สวีเหวินเซวียนพยักหน้าให้เลขาฯ เบาๆ หันไปยิ้มให้กับจ้าวตงหานแล้วถามขึ้นอีกครั้ง
“ผมชื่อสวีเหวินเซวียน เป็เพื่อนของมู่อี้เฉิน ได้ยินว่าคุณอยากจะพบเขาหรือ?”
“ใช่ค่ะ”
ไม่รู้ว่ารู้สึกไปเองหรืออย่างไร แต่จ้าวตงหานนั้นรู้สึกว่าหน้าตาท่าทางเขาดูไม่ค่อยน่าไว้ใจเลย
“ผมสามารถพาคุณไปพบเขาได้ แต่ว่ามีข้อแม้อย่างหนึ่ง คุณต้องบอกผมมาก่อนว่าเสื้อสูทของเขาทำไมมาอยู่ที่คุณได้และผมจะพาคุณไปพบเขาเอง”
ขนาดเลขาฯ ที่อยู่ข้างๆ แทบจะพยักหน้าไปด้วยเพราะก็อยากรู้ด้วยเหมือนกัน
“ขอโทษด้วยนะคะที่ฉันไม่สามารถบอกได้!”
จ้าวตงหานที่เดิมทีเกลียดการข่มขู่ โดยเฉพาะผู้ชายมาข่มขู่แบบนี้
ได้ยินคำพูดพวกนี้สวีเหวินเซวียนในใจก็ออกแววชื่นชม
รูปร่างหน้าตาเขานั้นเป็ที่หมายปองของสาวๆ ทั่วไปอยู่แล้ว น้อยครั้งที่จะไม่มีใครสนใจเขาเลย หญิงสาวคนนี้ไม่เหมือนใครเลยจริงๆ
“สาวน้อย อย่าปากแข็งเลยน่า! ถ้าไม่ใช่ผมช่วยคุณ ท่านประธานตระกูลมู่กรุ๊ปไม่ใช่ว่าจะเจอกันได้ง่ายๆ หรอกนะ”
“ฉันคิดหาทางไปเจอเขาเองได้ ถ้าไม่ได้จริงๆ ฉันก็จะนั่งรอเขาอยู่ตรงนี้แหละ เขาคงไม่ใช่ว่าจะไม่ออกมาตลอดไปหรอกนะ? ถ้าคุณอยากรู้เื่เสื้อสูทจริงๆ ละก็ไปถามเพื่อนคุณเองดูละกัน!”
ถ้ามู่อี้เฉินยอมบอกเขาจริงๆ เขาจะมาถามเธอทำไมกัน? ยิ่งเธอไม่พูด สวีเหวินเซวียนยิ่งสงสัยขึ้นไปอีก
“น่า แต่น่ารักแบบคุณไม่ได้หาได้ง่ายๆ ช่างเถอะ ผมจะช่วยคุณสักครั้งละกัน ใครให้ผมเป็คนจิตใจดีอย่างนี้ล่ะ! ตามผมมา!”
“รบกวนคุณด้วยค่ะ”
ในโลกใบนี้มีคนยกยอตัวเอง ชื่นชมตัวเองว่าเป็คนจิตใจดีได้ขนาดนี้เชียวหรือ จะเว่อร์เกินไปละมั้ง
แต่ไม่ว่าจะอย่างไรเธอก็ได้พบผู้ชายคนนั้นแล้ว
จ้าวตงหานเดินตามหลังเขาไปที่ห้องทำงานของท่านประธาน
เลขาฯ เห็นว่าสวีเหวินเซวียนจะพาจ้าวตงหานเข้าไป ดังนั้นก็รีบขวางเอาไว้ “นายน้อยสวีคะ คุณมู่สั่งเอาไว้ว่า...”
สวีเหวินเซวียนโบกมือไล่
“ไม่เป็ไร มีปัญหาอะไรฉันรับผิดชอบเอง...”
ห้องทำงานของมู่อี้เฉินใหญ่มาก ทั้งมีกลิ่นอายของเฟอร์นิเจอร์แบบโบราณผลงานชิ้นเอกของช่างออกแบบฝีมือระดับนานาชาติ ผลักประตูเข้าไปก็พบหน้าต่างกระจกบานใหญ่สองบาน บนศีรษะเป็โคมไฟคริสทัลลวดลายดอกไม้ พื้นปูด้วยพรมขนแกะสีครีมนำเข้าจากยุโรปหรูหราอลังการมากมาย ทำให้คนรู้สึกว่าอย่างกับย้อนยุคผ่านกาลเวลาเข้ามา เหมือนดังกับอยู่ในตำหนักจักรพรรดิอย่างไรอย่างนั้น
ด้านหลังของโต๊ะทำงานไม้แท้ตัวนั้นมีมู่อี้เฉินกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงานหนังแท้สีดำ ขาที่นั่งไขว่ห้างขึ้นมาทั้งยาวและตรงเสมอกัน มือของเขากำลังเท้าคางอยู่เช่นนั้น สายตามองไปยังคอมพิวเตอร์และมีแสงของพระอาทิตย์สาดส่องเข้ามา ภาพของเขานั้นราวกับภาพวาดภาพหนึ่งที่อยู่ตรงหน้าเธอ
จ้าวตงหานเพิ่งจะเคยเห็นเขาในภาพที่กำลังทำงานอยู่เป็ครั้งแรก อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลย เวลาที่เขาดูจริงจังขึ้นมาก็ดูเซ็กซี่และมีเสน่ห์ไม่เบาเลยทีเดียว
แต่เสียดาย ภายใต้ความสง่างามนั้นต่างกับการแสดงออกนิสัยของเขาอย่างลิบลับ ที่ซ่อนิญญาร้ายอันน่าหวาดกลัวเอาไว้ ช่างน่าเสียดายใบหน้าอันหล่อเหลาของเขาเหลือเกิน
จ้าวตงหานถอนหายใจเงียบๆ
“อาเฉิน ฉันมาแล้ว”
สวีเหวินเซวียนเปิดปากทักทาย
“่นี้แกว่างมากหรือไง ไม่มีอะไรทำก็มาผลุบๆ โผล่ๆ ที่บริษัทฉันน่ะ!”
มู่อี้เฉินแม้ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองแต่ปากก็ยังขยับพูดออกมาก
“ที่ฉันมาวันนี้เพราะว่าได้รับจดหมายเชิญของคุณลุงน่ะสิ ในนั้นน่ะเขียนเอาไว้ว่าเชิญร่วมปาร์ตี้งานหมั้นของแก ครั้งที่แล้วหลอกๆ ครั้งนี้คุณลุงเอาจริงแล้วใช่ไหม?”
“พ่อฉันลงมือไวเสียจริงนะ...”
เมื่อดูเอกสารในมือเสร็จ มู่อี้เฉินก็เงยหน้าขึ้นมา ทันใดนั้นก็เห็นจ้าวตงหานที่ยืนอยู่ข้างหลังสวีเหวินเซวียนอย่างเก้ๆ กังๆ ไม่พูดไม่จา
“...คุณเข้ามาได้ยังไง?”
คงต้องเปลี่ยนลูกน้องใหม่เสียแล้วละมั้ง หรือว่าฟังที่เขาสั่งไม่รู้เื่หรือไง?
“เมื่อกี้ได้ยินว่าเธออยากมาพบแกน่ะ ฉันเลยถือโอกาสพาเข้ามาเสียเลย”
เห็นสีหน้ามู่อี้เฉินเปลี่ยนไป สวีเหวินเซวียนก็รู้สึกว่าน่าสนุกขึ้น
“สอดรู้สอดเห็นจริงๆ!”
“แกก็รู้ว่าคนอย่างฉันน่ะถ้าเห็นผู้หญิงที่กำลังลำบากอยู่ก็ต้องช่วยเหลือ แล้วพวกแกรู้จักกันได้อย่างไร? สาวสวยบริสุทธิ์น่ารักขนาดนี้ ถ้าแกไม่ชอบก็แนะนำให้ฉันหน่อยได้ไหมล่ะ?”
“แกชอบเธอหรือไง?”
มู่อี้เฉินมองเขาด้วยสายตาเ็า รอบข้างค่อยๆ แฝงไปด้วยบรรยากาศอันตราย อุณหภูมิในห้องต่ำลงอย่างรวดเร็ว สวีเหวินเซวียนรู้สึกว่าบรรยากาศไม่ค่อยเข้าท่าเลยสักเท่าไหร่ อดไม่ได้ที่จะขนลุกซู่ รีบกล่าวคำพูดที่กำลังออกจากปากประโยคนั้นไปว่า “ใช่แล้ว”
นี่มันเื่อะไรกัน? แต่ก็ยังอดที่จะกล่าวคำพูดล้อเล่นไป ปกติเขาก็พูดอะไรอย่างนี้อยู่แล้ว เพื่อนๆ ในกลุ่มก็รู้กันดี อาเฉินมันกำลังโกรธอะไรอยู่นะ?
“งั้นก็...พวกแกคุยกันไปเลยไม่ต้องสนใจฉัน”
“แกคิดผิดแล้ว ที่นี่ไม่มีใครอยากสนใจแก!”
มู่อี้เฉินส่งเสียงหึออกมาคำหนึ่งและย้ายสายตาไปที่ร่างของจ้าวตงหาน
“ที่มาวันนี้คุณหนูจ้าวมีธุระอะไรไม่ทราบ?”
จ้าวตงหานกัดริมฝีปากส่งความกล้าให้ตัวเองแล้วพูดว่า
“ฉันเอาเสื้อมาคืนคุณน่ะ”
มู่อี้เฉินลุกขึ้นยืน ค่อยๆ เดินเข้าไปตรงหน้าของเธอ รับเสื้อสูทคืนมา และโยนลงถังขยะที่อยู่ข้างๆ
“ได้รับเสื้อคืนแล้ว คุณก็กลับไปได้แล้ว!”
“นายน้อยมู่ฉันยังมีเื่ที่จะคุยกับคุณ”
“ผมจำได้ครั้งก่อนมีคนเคยพูดว่า ต่อไปถ้าได้เจอกันก็ให้ทำเป็ว่าเหมือนไม่เคยรู้จักกันอีก ผมไม่ค่อยชอบคุยกับคนแปลกหน้าและไม่อยากเสียเวลาด้วย!”
เสียงต่ำที่ฟังดูรื่นหูแต่กลับทิ่มแทงไปที่ร่างของจ้าวตงหานอยู่ไม่น้อย
เมื่อก่อนทุกครั้งที่พบมู่อี้เฉิน เขาดูค่อนข้างเ็าและโเี้น่ากลัว แต่ไม่เหมือนวันนี้ที่เจอกันก็ขับไล่ไสส่งเธออย่างไม่ไยดี
จ้าวตงหานรู้สึกน้อยใจขึ้นมาทันทีและก็ไม่สามารถอธิบายได้แน่ชัดว่า อารมณ์นี้ของเธอมันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร
แต่อย่างไรก็ตามที เธอไม่สามารถยอมแพ้ได้ เพราะว่าเธอเป็ความหวังเดียวของพี่สาว
หลังจากที่มู่อี้เฉินพูดจบก็หมุนตัวกลับไปที่โต๊ะ แต่ทันใดนั้นก็ต้องชะงักค้างเพราะถูกคนดึงเขากลับอย่างเบาๆ ให้หยุด
“ถึงแม้จะเป็คนแปลกหน้าแต่ก็ทำความรู้จักกันใหม่ได้ไม่ใช่หรือ? โปรดให้เวลาฉันห้านาทีจะรีบพูดให้จบ”
จ้าวตงหานเสียงอ่อนลง ทั้งเขย่าแขนเขาเบาๆ และมองเขาด้วยสายตาที่ดูน่าสงสาร
ละครน้ำเน่าที่ดูมานั้นไม่เสียหลาย เธอเรียนรู้ที่จะฝึกฝนสิ่งเ่าั้เพื่อที่จะบรรลุเป้าหมาย และเธอไม่สนใจใดๆ ทั้งสิ้น
รอเื่ของพี่สาวจบลงก่อนเถอะ เธอจะไม่สนใจไยดีเขาแบบนี้อีกแน่!
นานๆ ทีจะมีสายตาอ่อนโยนและเสียงหวานๆ นิ่มนวลเบาบางดุจขนนกขีดข้ามไปในใจของมู่อี้เฉิน
นี่เธอกำลังใช้แผนสาวงามกับเขาอยู่ใช่หรือไม่? เธอคิดว่าวิธีนี้จะได้ผลกับเขาหรืออย่างไร? เขามู่อี้เฉินเป็คนที่ให้ใครจูงได้ง่ายขนาดนั้นเชียวหรือ?
คำว่า “โอเค” ที่กำลังออกจากปากถูกเขากลืนลงคอกลับไป
เอาเถอะ เขาปฏิเสธเธอในแบบนี้ได้ยากเหมือนกัน
แต่ว่าคราวนี้เขาจะใจอ่อนไม่ได้
ในความสัมพันธ์ของคนสองคน ใครเปิดใจให้ก่อนนั้นถือว่าเป็ฝ่ายที่จะต้องถูกทรมาน และครั้งนี้เขาก็ไม่อยากจะเป็ไอ้งั่งอีกแล้ว
สวีเหวินเซวียนรู้สึกใเป็อย่างยิ่งเมื่อเห็นทั้งคู่กำลังดึงกันไปดึงกันมา
โอ๊ย มู่อี้เฉินถึงขั้นยอมให้ผู้หญิงมาทำอะไรกับเขาแบบนี้ นายน้อยผู้ยิ่งใหญ่คนนี้ปกติเป็คนที่ไม่ค่อยแคร์เื่ผู้หญิงมากนัก ถ้าเป็ผู้หญิงคนอื่นอย่าว่าแต่จะได้ดึงเขาเลย แค่คิดจะแตะปลายเสื้อของเขาก็จะถูกสะบัดออกอย่างรวดเร็ว
******ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/90ce161da221886d696d6570951463b2
******เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่หนีรักร้ายท่านประธานเ้าเล่ห์ที่ไหน ขอฝากแฮชแท็ก #หนีรักร้ายท่านประธานเ้าเล่ห์ #เรือนหอมหมื่นลี้ #readAwrite ด้วยน้า