เหงื่อของเอนั้นท่วมกาย เขามองเข้าไปในนัยตากลมของมันซึ่งไม่สะท้อนบอกอารมณ์ในขณะที่เขาก้าวถ้อยหลังอย่างช้าๆ แต่แล้วกวางมูสก็ก้าวเดินตามเขามามันเดินเข้ามาหาเขาหนึ่งก้าวในขณะที่เอถ้อยหลังหนึ่งก้าว ทำเอาเอใจแป้วกันเลยทีเดียว
‘ไม่นะ อย่าตามมาเลยนะคนดี ผมให้พี่เดินผ่านอย่างสะดวกเลยครับ’ เขาได้แต่คิดในใจตัวเองพลางคิดว่าวันนี้คงจบแล้วเพราะโทษการตายนั้นนานมาก ถ้าเขาตายตอนนี้โทษตายจะมีระยะเวลาคูดาวน์สามวันหรือหนึ่งคืนในโลกความจริงซึ่งเขาไม่แน่ใจว่ามันจะรีเซตคูดาวน์ระหว่างวันหรือไม่
‘อา! ไอ้กวางตัวนี้มันอะไรกัน’ เขาได้แต่สงสัยกับตัวเอง
“ดิ่ง!!! ท่านได้รับความสนใจจากเทพีอารอส”
“ดิ่ง!!! เทพีอารอสสนใจว่าคุณจะตัดสินใจอย่างไร”
‘อะไรอีกละนั้น เทพีอารอสมาแต่ไหนวะ’ ในขณะที่เอกำลังคิดขาขวาของเขาก็ไม่สามารถขยับได้เขามองลงไปยังขาขวาของเขาซึ่งเห็นได้ชัดว่าขาของเขานั้นติดอยู่ในซอกหิน
‘เวรเอ้ย!!! พื้นเรียบๆข้างๆก็ไม่มีอะไร ซอกหินบ้านี้มาอยู่บนพื้นเดี่ยวๆโดดๆแบบนี้ได้ไงวะ’ ในขณะที่เอกำลังสนใจขาของตัวเองอยู่นั้นกวางมูสก็ได้เข้ามาถึงตัวของเขาลมหายใจของมันรดต้นคอของเขา เอถึงกับหยุดชงักเขาไม่แน่ใจว่าควรจะทำอะไร ใจหนึ่งก็ไม่อยากเงยหน้ามองแล้วขดตัวเหมือนก้อนหิน อีกใจหนึ่งเขาก็อยากเงยหน้ามองให้มันรู้แล้วรู้รอดไป
‘เออวะ เอาก็เอา’ ในขณะที่ความอยากรู้อยากเห็นของเขานั้นมีมากกว่าความกลัวเขาค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองไปยังกวางมูสจมูกของเขาก็แตะเข้ากับจมูกอันใหญ่ของมัน ขณะนั้นเอเขารู้สึกได้เลยว่าโลกรอบตัวของเขานั้นเงียบสนิท โลกทั้งใบก็มีแต่เขากับกวางมูสที่ดูเหมือนจะตัวใหญ่ดุจยัก และเวลาก็เหมือนจะหยุดลงโดยสิ้นเชิงในขณะนั้นเองกวางมูสก็เลียหน้าเขาหนึ่งที เอพงะล้มลงก้มจ้ำเบ้าแล้วกวางมูสก็เดินผ่านเขาไป เอล้มตัวลงนอนแพ่หลากับพื้นพลางแหงนหัวมองดูกวางมูสที่เดินหน้าลับเข้าไปในป่า แล้วเขาก็มองไปยังขาข้างขวาของเขาปรากฏว่าเขาไม่เจอซอกหินอีกแล้วตอนนี้เขามองอย่างโง่งงไปยังที่ที่เคยเป็ซอกหิน
“ดิ่ง!!! เทพีอารอสหัวเราะอารมณ์ดีจากพฤติกรรมของคุณ”
เมื่อข้อความปรากฏขึ้นเอถึงกับแข็งค้าง โดยที่เข้าได้ยินเสียงหญิงสาวที่ให้ความรู้สึกสว่าง น่าเคารพ แก่นแก้วและน่าหลงไหลในเวลาเดียวกัน เสียงนั้นหัวเราะคิกคักดังก้องกังวาลเต็มสองรูหูของเขาและเขาก็ยังได้ยินเสียงหัวเราะเล็กๆจากเคียร่าตัวน้อยที่ตอนนี้บินลงมานั่งหัวเราะเขาที่บนหน้าอก
‘อ่า!!! ???###???### ให้ตายเถอะ’ เอ เขาได้แต่ถอยหายใจ หลังทำใจได้ซักพักเอก็ลุกขึ้นพลางเดินตามเส้นทางที่เขาจากมา
“ฮือ!!! ทำไมมันเหมือนว่าเดินวนไปวนมา วนมาวนไปไม่ได้ไปไหนละเนี่ย” ดวงอาทิตย์ตอนนี้ก็ใกล้จะลับขอบฟ้าอยู่เนืองๆ แสงสุดท้ายกำลังสาดส่อผ่านยอดไม้และความมืดก็กำลังคลืบคลานออกมา เสียงนกต่างๆ ต่างก็ร้องระงมซมแซ่และเสียงที่น่ากลัวทั้งหลายก็ต่างค่อยๆดังขึ้นมา เอเดินวนไปมาได้เกือบชั่วโมงเขาก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงไม่สามารถออกไปจากป่าแห่งนี้ในขณะที่เขากำลังนั่งพักอยู่นั้นก็มีเสียงดังเหมือนเสียงอะไรบางอย่างผ่านแมกไม้ตรงมายังที่เขานั่งพักอยู่ ทันใดนั้นเองเอก็เจอเข้ากับดวงตาสีแดงกำมองตรงมายังเขา สีตัวของมันดำถมึนแต่มีเพียงสีตาของมันเท่านั้นที่แดงมันกระโจนเข้าใจเออย่างไม่เกรงกลัว เอกลิ้งตัวหลบออกด้านข้างพลางชักดาบออกมาเขาพุ่งเข้าไปจ้วงแทงสุดแรงตรงไปยังเ้าตัวนั้น
“-0”
“ไม่เข้า สงสัยธาตุิญญาแน่” เข้าถอยฉากออกมา เมื่อตัวนั้นมันตั้งหลักได้มันก็ะโเข้าพุ่มไม้ข้างๆ พลางวิ่งวนรอบเอเมื่อเอเห็นแบบนั้นเขาก็ทำทีวิ่งหนีออกไปอีกทางหนึ่ง เมื่อเห็นเอวิ่งหนีเ้าตัวนั้นก็ะโขึ้นกิ่งไม้แล้วโหนตามเออย่างรวดเร็วเมื่อได้จังหวะมันก็ะโตระครุบเอ ในขณะนั้นเองเอที่เตรียมตัวไว้อยู่แล้วก็หันกลับมาโยนไฟบอลใส่เ้าตัวประหลาด
“คริติคอล -264”
-ดิ่ง!!! จิติญญาแห่งความแค้น lv.15(+5)-
HP:1500(+500)
SP:150(+50)
คำอธิบาย
เกิดจิติญญาของสัตว์ที่ตายอย่างทรมาณ สะสมพลังความแค้นมานานหลายปี ดำรงจิติญญาโดยดูดเืจากสิ่งมีชีวิตต่างๆ มีความก้าวร้าวสูงส่วนมากจะอยู่กันเป็ฝูงโดยมีจิติญญาหลอมรวมแห่งความแค้นเป็ผู้นำฝูง และจิติญญาแห่งความคับแค้นเป็นักรบโดยส่วนมากจะออกล่ากันเป็ฝูง ตามข้อมูลของทางศาสนจักรได้บรรทึกไว้มีโอกาศที่จะเจอตามบริเวณโป่งดินกลางป่าโปรดหลีกเลี่ยงบริเวณดังกล่าวถ้านักพจนภัยทำได้ ทั้งนี้เมื่อกลางคืนมาถึงความสามารถของพวกมันจะเพิ่มขึ้นอย่างมากพลังโจมตีของมันจะเพิ่มขึ้นสองเท่าและพลังโจมตีกายภาพไม่สามารถทำร้ายมันได้แต่มันจะแพ้การโจมตีธาตุและธาตุศักสิทธิ์ ด้วยความหวังดีจากศาสนจักรรักนะจุ๊ฟๆ