“คุณหนูเ้าคะอากาศลมแรงนักรีบเข้าเรือนกันเถิดเ้าคะ”เสียงของเสี่ยวลู่กล่าว คุณหนูว่านหนิงหันกลับมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
ความงดงามของคุณหนูในยามวสันตฤดู ใบหน้านั้นงดงามได้รูปผิวพรรณขาวเนียนผุดผาดรอยยิ้มดั่งแสงอาทิตย์แสนอบอุ่นท่ามกลางความหนาว เื้ัเป็ต้นเถาฮวาขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยดอกเถาฮวาสีชมพูสวยงามช่างเป็ความงดงามที่ตราตรึงใจของผู้คนที่ได้ยลยิ่งนัก
“ข้ายังไม่อยากเข้าเรือนเลยเสี่ยวลู่”
“เช่นนั้นจะทำให้คุณหนูอาจเป็ไข้ได้นะเ้าคะ”
“อืม ก็ได้”ว่านหนิงตอบอย่างเสียไม่ได้ เพราะเป็คนที่มีร่างกายอ่อนแอ หากถ้านางต้องลมหนาวนานเกินไปอาจจะทำให้ป่วยไข้ได้
ภายในจวนตระกูลว่านมีผู้นำตระกูลคนปัจจุบันคือว่านเฉิน เขาเป็ขุนนางระดับสามที่มีอำนาจในราชสำนักไม่น้อยเป็มือเป็ไม้คนสนิทขององค์ชายสิบแห่งราชวงศ์เซี่ย
ว่านเฉินเป็บุรุษเ้าชู้ยิ่งนักฮูหยินเอกของเขาคือสตรีจากตระกูลเซวียนซึ่งวิธีการที่เขาได้นางมานั้นคือใช้อำนาจในราชสำนักของบิดาตนเองบีบบังคับ่ชิงนางมาจากคู่หมั้น
เดิมนั้นตระกูลเซวียนเป็ตระกูลขุนนางตกอับเมื่อโดนผู้มีอำนาจใช้อำนาจในทางมิชอบบีบบังคับรังแกจึงจำใจต้องยกบุตรสาวให้เป็ฮูหยินเอกของว่านเฉินแม้จะเป็คนชั่วช้าไปบ้าง แต่ว่านเฉินก็รักและให้เกียรติเซวียนอันอย่างดี
สตรีนางหนึ่งที่ถูกบีบบังคับแม้ไม่เต็มใจก็ต้องทอดกายให้กับเขาอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงทุกวันต้องคอยปรนเปรอเรือนร่างสนองความ้าของผู้เป็สามีกาลเวลาที่ล่วงเลยนานวันเข้าทำให้นางหลงลืมอดีตที่เคยมีรักอันหวานชื่นไปจนหมดสิ้น
ทว่า...เ้าคนโฉดว่านเฉินก็ไม่ได้หยุดหยั้งเพียงหนึ่งสตรีเดียวเท่านั้นเขายังมีฮูหยินรอง และอนุมากมายหลายคน แต่ภายในใจของชายโฉดผู้นี้นั้น เซวียนอันก็ยังเป็สตรีที่เขารักและพึงพอใจมากเป็อันดับหนึ่งอยู่ดี
ทั้งสองนั้นมีบุตรสาวแสนรักอยู่หนึ่งคนมีนามว่า ว่านหนิง และว่านหนิงนั้นเกิดมาจากความรักของผู้เป็บิดามารดานางจึงเป็ที่รักของทั้งบิดามารดา และคนในตระกูลว่าน ว่านหนิงมีรูปโฉมงดงามชวนให้ผู้คนตราตรึงใจ แต่ว่านเฉินนั้นก็ไม่ได้มีบุตรแค่ว่านหนิงเพียงคนเดียว
ก่อนหน้านั้นเขาก็มีฮูหยินเอกคนแรกที่มีบุตรชายอยู่หนึ่งคนนามว่าว่านห่าวหราน และภายในจวนตระกูลว่านยังมีสตรีที่ทรงอำนาจอยู่อีกคนคือ ฮูหยินรองฉู่ฟางหรงนางให้กำเนิดบุตรสาวหน้าตางดงามคนหนึ่งที่มีนามว่า ว่านลู่หรง
ความจริงว่านเฉินยังมีบุตรอีกหลายคนแต่เกิดกับอนุ จึงนับว่าไร้ค่าในสายตาบิดายิ่งนักบุตรทั้งสามคนอย่าง ว่านห่าวหราน บุตรชายคนโต ว่านลู่หรง บุตรสาวคนรองและว่านหนิง บุตรสาวคนเล็กแสนรัก จึงนับว่าเป็บุตรคนสำคัญของจวน
แม้ภายในจวนจะดูสงบสุขแต่ก็ไม่ได้สงบสุขอย่างที่ผู้คนคิดนักฉู่ฟางหรงนั้น้าแย่งชิงตำแหน่งฐานะภายในจวน แต่ไม่อาจทำได้เพราะเซวียนอันนั้นเป็สตรีแสนรักของสามี นางจึงได้แต่สะสมความแค้นภายในใจ
ฉู่ฟางหรง คือภรรยาคนแรกมาจากตระกูลที่สนับสนุนตระกูลว่านจนมาไกลถึงเพียงนี้แต่กลับได้เพียงตำแหน่งฐานะฮูหยินรอง ซึ่งนางก็ยินยอมเพราะมารดาของว่านห่าวหรานนั้นมาจากตระกูลใหญ่ ตอนที่นางตายจากไปฉู่ฟางหรงก็ได้แต่หวังว่านางจะได้ขึ้นเป็ฮูหยินเอกของตระกูลว่าน
แต่ท้ายที่สุดว่านเฉินก็หักหลังความจงรักภักดีของนางด้วยการแต่งเซวียนอันเข้ามาไม่เพียงไม่ยกตำแหน่งฮูหยินเอกให้นาง แต่กลับหาสตรีอื่นมาแทนที่ฮูหยินคนเดิมทั้งยังรักแบบปักใจ หลงลืมสิ้นซึ่งคำสัญญาที่มอบให้ไว้แต่คราวก่อนและเพราะนางไม่อาจทำอะไรได้จึงต้องฝืนกล้ำกลืนมาโดยตลอด
“ท่านแม่ข้าไม่อยากให้ว่านหนิงได้ดีกว่าข้า ท่านแม่ ข้าเป็พี่สาวนางเหตุใดข้าถึงไม่มีงานแต่งที่ดีแบบนาง ทำไมองค์ชายสู่ขอนาง แต่กลับไม่ยอมสู่ขอข้า เพราะข้าไม่ใช่บุตรสาวฮูหยินเอกใช่หรือไม่”
เสียงตัดพ้อของบุตรสาวทำให้หัวใจของผู้เป็แม่ร้าวรานอย่างบอกไม่ถูก
บุตรสาวของนางหากเทียบกับว่านหนิงแล้วว่านลู่หรงนับว่างดงามไม่ได้ด้อยไปกว่าว่านหนิงเลยแม้แต่น้อย ตัวนางเองก็ไม่ได้รังเกียจว่านหนิง ทว่า...ลึกภายในใจมันก็อดที่จะรู้สึกชิงชังไม่ได้
เด็กคนนั้นมักจะได้ดีกว่าบุตรสาวนางในทุกเื่ไม่เคยต้องพยายาม แต่กลับได้ทั้งความรัก และคำชื่นชมเสมอมาจากทุกคน แตกต่างจากบุตรสาวของนางที่ต้องพยายามอย่างหนักเพื่อให้ได้มาซึ่งคำชื่นชมจากบิดาแต่มันก็ยากยิ่งนักที่ว่านลู่หรงจะได้รับคำชมนั้นมาสักครั้ง
และเื่ที่น่าเ็ปที่เพิ่งเกิดขึ้นว่านหนิงได้รับการสู่ขอก่อนที่บุตรสาวของนาง ทั้งที่ตามลำดับศักดิ์แล้วควรจะเป็ว่านลู่หรงก่อนที่ควรได้แต่งงานก่อนน้องสาวว่านหนิงได้รับการสู่ขอจากองค์ชายสิบ แม้ฐานะจะเป็เพียงพระชายารองแต่นั่นจะนับเป็อะไร วันหน้าหากองค์ชายสิบได้ขึ้นครองราชย์ฐานะของว่านหนิงก็จะยิ่งสูงขึ้นไปอีก แล้วบุตรสาวของนางเล่า
“แม่จะจัดการเื่นี้ให้เ้าเองไม่ว่าอย่างไรแม่ก็ต้องทำให้เ้าได้ดีกว่าว่านหนิงให้ได้”
ฉู่ฟางหรงกล่าวก่อนจะเผยสีหน้าอันแสนชั่วร้ายออกมานางไม่ยอมว่านเฉินอีกต่อไปแล้ว ในเมื่อเขาเลือกที่จะไม่รักษาสัญญานางก็ไม่รู้จะแสร้งแกล้งโง่ไปทำไมอีก ตัวนางเป็คนเช่นไรนางล้วนทราบดีอยู่แก่ใจ
/////
ผ่านมาหลายวัน ฉู่ฟางหรงก็คิดแผนการอันแยบยลที่เต็มไปด้วยเื่ร้ายกาจได้นางทุ่มเงินจำนวนมากในการจ้างโจรจอมต้มตุ๋นหลอกลวงมาหนึ่งคนโดยเอาชีวิตของบุตรสาวมันมาเป็ประกัน มันผู้นี้มีนามว่า เฉิงเซวี่ย
“ถ้าเ้าทำงานนี้สำเร็จก็จะได้รางวัลตอบแทนอย่างงามและมันมากพอที่จะใช้รักษาโรคที่บุตรสาวของเ้าเป็อยู่”
เพราะบุตรสาวอันเป็ที่รักป่วยหนักต้องใช้เงินจำนวนมากในการรักษา ทำให้เฉิงเซวี่ยไม่มีทางเลือกมากนักแม้ว่าตัวเองจะออกมาจากวงโคจรนี้แล้ว เพราะไม่อยากจะทำให้บุตรสาวต้องอับอาย
“ท่านอย่าลืมคำที่เคยสัญญาก็พอ”เฉิงเซวี่ยตอบกลับ
เฉิงเซวี่ย เคยเป็นักต้มตุ๋นหลอกลวงชาวบ้านมาหลากหลายพื้นที่ก่อนจะหนีเข้ามาที่เมืองหลวงมันเป็พ่อหม้ายฮูหยินตายมีบุตรสาวตัวน้อยมาหนึ่งคน
ลักษณะท่าทางคำพูดคำจาของมันลื่นไหลยิ่งนักเพียงแค่เอ่ยปาก ผู้คนมากมายก็ล้วนคล้อยตาม หน้าตาก็นับว่าเป็บุรุษรูปงามผู้หนึ่งถึงแม้ผิวพรรณจะหยาบกร้านเพราะทำงานหนักบ้างก็ตาม ทั้งรูปร่างและการต่อสู้ของก็นับว่าโดดเด่นอยู่ไม่น้อยเลย
“ท่านแม่ ท่านคิดจะทำอะไรเ้าคะ”ว่านลู่หรงถามมารดาของตนเอง หลังจากที่มารดาขึ้นมาบนรถม้าใบหน้าของฮูหยินรองฉู่ฟางหรงยิ้มออกมาอย่างพอใจ
นางเชื่อมั่นว่ายังไงแผนการนี้ของนางจะต้องประสบความสำเร็จอย่างแน่นอนไม่เพียงจัดการว่านหนิงได้แต่ยังทำลายความสัมพันธ์สามีภรรยาของว่านเฉินและเซวียนอันได้อีกด้วยเท่านี้นางก็คือคนที่ได้ประโยชน์มากที่สุดในจวนแล้ว
“ข้าจะให้มันมาลวงหลอกว่านหนิงให้นางได้เสียกับบ่าวไพร่ชั้นต่ำ เพียงเท่านี้น้องสาวของลูกก็ไม่ใช่ขวากหนามที่น่ารำคาญอีกแล้ว”
“ทำเช่นนี้จะไม่ถูกจับได้หรือท่านแม่”ว่านลู่หรงกล่าว แม้นางจะไม่ได้คิดอยากให้ว่านหนิงต้องมาพบเจอกับอะไรเช่นนี้ แต่ความอิจฉาริษยาความชิงชังที่ฝังลึกมาั้แ่นางยังเยาว์วัยนั้น ได้ฝังกลบความรู้สึกห่วงหาอาทรที่เคยมีต่อน้องสาวต่างมารดาจนหมดสิ้น
“ก็แค่คนสวนเท่านั้นใครจะสนใจกัน อย่างมากข้าก็แค่โดนบิดาเ้าตำหนิเื่ที่เอามันเข้ามาภายในจวน”
“แล้วท่านแม่คิดว่าว่านหนิงนางจะตกหลุมพรางหรือเ้าค่ะ”ว่านลู่หรงยังคงแสดงทีท่าที่ไม่มั่นใจนัก
“แน่นอนสิลูกแม่ย่อมคิดและวางแผนเอาไว้แล้ว เ้าไม่ต้องเป็ห่วง น้องสาวเ้าผู้นี้โง่เขลาจะตายนางไม่เคยพานพบบุรุษอื่นนอกจากบิดาและพี่ชาย บ่าวผู้นี้ก็ไม่ใช่คนธรรมดามันเป็พวกต้มตุ๋นหลอกลวง”
“ข้าไม่ได้อยากทำร้ายนางถึงขนาดนั้นว่านหนิงนางก็เป็เด็กดีมากผู้หนึ่ง” ว่านลู่หรงกล่าว ชั่วขณะในดวงตาของนางมีความรู้สึกเป็ห่วงน้องสาวขึ้นมา
นางไม่ได้เกลียดชังน้องสาวขนาดที่จะทำร้ายกันขนาดนี้แต่นางเพียงน้อยใจ และไม่อยากรู้สึกต้อยต่ำเมื่อเทียบกับน้องสาวทั้งที่นางก็เป็บุตรสาวคนหนึ่งของท่านพ่อ และนางก็เป็พี่สาว
ท่านแม่ของนางก็ไม่ได้มาจากตระกูลต่ำต้อยอะไรนางเพียงอยากแต่งงานเข้าจวนองค์ชายสิบแม้จะได้ตำแหน่งต่ำต้อยก็ยังดีกว่าเป็ฮูหยินขุนนางชั้นต่ำหรือเป็อนุของขุนนางที่อายุมากราวกับบิดา
“คิดการใหญ่เ้าจะใจอ่อนไม่ได้เด็ดขาด นึกถึงอนาคตของตนเองไว้ หากใจอ่อนก็เป็เช่นข้านี่แหละถูกบิดาเ้าหลอกซ้ำหลอกซ้อนจนเ้าต้องกลายเป็บุตรอนุ”
“เ้าค่ะท่านแม่”
จากนั้นภายในจวนตระกูลว่านก็มีบ่าวชายคนใหม่ที่มีนามว่าเฉิงเซวี่ยรูปร่างหน้าตาของบ่าวผู้นี้นั้นดีเป็อย่างยิ่งทั้งยังประพฤติตัวเรียบร้อยไม่เป็ที่สังเกตมากนัก เื่การทำงานก็ขยันดีเยี่ยม
“คุณหนูเ้าขามาทางนี้เ้าค่ะ ข้ามีอะไรจะให้ท่านดู” เสี่ยวลู สาวใช้คนสนิทของว่านหนิ่งเอ่ยบอกพร้อมกับเดินนำคุณหนูเล็กของตนเองมายังสวนด้านหลัง
“เ้ามีอะไรจะให้ข้าดูอย่างนั้นหรือเสี่ยวลู่เหตุใดดูลับลมคมในเช่นนี้” ถึงจะสงสัย แต่ว่านหนิงก็ยอมเดินตามเสี่ยวลู่มาจนหยุดอยู่บริเวณหลังต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง
“ตรงนั้นอย่างไรเ้าคะ”
ว่านหนิงมองไปยังสวยดอกไม้ที่มีบ่าวผู้ชายคนหนึ่งกำลังขุดดินอยู่
“ก็แค่บ่าวกำลังขุดดินเ้าชวนข้ามาดูทำไมเสี่ยวลู่” ว่านหนิงหันไปถามสาวใช้ด้วยความไม่เข้าใจ
“ข้าชอบเ้าค่ะ”จบคำพูดของเสี่ยวลู่ เสียงหัวเราะของนายกับบ่าวก็ดังขึ้น ทำให้เฉิงเซวี่ยที่กำลังขุดดินอยู่หันมามองโดยที่อีกสองคนนั้นไม่ทันได้สังเกต
แค่เห็น เฉิงเซวี่ยก็รู้ทันทีว่านี่คือคุณหนูเล็กที่เขาได้รับค่าจ้างมาให้ทำร้ายนางแต่ใบหน้าที่ดูอ่อนต่อโลกเช่นนี้ ไม่ใช่แค่เขาบุรุษใดเห็นจะทำร้ายนางลงได้อย่างไรกัน
แม้ว่าจิตสำนึกส่วนดีจะยังพอมีอยู่บ้างแต่ชีวิตบุตรสาวของตนเองนั้นสำคัญกว่าสิ่งอื่นใดเฉิงเซวี่ยจึงก้มหน้าทำงานของตนต่อไป และรอวันที่จะลงมือ
///////////////////////////////////////////////////////