ร่ายมนต์รักพิทักษ์ใจเธอ

    ผีเก่าไปผีใหม่มา

    "ตามมันไป ไปทำหน้าที่ของมึง นังชบา" เสียงทุ่มกังวาลของชายชุดสีดำพูดขึ้นเพียงลำพัง พูดเพียงเท่านั้นชายผู้นั้นก็สวดภาวนาต่อ

    ผู้รับคำสั่งที่ถูกเรียกว่านังชบาพยักหน้ารับคำสั่งโดยปราศจากเสียงใด

    หลังจากจบจากพิธีบวงสรวง แพรวพราวก็พาคีตะกลับบ้านเพราะวันนี้ไม่มีคิวงานต่อ ทำให้เขาได้กลับไปพักผ่อน

    "ถึงบ้านแล้วก็พักผ่อนนะคีย์ ออมแรงไว้ลุยงานต่อ หลังจากวันนี้คิวงานยาวๆเลยนะ"

    "ครับพี่แพรวเจอกันครับ"

    "เจอกันจ้ะ บาย"

    "เอี๊ยดดดด บ้าเอ้ยข้ามถนนดูคนหน่อยสิคุณ" เสียงเบรครถของแพรวพราวตามด้วยการลดกระจกรถลงหวังจะดูหน้าคนเดินตัดหน้ารถเสียหน่อย

    เธอต้องเบรครถกระทันหันเพราะมีผู้หญิงคนหนึ่งเดินก้มหน้าตัดหน้ารถเธอไปตอนที่เธอกำลังขับรถออกจากหน้าบ้านของคีตะ

    "ซอยแถวนี้เป็๲อะไรนะมีแต่คนชอบเดินตัดหน้ารถ อ้าวหายไปไหนแล้ว" เมื่อเธอลดกระจกลงแล้วชะโหงกหน้าออกไปดูก็ไม่เจอคู่กรณีเลย แต่เมื่อเธอเริ่มเคลื่อนรถไปต่อแล้วมองกระจกหลัง เธอกลับเห็นผู้หญิงคนหนึ่งเดินผ่านเข้าไปยังประตูรั้วบ้านคีตะ แพรวพราวตัดสินใจถอยรถเพื่อไปดูอีกครั้ง เพราะเธอกลัวว่าจะมีพวกแฟนคลับคลั่งรักทั้งหลายแอบมาเฝ้าคีตะหรือจ้องจะบุกเข้าหาเขาหรือเปล่า

    "หายไปไหนนะ ประตูรั้วก็ปิดแล้วนี่" แพรวพราวมาจอดรถที่หน้ารั้วบ้านก็ไม่เจอใคร

    "ฮัลโหล คีย์ มีใครมาหาคีย์ที่บ้านหรือเปล่า" แพรวพราวตัดสินใจโทรหาคีตะเพื่อความแน่ใจ

    "ฮัลโหล พี่แพรว ไม่มีนะครับ ใครครับมาหา" คีตะเปิดประตูกระจกบ้านออกมามองซ้ายมองขวาก็ไม่เห็นจะมีใคร

    "โอเคจ้ะไม่มีก็ดีแล้ว"

    "มีอะไรหรือเปล่าครับพี่แพรว"

    "ไม่มีจ้ะ พี่แค่เห็นคนเดินผ่านไปที่หน้าบ้านคีย์ท่าทางแปลกๆก็เลยกลัวว่าจะเป็๲พวกแฟนคลับของคีย์มาแอบดักเจอที่หน้าบ้านน่ะสิ งั้นคีย์ปิดประตูหน้าต่างดีๆล่ะ" เมื่อได้คำตอบแพรวพราวก็วางใจแต่ไม่วายสงสัยว่าคนเมื่อกี้หายไปไหน

    "ครับพี่ สั่งเป็๞เด็กเลย" คีตะแอบบ่นเล็กน้อยแต่ก็เข้าใจในความเป็๞ห่วงของผู้จัดการที่ดูแลเขามานานจนเหมือนพี่สาวคนหนึ่ง

    เมื่อเขาวางสายจากแพรวพราวและหันหลังเข้าบ้านนั้น สายลมก็พัดแรงผ่านหน้าเขาไป ต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ในบ้านเขาโอนเอนไปมาราวกับว่ามีคนปีนอยู่บนต้นแล้วกำลังขย่มให้มันสั่นไหว เหมือนฉากในละครที่เขาเล่นไม่มีผิด

    "ฝนจะตกหรือ ลมแรงแบบนี้" คีตะแค่รู้สึกถึงแรงลมที่พัดมาเท่านั้นแต่ไม่ได้เอะใจถึงความผิดปกติอันใด

    ...........................

    "ดูสิแก ตาขี้ตาไม่เอาใส่สายสิญจน์ที่พ่อพราหมณ์ให้มา ไหนจะผลไม้อีก" มนต์ชญาบ่นกับกำปั่นตอนช่วยกันเก็บของ

    "ดีสิเราก็จัดการเองเลยถ้าแกไม่เอาฉันกินเอง" กำปั่นคิดว่านี่คือลาภปาก

    "แกจะคิดมากอะไรเขาไม่เอาก็ช่างเขาสิ" กำปั่นพูดอีกเมื่อเห็นเพื่อนสาวหน้านิ่วคิ้วขมวด

    "ฉันแค่ติดใจคำที่พ่อพราหมณ์พูดมากกว่า"

    "ก็น่าจะไม่มีอะไรมั้งแก อย่าคิดเยอะ คุณคีตะเขาไม่เห็นจะคิดอะไรเลย"

    "นั่นสิ เ๽้าตัวยังไม่คิดงั้นเราก็ไม่ควรคิด" มนต์ชญาทำหน้าแก้มป่องดูเหมือนงอน

    ..................

    ในคืนนี้เองคีตะเริ่มมีอาการไม่ปกติอีกครั้ง

    "คุณเป็๞ใคร" เสียงคีตะพูดขึ้นมาด้วยอาการละเมอ

    "เข้ามาในบ้านผมได้ยังไง" เขาถามไปแต่ไม่ได้คำตอบกลับมา

    "เดี๋ยวคุณจะไปไหน" เหมือนว่าบุคคลปริศนากำลังอยากจะให้เขาตามไป

    "ตื้ดดดดดด" เขาตื่นขึ้นเพราะเสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้น

    "สวัสดีครับ"

    "คุณคีตะคะ น้ำมนต์เองค่ะ"

    "เฮ้อออเธอเองว่าไง นี่กี่โมงแล้วเนี่ย" เขาอารมณ์เสียนิดๆที่ถูกปลุกแต่เช้า

    "พี่แพรวให้โทรมาเตือนคุณว่าวันนี้เจอกันที่สตูดิโอถ่ายรายการสัมภาษณ์ที่ใหม่ พี่แพรวไม่ได้ไปรับค่ะ"

    "อืม เข้าใจแล้ว แล้วนี่เบอร์โทรเธอใช่ไหมจะได้เมมไว้" เขาไม่แปลกใจมากที่มนต์ชญาโทรมาเพราะแพรวพราวเกริ่นเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้วที่จะให้เธอมาช่วย

    "ค่ะ" น้ำมนต์วางสายเมื่อเขารับทราบเพราะไม่รู้จะพูดอะไรต่อตื่นเต้นนิดๆก็ไม่เชิง แพรวพราวเริ่มให้เธอช่วยงานดูแลคีตะอย่างง่ายๆไปก่อนเช่นการโทรประสานงานกับเขา

    "สรุปฉันฝันไปหรือ บ้าจริงเชียว" คีตะบ่นเมื่อทบทวนความฝันอีกครั้ง เขายังไม่ทันได้รู้ว่าใครกันในความฝัน เหมือนพยายามจะให้เขาเดินตามไปให้ได้

    ...................................