เมื่อเห็นระดับตัดิญญาของตระกูลต้วนจำนวนมากใบหน้าของสองตระกูลก็เปลี่ยนไปพวกเขาไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะซ่อนกำลังเอาไว้มากขนาดนี้
“มันเป็ไปได้ยังไงระดับตัดิญญามากขนาดนี้มันเทียบได้กับสำนักใดสำนักหนึ่งได้เลย” ผู้นำตระกูลกวงกรีดร้อง
“ฏตระกูลต้วนคิดจะฏ พวกมันคิดจะแช่งชิงอำนาจจากสามสำนัก” ผู้นำตระกูลหลี่คำรามออกมาเห็นได้ชัดว่าเขา้าใส่ความตระกูลต้วนเพื่อให้สามสำนักโจมตีตระกูลต้วน
“แม้พวกเ้าจะมีระดับตัดิญญาจำนวนมากแต่คิดว่าจะสามารถต่อกรกับสำนักเฟยหยางได้งั้นเหรอ”ผู้าุโสำนักเฟยหยางกล่าวเห็นได้ชัดว่าพวกเขามองตระกูลต้วนเป็ภัยคุกคามแล้ว
“นั่นก็ขึ้นอยู่ว่าเ้ามีความสามารถหรือไม่”เมี่ยวอิงเยว่ปรากฏตัวและกล่าว
“ประมุขเมี่ยวทำไมเ้าถึง!!!!!”ผู้าุโสำนักเฟยหยางใ
“อู๋เซิ่งเป็ศิษย์ของข้าแถมเขาก็เป็นายน้อยตระกูลต้วนอีกด้วย แถมข้าเองก็รับรู้เื่ราวมาได้สักพักแล้วแต่ไม่คิดว่าสำนักเฟยหยางจะโง่ขนาดถูกหลอกใช้แบบนี้น่าผิดหวังดูเหมือนสำนักเฟยหยางจะตกต่ำมากจริงๆ” เมี่ยวอิงเยว่เย้ยหยัน
“หมายความว่ายังไง”ผู้าุโสำนักเฟยหยางหันไปมองสองผู้นำตระกูล
“ข้าไม่รู้หรอกว่าสองคนนั้นไปบอกพวกท่านว่าอะไรแต่หลายปีมานี้สองตระกูลนั้นวางแผนจะกลืนกินตระกูลต้วนอยู่หลายครั้ง และยิ่ง 4ปีมานี้พวกเขายิ่งลงมือบ่อยครั้ง แต่เมื่อสู้ไม่ได้พวกเขาก็เข้าหาพวกท่านและหลอกให้พวกท่านลงมือแทนพวกเขา”ต้วนเทียนกล่าว
“บังอาจ!!!!!!!!!”ผู้าุโสำนักเฟยหยางคำรามออกมาด้วยความโกรธ
“ไม่จริงพวกเราไม่ได้คิดแบบนั้นเลย” ทั้งสองตื่นตระหนกการปรากฏตัวของเมี่ยวอิงเยว่ทำให้สถานการณ์เปลี่ยนไป
“หึในเมื่อเื่นี้เป็ของสองตระกูลข้าก็ไม่อยากจะยุ่งแต่ถึงอย่างไรสองตระกูลก็เืจะติดตามสำนักเฟยหยางแล้วเพราะงั้นข้าไม่อาจมองพวกเขาถูกทำลายได้”ผู้าุโสำนักเฟยหยางกล่าว
“ถ้าเช่นนั้นพวกเขาก็ต้องจ่ายด้วยราคาที่เหมาะสม”อู๋เซิ่งกล่าว
“เ้าเป็ใคร”ผู้าุโสำนักเฟยหยางมองอู๋เซิ่งด้วยแววตาแปลกใจ อายุยังน้อยแต่กลับมีพลังบ่มเพาะที่สูงมากแถมแววตากลับวงบไร้ความกลัวเมื่อต้องเจอกับระดับตัดิญญาอีกด้วย
“เขาคือศิษย์ของข้า”เมี่ยวอิงเยว่ปรากฏตัวข้างๆเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายลอบโจมตีได้
“สองตระกูลนั้นมาก่อกวนกิจการพวกเราไม่หยุดแถมยังทำร้ายนักปรุงยาที่ยอดเยี่ยมองตระกูลจนได้รับาเ็สาหัสเื่นี้จำเป็ต้องชดใช้ได้หินิญญาจำนวน2 ล้านก้อน” อู๋เซิ่งกล่าว
“อย่าได้กล่าวไร้สาระหินิญญา 2 ล้านก้อนพวกเราจะไปหาจากไหน” ผู้นำตระกูลทั้งสองกล่าว
“พวกเ้ามีกันอยู่แล้วอย่าคิดว่าข้าไม่รู้ว่าพวกเ้านั้นร่ำรวยมากแค่ไหนแล้วอีกอย่างนี่คือข้อเสนอพวกเ้าจะไม่รับก็ได้แต่หากไม่รับพวกเราก็จะเปิดากันทันทีและถึงตอนนั้นหากสำนักเฟยหยางอยู่ฝ่ายพวกเ้า ทางข้าก็มีหุบเขาเฟยเซียงคราวนี้ก็ต้องดูว่าสำนักเฟยหยางเต็มใจที่จะสูญเสียเพื่อพวกเ้าหรือไม่” อู๋เซิ่งกล่าว
คำกล่าวของอู๋เซิ่งทำให้ผู้าุโทั้งสามขมวดคิ้วตามจริงเื่ของสองตระกูลพวกเขายังไม่ได้รายงานประมุขเพราะพวกเขาคิดจะหาผลประโยชน์จากสองตระกูลให้เต็มที่เสียก่อนหากพวกสองตระกูลเข้าพบประมุขโดยตรงผลประโยชน์คงไม่มีมาถึงพวกเขาแน่
“จ่ายไปเถอะตอนนี้หากต่อสู้กันจริงๆแม้พวกข้าจะกันหุบเขาเฟยเซียงได้แต่พวกเ้าปกป้องตัวเองได้หรือไม่”ผู้าุโสำนักเฟยหยางกล่าว
“พวกข้า!!!!!”ทั้งสองคนมองไปยังระดับตัดิญญาตระกูลต้วนแต่ละคนต่างแข็งแกร่งมากหากสู้กันจริงๆแม้พวกเขาจะร่วมมือกันก็ไม่อาจแน่ใจว่าจะสู้ได้
“ข้าให้เวลา10 วัน ภายใน 10 วันหากยังไม่นำหินิญญามาพวกเราจะเริ่มโจมตีทันที” อู๋เซิ่งกล่าว
“บัดซบเอ้ย”ทั้งสองคำรามแต่ก็ทำอะไรไม่ได้
ผู้าุโทั้งสามมองอู๋เซิ่งก่อนจะจากไปพวกเขารับรู้แล้วว่าอู๋เซิ่งจะต้องเป็ภัยต่อพวกเขาในอนาคตแน่เพราะงั้นพวกเขาจะต้องรับกลับไปรายงานเื่นี้ให้ประมุขทราบเพื่อเตรียมพร้อมวางแผนจัดการอู๋เซิ่งในอนาคต
“ต่อจากนี้เ้าจะต้องระวังตัวให้ดีพวกมันไม่มีทางปล่อยให้เ้าเติบโตแน่” เมี่ยวอิงเยว่กล่าว
“ลำพังแค่พวกเขางั้นเหรอข้าไม่เห็นพวกเขาอยู่ในสายตาอยู่แล้ว” อู๋เซิ่งกล่าว
เขาเป็ถึงจอมปราชญ์มีศิษย์เป็ถึงาาเซียนกับระดับตัดิญญาที่อ่อนแอพวกนี้เขาไม่คิดอะไรมากอยู่แล้วเพราะไม่นานเขาก็คงสามารถถึงระดับตัดิญญาแล้ว
“พวกเ้ากลับไปเตรียมพร้อมไว้หากสองตระกูลไม่ทำตามสัญญาเราจะลงมือทันที”ต้วนเทียนกล่าว
“ขอแสดงความยินดีกับตระกูลต้วนด้วยไม่คิดว่าจะมีอัจฉริยะมากความสามารถปรากฎตัว” ผู้าุโตระกูลซางเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้ม
“ฮ่าฮ่า ทางตระกูลซางก็ไม่ใช่ว่ามีอัจฉริยะที่น่าทึ่งเหมือนกันงั้นเหรอเห็นว่าสามารถทำสัญญากับวิหคห้าสีได้แถมยังเป็สัตว์อสูรที่มีโอกาสไปถึงระดับเซียนอีกด้วย”ต้วนเทียนกล่าว
“ก็แค่โชคดีเท่านั้นเมื่อเทียบกับหลานชายของผู้นำตระกูลต้วนแล้วยังห่างไกลมากนัก”
อู๋เซิ่งไม่ได้สนใจพวกคนแก่คุยกันและไปดูอาการของต้วนเซียงหลังจากที่อาการของนางดีขึ้นแล้วอู๋เซิ่งก็เรียกรวบนักปรุงยาของตระกูลต้วนเข้าไปในห้องปรุงยาและเริ่มสอนพวกเขาปรุงยาชนิดใหม่ขณะเดียวกันก็ตรวจสอบความก้าวหน้าของคนทั้ง10 คนอีกด้วย
“ไม่เลวดูเหมือน่ที่ข้าไม่อยู่พวกเ้าเองก็ขยันฝึกฝนอยู่บ้างเอาละต่อจากนี้ข้าก็วางใจให้พวกเ้าดูแลกิจการได้แล้ว” อู๋เซิ่งพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
จากนั้นอู๋เซิ่งก็ใช้เวลาอยู่กับต้วนเทียนและต้วนเฟิงพร้อมกับชี้แนะและมอบทักษะบางอย่างให้พวกเขา
“นี่มันเื่จริงงั้นเหรอทักษะขั้นเซียน” ต้วนเทียนตกตะลึง
“ถูกต้องด้วยทักษะบ่มเพาะที่พวกท่านฝึกฝนอยู่มันยากมากที่จะทะลวงขั้นเซียนถึงอย่างไรมันก็แค่ทักษะที่ระดับตัดิญญาคิดค้นขึ้นแถมตระกูลของเราไม่มีใครเลยที่เคยทะลวงขั้นเซียนมาก่อนดังนั้นข้าเลยขอร้องอาจารย์ให้ท่านมอบทักษะบ่มเพาะขั้นเซียนมา” อู๋เซิ่งกล่าว
“หลานรักเ้าทำให้ข้ามีความสุขมาก ด้วยทักษะขั้นเซียนนี้ข้าย่อมมีโอกาสทะลวงขั้นเซียนแล้ว”ต้วนเทียนนั่งกอดทักษะด้วยใบหน้ามีความสุข
“เ้าจะไปแล้วสินะ”ต้วนเฟิงกล่าว
“ถูกต้องข้ารั้งท่านมาหลายปีแล้ว ตอนนี้ท่านอยากจะออกเดินทางข้าก็ไม่ห้ามท่าน แต่หากจะให้ปลอดภัยท่านทะลวงครึ่งเซียนให้ได้ก่อนแล้วค่อยเดินทางจะดีกว่าเพราะเส้นทางจากภูมิภาคทางตอนใต้ของพวกเรากับแดนเซียนนั้นไกลมากระหว่างทางมีสัตว์อสูรขั้นเซียนอยู่นับไม่ถ้วนแถมยังมีขั้นครึ่งเซียนอยู่ไม่รู้ตั้งเท่าไหร่เพราะงั้นถึงอันตรายมาก”อู๋เซิ่งกล่าว
“ข้ารู้ดีข้าเองก็เตรียมพร้อมทะลวงครึ่งเซียนอยู่แล้ว ขอแค่ข้ามีพลังในระดับครึ่งเซียนบวกกับแผนที่ของมารดาเ้าข้าก็มั่นใจว่าจะสามารถเดินทางไปถึงแดนเซียนได้”ต้วนเฟิงกล่าว