“มิสซิสฮิลยาร์ดคะ… คุณต้องพักเสียบ้างค่ะคุณหมอวิคฟิวด์เตรียมห้องไว้ให้ที่ชั้นสามแล้ว”
“ไม่เป็ไร ไม่ต้องห่วง” มาเรียนฝืนยิ้มให้นางพยาบาลหยิบบุรี่จากกระเป๋าออกมาสูบแสงแดดยามบ่ายสาดสว่างอยู่ภายนอก มองเห็นหลังคาโบสถ์และหอระฆังเป็ประกายแวววามขอบคุณพระเ้า อย่างน้อยก็สำหรับการที่พระองค์ยังทรงประทานชีวิตประทานลมหายใจให้กับไมเคิล...
มาเรียนชะเง้อมองเข้าไปภายในร่างของลูกชายยังนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงภายในห้องฉุกเฉิน เธอจะละทิ้งลูกชายคนเดียวที่กำลังอยู่ในขั้นโคม่านี้ไปได้อย่างไร...เธอจะไม่มีวันยอมให้เหตุการณ์ซ้ำรอยกับที่เคยเกิดขึ้นเมื่อครั้งที่เฟรเดอริคพ่อของลูกเจ็บหนักเพียงแต่เธอออกไปตามคำขอร้องของหมอกับนางพยาบาลเพื่อให้พักผ่อนแบบเดียวกันนี้ได้เพียงแค่ครึ่งชั่วโมงเขาก็สิ้นใจไปโดยไม่ทันที่จะได้เห็นใจกัน
หยาดน้ำตาของเธอพร่างพรายเหตุการณ์ร้ายแรงเช่นนั้นจะต้องไม่เกิดขึ้นอีก ไมเคิลจะต้องไม่ตายจะต้องไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับเขา เธอจะต่อสู้จนลมหายใจสุดท้ายเพื่อจะซื้อชีวิตลูกไว้
อย่างน้อยก็ขอให้เขาอาการดีขึ้นกว่านี้อีกสักนิด...เธอพร่ำภาวนาอยู่ในใจ...ขอเพียงให้เขาฟื้นคืนสติขึ้นมาเท่านั้นเธอจะพาเขากลับไปนิวยอร์ทันทีอย่างที่พ่อของเบน อเวรี่เอาลูกชายที่ได้รับาเ็สาหัสกลับไปแล้วไมเคิลจะต้องอยู่ในมือหมอที่ดีที่สุด ที่เธอได้สั่งให้เตรียมการไว้พร้อมแล้วแต่...ก็ยังไม่มีสัญญาณใดแต่น้อยที่จะแสดงว่าเขาจะฟื้นคืนสติขึ้นมาอย่างที่เธอพร่ำภาวนาอยู่ขณะนี้...
และเด็กสาวคนนั้นเล่า...มาเรียนคิดด้วยความกลัดกลุ้มกดบุหรี่ลงในที่เขี่ยอย่างยุ่งยากใจหรือมันอาจจะเป็ความผิดของเธอเองก็ได้ เหตุการณ์ร้ายแรงนี้จึงได้เกิดขึ้นใช่สิ...เด็กคนนั้นจะต้องปลอดภัยด้วย...จะต้องไม่ตายถ้าจะมีอะไรเกิดขึ้นก็ขอเพียงแค่เสียโฉมเท่านั้นเถิดขอคุณพระเ้าช่วยด้วยอย่าให้ความผิดบาปนั้นต้องตกมาถึงตัวเธอเลยแม้ว่าส่วนลึกในจิตใจในยามที่พร่ำภาวนาอยู่นั้นความชิงชังในชาติกำเนิดของเด็กสาวจะยังคงหยั่งรากลึกอยู่ในหัวใจของเธอก็ตาม...
“ผมคิดว่าได้สั่งให้พยาบาลมาบอกแล้วว่าให้คุณพักเสียงบ้างนะครับนี่คุณไม่เคยฟังใครบ้างเลยหรือมาเรียน...?”
เธอหันขวับไปมอง นายแพทย์วิคฟิลด์เข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างๆ
“คงไม่เป็ไรหรอกค่ะ...ไมเคิลเป็ยังไงบ้างคะหมอ...?” เธอจุดบุหรี่มวนใหม่
“ผมเพิ่งเข้าไปดู...อาการยังทรงอยู่แต่ไม่ต้องเป็ห่วง...ก็บอกแล้วไงว่าเขาจะฟื้นเร็วๆ นี้ ตอนนี้เราต้องให้เวลาเขาอีกสักหน่อย”
“ค่ะ ถ้าอย่างนั้นฉันก็อยากจะรออยู่จนกว่าเขาจะฟื้น...แต่หมอคะคุณคิดส่าสมองของเขาจะได้รับความกระทบกระเทือนด้วยหรือเปล่า...ฉัน...ฉันกลัวว่าเขาอาจจะมีอาการทางสมองจนเป็อันตรายได้”
“นั่งก่อนสิ มาเรียน” นายแพทย์วิคฟิลด์รั้งแขนเธอให้นั่งลงบนม้ายาวหน้าหองฉุกเฉินก่อนจะทรุดตัวลงนั่งเคียงข้าง
“คุณต้องเชื่อผมนะ ผมบอกแล้วไงเวลานี้อาการของเขาพ้นขีดอันตรายแล้ว และจะฟื้นในอีกไม่ช้านี้แหละ ถึงแม้ว่าตอนนี้จะยังโคม่าอยู่ก็ตาม แต่ก็ไม่มีอะไรน่าใแล้ว”
“ค่ะ แล้วก็...เอ้อ...เด็กคนนั้นล่ะคะ?” เธอกลั้นใจถาม
“ก็เหมือน ตอนนี้ การยังทรงตัวอยู่เวลานี้เรายังทำอะไรไม่ได้ แต่สำหรับเด็กนั้นผมเองก็ไม่ทราบจะพูดยังไง...มันเป็เื่เศร้ามากเลยนะเพราะแกจะต้องเสียโฉมไปตลอดชีวิตผมก็ยังไม่รู้จะช่วยแกได้มากน้อยแค่ไหนเพราะในบอสตันที่มีหมอที่เป็มือหนึ่งทางด้านศัลยกรรมตกแต่งอยู่เพียงแค่สองคนเท่านั้นมันน่าสงสารตรงที่ว่าเมื่อเด็กคนนี้หายแล้ว เค้าหน้าเดิมแทบจะไม่เหลือเลยหมายถึงตรงที่เป็กระดูกนะ ไม่ใช่เส้นประสาทหรือกล้ามเนื้อที่น่าเป่นห่วงมากคือดวงตา ถ้าไม่บอดเสียก่อนก็ยังพอแก้ไขได้”
“ที่จริง... มันก็เป็ความผิดของเขาด้วยนั่นแหละค่ะหมอ...”เธอกัดริมฝีปากอย่างขุ่นเคียง
นายแพทย์วิคฟลด์ยืนขึ้นทันที
“มาเรียน...” เขาพูดเสียงหนัก“คุณพูดอย่างนี้เห็นจะไม่ถูกต้องนะไมเคิลต่างหากที่เป็คนขับไม่ใช่เด็กคนนั้น”
“ฉันเข้าใจค่ะ...ว่าแต่เคยมีเหตุการณ์แบบเดียวกันนี้เกิดขึ้นบ้างไหมคะ...อย่าคนที่ประสบอุบัติเหตุจนเสียโฉมมากขนาดนี้แล้วไม่อาจจะศัลยกรรมตกแต่งได้อีก...?”
“มีสิ เยอะแยะไป แต่ว่ามันเป็เื่น่าเศร้ามากที่คนคนหนึ่งจะต้องมีชีวิตอย่างมืดมนเต็มที...คุณลองคิดดูสิว่าผู้หญิงที่กำลังอยู่ในวัยสวยสด อายุก็แค่สิบสองเท่านั้น แต่ต้องมาหยุดอานาคตของตัวเองไว้เพียงแค่นี้เพราะเกิดอุบัติเหตุ...ไม่มีใครจะทนมีชีวิตอยู่อย่างนั้นได้แน่...แล้วสำหรับเด็กคนนี้ก็น่าจะต้องเคยเป็คนสวยมากคนหนึ่งเหมือนกันไม่อย่างนั้นลูกชายของคุณก็คงไม่รักเขาแน่จริงไหม?”
“ไม่ทราบสิคะฉันคิดว่าคงเป็อย่างงั้นมั้ง...แต่ที่จริงแล้วเรายังไม่เคยเจอกันสักครั้งเลย...”มาเรียนตอบด้วยสีหน้าครุ่นคิด
“อืม...แต่ทางโรงพยาบาลก็คงจะช่วยรักษาให้อย่างดีที่สุดเท่าที่จะทำได้เท่านั้นละแต่ก็ต้องค่อยยังชั่วเสียก่อนเราถึงจะมาพิจารณาว่าจะทำยังไงถึงจะให้ใบหน้าของแกเสียโฉมให้น้อยที่สุดแล้วคุณพอจะรู้บ้างไหมล่ะว่าฐานะความเป็อยู่ของแกเป็ยังไงพอจะมีเงินบ้างหรือเปล่า...?”
“ไม่หรอกค่ะ” มาเรียนตอบอย่างรวดเร็ว
“ถ้าอย่างนั้น ก็ออกจะแย่สักหน่อยเพราะหมอที่จะทำเกี่ยวกับเื่นี้ ขาก็คงไม่มีเวลาพอที่จะสร้างกุศลแน่เพราะต้องใช้เงินมากเสียด้วย”
“แล้วหมอรู้จักหมอคนไหนที่เป็มือหนึ่งในเื่นี้บ้างไหมคะ?”
“ก็รู้จักแค่สองคนอย่างที่บอกแล้วนั่นแหละคนหนึ่งมือเยี่ยมเลยทีเดียวอยู่ในซานฟรานซิสโก” นายแพทย์วิคฟิลด์มองหน้ามาเรียนอยู่...หรือว่าเด็กสาวผู้น่าสงสารคนนั้นจะโชคดีเขาเกิดความหวังเลือนๆขึ้นมาในใจ นั่นสิ...น่าจะเป็มาเรียนนี่เองที่จะเป็ผู้ให้ความช่วยเหลือเด็กคนนั้น...มาเรียนออกจะรวยล้นฟ้าเงินของเธอเท่านั้นที่จะช่วยแนนซี่ได้...
“หมอคนนั้นชื่อปีเตอร์ เกร็กสันรู้จักกับผมมานานหลายปีแล้ว มือเยี่ยมจริงๆ”
“เขาทำได้แน่หรือคะ?”
นายแพทย์วิคฟิลด์มองหน้ามาเรียนด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูกเขาอยากจะเอ่ยปากขอร้องเสียงเองที่จะให้มาเรียนอุปถัมภ์แนนซี่เกี่ยวกับเื่นี้แต่ก็ยังไม่กล้าพอ
“ผมคิดว่าเขาน่าจะเป็คนเดียวที่ทำเื่นี้ได้ดีที่สุด...หรือจะให้ผม...เอ้อ.ผมไม่รู้ว่าคุณอยากจะให้...ผมลองติดต่อไปหาเขาหรือเปล่า...?”
ดวงตาคู่ที่เงยขึ้นสบกับเขาอยู่ในยามนี้เยือกเย็นอย่างประหลาดสีหน้าสงบ จนนายแพทย์วิคฟิลด์ไม่อาจอ่านได้ว่าใจของมาเรียนกำลังคิดอะไรอยู่
“แล้วฉันจะบอกหมอเองค่ะ”
“ดีครับ และตอนนี้ผมก็ยังยืนยันว่าอยากจะให้คุณพักผ่อนเสียก่อน คุณนั่งอย่างนี้มาั้แ่ตีห้าแล้วนะครับมาเรียนผมน่าจะต้องบังคับคุณเสียแล้ว”
“ฉันทราบค่ะ” เธอฝืนยิ้มให้เขา“แต่ยังไม่ไปไหนหรอกค่ะ ฉันยังอยากอยู่ดูลูกก่อน”
“แต่ผมไม่อยากเห็นคุณฆ่าตัวตายนะมาเรียน”
“โธ่ ฉันไม่ตายหรอกค่ะหมอคนอย่างฉันน่ะตายยากจะตายไป แล้วคุณก็ควรรู้ด้วยนะวิคกี้ว่าฉันยังจะตายตอนนี้ไม่ได้ยังมีงานต้องทำอีกเยอะมาก”
“มันไม่คุ้มกันหรอกน่า”
“ฉันก็รู้ค่ะว่ามันไม่คุ้ม...เพราะถ้าตายเข้าจริงๆ ฉันก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา แต่ถ้าฉันต้องเสียลูกก่อนตายล่ะคะ?”
นายแพทย์วิคฟิลด์ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ
“เอา...ก็ได้...ผมจะให้เวลาคุณอยู่กับเขาอีกชั่วโมงหนึ่งถ้าถึงเวลานั้นแล้วคุณยังไม่ไปก็เห็นจะต้องบังคับกันละแล้วผมก็ไม่แคร์ด้วยว่าคุณจะว่ายังไง...เข้าใจแล้วนะครับ?”
“เข้าใจดีทีเดียวค่ะวิคกี้” เธอชะโงกเข้าไปจูบเขาตรงแก้ม “แล้วก็...วิคกี้คะ...ขอบคุณมาก”
สำเนียงในตอนท้ายนั้นแฝงแววเศร้า แต่ก็ยังอ่อนโยนอย่างประหลาดจนเขาต้องจูบตอบเธอเบาๆ
“อาการของเขาจะดีขึ้นแน่ มาเรียน...ผมรับรอง”
มาเรียน อิลยาร์ดมองตามร่างนายแพทย์วิคฟิลด์ที่เดินออกไปตามทางเดินระหว่างตึกทิ้งให้เธอยืนอยู่ตรงนั้นเพียงลำพัง
และนายแพทย์วิคฟิลด์ก็กำลังคิดว่า เขาน่าจะได้ทำถูกแล้วที่ได้โทรศัพท์ไปตามยอร์ช กัลป์ลิเวย์ เมื่อชั่วโมงที่ผ่านมาอย่างน้อยมาเรียนก็้าใครสักคนหนึ่งมาอยู่เป็เพื่อน...