ตอนที่ 9 คิดหาทางดูให้ชัดเจน
สิ้นคำจิ้งเยี่ย คนชุดดำพลันปรากฏบริเวณพื้นที่ว่างหน้าศาลา หลังเขาตบมือหนึ่งครั้ง คนชุดดำอีกหลายรายก็ทยอยกันเผยตัวตามมาอย่างรวดเร็ว จัดเรียงแถวด้วยความเป็ระเบียบ
เหล่าองครักษ์ลับคุกเข่าข้างหนึ่งและกล่าวพร้อมกัน “ถวายบังคมท่านอ๋อง ถวายบังคมองค์รัชทายาท”
จิ้งเยี่ยยังคงมีท่าทางเกียจคร้านเช่นเดิม หมุนจอกสุราในมือพลางหรี่ตาลงเล็กน้อย แววตาเปล่งประกายขณะจ้องมองยังหนึ่งในคนชุดดำ
แม้พวกเขาจะสวมชุดและผ้าคลุมหน้าเหมือนกัน และยังมีรูปร่างใกล้เคียงกันมาก แต่จิ้งเยี่ยยังคงจำอ้านจิ่วได้ในทันที คนผู้นั้นในสายตาเขาแตกต่างจากคนอื่นๆ โดยไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งตนก็ไม่รู้เช่นกันว่าทำไม
เขากวาดตามององค์รัชทายาท แววตาอีกฝ่ายและหนิงเหลียงพลันสว่างวาบ จ้องมองคนในลานอย่างตั้งใจ เมื่อนับดูก็พบว่ามีองครักษ์ลับทั้งหมดแปดราย
“เสด็จพี่พอใจแล้วหรือไม่” จิ้งเยี่ยหยิบขนมถั่วแดงมากัดคำหนึ่งแล้วเคี้ยวช้าๆ พลางเลิกคิ้วมองหย่งหยวน “พบองครักษ์ลับที่ท่านใฝ่ฝันถึงหรือยัง”
หย่งหยวนยังคงไม่ละสายตาไปจากองครักษ์ลับทั้งแปด บังเกิดความตื่นเต้นขึ้นมาในใจหลายส่วน ใบหน้าแต้มยิ้ม “จำนวนแปดคนถูกต้อง เสด็จพ่อส่งองครักษ์ลับสี่คนไปให้แต่ละจวน ทว่าั้แ่จวนเ้าเกิดเื่เมื่อสองปีก่อน เสด็จพ่อก็ส่งองครักษ์ลับเพิ่มอีกเท่าตัว”
จิ้งเยี่ยหัวเราะหึๆ พลางส่งขนมคำสุดท้ายเข้าปาก “เสด็จพี่รู้เื่จวนข้าดียิ่งนัก”
หย่งหยวนยิ้มกระอักกระอ่วน ก่อนเปลี่ยนสีหน้าเป็เคร่งขรึม ขณะเอ่ยถามหนิงเหลียงที่จ้ององครักษ์ลับไม่กะพริบตา “เ้าจำคนผู้นั้นได้หรือไม่”
หนิงเหลียงขมวดคิ้วแน่น หน้าผากมีเหงื่อผุดซึมขณะกลืนน้ำลาย แลดูวิตกกังวลอยู่บ้าง “ทูลองค์รัชทายาท กระหม่อม กระหม่อมไม่สามารถยืนยันได้ทันทีพ่ะย่ะค่ะ” หากต่อสู้กัน เขาอาจจำอีกฝ่ายได้ขึ้น แต่ตอนนี้คนทั้งแปดสวมชุดเหมือนกันหมด ทั้งยังดูคล้ายคลึงกัน จึงยากจะระบุได้จริงๆ
หย่งหยวนสบถเบาๆ ว่า ‘ไร้ประโยชน์’ แล้วกล่าว “เ้าดูให้ชัดอีกที”
จิ้งเยี่ยหาวหวอด ท่วงท่ายังคงสง่างาม หลินถงนำผ้าคลุมมาห่มร่างให้ผู้เป็นาย “นายท่าน ลมพัดมาแล้ว โปรดรักษาร่างกายด้วย”
ซู่ชิงอ๋องกล่าวอืมหนึ่งคำ พลางเหลือบมองหย่งหยวนอย่างรำคาญพร้อมกล่าว “เสด็จพี่ยังต้องดูอีกนานเท่าใด น้องเก้าเริ่มเหนื่อยแล้ว นั่งนานเอวก็เริ่มปวด”
หย่งหยวนพลันรีบตอบ “รออีกหน่อยๆ ไม่นานก็พบตัวแล้ว” เขาพูดพลางเตะขาหนิงเหลียง “เมื่อเ้ามองไม่ออกก็หาวิธีไม่ได้เลยรึ”
องครักษ์คนดังกล่าวขมวดคิ้วมองผู้เป็นาย แม้อยากถามว่าควรใช้วิธีใด กลับถูกดวงตาอันแข็งกร้าวของเ้านายจ้องเขม็ง จึงไม่กล้าเอ่ย
จิ้งเยี่ยดูท่าจะนั่งไม่ติดแล้ว ขณะที่เหงื่อบนหน้าผากหนิงเหลียงผุดออกมาเรื่อยๆ ทันใดนั้นั์ตาเขาก็เปล่งประกาย ล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ ลูกปัดสีเงินเม็ดเล็กจำนวนมากถูกโยนไปยังองครักษ์ลับทั้งแปด ชายหนุ่มมองจิ้งเยี่ยด้วยแววตาสว่างวาบ
เสียงเปรี๊ยะปร๊ะดังขึ้นทันใด ลูกปัดเงินพลันะเิขึ้นในหมู่องครักษ์ลับ ตามมาด้วยควันที่ฟุ้งกระจาย เงาดำพุ่งผ่าน
ลูกปัดสีเงินลูกหนึ่งกลิ้งมาที่เท้าจิ้งเยี่ย ทุกคนต่างใ ขณะยังไม่ทันตั้งตัวก็มีมือหนึ่งจับลูกปัดโยนออกไปอย่างแรง ควันพวยพุ่งขึ้นต่อหน้าจิ้งเยี่ย ผ้าคลุมบนตัวเขาถูกคนดึงขึ้นบังด้านหน้า ปิดกั้นฝุ่นควันจนหมดสิ้น เ้าตัวจึงไม่เปื้อนฝุ่นแม้แต่น้อย
อ้านจิ่วสะบัดผ้าคลุมอ๋องในมือแล้วยื่นให้หลินถงที่ตะลึงงัน “สกปรกแล้ว”
“อ้อ จริงด้วย” หลินถงตอบอย่างเหม่อลอย
องครักษ์ลับผู้นั้นพูดจบก็เร้นกายไปทันที กลุ่มควันในลานพลันสลาย ครั้นมองไปอีกครั้ง ไหนเลยจะยังมีเงาร่างองครักษ์ลับหลงเหลือ