ตอนที่31 ทางเลือกของไช่อิง
ถางเจียหลิงทรุดนั่งบนเก้าอี้ข้างเตียงพลางกุมมือสามีแล้วพูดปลอบใจเขาให้ยอมรับความจริง เธอรู้ดีว่าสามีจะต้องกลัวสูญเสียลูกสาวคนโตไปแน่นอนเพราะการรับเลี้ยงไช่อิงที่ผ่านมาทั้งหมดล้วนเกิดจากความ้าของสามีเป็หลัก
ไช่เฟิงเหลือบมองลูกสาวคนโตพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วจ้องมองอากาศตรงหน้าคล้ายกำลังรำลึกความหลังในอดีตเมื่อสิบเก้าปีก่อนเขาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือแฝงความหดหู่ในเื่ราวซึ่งได้ประสบเมื่อครั้งพบเด็กหญิงตัวน้อยนั่งขดตัวร้องไห้อยู่ตามลำพังว่า
“วันนั้นพ่อกลับจากทำงานโอทีเลยขับรถบริษัทกลับบ้านเพราะพรุ่งนี้มีงานส่งของแต่เช้า แล้วอยากลองเส้นทางใหม่ผ่านแถวสวนสาธารณะพอดีทีแรกพ่อไม่แน่ใจว่าเป็คนไหม พอขับรถผ่านไปได้ไม่ไกล...เลยจอดรถลงไปดูปรากฏว่าเป็ลูกนอนขดตัวร้องไห้อยู่ข้างพุ่มไม้ เนื้อตัวลูกมอมแมมมาก พ่อเห็นว่าลูกยังพอมีสติอยู่ก็เลยพาไปโรงบาลแต่ไม่มีเอกสารอะไรในตัวลูกเลย มีแค่จี้หยกหักชิ้นเล็กสีขาวที่ลูกกำไว้แน่นพ่อแจ้งตำรวจไปแล้ว...แต่ก็ไม่มีอะไรคืบหน้า จนถึงกำหนดออกจากโรงบาลก็ไม่มีญาติมาตามหาพ่อเองก็อยากได้ลูกสาวพอดี เลยทำเื่รับไว้เป็ลูกบุญธรรมนั่นแหละคือเื่ทั้งหมด พ่อก็บอกไม่ได้หรอกนะว่าลูกเป็ลูกบ้านไหนมีหลักฐานแค่จี้หยกชิ้นเดียวเท่านั้น”
“จี้หยกนี่ใช่ไหมคะ”
สะใภ้สามล้วงหยิบเอาสร้อยหนังเส้นเก่าแขวนหยกชิ้นเล็กสีขาวออกมาจากลำคอให้พ่อดูพลันเห็นว่าพ่อกำลังเอื้อมมือซึ่งมีสายน้ำเกลือติดอยู่เพื่อตรวจสอบจึงถอดออกจากลำคอแล้ววางใส่ในมือให้พ่อดูถนัดตา
“ใช่...ใช่แล้วจี้หยกนี่แหละ พ่อให้แม่เก็บรักษาไว้ให้ลูกอย่างดีมันเป็สิ่งเดียวที่จะบอกได้ว่าลูกเป็ใคร”
ชายมีผ้าก๊อซปิดแผลประปรายทั่วตัวละล่ำละลักบอกลูกสาวอย่างมั่นใจเขาจดจำจี้หยกชิ้นเล็กได้อย่างแม่นยำเพราะเป็สิ่งช่วยให้ตนพบลูกสาวน่ารักและแสนดีของครอบครัวไช่ขณะลูกสาวตนเพิ่งมีอายุสองขวบแต่มีสุขภาพแข็งแรงทันทีเมื่อมีพี่สาว เขาจึงไม่เคยละเลยเด็กหญิงตัวน้อยอายุราวสามขวบผู้นำโชควาสนามาสู่ครอบครัวไช่สักครั้ง
ทันใดนั้นมีเสียงอุทานเรียกไช่อิงจากน้องสาวดังขึ้นมาด้วยความใเธอเข้ามาได้ยินความลับของครอบครัวขณะทุกคนกำลังสนใจฟังข้อความจากพ่ออยู่จึงรู้ว่าไช่อิงไม่ใช่พี่สาวแท้จริงของตนเองพลางรู้สึกใจหายหากพี่สาวจะแยกตัวหรือออกจากครอบครัวไช่ไป
“เจี่ยเจีย!”
ไช่ปินปราดเข้ามากอดพี่สาวไว้แน่นเธอไม่้าให้พี่ทิ้งตนและครอบครัวไช่ไป ทั้งรู้สึกใจหายและเสียใจในทีหากพี่สาวไม่รักตนเหมือนเดิมหรือแม้แต่จะยกเลิกสัญญากับตระกูลหลงซึ่งทำให้เธอต้องเข้าไปทำหน้าที่แทนในฐานะสะใภ้สามจึงรีบบอกพี่ทันทีถึงความรู้สึกแท้จริงของตนว่า
“เจี่ยเจียอย่าทิ้งหนูกับพ่อแม่ไปไหนนะคะหนูจะอยู่ยังไงถ้าไม่มีเจี่ยเจียแล้ว ไม่เอานะคะ...อย่าไป!”
ไช่อิงกอดตอบน้องสาวพลางตบแผ่นหลังอย่างเข้าใจความรู้สึกผูกพันระหว่างกันเธอลูบผมสีน้ำตาลอ่อนยาวสลวยของน้องแล้วพูดปลอบใจ ทั้งยังสร้างเงื่อนไขทันทีเพราะตระหนักได้ถึงการตัดสินใจเลือกทางเดินชีวิตอันเด็ดขาดของตนว่า
“ปินปินพี่ไม่ทิ้งน้องไปไหนหรอกน่า แต่พี่อาจจะต้องไปทำงานไกลหน่อยรับรองว่าพี่จะช่วยครอบครัวเราให้ดีที่สุด แล้วพี่ค่อยไปตามหาครอบครัวแท้จริงอีกทีแต่ตอนนี้น้องอย่าร้องไห้ฟูมฟายนักเลย”
ไช่เฟิงและภรรยาต่างมองลูกสาวสองคนยืนกอดกันร้องไห้ด้วยความรู้สึกใจหายทั้งคู่รู้ดีว่าลูกสาวคนโตคงไม่ทอดทิ้งพวกตนไปแต่ห้ามเธอไม่ให้ตามหาครอบครัวแท้จริงย่อมไม่มีทางเป็ไปได้จึงได้แต่หวังว่าลูกสาวคนรองจะเข้มแข็งกว่าเดิมแล้วสามารถพึ่งพาตนเองได้หากไม่มีพี่สาวอยู่ด้วย
ไช่ปินรับอ้อมกอดและคำพูดปลอบประโลมใจจากพี่สาวพลางรู้สึกดีขึ้นก่อนผละจากอ้อมกอดพี่แล้วถามอย่างตรงไปตรงมาว่า
“แล้วเจี่ยเจียจะเอาไงกับทางตระกูลหลงละคะอย่าให้หนูเข้าไปทำงานแทนเลยนะคะ หนูเพิ่งคุยกับฮุ่ยเจินเมื่อตะกี้เองเขาว่าจะมาหาพ่อแม่ยืนยันตัว พวกเราว่าจะคุยกับพ่อแม่เื่งานแต่งพอดีอ่ะ”
สะใภ้สามยิ้มน้อยๆ เป็เชิงปลอบใจน้องสาวเพราะไม่คิดจะให้น้องเข้าไปสู่วังวนอันซับซ้อนของตระกูลหลงแต่เธอเตรียมแผนการไว้สำหรับตระกูลไช่เพื่อสร้างฐานะด้วยตัวเองไม่ใช่การเข้าไปทำงานเป็ลูกจ้างของบริษัทเหมือนเดิมจึงเสนอความคิดต่อทุกคนในทันทีว่า
“ไม่หรอกปินปิน พี่ไม่คิดจะให้น้องเข้าไปอยู่ในนั้นแทนหรอกที่นั่นมันยุ่งยากและซับซ้อนมากกว่าพวกเราคิดพอดีละพี่ว่าจะคุยกับทุกคนเื่งานของครอบครัวเราถ้าพ่ออาการดีขึ้นแล้วก็กลับไปพักฟื้นที่บ้านดีกว่าพวกเราจะได้เริ่มต้นสร้างฐานะกันเสียที”
“อิงอิง! ลูกคิดจะทำอะไร...”ถางเจียหลิงกำลังอ้าปากพูดทักท้วงลูกสาวเพราะไม่มั่นใจทว่าถูกสามีดึงมือไว้เพื่อให้หยุดพูด
ไช่เฟิงเห็นแววตาแสดงความมั่นใจจากลูกสาวเขาตระหนักได้ว่าลูกไม่ใช่คนเดิมที่คอยแต่รับฟังคำสั่งหรือคำแนะนำจากตนและภรรยาโดยเฉพาะการแต่งกายสวยงามและท่วงท่ามั่นใจของลูกยิ่งทำให้เขาคิดว่าลูกอาจซึมซับความฉลาดและเก่งกาจของผู้คนตระกูลหลงมาบ้างจึงอยากฟังความคิดเห็นของลูกมากกว่า
“พูดต่อเถอะอิงอิงพ่ออยากรู้ว่าลูกคิดจะทำยังไง”
หัวหน้าครอบครัวไช่พูดให้ลูกสาวคนโตแสดงความคิดเห็นทั้งหมดออกมาก่อนหากพบว่าไม่มีทางเป็ไปได้หรือมีปัญหาอุปสรรคมากเกินไป ถึงจะแสดงความคิดเห็นบ้างโดยตั้งใจกลับตัวกลับใจแล้วหางานทำใหม่เพราะไม่อยากกลับคืนไปอยู่บริษัทเดิมอีก
ไช่อิงเห็นว่าพ่อแม่และน้องสาวพร้อมรับฟังแผนการดำเนินชีวิตต่อไปของตระกูลไช่แล้วเธอยิ้มน้อย ๆ อย่างให้กำลังใจทุกคนพลางพูดออกมาในแผนการซึ่งคิดไตร่ตรองไว้ดีแล้วว่า
“หนูว่าจะเจรจากับคุณชายสามคงได้เงินตอบแทนมากพอให้ทุกคนตั้งตัวได้หนูอยากให้ปินปินกับแฟนเปิดร้านอาหารเองดีกว่า ไหน ๆก็พากันเรียนจบด้านอาหารมาแล้ว อย่าไปเป็ลูกจ้างเขาเลย ่แรก ๆก็ให้พ่อแม่ช่วยเป็ลูกมือในร้านก่อน ถ้ากิจการไปได้ดีก็ค่อยจ้างคนเพิ่มพวกเราควรมีกิจการเป็ของตัวเองได้แล้ว หนูว่าปินปินเรียนด้านอาหารมาก็ดี มันหากินได้ง่ายออกหนูเองก็พอมีสูตรพิเศษจากแม่ครัวตระกูลหลงอยู่บ้างพวกเราน่าจะปรุงอาหารพิเศษออกขายได้แน่ค่ะ”
สะใภ้สามตัดสินใจเจรจาต่อรองกับสามีเพื่อหาเงินมาเป็ทุนให้ครอบครัวได้เริ่มต้นทำธุรกิจเองหากเขาไม่ให้เงินจริงแต่เธอมีเงินสำรองลอยอยู่ในอากาศพร้อมใช้อยู่แล้วฉะนั้นจึงไม่คิดกังวลมากนักแต่้ายืมชื่อสามีมาอ้างกับทุกคนมากกว่า
อนึ่งหญิงสาวรู้สึกดีที่น้องสาวเลือกเรียนคณะวิทยาศาสตร์อาหารและเทคโนโลยีในมหาวิทยาลัยปักกิ่งนอร์มัลซึ่งเป็สาขาสอนทักษะการปรุงอาหารหลากหลายเชื้อชาติโดยสามารถเปิดร้านอาหารได้เองทั้งยังมีใบรับรองคุณสมบัติจากทางมหาวิทยาลัยด้วยซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกในการยื่นขอประกอบกิจการด้านนี้
ประการสำคัญเธอคิดจะยกเลิกสัญญากับฝั่งอาสามีเพราะไม่้าเข้าไปยุ่งเกี่ยวต่อปัญหาส่วนตัวภายในตระกูลหลงสาเหตุสำคัญส่วนหนึ่งเพราะเธออกหักต่อความรู้สึกอันดีที่เคยมีต่อเขา พลางตระหนักได้ว่าเขาเพียง้าให้ตนเป็กันชนหญิงสาวทั้งหลายขณะจิตใจของเขามีหญิงคนรักอยู่แล้วซึ่งเธอไม่คิดเสียเวลาแย่งชิงด้วยแต่้าแยกตัวออกไปทำอาชีพอิสระแทน
พอกันทีสามี! ฉันไม่อยากเป็กันชนให้คุณแล้วยิ่งอยู่ใกล้คุณ ฉันก็ยิ่งเ็ปหัวใจมากเท่านั้น เลิกตอนนี้...ดีกว่าอยู่ใกล้ชิดมากขึ้นแล้วก็หลงรักมากขึ้น ไม่เอาแล้ว!ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ดีกว่า อุตส่าห์ได้เกิดใหม่ทั้งทีจะมัวจมปลักอยู่กับเขาคนเดียวงั้นหรือ?!
ไช่อิงลอบยิ้มขมขื่นให้ตัวเองต่อหน้าคนอื่นเธอสามารถแสดงบทบาทได้หลากหลายอย่างเป็ธรรมชาตินั่นจึงเป็สาเหตุหนึ่งซึ่งทำให้เธอกลายเป็สายลับมือฉกาจเพราะไม่มีใครจับผิดเธอได้แตกต่างจากสายลับคนอื่นในองค์กรที่เป็คนสุขุม เยือกเย็น นิ่งสงบทว่าพอจะแสดงบุคลิกแตกต่างจากเดิมก็ทำให้เหล่าเอฟบีไอหรือซีไอเอจับผิดและสังหารได้
สุดท้ายแล้วเธอตระหนักได้เป็อย่างดีถึงความอิจฉาริษยาของผู้คนเพราะเธอเสียชีวิตจากความไว้ใจเพื่อนร่วมงานใกล้ชิดแทนที่จะเสียชีวิตเพราะถูกศัตรูจับตัวได้ เธอจึงอยากเป็แค่คนธรรมดาที่มีคนรักจริงและมีครอบครัวเล็กๆ แต่อบอุ่นมากกว่า
พลันมีเสียงร้องแสดงความยินดีของไช่ปินดังขึ้นขัดจังหวะการครุ่นคิดในคำกล่าวของไช่อิงกันทั้งหมดว่า
“ว้าว! จริงหรือคะเจี่ยเจีย?!หนูกำลังคิดหนักอยู่เลยว่าจะพูดเื่นี้กับทุกคนยังไงหนูกับฮุ่ยเจินก็คุยกันไว้อย่างนั้นแหละค่ะ ถ้าเจี่ยเจียไม่พูดขึ้นมาก่อนหนูกับเขาว่าจะไปทำงานอยู่ในบริษัทหรือภัตตาคารสักพักพอเก็บเงินได้แล้วค่อยออกมาเปิดร้านเอง เป็การทดลองฝีมือด้วย ถ้ามีลูกค้าติดใจรสชาติอาหารพวกเราเวลาเปิดร้านก็คงจะง่ายขึ้น”
ไช่ปินโผเข้ากอดพี่สาวอีกครั้งด้วยความยินดีอย่างถึงที่สุดเธอไม่คาดคิดว่าพี่สาวจะวางแผนคล้ายคลึงกับตนหากพี่สาวมีเงินช่วยเหลือให้เปิดร้านได้เร็วขึ้นความฝันในการมีร้านอาหารของตัวเองกับแฟนหนุ่มย่อมเป็จริงแล้วยังเป็การเริ่มต้นสร้างฐานะของครอบครัวไช่ไปในตัว
สองสามีภรรยาครอบครัวไช่ต่างพยักหน้าเข้าใจเป็ระยะขณะลูกสาวคนโตพูดถึงแผนสร้างฐานะของครอบครัวทั้งคู่ต่างรู้ดีว่าลูกสาวจะต้องเผชิญหน้ากับตระกูลหลงที่ร่ำรวยและมีอำนาจซึ่งผลลัพธ์อาจไม่เป็ไปตามแผนการของลูก
ไช่เฟิงอดไม่ได้จึงพูดท้วงไม่ให้ลูกคาดหวังจนเกินไปแล้วต้องมานั่งเสียใจในภายหลังว่า
“อิงอิง...ถ้าลูกคิดดีแล้วพ่อก็ไม่ว่าอะไรหรอกนะแต่ลูกจะไปพูดกับคุณชายสาม หรือแม้แต่พวกคุณนายยังไง พวกเขามีทั้งอำนาจและอิทธิพลมากกว่าเราเขาจะยอมให้เงินลูกง่าย ๆ อยู่เหรอแล้วลูกจะยกเลิกสัญญานั่นได้ง่ายอย่างที่คิดเหรอ”
“จริงด้วยอิงอิงแม่ไม่กลัวเื่ทำงานหรอกนะ แต่ลูกจะไปพูดกับทางนั้นยังไงแม่ว่ามันเป็ไปได้ยากอยู่นา”
ถางเจียหลิงพยักหน้าเห็นด้วยกับความคิดของสามีพลางพูดเสริมอย่างกังวลใจเพราะไม่รู้ว่าลูกสาวคนโตจะใช้เงื่อนไขใดไปเจรจากับชายหนุ่มผู้น่าเกรงขามแห่งตระกูลทรงอิทธิพลได้
“พ่อกับแม่ไม่ต้องเป็ห่วงหรอกค่ะหนูมีวิธีแน่...ไว้หนูจะส่งข่าวมาอีกที พ่อนอนพักให้หายเร็ว ๆ นะคะบางทีหนูอาจไม่ได้มารับกลับบ้าน พ่ออย่าโกรธหนูแล้วกัน”
ไช่อิงยื่นมือไปรับสร้อยจี้หยกคืนมาจากพ่อพลางพูดปลอบใจทุกคนด้วยน้ำเสียงจริงจังเธอไม่สามารถบอกวิธีการหรือแผนเจรจากับสามีได้แต่อยากให้ทุกคนมั่นใจในแผนของตนซึ่งเธอคิดว่ามีโอกาสประสบความสำเร็จมากกว่าครึ่ง
หญิงสาวรู้ดีว่าไม่สามารถย้อนเวลากลับคืนไปแก้ไขอดีตที่ผ่านมาได้เธอทำได้เพียงก้าวต่อไปในทางเลือกอันเหมาะสมสำหรับตนเองและทุกคนโดยไม่คิดทำให้ใครเดือดร้อน ยกเว้นบางคนตั้งใจเข้ามาหาเื่ตนเองถึงจะตอบโต้อย่างไม่รีรอ
จากนั้นสะใภ้สามสนทนาถึงแผนการในอนาคตกับครอบครัวอยู่ต่ออีกสักพักจนถึงเวลาเหมาะสมซึ่งคิดว่าสามีน่าจะขับรถมาถึงหน้าโรงพยาบาลแล้วจึงออกจากห้องพักคนป่วยพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ขณะยืนอยู่ต่อหน้าลิฟต์ชั้นห้า
หญิงสาวลงลิฟต์แล้วเดินมาถึงหน้าอาคารโรงพยาบาลพลันทอดตาเห็นรถลีมูซีนคันยาวหรูสีดำขลับแล่นเข้ามาพอดี เธอหยุดยืนรออยู่หน้าอาคารครู่หนึ่งพอรถจอดสนิทเทียบหน้าอาคารในตำแหน่งยืนของตนพอดี พลางยืนรอให้บอร์ดี้การ์ดลงมาเปิดประตูรถให้อย่างถือดีเพราะคิดว่าไม่จำเป็ต้องกระตือรือร้นทำดีกับสามีอีกนั่นคือการตัดสินล่าสุดซึ่งเพิ่งเกิดขึ้นกับตน
.********************.
เริ่มติดเหรียญถาวรตอนที่32 เป็ต้นไปจ้า (ติดบางตอน) ในราคาย่อมเยา
จะอัปให้อ่านเย็นนี้เวลาประมาณ18.00 น. แล้วอัปวันละตอนทุกวันเวลาเดิม
สวัสดีปีใหม่นักอ่านทุกคนขอให้มีความสุขมากมาย สุขภาพแข็งแรง มั่งมีศรีสุขตลอดปีและตลอดไปจ้า