บทที่ 15
หน้ากากอัศจรรย์
เมื่อผ่านสระน้ำก็พบว่าโต้วเชี่ยเฟิงกำลังนั่งอยู่ที่ขอบสระพร้อมกับปาก้อนหินและกิ่งไม้แห้งลงไปในนั้นด้วยสีหน้าที่ราวกับกำลังคิดทบทวนอะไรบางอย่าง
จนเมื่อหันมาเห็นพี่สะใภ้เขาก็ออกอาการปรับสีหน้าไม่ถูกพร้อมกับะโลุกขึ้นมา
พราวฝันเลือกที่จะยิ้มให้เพื่อยื่นไมตรี หากแต่อีกฝ่ายกลับทำหน้าหงุดหงิดใส่แล้วจ้ำพรวดหนีไปอีกทาง
“เหตุใดจึงยังไม่เลิกตั้งป้อมกับข้าอีก” หญิงสาวพึมพำ
จนเมื่อหันกลับมาก็พบกับโจทก์เบอร์ใหญ่เป้งยืนขวางอยู่จนมิอาจเลี่ยงการปะทะได้
“ท่านแม่...”
“เพราะความกตัญญูทำให้ลูกสะใภ้ต้องเหน็ดเหนื่อยแล้วสินะ”
“นางจะเหนื่อยอันใดกัน ท่านย่าเพียงให้นางไปพะเน้าพอคลอเคลียอย่างนั้นข้าก็ทำได้” ชุนฮวาแทรกเสียงเจื้อยแจ้วขึ้นจมูกเช่นเคย
“เหตุใดเ้าจึงไม่ไปทำเล่า” พราวฝันย้อน
“นั่นเพราะข้าไม่ใช่พวกสอพลอ! ท่านแม่! ตอนนี้นางกำลังวางแผนประจบประแจงท่านย่า แถมท่านย่ายังให้ท้ายจนแม้แต่คำสั่งจากผู้ควบคุมจวนอย่างท่านก็ไม่ศักดิ์สิทธิ์แล้ว ท่านจะทำโทษนางรึไม่”
ผู้เป็แม่คลี่ยิ้มบาง ๆ ราวผู้อ่อนโยน
“ไม่เป็ไร... ไม่เป็ไรเลย”
“ท่านแม่!” เสียงของเด็กสาวร้องอย่างผิดหวัง
“เ้าจะไม่รับผิดชอบการงานในจวนก็ไม่เป็ไร แต่เบี้ยหวัดรายเดือนที่จะได้รับก็ไม่จำเป็ต้องได้... อย่างนี้ก็ยุติธรรมดี เ้าว่าถูกต้องรึไม่ลูกสะใภ้”
“...”
พราวฝันเองยังไม่เข้าใจนักว่าเบี้ยหวัดที่จะได้มานั้นสามารถเอามาทำอะไรได้บ้าง ในเมื่อยุคนี้ไม่ได้มีอะไรให้ชอปปิงนักหนา โดยมากก็มีเพียงปัจจัยสี่ซึ่งก็หาได้จากในจวนนี้อยู่แล้วแถมยังไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอะไร
“เ้าค่ะ... หากท่านแม่เห็นชอบเช่นนั้นข้าก็ไม่ขัดข้อง เพราะถึงข้าพยายามอย่างไรท่านแม่ก็หาวิธีกลั่นแกล้งข้าจนได้อยู่ดี”
โต้วหนิงอันกระตุกยิ้มมุมปากราวกับกำลังพยายามควบคุมอารมณ์โกรธของตัวเอง
แต่แล้วสองวันต่อมาพราวฝันก็ต้องหน้าเสียเมื่อไม่มีเงินจ่ายค่าวัตถุดิบที่สั่งมาจากเผิงฟางหยวนหลังสหายรักส่งจดหมายเรียกชำระรายการสินค้ามาให้ด้วยท่าทางสงวนมารยาท
“ยอดทั้งหมดเก้าร้อยเวิน... ว่าแต่มันมีมูลค่าเท่าใดกันนะ” พราวฝันพึมพำกับตัวเองก่อนหันไปส่งสายตาเป็เชิงตั้งคำถามกับอาหว่าน
“หากจะเทียบกับซาลาเปาที่ราคาลูกละครึ่งเวิน... เงินจำนวนเก้าร้อยเวินก็จะซื้อซาลาเปาได้หนึ่งพันแปดร้อยลูกพอดี” ฟางหยวนช่วยคิดวิเคราะห์แทน
“หา หนึ่งพันแปดร้อยลูก!”
ภาพซาลาเปาก้อนสีขาวถล่มลงมาจากฟ้าจนท่วมโลกอยู่ในจินตนาการของพราวฝันในเวลานี้
หากยุคปัจจุบันซาลาเปาลูกละสิบบาท คิดลวก ๆ แบบไม่ต้องอิงหลักการทางการเงินก็เท่ากับยอดซื้อของพวกนี้คือเกือบสองหมื่นบาทเชียวหรือ
หญิงสาวอ้าปากค้างพลางหันไปขอเงินกับอาหว่าน สาวรับใช้ยกถุงเงินออกมาเทใส่มือตัวเอง
“บ่าวมีอยู่ห้าเวินเท่านั้นเ้าค่ะ”
“แล้วเงินเดือนของเ้าเท่าใดกันรึอาหว่าน”
“หกร้อยเวินเ้าค่ะ”
นี่เป็ครั้งแรกที่ทำให้พราวฝันได้เห็นความสำคัญของเบี้ยหวัดที่ต้องได้รับในแต่ละเดือน
แย่แล้ว ดันเล่นใหญ่กับท่านย่าจนมีหนี้ท่วมหัวเลยเหรอเนี่ย
“เวลานี้ข้าไม่มีชำระให้เ้าหรอกฟางหยวน...” ฮูหยินน้อยแห่งจวนแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่สารภาพความเป็ยาจกของตนเอง
หมอหนุ่มทำเพียงยิ้มอย่างใจดีให้สหายรัก
“แถมข้ายังถูกริบเบี้ยหวัด ไม่ได้เงินสักเวิน...” หญิงสาวคอตก แต่แล้วก็ยกหน้าพรวดขึ้นมาเมื่อไอเดียดี ๆแล่นเข้ามาในหัวจนทำเอาทั้งฟางหยวนและอาหว่านสะดุ้ง
“ข้าจะหาเงินเพิ่ม!”
“อย่างไรรึ”
“เ้าจะช่วยข้าอีกครั้งให้มีทุนเพื่อต่อยอดได้อีกรึไม่”
“ได้สิ” เผิงฟางหยวนตอบสหายที่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากอย่างไม่รีรอ
“จริงรึ เ้าช่างเป็สหายที่น่ารักจริง ๆ” ร้องดีใจพร้อมกับบีบแก้มบุรุษหน้าหวานจนยืดย้วยออกมาด้วยความมันเขี้ยว
คราวนี้ล่ะ... จะไม่ง้อเงินเบี้ยหวัดอันน้อยนิดของยัยป้ามหาภัยนั่นเลย!
ประชาชนมากมายในตลาดกำลังมุงดูสินค้าแปลกใหม่ที่ตกแต่งแผงเล็กๆ ของตัวเองได้อย่างน่าสนใจด้วยรูปวาดเปรียบเทียบก่อนและหลังใช้ผลิตภัณฑ์ โดยด้านซ้ายเป็รูปหน้าคนตอนมีริ้วรอยและความหย่อนคล้อย ส่วนรูปด้านขวาเป็ใบหน้าที่อ่อนเยาว์ลง อีกรูปก็เป็หน้าฝั่งซ้ายที่เกรอะกรังไปด้วยรอยสิวและด้านขวาเป็ผิวหน้าที่ใสสะอาดเรียบเนียนแล้ว และรูปสุดท้ายเป็รูปสีผิวหมองคล้ำเทียบกับผิวขาวสว่าง ถูกประดับตกแต่งอยู่หน้าร้านเพื่อดึงดูดสายตารวมถึงพิมพ์ในขนาดที่เล็กลงเพื่อแจกจ่ายเสมือนเป็โบรชัวร์อีกด้วย
“เร่เข้ามา! ร้านซูเมิ่งเ้าแม่ความงามอยู่นี่แล้ว นำเสนอสินค้าใหม่แหวกแนวล้ำยุคที่จะช่วยฟื้นฟูทุกปัญหาผิวหน้าของทุกคน ใครที่แก่ก็จะดูเด็กลง ใครที่หน้าเป็ตุ่มหนองก็จะลดการอักเสบให้กลับมาเป็ปกติ และส่วนใครที่หน้าดำคร่ำเครียดก็กลับมาขาวจั๊วะน่าเจี๊ยะยิ่งกว่าซาลาเปาร้านข้างๆ อีก!”
เสียงป่าวร้องเพื่อเรียกระดมพลลูกค้าของพราวฝันทำให้ฟางหยวน หญิงเฒ่าจูไห่ ไป๋เยว่และอาหว่านที่ร่วมเป็พ่อค้าและแม่ค้าในการเปิดตลาดวันนี้ลอบขำด้วยความเอ็นดู
“นังหนูเมิ่งนี่ทำได้ทุกอย่างจริงๆ” ฮูหยินผู้เฒ่าหันไปกระซิบบอกกับผู้ดูแลด้วยความเอ็นดู
“แล้วมันทำอย่างไรกันเล่าแม่นาง!” หนึ่งในผู้ที่มุงดูร้องถามอย่างกระตือรือร้น
“ท่าน... มีปัญหาใบหน้าหมองคล้ำ เข้ามาใกล้ ๆ ข้าสิ ข้าจะสาธิตให้ทุกคนได้ดู” ว่าแล้วแม่ค้าจำเป็ก็นำน้ำข้าวที่เตรียมมาเช็ดบนผิวหน้าของว่าที่ลูกค้ารายแรกจนสะอาด ก่อนจะนำสินค้าเรือธงออกจากกล่องไม้แล้วกางให้ทุกคนได้ดู “นี่คือหน้ากากอัศรรย์! เรียกคืนความมั่นใจ!”
ผู้คนมากกว่าครึ่งร้อยส่งเสียงฮือฮา ก่อนจะจ้องมองการสาธิตของแม่ค้าสาวอย่างใจจดใจจ่อ
“วางหน้ากากอัศจรรย์นี่ไว้บนใบหน้าหลังทำความสะอาดด้วยน้ำข้าวจนสะอาดหมดจดแล้วปล่อยทิ้งไว้สิบห้านาที... ไม่สิ หนึ่งเค่อ เพียงเท่านี้พวกท่านก็จะสามารถแก้ปัญหาที่กวนใจบนใบหน้าได้อย่างง่ายดาย”
เริ่มมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังขรมไปทั่วบริเวณ มีคนหน้าใหม่ ๆ เข้ามามุงดูเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
ระหว่างที่รอผลลัพธ์จากผู้สาธิตคนแรก พราวฝันก็กวาดสายตาหาผู้ที่มีปัญหาผิวดังในรูปเปรียบเทียบที่แจกจ่ายไปให้เข้ามาทดลองสินค้าเพิ่มอีกสองคน
“ข้าคือคนที่เคยมีปัญหาตุ่มหนองทั่วใบหน้าจากสิวซึ่งมาจากความสกปรก รูปวาดในมือของพวกท่านถูกวาดจากใบหน้าของข้าเอง!” อาหว่านเริ่มที่จะออกโรงบ้าง บัดนี้ใบหน้าของนางเกลี้ยงเกลาขึ้นจนมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น
“จริงรึเนี่ย ไม่อยากจะเชื่อเลยว่านี่คือรูปของนาง”
“จริงเ้าค่ะฮูหยินและนายท่านทุกคน จนเมื่อข้าได้ใช้หน้ากากนี้เพียงยี่สิบเอ็ดวัน ด้วยคุณสมบัติพิเศษจากน้ำมันมะพร้าวนี้ก็ทำให้อาการอักเสบบนใบหน้าของข้าลดลง ทั้งยังช่วยลดรอยที่ทิ้งไว้อีกด้วย”
และด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่จริงจังของอาหว่านทำให้ฝูงชนเริ่มกระชับพื้นที่เข้ามามากขึ้นเพื่อดูใบหน้านางให้ชัดๆ
จนกระทั่งผู้สาธิตคนแรกซึ่งเป็บุรุษที่มีผิวกรำแดดจากการทำไร่ถอดแผ่นมาส์กออก
“ผิวข้าดูขาวขึ้นจริง ๆ”
ทันทีที่เขาประกาศผลลัพธ์คนที่มุงดูก็ฮือฮาด้วยความตื่นเต้นทันที
“ราคาปกติกล่องละแปดสิบเวิน หากซื้อวันนี้ข้าเปิดตัวให้ทดลองเพียงสี่สิบเวินเท่านั้น สินค้ามีจำนวนจำกัดอย่ารอช้า เวลานี้ใครเร็วใครได้!”
คราวนี้ฝูงชนเ่าั้ก็ราวกับฝูงซอมบี้ ทุกคนต่างยื้อแย่งที่จะจ่ายเงินเพื่อให้ตัวเองได้เป็เ้าของหน้ากากอัศจรรย์อันนี้ให้ได้
พ่อค้าแม่ค้าทั้งห้าชีวิตต่างส่งมอบสินค้าและรับเงินกันจนมือเป็ระวิง คนที่ดูจะสนุกกว่าใครเห็นจะเป็ผู้าุโสูงสุด
“ว่าแต่ท่านผู้าุโ... ได้ใช้หน้ากากอัศจรรย์นี้หรือไม่” ฮูหยินท่านหนึ่งยื่นหน้าเข้ามาถามพลางจ้องสำรวจอย่างละเอียด
“ถามมาได้แม่นาง หลานสะใภ้ของข้าเป็คนทำมันขึ้นมาข้าก็ต้องได้ใช้ของดีพวกนี้ก่อนใครน่ะสิ”
“เห็นทีจะจริง เพราะผิวของท่านช่างดูชุ่มชื้นและไม่แห้งกร้าน อีกทั้งก็ยังดูกระชับ ความละเอียดของผิวพรรณราวกับสาวรุ่น ข้าขอทายอายุของท่านได้รึไม่”
“ก็ลองดูสิแม่นาง”
“น่าจะห้าสิบห้าใช่รึไม่ ท่านคงอ่อนเยาว์กว่ามารดาที่เรือนของข้าเป็แน่”
“แหม...” หญิงชรายิ้มเขิน “ที่จริงแล้วอีกสองปีที่จะมาถึงข้าก็จะแปดสิบอยู่รอมร่อแล้วล่ะ”
“อุ๊ยตายจริง เยี่ยงนี้ข้าต้องเหมาหน้ากากอัศจรรย์นี้เสียแล้ว” โต้วชิงไห่คลี่ยิ้มกว้างด้วยความภูมิใจอย่างไม่ปกปิด จนผู้ดูแลอย่างไป๋เยว่ก็พลอยมียิ้มกว้างตามไปด้วย
“เหนื่อยหรือไม่ท่านย่า” พราวฝันหันมาถามตอนที่ผู้เป็ย่ากำลังช่วยนับเงินลงกล่องโดยมีอีกคนคอยช่วยจดบันทึกรายการขายไปด้วย
“ไม่เลย ข้าสบายมาก”
“ข้าบอกแล้วว่าไม่ต้องมาก็ไม่เชื่อ เหตุใดจึงรั้นนัก”
“นั่นเพราะเ้าเป็สะใภ้จวนสกุลโต้วข้าก็ต้องออกมาควบคุมด้วยตัวเองเพื่อไม่ให้เ้ากระทำเื่ให้เสื่อมเสียแก่วงศ์ตระกูล”
“แท้จริงแล้วท่านก็อยากแอบหนีออกมาเที่ยวล่ะสิ” พราวฝันย้อนด้วยความรู้ทัน
“อย่ามาทำเป็รู้ดีนะนังหนูเมิ่ง” ชิงไห่มองค้อนหลานสะใภ้แล้วก้มหน้านับเงินต่อ
“ข้าจะแบ่งรายได้ให้ท่านดีหรือไม่ หรือไม่อย่างนั้นข้าจะพาท่านไปกินของอร่อยที่ร้านขึ้นชื่อตรงหัวมุม”
“เก็บไว้เถิด... เหล่านี้คือเงินและทรัพย์สินของเ้า วันหน้าอาจมีเหตุจำเป็ให้เ้าต้องได้ใช้มัน”
“...”
“วันนี้เป็วันที่สนุกที่สุดในรอบห้าสิบปีของข้าเลยล่ะ” หญิงชราพึมพำกับตัวเองด้วยใบหน้าเบิกบาน
เมื่อได้เห็นดังนี้พราวฝันเองก็หุบยิ้มกว้างลงไม่ได้เช่นกัน เธอรู้สึกดีใจที่ทำให้ผู้สูงวัยที่เอาแต่อุดอู้อยู่แต่ในบ้านได้มาทำอะไรที่น่าสนใจและเพิ่มสีสันให้กับชีวิตของตัวเองบ้าง
วันนี้ช่างเป็วันที่ดีอย่างที่ท่านย่าว่าจริงๆ
---------------------------------------------------------------------------------
ตอนต่อไปจะติดใจแล้วนะครับ ^^