ซินเยวี่ยวางแผนให้หลินเต๋อหัวไปเรียนช่างไม้ไม่ใช่เพียงเพราะเห็นเฟอร์นิเจอร์ที่บ้านของซินจู๋แล้วเกิดความคิดแต่เป็สิ่งที่เธอคิดทบทวนมานานแล้ว
ในชาติก่อน จางเฉียงก็เป็ช่างไม้และก่อเหตุข่มขืนหญิงสาวปัญญาชนระหว่างเรียนวิชากับครูของเขาทำให้ต้องเข้าไปอยู่ในคุก แต่ฝีมือช่างของเขากลับเชี่ยวชาญ เมื่อพ้นโทษออกมาจางเฉียงก็เลี้ยงชีพด้วยฝีมือช่างไม้ จนกระทั่งในปี 1990เขาก็ไปเปิดโรงงานเฟอร์นิเจอร์ในเมือง ทำเฟอร์นิเจอร์เอง ขายเองพอถึง่ปี 2000 โรงงานเฟอร์นิเจอร์ของจางเฉียงก็ขยายไปถึงเมืองหลวงของมณฑลและมีขนาดค่อนข้างใหญ่
จางเฉียงสุภาพอ่อนโยนกับทุกคนยกเว้นกับซินเยวี่ยที่เขาโหดร้ายผิดปกติ เขาทุบตีลูกในท้องของซินเยวี่ยถึงสองครั้งแต่กลับแอบเลี้ยงดูผู้หญิงคนอื่นข้างนอก ให้กำเนิดลูกนอกสมรสถึงสองคนซึ่งซินเยวี่ยเพิ่งมารู้เื่นี้ก่อนตายไม่นาน
ทั้งชาติก่อนและชาตินี้ซินเยวี่ยไม่เข้าใจว่าทำไมจางเฉียงถึงโหดร้ายกับเธอขนาดนี้หรือว่าเธอจะเป็ศัตรูคู่อาฆาตของเขาในชาติปางก่อนกันแน่?
ซินเยวี่ยหวังว่าพี่ชายจะเรียนรู้ทักษะติดตัวไว้เผื่อวันข้างหน้าเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน จะได้เลี้ยงดูตัวเองได้ด้วยทักษะนี้และยังเป็ทุนในการแต่งงาน ตราบใดที่ไม่ทำผิดกฎหมาย แม้จะเป็คนพิการขอแค่เลี้ยงตัวเองได้ ก็ยังมีโอกาสได้ภรรยา
ชาติก่อนเหตุผลที่พี่ชายหาภรรยาไม่ได้หลังจากพิการ และต้องเอาตัวน้องสาวไปแลกภรรยากลับมาก็เพราะเขาไม่มีความสามารถเอง
ครึ่งชั่วโมงต่อมาซินจู๋กับซินเยวี่ยก็ยกอาหารมาวางบนโต๊ะ มีกับข้าวสี่อย่างและหมั่นโถวขาวนึ่งที่ทำไว้ั้แ่เช้า
ระหว่างกินอาหารซินจู๋ก็พูดถึงเื่ที่ซินเยวี่ยเพิ่งคุยกับตนให้แม่หลินฟัง“แม่ ถ้าให้หัวจื่อเรียนช่างฝีมือ ชีวิตนี้เขาก็จะมีหลักประกันถ้าเรียนช่างไม้ต้องเอาเงินส่วนหนึ่งให้ครู ถ้าแม่ไม่มีเงิน ฉันออกให้ได้นะ”
แม่หลินประหลาดใจเล็กน้อย“เรียนช่างไม้ก็ดีนะ ซินจู๋ทำไมนึกอยากให้หัวจื่อเรียนช่างฝีมือขึ้นมาล่ะ”
ซินจู๋รีบยิ้มแล้วพูดว่า“นี่เป็ความคิดของเยวี่ยเยวี่ยเธอกลัวว่าพ่อกับแม่จะไม่เห็นด้วยที่หัวจื่อเรียนช่างไม้ ฉันเลยพูดแทนเธอ”
พอแม่หลินได้ยินว่าเป็ความคิดของซินเยวี่ยก็ไม่ได้แปลกใจเพราะรู้ว่าซินเยวี่ยมีความคิดเยอะแยะ มีความรู้กว้างขวาง
แม่หลินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า“กลับไปแม่จะปรึกษากับพ่อของแกดูก่อน ถ้าเขายอม แม่ก็ไม่ว่าอะไรพูดจริงๆ แม่ก็หวังว่าหัวจื่อจะได้เรียนรู้ทักษะติดตัวไว้ต่อให้ไม่ออกไปรับจ้างคนอื่น ทำเก้าอี้ม้านั่งใช้เองที่บ้านก็ไม่ต้องเสียเงินจ้างคนอื่นทำ”
เมื่อเห็นว่าแม่ตอบตกลงให้พี่ชายไปเรียนช่างไม้แล้วซินเยวี่ยก็ไม่ต้องพูดอะไรมาก
หลังจากกินอาหารกลางวันเสร็จซินเยวี่ยก็ช่วยซินจู๋เก็บโต๊ะและล้างจานจากนั้นสามแม่ลูกก็นั่งคุยกันใต้ซุ้มองุ่นในลานบ้าน
พอแดดร่มลมตก ซินเยวี่ยกับแม่หลินก็กลับบ้าน
พ่อหลินกับหลินเต๋อหัวทำอาหารไม่เป็พอซินเยวี่ยกลับถึงบ้านก็รีบเข้าครัวทำอาหารเย็น
อาหารเย็นง่ายๆ ทำโจ๊กผักป่าหม้อใหญ่
ทั้งสี่คนกินโจ๊กผักป่ากับเจียนปิ่ง
“เยวี่ยเยวี่ยอีกสองวันแม่จะทำเจียนปิ่งนะ แกมาหัดทำกับแม่แม่รู้ว่าแกเกลียดงานแบบนี้ว่ามันเหนื่อย แต่แกก็ไม่หัดทำไม่ได้นะจะมีใครไม่ทำเจียนปิ่งเป็บ้างล่ะ แกเป็แบบนี้แล้วจะหาสามีได้ยังไง” แม่หลินกำเจียนปิ่งที่กินไปครึ่งหนึ่งไว้ในมือแน่นแล้วมองซินเยวี่ยที่ก้มหน้าก้มตากินโจ๊กผักป่าด้วยสีหน้าจริงจัง
ซินเยวี่ยกินอาหารน้อยมากโจ๊กผักป่าแค่ชามเดียวก็เพียงพอแล้ว
พอได้ยินว่าแม่บังคับให้ตัวเองเรียนทำเจียนปิ่งอีกครั้งซินเยวี่ยก็จนปัญญา
เด็กสาวที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับซินเยวี่ยทำเจียนปิ่งเป็กันหมดแล้วซินเยวี่ยไม่ชอบงานแบบนี้เอามากๆ รู้สึกว่าเหนื่อยและร้อนแถมเธอเองก็ไม่ชอบกินเจียนปิ่ง
ตอนที่ยังเรียนอยู่ซินเยวี่ยไม่ยอมเรียนทำเจียนปิ่ง แม่หลินก็เลยไม่ได้บังคับแต่ตอนนี้เธอไม่ได้เรียนแล้ว อีกไม่นานก็ต้องหาคู่ครองถ้ายังทำเจียนปิ่งไม่เป็ก็ยุ่งยากแล้ว
ผู้หญิงในยุคนี้จะไม่มีความรู้จะไม่มีหน้าตาก็ยังได้ แต่ต้องทำเจียนปิ่งเป็ เย็บปักถักร้อยได้ลงไปทำงานในไร่นาได้
เื่ลงไปทำงานในไร่นาซินเยวี่ยพอจะทำได้แบบไม่เต็มใจ ส่วนงานเย็บปักถักร้อยก็พอถูๆ ไถๆ ไปได้แต่เื่ทำเจียนปิ่ง ซินเยวี่ยทำไม่เป็เลย แถมยังไม่อยากจะเรียนอีกด้วย
ชาติก่อน เธอถูกบังคับให้เรียนทำเจียนปิ่งแต่ฝีมือแย่มาก เจียนปิ่งที่เธอทำหนากว่าของคนทั่วไปแถมผิวหน้าของแผ่นแป้งก็ไม่เรียบเนียน เพราะคุมไฟไม่ดีทุกครั้งที่ทำเจียนปิ่งก็ต้องไหม้ไปเยอะ ทำให้เธอโดนคนในบ้านสามีดุด่าไม่น้อย
ชาตินี้ซินเยวี่ยไม่คิดที่จะเรียนทำเจียนปิ่งอีก
ดังนั้นพอแม่บอกให้เธอหัดทำเจียนปิ่งอีกครั้งซินเยวี่ยก็วางตะเกียบลงทันที แล้วพูดกับแม่หลินอย่างเด็ดขาดว่า“แม่ ทำเจียนปิ่งน่ะหนูไม่มีทางเรียนได้หรอกอย่าเสียเวลาพูดกับหนูเลย”
พูดจบ ซินเยวี่ยก็ลุกขึ้นจากที่นั่งทันทีแล้วเดินจากไป
เมื่อเผชิญหน้ากับแผ่นหลังที่เด็ดเดี่ยวของซินเยวี่ยแม่หลินก็โกรธจนกระทืบเท้า “แกบอกสิว่ายัยลูกคนนี้มันเป็อะไรไปทำไมถึงอารมณ์ร้ายขึ้นเรื่อยๆ แบบนี้ ถ้าเป็แบบนี้ต่อไปแล้วจะทำยังไงดี”
หลินเต๋อหัวรีบพูดจาดีๆ ปกป้องน้องสาว“แม่ อย่าโกรธเลยเยวี่ยเยวี่ยไม่อยากเรียนทำเจียนปิ่งก็ไม่ต้องเรียนไม่ได้กินเจียนปิ่งแล้วจะอดตายซะที่ไหน”
แม่หลินแค่นเสียงเย็น“แกจะรู้อะไร ถ้าเยวี่ยเยวี่ยทำเจียนปิ่งไม่เป็ต่อไปแต่งงานไปอยู่บ้านสามี แม่สามีจะต้องกลั่นแกล้งเธอแน่ๆเธอจะกินแต่เจียนปิ่งที่แม่สามีทำให้ตลอดไปได้ยังไงที่แม่ทำไปก็เพื่อเยวี่ยเยวี่ยทั้งนั้นเมื่อก่อนตอนที่แม่แต่งเข้ามาก็เพราะหั่นเนื้อเป็ก้อนสี่เหลี่ยมไม่สวยถึงโดนย่าของแกต่อว่าไม่ใช่หรือไง”
หลินเต๋อหัวพูดอย่างไม่ใส่ใจ“แม่ เยวี่ยเยวี่ยตอนนี้เป็ครู กินเงินเดือนของรัฐแถมยังสวยขนาดนี้ ต่อไปต้องหาคนที่กินเงินเดือนของรัฐเหมือนกันแน่ๆถึงตอนนั้นก็ได้กินแต่หมั่นโถวขาวทุกวันแล้ว”