป๋รั่วเสวี่ย้าตัดความสัมพันธ์กับครอบครัวเธอ แต่ว่าความสัมพันธ์ทางสายเืนั้นตัดกันได้เสียเมื่อไร อีกฝ่ายอาจจะไม่ต้องเลี้ยงดูครอบครัวเธอ แต่อย่างไรก็ต้องเลี้ยงดูย่าของเธออยู่ดี
“แม่ อย่าบอกนะว่าเ้ารองไม่ใช่ลูกของแม่น่ะ” ไป๋จิ้งซูเขยิบเข้ามานั่งใกล้พลางเอ่ยถาม
“เฮ้อ!” ไป๋ฮูหยินถอนหายใจเฮือก หันไปทางอื่น ไม่พูดไม่จา
ไป๋จิ้งซูกับหลี่ซินหลานมองหน้ากันเงียบๆ
“พ่อกับแม่คะ ตกลงว่าเกิดเื่อะไรขึ้นกันแน่คะ” ไป๋หรูอวี้ถาม ไม่ต้องพูดถึงว่าพ่อแม่ของเธอกลัวที่จะสูญเสียเงินค่าเลี้ยงดูที่ได้รับจากทางฝั่งอารองหรอก เพราะแม้แต่เธอเองก็กลัวว่าจะเสียความช่วยเหลือจากอารองไปเช่นกัน
“แม่ อย่าบอกนะว่าเ้ารองไม่ใช่ลูกของแม่จริงๆ น่ะ” ไป๋จิ้งซูถามอย่างตกตะลึง
“คุณย่าต้องพูดความจริงออกมาให้หมดนะคะ ให้พวกเรารู้ความจริง จะได้ช่วยกันคิดหาทางออกได้ไงคะ” ไป๋หรูอวี้พูด
“อารองของหลานน่ะ เขาน่ะ…ช่างเถอะ ไม่ต้องพูดแล้ว ไม่ต้องพูดถึงแล้ว” สุดท้ายไป๋ฮูหยินก็โบกมือปฏิเสธ ้าที่จะฝังความลับนี้ไว้ในส่วนลึกของหัวใจ
“คุณย่าคะ ถ้าคุณอารองไม่ใช่ลูกของคุณย่า แล้วเขาเป็ลูกของใครหรือคะ” ไป๋หรูอวี้เข้าใจเื่ทั้งหมดแล้ว
ไป๋รั่วเสวี่ยตื่นขึ้นมาแต่เช้าตรู่และหายตัวเข้าไปในช่องมิติทันที ที่ดินแปลงนั้นที่เธอหว่านเมล็ดไว้ยังคงไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ เมล็ดพันธุ์ไม่มีหน่อสีเขียวงอกออกมา เมื่อวานไป๋รั่วเสวี่ยค้นข้อมูลและทราบว่าปกติเมล็ดของถั่วลิสงและถั่วเหลืองใช้เวลาประมาณหกวันถึงจะงอก ทั้งนี้ยังขึ้นอยู่กับสภาพอากาศอีกด้วย ต่อให้สภาพแวดล้อมของช่องมิติดีกว่านี้ก็ไม่สามารถทำให้เมล็ดพันธุ์งอกออกมาได้ภายในคืนเดียว
ตอนเที่ยง คนขับรถหยางก็รีบร้อนมาพบ
“ท่านประธาน คุณนาย คุณหนูครับ ผลตรวจดีเอ็นเอออกแล้วครับ ท่านประธานกับคนสกุลไป๋ไม่ได้มีความสัมพันธ์กันทางสายเืจริงๆ ด้วยครับ” คนขับรถหยางตื่นเต้นมาก ในเมื่อไม่มีความสัมพันธ์กันทางสายเื ประธานกับครอบครัวก็จะได้รอดพ้นจากการถูกปลิงเ่าั้สูบเืสูบเนื้อเสียที
“พ่อได้ยินแล้วใช่ไหมคะว่า พ่อกับฮูหยินสกุลไป๋ไม่ได้เป็แม่ลูกกัน” ไป๋รั่วเสวี่ยเอ่ยอย่างดีใจ “พ่อคะ พวกเขาไม่ใช่ญาติทางสายเืกับพ่อ พ่อโล่งอกไหมคะ”
“รั่วเสวี่ย ความจริงพ่อสงสัยมาตั้งนานแล้วว่า ตัวเองไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของคุณย่า แต่ว่านะรั่วเสวี่ย ถึงแม้คุณย่าจะไม่ใช่แม่ผู้ให้กำเนิด แต่ก็เป็คนที่เลี้ยงดูพ่อมา คุณย่าเลี้ยงเด็กที่ไม่ได้มีความสัมพันธ์ทางสายเือย่างพ่อให้เติบใหญ่ พ่อยิ่งควรจะต้องขอบคุณคุณย่าไม่ใช่หรือ ถ้าไม่ใช่เพราะคุณย่าเลี้ยงดูพ่อมา ป่านนี้พ่อจะไปอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ จะยังมีชีวิตอยู่รึเปล่าก็ไม่รู้ พ่อรู้สึกขอบคุณคุณย่า ที่พ่อตามใจคนสกุลไป๋มาตลอดก็เพราะพวกเขาเลี้ยงดูพ่อมา ไม่เกี่ยวกับว่าจะมีความสัมพันธ์กันทางสายเืหรือไม่” ไป๋จิ้งเหวินพูด
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/9ee8f63c050427e101e8f9d6b0d57428