เจี้ยนเว่นลูบใบหน้าด้วยความเ็ามาตรแม้นใบหน้าจะไม่มีวันคืนสู่สภาพปกติ แต่จะอย่างไรนี้ก็ยังเป็ใบหน้าของเขาดังนั้นเขาต้องอาศัยใบหน้านี้ เขาได้แต่ยิ้มแย้มเศร้าโศกไปก็ไม่มีอันใดดีทำใจอยู่ร่วมกับมันจึงประเสริฐ เขาสีหน้านิ่งเฉยมิทราบว่าหลังเศร้าโศกครุ่นคิดเื่อันใดอยู่เวลานั้นเองค่อยนึกถึงรอยซ้ำสีดำทั่วร่างค่อยก้มมองสังเกตอีกครา
เขาเอียงศีรษะเล็กน้อยมิทราบว่าเกิดขึ้นมาได้อย่างไรเขาขบคิดในใจว่าอาจเป็เพราะปีศาจนั้นสิงสู่ร่างกายและิญญา ทำร้ายจนร่างกายเลอะเลือนเริ่มแรกมาตรแม้นไม่มีาแภายหลังค่อยบังเกิดผลและาแขึ้นมา ยามนั้นพอขบคิดถึงพลันรีบมองกระจกส่องใบหน้าของตนอีกครา
เขาเห็นใบหน้าที่ซีดเผือดของตนเองมีแววหม่นหมองคล้ายอารมณ์ที่กำลังเศร้าโศก มาตรแม้นอัปลักษณ์แต่ยามจ้องมองกลับให้ความรู้สึกเซื่องซึมหดหู่ เขาไม่ได้มีอารมณ์ความรู้สึกเช่นนั้นไฉนใบหน้าถึงเผยแววอารมณ์เช่นนั้นออกมาเวลานั้นเองเขาค่อยเห็นว่าใบหน้าของตนเองคล้ายมีสีเทามืดครอบจางๆ เห็นประกายที่เจิดจ้าเวลากะพริบคล้ายสะท้อนความมืดมนออกมา
ที่หว่างคิ้วตนเองมีแววอำมหิตและกลิ่นอายความตายแผ่ซ่านแ่เบา มาตรแม้นมิได้ปรากฏขึ้นอย่างชัดเจนแต่อาจเพราะเขาสมาธิสูงจึงััได้ เขาพอนึกถึงเื่คำสาปก็อดมิได้ที่จะหนาวเหน็บทั่วร่างคำสาปของปีศาจน่าสะพรึงกลัวเกินบรรยาย มาตรว่าเขามิทราบอะไรมากแต่อาจารย์ตนเคยเล่าเอาไว้ว่าพลังด้านลบศาสตร์มืดไม่มีเผ่าพันธุ์ใดน่าสะพรึงกลัวเท่าเผ่าปีศาจ
เผ่าปีศาจในอาณาจักรเก้าเซียนมิใช่ปีศาจที่แท้จริง ปีศาจที่แท้จริงอยู่ในปรภพอันมืดมิดเต็มไปด้วยความตาย ปรภพนั้นเป็พิภพแห่งความตายเื่เล่าเกี่ยวกับปรภพมีน้อยนิดเพราะไม่มีใครเคยไปแล้วได้รอดกลับมาเล่าต่อ ผู้คนเพียงทราบว่าปรภพเป็แดนดินแห่งความตาย เป็พิภพที่คนตายอาศัยอยู่ส่วนเื่อื่นๆ จากนั้นมิทราบแท้จริงหรือหลอกลวง
แต่สิ่งหนึ่งที่คนทราบก็คือในปรภพมีสิ่งมีชีวิตมากมายอาศัยอยู่สิ่งมีชีวิตและเผ่าพันธุ์เ่าั้ล้วนแต่เป็สิ่งที่เลวร้ายจิตใจหยาบช้า หนึ่งในเผ่าพันธุ์ที่ทรงพลังแข็งแกร่งนั้นก็คือปีศาจ ด้านพลังความมืดด้านลบและพลังคำสาปไม่มีเผ่าพันธุ์ใดเหนือกว่าเผ่าพันธ์ุปีศาจ คำสาปของปีศาจทั้งชั่วร้ายทั้งทรงพลังกล่าวกันว่าในอดีตกาลเผ่าปีศาจถือกำเนิดจากสายเืเทวดา เป็หยดเืของเทวดาที่หลั่งรินลงพื้น
ในโลกมีคำกล่าวว่าถูกสิ่งใดโจมตีได้มิอาจถูกคำสาปของปีศาจทำร้าย เพราะหากถูกคำสาปของปีศาจทำร้ายประทับร่างยากยิ่งจะรอดพ้นความตายได้ ดังนั้นเขาจึงวิตกกังวลเขาเป็ชายหนุ่มอายุน้อยที่พึ่งออกท่องยุทธจักรไม่มีภูมิความรู้มากพอ ย่อมไม่มีทางทราบว่าจะแก้ไขหรือทำลายคำสาปนี้ได้อย่างไร แต่ในตอนนี้เขามิทราบทำอย่างไรดีได้แต่ตั้งสมาธิฝึกฝนให้ตนเองแข็งแกร่ง
เพราะเวลานี้เขายังมิต้องกังวลมากเกินไปเพราะในร่างยังมีฤทธาวิเศษคุ้มครองยับยั้งเอาไว้ หากแต่ในอนาคตอันตรายเขาต้องค้นหาทางออกให้ได้ในระยะเวลาที่เร็วที่สุด เพราะนี้เกี่ยวพันถึงชีวิตของเขาขณะที่เขากำลังครุ่นคิดอยู่นั้นเองด้านนอกประตูบังเกิดเสียงเท้าย่ำพื้นบ้านแ่เบา เสียงกระดิ่งคล้ายถูกลมพัดดังเสนาะหูเสียงชายเสื้อโบกสะพัดแว่วดังเข้ามา
เจี้ยนเว่ยเงยหน้ามองที่ประตูมีเสียงเคาะดังสามครั้งจากนั้นเป็สุ้มเสียงอ่อนไหวเพราะพริ้งดังว่า" ท่านฟื้นแล้ว? " เสียงนั้นพอฟังถึงกับสามารถลดความอ่อนล้าของจิตใจไปเลยก็มิปาน เป็เสียงที่อ่อนหวานราวกับสายลมยามเช้าพัดโชยในสวนดอกไม้ เจี้ยนเว่ยเคลิบเคลิ้มไปชั่วขณะค่อยรู้สึกตัวจึงตอบกลับไปว่า" ฟื้นแล้ว" อาจเพราะเขาคอแห้งขาดน้ำยามเอ่ยออกเสียงจึงแหบแห้งฟังแล้วระคายหูอย่างยิ่ง
ประตูเปิดออกแสงแดดสว่างอบอุ่นส่องลอดประตูเข้ามา ประตูพอเปิดออกเห็นหน้าประตูยืนไว้ด้วยคนผู้หนึ่งดั่งราวกับเป็ธรรมชาติประหนึ่งดอกไม้ที่บานสะพรั่งในฤดูใบไม้ผลิ ใบหน้าที่สะคราญสวยสดงดงามนั้นแดงเปล่งปลั่งด้วยเืฝาดนั้นเยือกเย็น ผมที่นุ่มสลวยสีฟ้าชมพูคล้ายน้ำทะเลปนเปกับหิมะสยายไปด้านหลังราวกับสายธารดาราบนม่านวิกาลในยามค่ำคืน
ใบหน้าที่อ่อนหวานดั่งดอกบ๊วยที่บานสะพรั่งสดใสชื่นบาน คิ้วเรียวบางโค้งเป็วงเสี้ยวได้รูปสีเทาอ่อนๆ ดั่งก้านอ่อนของต้นเหมยกลางหาวประดับบนใบหน้า ดวงตาที่เรียวเล็กแวววาวเปล่งประกายแพรวพราวดั่งผลบ๊วยอันงดงามสีเหลืองทอง ขนตายาวสีอ่อนงอนเป็แพคล้ายมีละอองหิมะเกาะจางๆ จมูกโด่งเล็กๆ ประดับคู่กับริมฝีปากอิ่มเอิบอันบางเบาสีชมพูสดเม้มปิดสนิท มีเรือนผมพัดพลิ้วย้อยลงมาใบหน้าขาวผุดผาดที่หูมีดอกเหมยเหน็บเอาไว้
นั้นเป็หญิงงามที่หาพบได้ยากยิ่งแก้มแดงเปล่งปลั่งผิวกายขาวสล้างดั่งน้ำนม โครงหน้าอ่อนหวานที่สวยซึ้งงดงามมีเสน่ห์ดึงดูดจิตใจผู้คน รูปร่างที่ผอมเพรียวระหงกอปรด้วยเนินหน้าอกอวบอิ่มถูกอาภรณ์ปกปิดครึ่งหนึ่ง เผยเห็นผิวพรรณอ่อนนุ่มเอวที่บอบบางอ้อนแอ้นสวมใส่อาภรณ์โบราณบาง เผยเห็นเนื้อหนังขาวละเอียดดั่งเปล่งประกายกลิ่นหอมของมวลดอกไม้หลากหลายพัดโชย ที่โดดเด่นที่ย่อมเป็กลิ่นเหมย
พอนำมารวมกันกลายเป็ดรุณีที่สวยสดงดงามยากจะบรรยายชนิดหนึ่ง มีเสน่ห์อันจรัสแสงดั่งเทพธิดาผู้สูงส่งศักดิ์สิทธิ์ไร้มลทิน ราวกับหญิงสาวผู้นี้ถูกสรรค์สร้างจากเทพยดาบน์อย่างบรรจง ดั่งถูกแกะสลักจากอัญมณีล้ำค่าสูงส่งอย่างมิอาจเอื้อมก็ปาน ชั่วครู่ที่หญิงสาวผู้นี้ปรากฏตัวถึงกับดึงดูดความสนใจความนึกคิดของเจี้ยนเว่ยไปทันที เขาเพียงรู้สึกตกอยู่ในภาพมายาแห่งความงดงามเป็ความงดงามที่เจิดจรัส
ดั่งราวกับยอดแห่งความหอมและงดงามของมวลดอกไม้ทั้งปวงก็ปาน ราวกับไม่ว่าผู้ใดหดหู่หรือเศร้าสลดพอสบตากับหญิงสาวผู้นี้ต้องถูกชำระล้างอารมณ์ด้านลบเ่าั้ไปจนหมดสิ้น เจี้ยนเว่ยอ้าปากค้างอึ้งงงงันยกใหญ่ เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าในโลกจะมีดรุณีที่งดงามดั่งเทพธิดาบนสรวง์เช่นนี้ เขาน้อยครั้งที่จะได้พบเห็นหญิงสาวสะคราญ ดังนั้นคล้ายคนไม่เคยมีประสบการณ์และภูมิต้านทานก็ปาน
ทั้งสองสบตากันอยู่ยาวนานใบหน้าที่เ็าแต่อ่อนหวานของหญิงสาวพลันแดงระเรื่อขึ้นเล็กน้อยกล่าวว่า" ท่านจะไม่เชิญชวนเราเข้าไปด้านในเลยหรือ" เสียงนี้พอดังก็ปลุกเจี้ยนเว่ยให้ตื่นจากภวังค์ พึ่งรู้สึกตัวว่าตัวเองเสียมารยาทพลันรู้สึกกระดากอายก้มหน้าเล็กน้อยกล่าวว่า"ขออภัยเชิญ" พอกล่าวจบหญิงงามค่อยเดินเข้ามา
หญิงงามพอเดินเข้ามาก็หยุดอยู่หน้าเขากล่าวว่า
" ท่านรู้สึกอย่างไรบ้างดีขึ้นหรือไม่ "
เจี้ยนเว่ยเงยหน้าสบตาผงกศีรษะตอบรับหญิงงามนั้นหัวเราะเจื้อยแจ้วพลันกล่าวอีกว่า" ท่านเอาแต่มองหน้าจะไม่บอกชื่อแซ่แนะนำตัวหน่อยหรือ"
เขามาตรแม้นร่างสูงใหญ่ใบหน้าอัปลักษณ์น่าสะพรึงกลัวแต่จิตใจยังอ่อนโยน ถึงกับรู้สึกร่างกายร้อนวูบใบหน้าแดงระเรื่อขึ้นเล็กน้อยค่อยกล่าวเสียงสั่นอย่างขัดเขินว่า" ข้าแซ่ถังนามเจี้ยนเว่ยท่านเป็คนช่วยเหลือข้าไว้หรือ มิทราบท่านมีชื่อเรียกว่าอะไร"
หญิงงามนางนั้นหัวเราะเสียงเจื้อยแจ้วเสนาะหูกว่าเดิมคล้ายขบขันกับท่าทางของเขาจากนั้นกล่าวว่า" มิใช่เราช่วยเ้าไว้หากแต่เป็อาจารย์ช่วยเ้าไว้ เราเพียงแค่ช่วยดูแลเล็กน้อยเท่านั้น" หยุดชั่วขณะค่อยกล่าวอย่างยิ้มแย้มผุดผาดว่า" คนเรียกเราว่าเหมยเยือกเย็น นามเหมยเซียง ท่านเรียกเราเหมยเซียงเถอะ " รอยยิ้มที่เปล่งปลั่งดั่งราวกับดอกเหมยที่บานสะพรั่งในฤดูหนาวอันเต็มไปด้วยหิมะ ใบหน้าที่สวยซึ้งสดใสเคลือบไว้ด้วยความเ็าเยือกเย็นเล็กน้อย
เจี้ยนเว่ยรู้สึกร้อนรุ่มและเคลิบเคลิ้มค่อยกล่าวว่า
" ท่านงดงามดั่งดอกเหมยอันหอมหวนท่ามกลางหิมะจริงๆ หลายวันมานี้มีท่านช่วยดูแลนับเป็เื่หายากต้องรบกวนแล้ว" เขามาตรแม้นมิทราบว่าตนเองสลบไปนานเท่าใด แต่พอทราบว่ามีหญิงงามดูแลพลันรู้สึกกระด้างกระเดื่องเล็กน้อย เหมยเซียงยิ้มอย่างพริ้งพรายงดงามหัวเราะเสียงเจื้อยแจ้วคราหนึ่งก็ล้วงกระเป๋าหยิบเอายามาสองเม็ดยื่นมาให้เขาพลางกล่าวว่า
" อาจารย์ให้เรานำยานี้มาให้เ้า ยานี้มีสรรพคุณช่วยชะล้างร่างกายรักษาอาการบอบช้ำภายในของเ้าได้" เจี้ยนเว่ยยื่นมือรับยามาจดจ้องเหม่อลอยอยู่ชั่วขณะพลางกล่าวเสียงแ่เบาว่า" ท่าน...ท่านดีต่อเราขนาดนี้...ท่านไม่เกรงกลัวหรือรังเกียจเราหรือ.. " เขากล่าวเสียงแ่เบาั้แ่ที่ทราบว่าใบหน้าตนเองอัปลักษณ์เพราะาแจึงเกิดความรู้สึกแปลกประหลาด เป็ความรู้สึกที่มิอาจบรรยายชนิดหนึ่ง
กริ่งเกรงว่าผู้อื่นพบเห็นจะหวาดกลัวโดยเฉพาะหญิงสาวงดงามผู้นี้ มันเองมิทราบไฉนรู้สึกเช่นนี้รู้สึกเกรงกลัวว่าอีกฝ่ายจะรังเกียจ... เหมยเซียงหยุดเสียงหัวเราะเล็กน้อยใช้มือลูบผมพาดบนหูมองดูเขาชั่วขณะค่อยทอดถอนใจออกมาคำหนึ่งกล่าวว่า
" เราไม่เกรงกลัวเ้าและไม่รังเกียจ เราไฉนต้องเกรงกลัวเ้า? เ้ามาตรแม้นใบหน้าอัปลักษณ์เพราะาแแต่เดิมทีเป็บุรุษที่หล่อเหลา มีจิตใจดีงามมิใช่คนชั่วร้ายจะอย่างไร เ้าเพียงอัปลักษณ์ภายนอกมิได้อัปลักษณ์ภายใน ดังนั้นเราย่อมไม่เกรงกลัวและรังเกียจเ้า .... หรือเ้า้าให้เรารังเกียจหรือไร? " ขณะเอ่ยวาจาใบหน้าพลันเปล่งปลั่งแดงระเรื่อกว่าเดิมยิ้มอย่างขบขันอ่อนโยน
เจี้ยนเว่ยตอนนี้ค่อยรู้สึกอบอุ่นจิตใจเล็กน้อยดังนั้นมีจึงยิ้มเป็รอยยิ้มที่ไม่เคยยิ้มมายาวนาน เหมยเซียงพอสบตาเห็นรอยยิ้มพลันรู้สึกว่ามันก็มิได้อัปลักษณ์มากมายขนาดนั้นเวลานั้นค่อยคิดออกได้กล่าวว่า
" เ้ารีบทานยาเราจัดเสื้อผ้าชุดใหม่วางไว้บนเตียง เ้าพอแต่งตัวเสร็จค่อยเดินออกมาอาจารย์เรารอพบเ้าอยู่"
เจี้ยนเว่ยทานยาทั้งสองเม็ดลงโคจรพลังวัตรรอบหนึ่งกล่าวว่า" อาจารย์ท่านเป็ผู้ใดไฉน้าพบเรา? " เหมยเซียงก้าวถอยหลังถึงหน้าประตูค่อยหันหน้ากลับมาแสงแดดสะท้อนใบหน้าจนพร่างพรายเห็นนางยิ้มจากนั้นกล่าวว่า" ประเดี๋ยวท่านก็ทราบมิต้องให้เราบอก" กล่าวจบก็เดินออกจากห้องไปร่างอ้อนแอ้นนั้นหายลับไปกับแสงสว่างนอกประตู
เจี้ยนเว่ยเหม่อลอยอยู่ชั่วขณะค่อยครุ่นคิดอย่างสงสัยว่าผู้ใดช่วยเหลือตนเองมา ใช่คนที่เรากำลังตามหาหรือไม่เขาพอทานยาลงไปอาการบอบช้ำที่อยู่ภายในก็คล้ายระคาย รู้สึกลำคอร้อนวูบกระอักเืสีดำออกมาคำหนึ่งนั้นเป็เืที่ค่ค้างภายใน เขาพอจัดแจงเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จค่อยเดินออกจากห้องไป พอเปิดประตูแสงแดดก็สาดส่องแยงตาเห็นเบื้องหน้าสายตาเป็ผืนหญ้าและต้นไม้อันเขียวขจีสดใส ต้นไม้ดอกไม้สวยงามหลากสีสันเรียงราย มีบ่อน้ำพุสีใสดั่งน้ำค้างกลางหาวก่อรอบด้วยก้อนหินอ่อนสองสีอย่างเป็ธรรมชาติ