ผ่านไปอีกหนึ่งเดือนลมปราณก็ยังคืบหน้าไปได้ไม่ไกลจากเดิมนัก มันเพิ่มขึ้นมาแค่เล็กน้อย หากให้เทียบแล้ว ก็เหมือนกับว่าก่อนหน้านี้มีอยู่ 6 ใน 10 แต่เพิ่มมาแค่ 1ส่วน เป็ 7 ใน10 อาหารของเขาที่มีอยูก็ลดลงไปเรื่อยๆ หากไม่ทำอะไรสักอย่าง ในไม่ช้าเขาจะต้องอดตายในหุบเหวนี้แน่ๆ
ชายหนุ่มลุกขึ้นแล้วออกไปนอกถ้ำมุ่งหน้าไปยังบ่อๆ หนึ่ง เขานั่งลงไปแช่น้ำในบ่อใหม่ที่ขุดขึ้นมาใหม่ บ่อนี้เขาทำเป็บ่อสำหรับนั่งแช่เพื่อผ่อนคลายเวลาที่เขาฝึกแล้วมันไม่คืบหน้าไปไหนเลย
และพักหลังเขามักจะมานั่งแช่น้ำในบ่อนี้บ่อยมาก แต่ทุกๆ ครั้งที่เขาได้นั่งแช่ในบ่อเพียงไม่นานความคิดของเขาจะเริ่มแจ่มใสขึ้น และวิธีใหม่ๆ ในการฝึกจะผุดออกมาราวกับดอกเห็ด
ความคิดบางอย่างมันก็ช่วยและบางอย่างก็ไม่ช่วยอะไรเลย ตอนนี้สายตาของเขามองไปที่ก้อนเมฆ เขามองมันอย่างล่องลอยไม่ได้มีจุดหมายอะไรเลย
ทันใดนั้นเขาก็คิดได้ กระบองของอาจารย์เขามันมีสองอัน แต่อันแรกนั้นเขาได้ดูดซับลมปราณเข้าร่างกายของเขาไปแล้ว ส่วนอีกอันเขายังไม่ได้หยิบขึ้นมาเลย และไม่รู้ว่าจะมีลมปราณถูกผนึกไว้ไหม เพราะหลังจากที่เริ่มโคจรลมปราณครั้งแรกเขาก็ไม่ได้แตะต้องพวกมันอีกเลย
สาเหตุที่ไม่ได้แตะต้องกระบองทั้งสองอันเลยเพราะว่าในตอนแรกเขายังไม่จำเป็ต้องใช้มัน เนื่องจากมวยไร้สิ้นสุดใน่แรกยังไม่ถึงขั้นที่ต้องใช้อาวุธร่วมเป็เพียงเพลงมวยที่ใช้ร่างกายเป็อาวุธ ตอนนี้เขาลุกพรวดขึ้นมาแทบจะในทันทีที่คิดได้ถึงกระบองอีกอัน
ตาทั้งสองดวงของเขาจ้องเข้าไปภายในถ้ำ ขาทั้งสองข้างของเขาเคลื่อนที่ตามท่าเท้าก้าวชมจันทร์โดยอัตโนมัติ ไม่นานกระบองสั้นสองอันปรากฏขึ้นบนสายตาของเขา สภาพของมันในตอนนี้โดนฝุ่นกลบฝังจนเกือบมิด เขาควบคุมธาตุลมเพื่อเป่าฝุ่นทั้งหมดออกไป แล้วเอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมา
ทันใดนั้นลมปราณสายหนึ่งก็ไหลเข้ามายังตัวของเขา กอนรีบนั่งลงบนพื้นแล้วโคจรลมปราณไปทั่วร่างกายจากนั้นจึงค่อยปรับสภาพให้ร่างกายของเขาสามารถดูดซับได้ แต่กว่าจะควบคุมให้มันสงบลงได้ก็ใช้เวลานานเกือบครึ่งชั่วโมง
ครึ่งวันผ่านไป ในที่สุดลมปราณของอาจารย์ก็หลอมรวมเข้ากับลมปราณของเขาได้แล้ว แต่มันก็ยังไม่พอที่จะใช้ทะลวงเข้าสู่ขั้นถัดไปได้ ระดับลมปราณของเขาในตอนนี้อยู่ในระดับปราณเริ่มต้น่ปลายของขั้นที่3แล้ว
กอนเดินออกไปที่นอกถ้ำ เขาจับปลาขึ้นมาแล้วทำการสับหัวเลาะเกร็ดรวมถึงเอาก้างออก ก่อนจะเอาสมุนไพรมาทาให้ทั่วเนื้อปลา คราวนี้เขาไม่ได้เสียบไม้ปิ้ง แต่เขานำมันมาวางบนแผ่นดินที่ได้สร้างขึ้นมา ก่อนจะนำฝามาครอบลงไปอีกที
มันคือการอบซึ่งจะทำให้ความหอมกระจายไปทั่วเนื้อปลาอย่างแท้จริง ั้แ่ที่เขาได้เริ่มควบคุมธาตุดินและเปลี่ยนให้มันเป็รูปทรงตางๆ ได้ ความคิดเื่นี้นี้จู่ๆ ก็ผุดขึ้นมาในขณะที่กำลังมองปลาในบ่อไปด้วย
หลังจากกินเสร็จเขาก็นั่งพักสักครู่ ก่อนเริ่มฝึกฝึกมวยไร้สิ้นสุดรวมถึงท่าเท้าก้าวชมจันทร์ในเวลาต่อมา เมื่อฝึกจนพอใจแล้ว เขาก็ค่อยๆ หย่อนก้นลงบนพื้น แล้วโคจรพลังลมปราณต่อ ร่างกายนี้ยังคงดูดซับลมปราณธรรมชาติอึกนานนับชั่วโมง ลมปราณก็ค่อยๆ เพิ่มขึ้นไปตามเวลาเพิงแต่มันไม่ได้เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโด
ซ่า......ซ่า.....
สายฝนรั่งรินไปทั่วทั้งป่าและหุบเหวของเขา มันค่อยๆ ตกแรงขึ้นเรื่อยๆ เรื่อยๆ แต่กอนนั้นกลับไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างเลย เขายังคงฝึกต่อไปโดยไม่รู้ว่า พายุเริ่มพัดกรรโชกแรงขึ้นเรื่อยๆ
แม้ว่าสิ่งต่างๆ รอบตัวจะทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น แต่กระนั้นแล้วมันยังไม่สามารถทำให้เขาหลุดออกจากภวังค์ได้
ครึ่น!!!!!!
เสียงฟ้าร้องดังก้องไปทั่วบริเวณนี้ ก่อนจะมีฟ้าแลบออกมาและเกิดเสียงตามหลัง วนไปมาแบบนี้อย่างต่อเนื่อง เปรี้ยง!!!!!!!!!! เปรี้ยง!!!!!!!!!! เปรี้ยง!!!!!!!!!!
พายุยิ่งมายิ่งแรงขึ้นเรื่อยๆ แต่กอนก็ยังคงนั่งนิ่งไม่เคลื่อนย้ายไปไหน ทำให้ตอนนี้เขาดูเหมือนกับรูปปั้นหินที่ไม่ยสามารถทำให้เคลื่อนไหวไปไหนได้ ลมปราณที่รวบรวมมาเริ่มเพิ่มขึ้นมากมายใน่นี้ ยิ่งฝนตกมากลมปราณที่ดูดซับก็มีมาก แม้ว่ามันจะมากกว่าเดิมเล็กน้อย แต่กอนก็ไม่ได้สนใจ เขาสนใจเพียงแต่ว่าต้องรีบดูดซับมันให้เร็วขึ้นกว่านี้ เพราะเขาจะปล่อยโอกาสแบบนี้ไปไมได้เด็ดขาด ลมปราณไหลเข้าตัวของเขาเรื่อยๆ ยิ่งฝนตกแรงมันยิ่งมีมากขึ้น มากขึ้น
ทางด้านเหนือของเมืองอาเรส
“หัวหน้าครับ เราหยุดค้นหาเพียงแค่นี้ก่อนเถอะครับ” ชายคนหนึ่งขอร้องให้ชายชุดคลุมซึ่งเป็หัวหน้าของเขา ให้หยุดการตามหาคนผู้นั้นก่อน เนื่องจากสภาพอากาศตอนนี้ไม่เป็ใจเอาซะเลย แถมพายุฝนนั้นดูจะรุนแรงกว่าครั้งไหนๆ ที่พวกเขาเคยเห็นมา
ชายชุดคลุมมองดูสถานการณ์รอบๆ ก่อนจะออกคำสั่งอย่างช่วยไม่ได้
“ให้ทุกคนหลบฝนกันก่อน และมัดตัวเองกับต้นไหม้ใหญ่ซะ ใครอยู่ใกล้ๆ กันก็มัดเชือกติดกันด้วย” เขาพูดผ่านอุปกรณ์สื่อสารบางอย่างรูปร่างของมันดูเหมือนแท่งแก้วแท่งเล็กๆ
เขาเหม่อมองไปยังท้องฟ้าที่ยามนี้เต็มไปด้วยแสงสว่างจากฟ้าแลบ ตอนนี้เวลาผ่านไปเป็ปีแล้ว กลุ่มของเขายังหาชายคนนั้นไม่เจอซักที หลังจากคิดอะไรต่อมิอะไรเสร็จสิ้น เขาก็นำเชือกไปผูกตัวเองกับต้นไม้เอาไว้
เปรี้ยง!!!!!!!!!! เปรี้ยง!!!!!!!!!! เปรี้ยง!!!!!!!!!!
สายฟ้าฟาดกระหน่ำลงผืนดิน เรื่อยๆ ไม่หยุดยั้ง มันฟาดไปทางนู้นทีทางนี้ที ในที่สุดความสูญเสียก็เกิดขึ้นกับกลุ่มของเขา
“หัวหน้า หน่วยที่สามโดนฟ้าผ่าไปแล้วครับ” ลูกน้องที่อยู่ใกล้เคียงกับหน่วยสามรายงานขึ้นมา
“บัดซบ บอกให้ผู้ใช้ธาตุดินทุกหน่วย กางโดมดินคลุมพวกมันเอาไว้” เมื่อเขาสั่งการเสร็จ ทุกหน่วยก็ทำการกางโล่ดินออกมาคลุมตัวของแต่ละกลุ่มเอาไว้
แต่การสูญเสียก็ยังคงเกิดขึ้นอยู่ดี ถึงแม้จะไม่ตายแต่มันก็าเ็หนักเอาเื่ ผู้าเ็ทั้งหมดรวมๆ แล้วมีอยู่ห้าหน่วย บางหน่วยสองคน บางหน่วยก็สามคน
เมื่อได้ยินรายงานจากลูกน้องของเขา ชายชุดคลุมก็สั่งการลงไปอีกครั้ง
“อนุญาตให้ใช้ยาฟื้นฟูระดับกลางได้ หากอาการหนักเกินไปให้ใช้ยาฟื้นฟูระดับสูง” ซึ่งหน่วยที่มีคนาเ็ทุกหน่วยก็ไม่รอช้า พวกเขารีบปฏิบัติตามคำสั่งทันที
แม้ว่าตอนนี้จะเกิดเสียงที่ดังขนาดไหนกอนก็ยังคงดูดซับลมปราณไปเรื่อยๆ โชคดีที่สายฟ้ายังคงไม่ผ่าลงมาในหุบเหว หรืออาจเป็เพราะธรรมชาติของสายฟ้า มันมันจะผ่าลงที่สูงเสมอก็เป็ได้ แต่ในขณะนี้ในหุบเหวก็ไม่ปรากฏสายฟ้าสักลำผ่าลงมาเลย
ตอนนี้มาถึง่สำคัญที่สุดแล้ว ลมปราณที่รวบรวมมาเริ่มเพียงพอที่จะทะลวงสู่ขั้นถัดไป เขากระแทกลมปราณไปยังจุดสำคัญต่างๆ ทั่วทั้งร่างกาย และยังเร่งความเร็วในการโคจรลมปราณขึ้นอีกเท่าตัว
ส่งผลให้เกิดการะเิของลมปราณในร่างกายของเขารัวๆ นี่การการขยายเส้นลมปราณของเขาให้ใหญ่ขึ้น และรอบๆ ตัวของเขาปรากฏออร่าสีขาวครอบคลุมตัวของเขาเอาไว้
แต่ว่าออร่านี้ก็เริ่มหนาขึ้นเรื่อยๆ มันมีความหนาเพิ่มขึ้นจนสีขาวจางๆ กลายเป็สีขาวเข้ม และมันก็ค่อยๆ ถูกดูดซับเข้าไปในร่างของกอน อีกเพียงนิดเดียวเท่านั้น แค่เพียงก้าวเดียวก็จะสามารถทะลวงเข้าสู่ขั้นต่อไปได้แล้ว แต่แล้วเื่ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น
เปรี้ยง!!!!!!!!!!
สายฟ้าผ่าลงมาที่ร่างของกอนทำให้ลมปราณที่รวบรวมมาเกิดะเิขึ้นภายในในร่างกายของเขา ความตายเริ่มเรียกหาเขาอีกครั้ง ร่างกายของเขาชาไปทั้งร่าง
ตอนนี้เขาเกิดอาการกระตุกอย่างรุนแรง ความคิดของเขาเริ่มด้านชาลงไปด้วย แต่เขายังคงสติเอาไว้ได้อยู่ จึงรีบควบคุมลมปราณให้สงบลงโดยเร็ว ไม่นานมันก็กลับเข้าสู่ลู่ทางเดิมเสียที
พรวด!!!!!!!!!
กอนกระอักเืออกมาคำโต เขาค่อยๆ สำรวจร่างกายช้าจนพบว่าเส้นลมปราณของเขาขยายใหญ่ขึ้นกว่าเดิมมาก อาจเป็เพราะฟ้าที่ผ่าลงมา
โชคดีที่เขายังดูดลมปราณสีขาวเข้ามาไม่หมด เลยกลายเป็เกราะป้องกันสายฟ้าที่ผ่าลงมา หากเขาดูดเข้ามาหมด แม้จะทะลวงผ่านขั้นต่อไปได้ แต่อาการของเขาคงสาหัตสากันแน่นอน ดีไม่ดีอาจถึงตายก็เป็ได้
เขารวบรวมลมปราณใหม่อีกครั้ง แต่ทว่าฝนก็ยังไม่หยุดตกเสียที ตรงกันข้ามมันกลับดูหนักขึ้นเรื่อยๆ ออร่าสีขาวก่อตัวขึ้นอีกครั้ง และยังมีสีที่เข้มขึ้นเรื่อยๆ กอนจึงค่อยๆ ดูดซับมันเข้าไปอีกครั้ง
ตู้ม!!!!!!!!!!!!!
เสียงดังสนั่นเกิดขึ้นในร่างกายของเขา เหงื่อทั้งหลายผุดออกมาตามตัวเต็มไปหมด สีขอเหงื่อที่เห็นในตอนนี้มันดูเข้มกว่าตอนทะลวงเข้าสู่ปราณเริ่มต้นอยู่สองถึงสามเท่า
ยังไงก็ตามมันก็ถูกชะล้างโดยฝนอยู่ดี แต่มันก็ทำให้เขารู้สึกยินดีเป็อย่างยิ่ง ความพยายามเกือบสองปี ในที่สุด ผลลัพธ์ของมันก็คุ้มค่า
ลมปราณพื้นฐานในที่สุดเขาบรรลุมันได้แล้ว แต่แล้วมันก็เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น เพราะทันทีที่เขาคิดจะลุกขึ้น เขาก็รู้สึกถึงอันตรายบางอย่างจาก้า เพียงแต่ว่าในตอนนี้มันสายไปแล้วที่เขาจะขยับตัวหลบได้
เปรี้ยง!!!!!!!!!!!
สายฟ้าจากเบื้องบนจู่ๆ ก็ผ่ามาที่เขาอีกครั้ง ครั้งนี้มันทำให้สติของเขาหลุดลอยออกไป
“มืด” นี่คือสิ่งแรกที่เขารู้สึกได้หลังจากสติที่มีเริ่มกลับมา จู่ๆ ภาพต่างๆ ก็ไหลเข้ามาในหัวของเขา และมีชายคนหนึ่งหน้าตาคล้ายกับเขามาก แต่ว่าเมื่อมองดูใบหน้านั้นดีๆ มันเหมือนจะแก่กว่าเขาไปนับสิบปี
เหตุการณ์ต่างๆ ของชายคนนั้น เริ่มไหลเข้ามาสู่ความทรงจำของเขา และยังเป็เหตุการณ์ทุกอย่างั้แ่ชายคนนั้นยังเด็ก จนกระทั่งเขาตายลง
“เฮือก!!!!!” เขาสะดุ้งตื่นขึ้นมาและเกิดความรู้สึกแปลกๆ ตอนนี้ดวงอาทิตย์ลอยขึ้นอยู่กลางท้องฟ้าแล้ว เวลาในตอนนี้คือยามเที่ยง แต่เขาก็ยังคงสับสนกับความทรงจำทั้งหลายทั้งปวงอยู่ พอเริ่มตั้งสติได้เขาก็กกวาดสายตาไปรอบๆ ใช่แล้วตอนนี้เขาอยู่ในหุบเหวและชื่อของเขาก็คือ “กอน”
แล้วชายที่ชื่อโอรอนในวามทรงจำของเขาเป็ใคร ทำไมถึงมีหน้าตาเหมือนเขา เขาเริ่มทบทวนเหตุการณ์อีกครั้ง ในตอนแรกเขาเข้าสู่ลมปราณระดับพื้นฐานแล้ว แต่จู่ๆ ฟ้าก็ผ่าลงมาอีกรอบ มันน่าจะทำให้เขาตายไปแล้วด้วยซ้ำ เขารู้สึกได้แบบนั้น แต่ว่าทำไมตอนนี้เขายังมีชีวิตอยู่
จู่ๆ หัวของเขาก็ปวด ทำให้เขาต้องลงไปดิ้นทุรนทุลายอยู่บนพื้น
“อ๊าก!!!!!!” เสียงกรีดร้องดังขึ้นพร้อมกับมือของเขาที่กุมหัวอยู่ แต่เพียงไม่นานเสียงกรีดร้องของกอนก็เงียบลงแล้ว
ใช่แล้วเขาจำได้แล้วเขาชื่อโอรอน แต่นั่นเป็อดีตชาติของเขาเท่านั้น ในขณะนี้ความทรงจำทั้งหมด ได้ร้อยเรียงใหม่จนเป็ระเบียบ ชาติที่แล้วนามว่าโอรอนคือชื่อของเขา เขาเป็ผู้ควบคุมธาตุที่เก่งกาจอันดับต้นๆ ของทวีปเอเดน และยังเป็ผู้ควบคุมธาตุที่ทรงพลังอย่างมากของทวีปมู ซึ่งเป็ทวีปที่เขาและเพื่อนในชาติก่อนได้บุกเบิก
แต่สุดทายเขาก็โดนหักหลัง จากหนึ่งในคนที่อยู่กับคณะสำรวจบุกเบิกดินแดนใหม่ มันทำให้ความแค้นพุ่งพล่านออกมาจากกลางใจของเขา ทว่าไม่นานมันก็สลายหายไป ตอนนี้โอรอนตายไปแล้ว เขาเกิดใหม่มีชื่อว่ากอน และก็มีเป้าหมายใหม่อีกครั้ง เขาจะทำให้ชาตินี้กลับไปเป็เขาที่ยิ่งใหญ่ในชาติก่อน เป็ผู้ปกครองหนึ่งในแปดดินแดนแห่งมู และมีนามที่ผู้คนต่างเรียกขานกันว่า
"Element Lord เ้ามหาธาตุ"