[จบแล้ว]ฉันจะไม่ยอมเป็นบอสที่ต้องตายตอนต้นเรื่องเด็ดขาด !

    53 ต้นอ่อนมาร

    ตามเส้นทางเดินรถม้าเต็มไปด้วยเสียงนกน้อยใหญ่  ยิ่งออกจากเมืองมาไกลเสียงนกนานาพันธุ์ก็ยิ่งได้ยินชัดเจนมากยิ่งขึ้น


    เสวี่ยหรงยังคงวิ่งไปบนถนนเช่นเดิมจนนับไม่ได้แล้วว่าผ่านรถม้าที่วิ่งออกนอกเมืองไปกี่คัน บางครั้งเธอก็วิ่งสวนทางกับรถม้าที่มาจากต่างเมืองโดยไม่รู้ว่าพวกเขาใช้เวลากี่วัน จนกระทั่งวิ่งมาได้หลายชั่วยามจนพระอาทิตย์ลอยเด่นอยู่เหนือศีรษะซินอี๋ก็พบว่าคุณหนูหยุดเท้าวิ่ง


    “ คุณหนู มีสิ่งใดเช่นนั้นรึ ”


    “ ข้าคิดว่าเราน่าจะมาถึงเส้นทางที่ต้องเลี้ยวแล้ว ”


    ซินอี๋กวาดตามองออกไปรอบๆ บริเวณที่หยุดยืนอยู่ห่างจากภูเขาสองลูกตั้งขนาบข้างกัน เธอจำได้ว่าถ้าผ่านเส้นทางกลางเขาทั้งสองลูกตรงหน้าไปได้จะเจอเข้ากับทุ่งหญ้ากว้างไกล เพียงแต่ว่าเส้นทางที่อยู่กลางเขากลับน่ากลัวและเต็มไปด้วยอันตรายเพราะโจรป่ามักดักปล้นอยู่บริเวณนี้


    “ คุณหนูเจ้าคะ เราย้อนกลับไปดีหรือไม่เจ้าคะ ข้าจำได้ว่ามีเส้นทางอื่นที่ทำให้เราไม่ต้องผ่านเส้นทางกลางเขาทั้งสองลูก ”


    “ ข้าไม่ได้คิดจะใช้เส้นทางนี้ตั้งแต่แรก ”


    “ แล้วคุณหนูจะทำเช่นไรหรือเจ้าคะ ”


     “ ตามข้ามา ”


    เสวี่ยหรงหันมองไปทางขวามือ ตามนิยายในวันที่คุณหนูม่อเสวี่ยหรงไร้หนทาง เธอจึงคิดจะเดินทางไปเมืองใหม่เพื่อเข้าสำนักจากทางเมืองหลวงที่ตั้งอยู่ในที่ราบภาคกลาง การเป็นจอมยุทธ์หญิงจะทำให้เธอไม่ต้องเป็นคนธรรมดาที่ต้องหาเช้ากินค่ำ


    การเดินทางในครั้งนั้นกลับเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้คุณหนูม่อเสวี่ยหรงกลายเป็นมาร


    กลุ่มคนที่บีบบังคับให้ตระกูลม่อต้องขายทุกอย่างได้วางแผนลอบสังหารเธอโดยหวังว่าจะปล้นสิ่งที่คุณหนูม่อเสวี่ยหรงเก็บเอาไว้ ภูเขาด้านหน้าคือหนึ่งในสถานที่ที่คุณหนูม่อเสวี่ยหรงถูกปล้น  ทว่าเธอกลับรอดจากการปล้นครั้งนั้นไปได้


    การหลบหนีในครั้งนี้ทำให้เธอถูกตามล่าหลายวันหลายคืน จนกระทั่งไปเจอเข้ากับพลังมารที่เป็นต้นเหตุให้นิยายต้องฆ่าเธอเพื่อเปิดเรื่อง


    หลังจากเสวี่ยหรงสำรวจภูเขาที่มีรูปลักษณ์ไม่ต่างจากนิยายเสร็จแล้วก็ได้วิ่งไปทางขวามือ ถ้าหากเนื้อเรื่องยังคงดำเนินไปตามนิยายมันจะต้องมีปราณมารปรากฎออกมาแล้วอย่างแน่นอน 


    ซินอี๋ไม่สอบถามสิ่งใดต่อ เธอทำเพียงวิ่งไล่ตามคุณหนูเข้าไปในป่าไม้ใต้ตีนเขา ต่อให้จะมีสิ่งกีดขวางมากมายคุณหนูกลับสามารถหลบหลีกได้อย่างง่ายดายโดยไม่เสียความเร็วเลยสักนิดเดียว


    “ คุณหนู ข้าได้ยินเสียงน้ำไหลจากทางด้านหน้า ”


    เสวี่ยหรงพยักหน้ารับ ไม่นานเธอก็พบเข้ากับแม่น้ำสายใหญ่ ในนิยายคุณหนูม่อเสวี่ยหรงพลัดตกลงไปหลังจากหลบหนี เธอจึงวิ่งเลียบแม่น้ำไปเรื่อยๆจนผ่านมา 1 ชั่วยามก็พบเข้ากับแม่น้ำสายเล็กที่แยกตัวออกไป


    “ คุณหนูเจ้าคะ ฟ้าจะมืดแล้วเราหยุดก่อนดีหรือไม่เจ้าคะ ”


    “ ข้าคิดว่าเราน่าจะเร่งสำรวจให้แล้วเสร็จแล้วรีบกลับเมือง ”


    “ ถ้าเช่นนั้นคุณหนูควรจะลดความเร็วลงสักหน่อย หากถูกลอบโจมตีจะได้ตอบโต้ทัน ”


    เสวี่ยหรงทำตามคำแนะนำของพี่สาวซินอี๋แล้วออกวิ่งต่อไป จนกระทั่งพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าเธอก็ยังไม่พบทางแยกของแม่น้ำสายรองที่วิ่งตามมา  ความมืดของท้องฟ้าทำให้ระยะการมองเห็นถูกจำกัด ถึงจะมองปราณและมองเห็นในช่วงกลางคืนได้เล็กน้อยก็ตาม ทุกอย่างกลับต่างออกไปจนยากจะแยกแยะ


    “ คุณหนูกำลังหาสิ่งใดอยู่อย่างนั้นหรือเจ้าคะ ”


    “ ข้าไม่ได้ตามหาสมุนไพรหรือของวิเศษล้ำค่าใดเลย ข้าเพียงได้ยินเรื่องเล่าจากพี่ชายจึงได้ออกมาสำรวจในวันที่ข้าพร้อม ”


    “ สิ่งนั้นคืออะไรหรือเจ้าคะ ”


    “ ข้าก็ไม่รู้เช่นกัน  ท่านลองมองดูตรงนั้น ท่านคิดว่ามันคือหลังคาบ้านหรือไม่ ”


    ซินอี๋มองไกลออกไป ด้วยระดับผู้ฝึกยุทธ์ของเธอทำให้มองได้ไกล สิ่งที่คุณหนูชี้คือหลังคาที่ทำขึ้นมาจากไม้สาน เธอจึงพยักหน้ารับ


    “ ข้าคิดว่าเราน่าจะถึงแล้ว ”


    เสวี่ยหรงลดความเร็วลงหลังจากรู้ว่าเธอเข้าใกล้พื้นที่อันตรายที่มีปราณมารอยู่ด้านใน เพื่อไม่ให้ปราณมาณเข้าสู่ร่างกายจนทำให้เธอกลายเป็นบอสตอนต้นเรื่องจึงต้องระวัง


    ตาทิพย์ทั้งสองคอยกวาดผ่านออกไปรอบๆมองดูปราณ ภายในหมู่บ้านกลับไม่แสดงสีของปราณใดให้เธอเห็นเลย


    ถนนเส้นเล็กๆนำพาทั้งสองเข้าใกล้หมู่บ้าน หญ้ารกทึบทำให้รู้ว่าที่นี่ไม่ค่อยมีผู้คนเดินทางมาค้าขาย จนกระทั่งเสวี่ยหรงมาถึงบ้านหลังหนึ่งเธอจึงมองหาว่ามีใครอยู่ด้านในหรือไม่ แต่สิ่งที่เธอเห็นกลับเป็นเพียงบ้านไม้เปิดประตูทิ้งเอาไว้ รอบๆบ้านมีหญ้าขึ้นสูงราวกับว่ามันถูกปล่อยให้รกร้างมาเป็นเวลานาน


    “ พี่สาวซินอี๋ ข้าขอพูดตามตรง สิ่งที่ทำให้ข้ามาที่นี่คือปราณมาร ”


    ซินอี๋ทำสีหน้าตกใจ ปราณมารคือสิ่งชั่วร้าย เธอจึงรีบเตือนคุณหนูให้ระวัง


     “ คุณหนูเจ้าคะ หากมันเป็นปราณมารอย่างที่ท่านพูดจริง อย่าได้คิดจะเข้าใกล้มัน ยิ่งถ้าเป็นปราณมารไม่มีเจ้าของท่านอย่าได้เข้าไปใกล้เด็ดขาด มันพร้อมจะยึดร่างของท่าน ”


    “  ข้าจะระวังตัวให้มาก ว่าแต่ ท่านเห็นชาวบ้านหรือไม่”


    ซินอี๋กวาดตามองออกไปรอบๆ หมู่บ้านนี้ราวกับว่าเป็นหมู่บ้านร้าง ถึงอย่างนั้นเธอไม่รู้สาเหตุที่ผู้คนหายไป ไร่นาสองข้างทางที่เดินผ่านมีผักและพืชเติบโตงอกงาม แม้จะไร้การดูแลก็ตาม มันทำให้เธอมั่นใจว่าโจรไม่ได้บุกเข้ามาปล้นที่นี่แล้วจับผู้คนออกไป


     “ คุณหนู  ข้าขอตรวจสอบมันก่อน ”


    “ ระวังตัวด้วยนะเจ้าคะ ”


    เสวี่ยหรงรออยู่ภายในบ้านหลังที่สอง เธอถือโอกาสเดินเข้าไปสำรวจภายในบ้านพบเข้ากับปลอกหมอนเตียงนอน ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม จานชามภายในครัวยังปกติ แต่ที่ทำให้เธอมั่นใจว่าเดินทางมาถูกที่นั่นก็คือหม้อที่ตั้งอยู่บนเตา ภายในหม้อมีร่องรอยอาหารเน่าเสีย ราวกับว่าเจ้าของถูกพาตัวออกไปก่อนจะยกมันลงมาจากเตาไฟ


    “ จะต้องเป็นที่นี่ไม่ผิดแน่ ”


    ซินอี๋กระโจนกลับเข้ามาในบ้านหลังที่สองแล้วรายงานสิ่งที่เห็น เธอสัมผัสปราณมารอย่างที่คุณหนูบอกไม่ได้ แต่ก็ไม่สามารถตามหาผู้คนได้เช่นเดียวกัน


    “ พี่สาวซินอี๋ ท่านเจอลานกว้างกลางหมู่บ้านหรือไม่ ”


    “ ข้าเห็น ท่านจะให้ข้าพาไปหรือไม่ ”


    เสวี่ยหรงพยักหน้าแล้ววิ่งตามพี่สาวซินอี๋ไปติดๆ ในระหว่างนี้เธอไม่ลืมมองหาปราณมาร หมู่บ้านยังคงเงียบเช่นเดิม แม้แต่ปราณธรรมดายังไม่หลงเหลือ กระทั่งวิ่งมาถึงใจกลางหมู่บ้าน เสวี่ยหรงก็พบว่าที่นี่ว่างเปล่าไม่ได้มีต้นไม้สูงใหญ่เหมือนในนิยาย เธอจึงกวาดตาออกไปรอบๆเพื่อสำรวจบ้านเรือนที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ พบว่าบ้านเรือนมากมายพังเสียหายราวกับว่ามีลมพัดกระแทกจนเอนล้มไปด้านหลัง แรงกระแทกที่เกิดขึ้นมาจากใจกลางหมู่บ้าน เธอจึงมองไปหาต้นเหตุ


    “ ท่านพอจะมีคบเพลิงให้ข้าหรือไม่ ”

     

    ซินอี๋จุดคบเพลิงแล้วส่งให้คุณหนู เมื่อเปลวไฟสว่างมันก็ได้ส่องแสงนำทางจนมองเห็นพื้นที่รอบข้าง


    เสวี่ยหรงที่ถือคบเพลิงจึงมองไปยังพื้นตรงหน้าปรากฎว่ามันเต็มไปด้วยเถ้าถ่านสีดำ จนทำให้พื้นแตกต่างไปจากจุดอื่น


    “ แย่แล้ว ”


    ซินอี๋ได้ยินเสียงร้องของคุณหนู แม้มันจะเป็นเสียงไม่ดังมากแต่ก็รู้ได้ว่าคุณหนูรู้สึกแย่กับสิ่งที่เห็น เธอจึงเข้าไปสัมผัสพื้นดินด้านหน้าที่กลายเป็นเถ้าสีดำ


    เมื่อมือสัมผัสกับเถ้าถ่านที่ราวกับผ่านการเผาไฟมานั้น หว่างคิ้วของเธอก็ปรากฎรอยหยัก เนื่องจากว่าเถ้าถ่านเหล่านี้ดูคุ้นเคยเป็นอย่างมาก ราวกับเธอเคยสัมผัสมันมาก่อนทันใดนั้นเธอก็จำได้ว่ามันคือสิ่งใด


    “ คุณหนูเจ้าคะ มีคนใช้หมู่บ้านนี้ทำพิธีกรรมสร้างต้นอ่อนมาร ”


     เสวี่ยหรงเลิกคิ้วขึ้นสูง เธอกำลังจะบอกบางอย่างกับพี่สาวซินอี๋ เพียงแต่ว่าเธอกลับได้รับรู้เรื่องที่น่าตกใจแทน เนื่องจากว่าพี่ซินอี๋รู้เกี่ยวกับมารเช่นเดียวกัน มันไม่ควรจะมีใครรู้เพราะเนื้อเรื่องยังไม่ถึงช่วงที่มารปรากฎตัวให้ผู้คนรู้จัก ผ่านมาเกือบร้อยปีที่มารสวรรค์คนก่อนตาย ผู้คนจึงหลงลืมเรื่องมาร พี่สาวซินอี๋กลับบอกว่าเถ้าตรงหน้าเกี่ยวข้องกับมาร มันจึงสร้างความสงสัยให้เสวี่ยหรง


    “ เหตุใดท่านถึงรู้เกี่ยวกับมาร แล้วเหตุใดท่านรู้จักต้นอ่อนมาร ”


    “ คุณหนู ข้าเคยเห็นและเคยสัมผัสมันมาก่อน ”


    ตัวตนของพี่สาวซินอี๋ไม่แน่ชัด ในนิยายไม่มีการเอ่ยถึง เสวี่ยหรงพบพี่สาวที่ตรอกซิ่นฮวาและกำลังใกล้ตาย เธอเป็นคนมอบชีวิตใหม่ให้และอีกฝ่ายประกาศว่าจะรับใช้ตนไปจนตาย


    “ ข้าคิดจะปกปิดเรื่องนี้เอาไว้ แต่ตอนนี้ข้าจำเป็นต้องบอกท่าน ”


    “ ท่านจะบอกสิ่งใดแก่ข้ากัน ? ”.






    คล้ายกับเรื่อง[จบแล้ว]ฉันจะไม่ยอมเป็นบอสที่ต้องตายตอนต้นเรื่องเด็ดขาด ! ที่คุณอ่าน