
ตอนที่167 บัดซบข้าจะแพ้มันผู้นี้ได้ยังไง
ทุกคนต่างฮือฮา เมื่อได้ยินหญิงสาวกล่าวถึงกุญแจของหมาล่า ที่เสนอให้ตระกูลสือประมูลขายให้กับนาง
ตามกฎแล้วของประมูลทุกอย่างที่นำมาเสนอขายที่นี่ จะไม่เปิดเผยตัวตนผู้ขาย มีแต่สำนักสือเท่านั้นที่เป็นตัวแทนคนกลาง สำหรับการค้าขาย
"ข้าให้ห้าร้อยล้านดอร์สำหรับกุญแจดอกนี้..."
เสียงของคุณชายมินจูกล่าวขึ้นก่อน เขาอยากสร้างเครดิตให้ตัวเอง เพื่ออวดทรัพย์สมบัติวันนี้เขาเตรียมเงินมาหลายพันล้านดอร์
เพราะรู้ว่าคนของตระกูลสือได้รับเงินไปมากเมื่อวานนี้ และจะต้องส่งตัวแทนลักลอบประมูล ตัดหน้าพวกเขาเพื่อเก็บสมบัติไว้กับตระกูลใหญ่อย่างตระกูลสือต่อไป
ทั้งสามตระกูลใหญ่ต่างใช้พลังอำนาจของตนค้ำกันไว้ ดังนั้นจึงขวนขวายที่จะสร้างรากฐานของตน ให้เข้มแข็งกว่าสองตระกูลที่เป็นคู่แข่ง คุณชายมินจูจึงหวัง จะผนวกตระกูลสือเข้ากับตระกูลของตน
และตัวเองเป็นผู้ชายย่อมมีอำนาจเหนือกว่าดังนั้น จึงเป็นการดีที่จะได้สือหงษ์เป็นภรรยาเพื่อขยาย อาณาจักรตระกูลมินของเขาให้ยิ่งใหญ่ เพื่อสยบตระกูลอื่นให้ด้อยค่าลง
"ข้าให้เจ็ดร้อยล้านดอร์สำหรับกุญแจดอกนี้..."
เสียงของเล็กตันหญิงสาวหน้าน้ำแข็งกล่าวด้วยเสียงที่เยือกเย็น ทุกคนต่างร้องฮือต่างรู้ดีว่ากุญแจดอกนี้มีความสำคัญยิ่งนักมันสามารถเปิดกล่องเอาดาบที่เคยผ่าดวงจันทร์เล่มนั้นออกมาใช้ได้ แต่ถ้าซื้อกุญแจดอกนี้ไปด้วยราคาแสนแพง แล้วถ้าไม่มีกล่องสำหรับเปิดก็เท่ากับโยนเงินทิ้งน้ำโดยเปล่าประโยชน์
กริชเพชรขมวดคิ้วคิดด้วยความสงสัย หมาล่านำกล่องนั้นหลุดรอดออกมาจากถ้ำแล้ว แต่นางเป็นคนขว้างทิ้งไป กลางป่าบนภูเขาระหว่างหนี เพราะโดนไล่ล่าจากภูตจระเข้สาว
หลายครั้งที่นางวนเวียนกลับไปหาหลังจากอสูรจระเข้นั้นหายสาบสูญไปแต่ก็ไม่พบ หมาล่าเลยคิดว่ากล่องนั้นต้องมีใครสักคนนำไป แต่ยังไม่เปิดเผยตัวเอง หญิงสาวจึงกล้าเสนอขายดอกกุญแจสำหรับไขกล่องนี้ ในราคาแสนแพง
สามตระกูลใหญ่แข่งกันซื้อกุญแจด้วยเหตุผลสำคัญสองประการคือ หนึ่งซื้อไว้เพื่อตัดหน้าคนที่เก็บรักษากล่องทอง
ที่มีดาบ
กรีดธุรีดินของจอมราชันย์เทพอุดร เพราะกลัวว่าอีกสองตระกูลจะเก็บกล่องทองนั้นไว้ แล้วสองคือพวกเขาต้องการกุญแจเก็บไว้เพื่อแสวงหากล่องทอง สำหรับเปิดดาบผ่าดวงจันทร์เล่มนั้น
"ข้าให้หนึ่งพันล้านดอร์สำหรับกุญแจดอกนี้"
เสียงคนขององค์จอมกษัตริ์ องค์ชายใหญ่หยางหลู่กล่าวขึ้นด้วยเสียงทุมหนัก ทุกคนต่างต้องอ้าปากค้างคุณชายมินจูขบกรามแน่น ตัดสินใจไม่ถูกว่าจะเอายังไงดี หรือว่าคนของราชสำนักมีกล่องทองนั้นไว้แล้วถ้าเป็นเช่นนั้น การที่เขาจะชิงองค์รัชทายาทสายตรง ของจอมจักรพรรดิอสูรพฤกษาคงจะเป็นไปได้ยาก เขาจะยอมอ่อนข้อให้ไม่ได้
"ข้าเสนอให้หนึ่งพันห้าร้อยล้านดอร์ สำหรับลูกกุญแจดอกนั้น"
เสียงคุณชายมินจูกล่าวขึ้น เพิ่มการประมูลให้สูงไปอีกนิดหน่อย องค์ชายใหญ่หย่างลู่ เหลือบตามองมินจูอย่างขุ่นเคืองใจ เพราะทั้งสองไม่ค่อยถูกกันสักเท่าไหร่ ดังนั้นองค์ชายหยางลู่ยกยิ้มที่มุมปาก
"ข้ายอมรับว่าแดนใต้มีทรัพยากรเหลือเฟือแต่เจ้าก็อย่าดูถูกราชสำนัก เจ้าของอาณาจักรแห่งนี้ ดังนั้นทรัพย์สมบัติของพวกเรา ก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าตระกูลใหญ่แห่งแดนใต้หรอกนะ ข้าให้พันเจ็ดร้อยล้านดอร์จบไหม..เฮ้อๆ "
เสียงขององค์ชายหยางลู่กล่าวขึ้น ผู้ติดตามของมินจูขยับเข้ามาใกล้เขากระซิบบอกนายเบาๆ
"คุณชายเรายังไม่มีกล่องสีทองที่ซ่อนสมบัติเลย อย่าใช้เงินโดยที่เรายังไม่เห็นสินค้า ข้าว่ามันหนักเกินไป.."
คนใช้ของคุณชายมินจูกล่าวเตือนสตินายของตน ชายหนุ่มพยักหน้าเห็นด้วยการพนันเมื่อวานนี้ เขาเสียเงินไปมากโขทำให้ไม่สามารถใช้เงินฟุ่มเฟือยได้
สิ่งสำคัญของชายหนุ่มคือแผนที่ไปสุสานนางฟ้าขายพร้อมกับอัญมณี ที่ต้องนำไปสถิตบนหัวไม้เท้ากายสิทธิ์ ของรูปปั้นนางฟ้า จึงจะสามารถไขประตูสุสานได้
ส่วนราคากุญแจต้องไม่ต่ำกว่าสามพันล้านดอร์แน่ เขาขนทรัพย์สมบัติมาเพิ่มสี่พันล้านดอร์ ทำให้ไม่สามารถขยับไปซื้อของแพง อย่างลูกกุญแจดอกนั้นได้ แม้ว่าได้ลูกกุญแจมา ก็ต้องตามหากล่องอีกมันเป็นเรื่องยุ่งยาก
เอาแผนที่ไปหาทรัพย์สมบัติในสุสานนางฟ้าจะเป็นทางลัดที่ง่ายกว่า ดังนั้นมินจูจึงตัดใจไม่ประมูลต่อ เขากัดฟันกรอดๆ รู้สึกเสียหน้า ที่ไม่อาจอวดความร่ำรวยตามนิสัย อย่างเต็มที่เหมือนที่ผ่านมา
"หนึ่งพันห้าร้อยล้านดอร์ครั้งที่หนึ่ง"
เสียงของสือหงษ์กล่าวทบทวนการประมูลอย่างเป็นทางการ กริชเพชรนั่งมองดูลูกกุญแจบนกล่องถ้าเขาได้มา งานนี้สกิลพระเอกของตนสมบูรณ์แบบแน่ๆ มีอาวุธล้ำๆ ขนาดนี้ รับรองเอาชีวิตรอดในโลกอสูรได้อีกนาน
แต่ชายหนุ่มก็ต้องมองตาปริบๆ แม้ว่าเขามีเงินมากมาย แต่ตอนนี้เมื่อเทียบกับสามตระกูลใหญ่ และคนในราชวังลูกหลานจอมกษัตริย์ ตัวเองก็นับว่าเป็นประชาชนกากๆ ผู้หนึ่งเท่านั้นเอง
"หนึ่งพันห้าร้อยล้านดอร์ครั้งที่สอง"
คำพูดของสือหงส์กล่าวราคาทวนออกไปอีกครั้งพร้อมที่จะเคาะระฆัง
"สิ้นสุดการประมูลครั้งนี้ลงในที่ราคาหนึ่งพันห้าร้อยล้านดอร์ครั้งที่........"
เสียงของหญิงสาวลากยาวกำลังจะจบลง
"สองพันล้านดอร์.."
เล็กตันประมูลทะลุกลางปล้องขึ้นถึงสองพันล้านดอร์
"โอ้ว!!!? ..แพงโคตรๆ .."
ทุกคนต่างร้องออกมากันทั่วหน้ามันเป็นราคาที่สูงโคตรๆ องค์ชายใหญ่หย่างลู่หันหน้ามามองหญิงสาวแทบจะไม่เชื่อหูของตน ตระกูลเล็กแม้ว่าจะเป็นตระกูลใหญ่อันดับสาม เรื่องฐานะความร่ำรวยก็ไม่เป็นรองใคร แต่พวกเขาก็เป็นพวกสมถะไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย หมกตัวอยู่ตามป่าเขาแสวงหาทรัพยากรด้วยตัวเอง ครั้งนี้กลับทุ่มเงินมหาศาลซื้อกุญแจแข่งกับคนของราชวัง
"องค์ชายอย่าประมูลต่อเลย..."
ขันทีชราที่อยู่ด้านหลังกระซิบเตือนองค์ชายใหญ่ ที่ตอนนี้กัดฟันกรอดกำลังชั่งใจว่าจะเสนอราคาสูงขึ้นอีกสักเท่าใด
"พวกเรามาประมูลครั้งนี้เพื่อตัดหน้าสองตระกูลใหญ่อย่างตระกูลสือและตระกูลมิน..แม่นางเล็กตัน เป็นที่หมายปองขององค์ชายรองอีกไม่นานอาจจะเกี่ยวพันกันเป็นคนกันเอง ตระกูลเล็กอาจเป็นกำลังที่เข้มแข่งของราชสำนักในวันข้างหน้า นางได้ไปก็ถือว่าไม่เป็นภัยคุกคามต่อพวกเรานะองค์ชาย.."
เสียงของขันทีคนสนิทให้เหตุผลจนองค์ชายใหญ่หยางลู่พยักหน้าเห็นด้วย สุดท้ายการประมูลลูกกุญแจดอกนั้นก็ตกเป็นของเล็กตันคนของตระกูลเล็กในราคาสองพันล้านดอร์
ซึ่งเป็นราคาที่สูงมากทีเดียว เพราะว่าตัวกล่องยังไม่ค้นพบเลย การเสียเงินเพื่อครอบครองกุญแจหนึ่งในแปด ก็นับว่าเป็นอะไรที่เสี่ยงมากแต่ตระกูลเล็กหมายมั่นปั้นมือจะให้เล็กตัน ออกไปชิงตำแหน่งองค์รัชทายาทสายตรงของจักรพรรดิอสูรพฤกษา เพื่อจะเป็นเครื่องการันตีให้นางได้เป็นทหารขององค์จักรพรรดิทวีปที่เจ็ดดังนั้นลูกกุญแจดอกนี้จะเป็นตัวช่วยนางในอนาคต
หญิงสาวต้องการกล่องสมบัติของเทพอุดรเพราะสายข่าวของนางที่น่าเชื่อถือ จากตระกูลสิงห์สั่งป่ารายงานมาว่ากล่องเทพอุดร ได้ปรากฏขึ้นในอาณาจักรอสูรพฤกษา ดังนั้นเป็นโอกาสดีที่นางจะได้ครอบครองกุญแจดอกนี้ เพื่อนางจะมีภาษีเหนือกว่าผู้ถือครองกุญแจอีกเจ็ดคนในทวีปอื่น แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องในอนาคตที่แสนไกลแต่คนตระกูลเล็กก็ตัดสินใจแล้วว่า จะต้องครอบครองกุญแจดอกนี้ให้ได้ก่อน
"ต่อไปเป็นการประมูลโอสถที่มีคุณภาพสูงล้ำโอสถหงส์ไฟ ที่ตระกูลสือของเราได้ผลิตออกมา จากนักปรุงโอสถระดับเทพสามารถเพิ่มระดับกายอสูร จากราชันย์ขั้นที่หนึ่งไปถึงราชันย์ขั้นที่สี่ ด้วยการใช้โอสถเพียงสิบเม็ดทดลองมาแล้วสามารถพิสูจน์ได้.."
เสียงของหญิงสาวกล่าวพร้อมกับเร่งเร้าพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ ประสานกับพลังกายอสูรระดับราชันย์ขั้นที่สี่ของนางออก ส่องประกายเป็นสีแสดรอบตัว นี่เป็นวิชาประจำตระกูลของหญิงสาวมันเป็นวิชา ผนึกพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ปราณวิญญาณต้นไม้สีแสด วิชาของพวกเขาเป็นวิชาสายถึก ถ้าสามารถเร้าพลังออกเป็นสีแสดรอบตัวรัศมียี่สิบวา ก็ถือว่าพวกเขาฝึกกายอสูรระดับราชันย์ขั้นที่สี่สำเร็จแล้ว
สือเล้งอ้าปากค้างเมื่อเห็นน้องสาวตัวเองก้าวข้ามระดับเลยเขาไปอีกถึงสี่ขั้น ทำให้ชายหนุ่มเกิดแววตาอาฆาตแค้น กริชเพชรอย่างเหลือที่จะทน ได้เขากัดฟันกรอดๆ อยากจะสาปแช่งให้เด็กหนุ่มชุดขาวหน้าหล่อ ที่นั่งเก้าอี้ตัวที่เจ็ดให้มันระเบิดตายไปคาตา
ทำไปทำมาชายหนุ่มต้องแพ้น้องสาวให้นางข้ามหน้าข้ามตาไปหลายขั้น ดีไม่ดีเขาอาจจะต้องสูญเสียตำแหน่งรัชทายาทของตระกูลสือให้กับน้องสาวผู้นี้ไปก็อาจเป็นได้
"โอสถหงส์ไฟเริ่มต้นที่เม็ดละหนึ่งล้านดอร์มีใครให้มากกว่านี้หรือไม่"
เสียงของสือหงษ์กล่าวขึ้น
"ถ้ามีสำหรับข้าจำหน่ายแค่สามสิบเม็ดเท่านั้นใครให้มากกว่านี้โปรดเสนอราคาค่า"
สือหงษ์เริ่มการประมูลโอสถหงษ์ไฟที่กริชเพชรปรุงให้กับนาง
"ข้าให้เม็ดละ..สิบล้านดอร์.."
เสียงของคนเปลือยกายท่อนบนลายสักเต็มตัว เสนอราคาทันที การที่จะเลื่อนจากราชันย์ขั้นที่หนึ่งไปถึงขั้นที่สี่มันไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องฝ่าฟันอุปสรรคมากๆ
หญิงสาวที่เคยมีพลังกายอสูรต่ำกว่าเขาหลายขุมบัดนี้แซงหน้าชายหนุ่มไปถึงสามขั้น ทำให้คนผู้นี้รู้สึกไม่ยินยอม เสนอราคาเม็ดยานั้นออกไปถึงเม็ดละสิบล้านดอร์
กริชเพชรยิ้มที่มุมปากไอ้หมอนี่มันถลึงตาใส่ตนชายหนุ่มคิดปั่นหัวมันเล่น
"ข้าให้เม็ดละยิ่สิบล้านดอร์"
กริชเพชรกล่าวขึ้นทุกคนต่างร้องฮือออกมาทันทีบุรุษหนุ่มไม่รู้ว่ามาจากไหน ภูมิหลังเป็นอย่างไรใครก็ไม่อาจรู้ได้
รู้เพียงอย่างเดียวว่าเขาเป็นนักปรุงโอสถ ระดับโคตรเทพซึ่งมันก็ไม่มีอยู่ในสารบบ นักปรุงโอสถมีแต่มือทองและมือเพชรสูงสุดก็คือระดับปรมาจารย์ แต่เขาไม่อยู่ในทั้งสามสถานะ
ดังนั้นทุกคนต่างขนานนามเขาว่านักปรุงยาโคตรเทพ มันเป็นฉายาเฉพาะตัว เพราะทุกคนต่างยอมรับในตัวกริชเพชรที่ปรุงโอสถปลุกกำหนัด
จนให้ยอดฝีมืออันดับสองของตระกูลสือต้องเตลิด ไปหาเสพสมกับนางอสูรค้างคาว จนบัดนี้ยังไม่กลับมางานประมูล ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ผิดธรรมดาเหลือเกิน
"กรอด! ..ไอ้หน้าขาวบังอาจลบเหลี่ยมข้ารึ.."
เสียงของเสือหิวชายสักยันต์กล่าวด้วยความเดือดดาล
"ข้าให้สามสิบล้านดอร์.."
มันทะลึ่งพรวดขึ้นกล่าวอย่างมั่นใจว่ายังไงเขาก็ชนะในการประมูลครั้งนี้แน่ แม้ว่ามันจะราคาแพงเวอร์เกินความจําเป็น ใช้โอสถหงส์ไฟสิบเม็ดเลื่อนระดับถึงสี่ขั้นก็เป็นอะไรที่น่ายินดี
แต่อีกยี่สิบเม็ดจะเลื่อนเพิ่มอีกหนึ่งขั้น เขาก็ไม่แน่ใจเพราะยิ่งกายอสูรสูงขึ้น การใช้ทรัพยากรก็มากเป็นสิบเท่าร้อยเท่า หรืออาจจะเป็นพันเท่า ถ้าต้องการ เลื่อนกายราชันย์ของตนถึงขั้นที่ห้า
ดังนั้นถ้าเขาซื้อในราคาสามล้านดอร์ต่อสามสิบเม็ด ก็ต้องใช้เงินเกือบเก้าล้านดอร์ในการซื้อครั้งนี้ เชื่อว่ากริชเพชรไม่กล้าสู้เขาอย่างแน่นอน
"เม็ด..ละ..ห้าสิบล้านดอร์"
เสียงของกริชเพชรกล่าวขึ้นทุกคนต่างร้องฮือ เป็นไปได้อย่างไรว่าเด็กหนุ่มชุดขาวผู้นี้ แม้กายอสูรของเขาจะไม่ถึงระดับราชันย์ แต่กลับหาญกล้าประมูลเม็ดยา ที่มีคุณค่าสูงแข่งกับตระกูลใหญ่ของภาคเหนือ
ถึงแม้ว่าเขาจะประมูลได้ แต่จะออกพ้นเขตนครอสูรพฤกษาหรือไม่ ก็ไม่มีใครอาจทราบได้ เพราะทรัพย์สมบัติที่มีค่าสูงล้ำ ไม่อาจอยู่กับผู้ที่มีกายอสูรต่ำต้อย เพราะอาจจะถูกปล้นฆ่าได้ง่ายๆ ในเขตแดนอสูรแห่งนี้
ผู้มีกำลังมากกว่าย่อมเป็นผู้ที่เข้มแข็งกว่านี่เป็นกฎของเหล่าอสูรที่มีมาช้านาน
เรื่องความผิดถูกยุติธรรมแทบจะไม่ต้องเอ่ยอ้าง ดังนั้นคนตระกูลใหญ่มีทรัพย์สมบัติมาก เพราะมีกำลังรบสูงพลังการรบของพวกเขาเหนือกว่าผู้อื่น จึงไม่มีใครกล้าแข่งประมูลกับบุตรชายตระกูลใหญ่แดนเหนือผู้นี้ แต่กริชเพชรจงใจแข่งประมูลใครๆ ย่อมรู้ดี
"คุณชาย..อย่าประมูลแข่งกับมันเลย..ยาเม็ดเดียวห้าสิบล้านดอร์มันออกจะแพงเกินไป.. คนผู้นี้มันตั้งใจปั่นราคาให้พวกเราเสียเงิน.."
เสียงผู้เฒ่าที่ยืนคอยเป็นกุนซือให้กับชายร่างใหญ่กล่าวอย่างนอบน้อมเกรงใจ เพราะเขารู้ดีว่าคนผู้นี้อารมณ์ร้อน การขัดใจมันเท่ากับหาเรื่องเดือดร้อนใส่ตัว แต่เขาเป็นพ่อบ้านประจำตระกูล มีหน้าที่ปกป้องรักษาทรัพย์สมบัติของตระกูลจึงจำเป็นอย่างยิ่ง ที่เขาต้องเอ่ยปากเตือนสตินายน้อย
"บัดซบ..ข้าจะแพ้มันผู้นี้ได้ยังไง..ตระกูลเรายากจนอย่างนั้นรึ..ของแค่นี้ไม่มีเงินซื้อก็ไม่น่ามาจากภาคเหนือ เพื่อเสนอราคาประมูลให้อับอายขายหน้า กรอดดดด! "
พ่อบ้านก้มหน้านิ่งไม่อาจกล่าวสิ่งหนึ่งสิ่งใดอีกต่อไป
...........................................................................................................................................................................................