ตอนที่ 2 สหายหยวน
หยวนเหรินม่อถือวิสาสะเข้าไปด้านในกะทันหัน สร้างความตระหนักและดีใจในเวลาเดียวกัน หากไม่ทำเช่นนี้คงไม่มีทางได้เห็นความวุ่นวายของจวนหลินเป็แน่
"สหายหยวนในที่สุดเ้าก็มา" หลุนเสวียต้อนรับแขกอย่างอบอุ่น
"ท่านพ่ออายุมากแล้ว เดินเหินให้น้อยหน่อยเ้าค่ะ เหอเอ๋อร์ประคองท่านพ่อเข้าโถงรับรองนะเ้าคะ" ในขณะที่พี่ใหญ่ให้ความสนใจแขกผู้มาเยือน หลินเหอเหยาน้องเล็กของจวนกลับเอาแต่ปรนนิบัติบิดาอย่างสุภาพชนทั้งที่ไม่เคยทำมาก่อน หญิงสาวพลิกแพลงสถานการณ์ปานปลาไหลได้น้ำ เสียงนุ่มหวานเปล่งออกจากลำคอฉับพลันพร้อมขยิบตาหมายให้บิดาช่วยเล่นละครร่วมกันสักฉาก
"อาหลุนดื้อดึงไม่รู้ความ ข้าจำเป็ต้องสั่งสอนเสียหน่อย" ตาเฒ่าหัวใสกลัวบุตรสาวจะขายไม่ออกกลับกลอกเล่นลิ้น โบ้ยความผิดให้หลินหลุนเสวียเต็มๆ ส่วนไม้เรียวในมือนั้นถูกหักสองท่อนโยนทิ้งลงบ่อที่อยู่ใกล้มือ
[ข้าอีกแล้วสินะ นิสัยดื้อด้านนางได้จากท่านพ่อทั้งนั้น] หลุนเสวียได้แต่ขบคิดในใจและยิ้มแห้งยินยอมเป็แพะรับบาป
ส่วนเหรินม่อนั้นเดินทางไกลอย่างจำใจ หากไม่ใช่เพราะมารดาเอาชีวิตมาข่มขู่เป็เดิมพัน เกรงว่าสถานที่ที่เขาต้องไปก็คือสำนักทะเบียนเพื่อปลดพันธะหมั้นหมาย แต่เอาเถอะในเมื่อได้มาเห็นกับตาว่านางก๋ากั่นไม่ธรรมดาเขาจึงคิดสร้างกลอุบายเข้าทางโจร เป็ถึงแม่ทัพผู้สืบทอดไม่ใช่คนไร้ไหวพริบ แค่มองตาเดียวก็ดูออกว่าสองพ่อลูกกำลังเล่นละครตบตา สิบแปดปีมานี้จวนหยวนย้ายไปอยู่ชายแดนใช่ว่าจะไม่ได้ยินชื่อเสียงว่า ต้ากุนซือไม่ถูกกับบุตร ในเมื่อสลัดนางไม่พ้นพันธะมิสู้ใช้วิธีบีบบังคับนางโดยละม่อมยังจะดีกว่า
"ท่านลุงหลิน... พบกันครั้งนี้ถือเป็วาสนาดอกท้อ แต่ยามนี้ออกศึกนอกบ้าน สกุลหยวนรั้งอยู่ชายแดน ส่วนตัวข้าผู้น้อยเหรินม่อนั้นคลุกดินกินทรายท่ามกลางค่ายพักรบ แต่งกับนางเกรงว่า..."
เหรินม่อเล่นแผนชี้โพรงให้กระต่าย กล่าววาจายิ่งยวดปากปราศรัยใจเชือดคอ ฟังผิวเผินคล้ายห่อหุ้มด้วยความห่วงใยและยื่นไมตรี แต่จุดประสงค์หลักนั้นก็แค่กดดันให้นางเอ่ยปาก
"เหอเอ๋อร์จะไปชายแดนกับท่านพี่หยวน" นางไม่อาจปล่อยให้เขาพูดจบประโยคชิงสอดแทรกขึ้นมาเช่นนี้
ในขณะที่เขาได้ฟังคำร้องขอจากฝ่ายตรงข้ามก็เฉหน้าลงต่ำซ่อนมุมปากบนที่หยักสูงแสดงออกถึงความพอใจ
"อย่าทำเป็เล่น หลายปีมานี้ข้าเลี้ยงดูปูเสื่อเ้าเป็อย่างดี จะปล่อยให้ค้างแรมในค่ายทหารได้อย่างไร" มารดาห่วงใยบุตรพูดแทรกให้สามีเห็นใจไม่ปล่อยบุตรสาวไปลำบาก
[มีสามีเป็แม่ทัพแม้แต่ค่ายรบก็อยู่ไม่ได้ แล้วจะคู่ควรได้อย่างไร สตรีเฉลียวฉลาดเช่นข้าถนัดพลิกวิกฤตให้เป็โอกาส ปฏิเสธหนนี้หากสกุลหยวนไม่แต่งข้าแล้วเล่า]
จิตใต้สำนึกตรึกตรองอย่างมีเหตุและผลทำนางร้อนใจดั่งไฟสุมอกเร่งยืดตัวพูดอย่างรู้ความให้สมกับเป็บุตรสาวราชครูใหญ่ ทั้งที่กวีและสำนวนทั้งหลายนางไม่เคยเรียนรู้ในตำราแม้แต่น้อย ผู้เฒ่าหลินแปลกใจจนตาซ้ายกระตุกในคำพูดของนาง
"คำพูดเปรียบได้ดั่งทอง วาจาเปรียบได้ดั่งหยก ท่านพ่อเคยพร่ำสอนว่า... คนเรานั้นกินบอระเพ็ดก่อนดื่มน้ำผึ้ง[1]จะดีกว่าเป็ไหนๆ ขอเพียงพวกท่านไม่ถือไม้ไล่ตียวนยาง[2]เหอเอ๋อร์ก็พอใจยิ่งนัก"
[นี่นะหรือฮูหยินของข้าหยวนเหรินม่อ นางเป็คนยังไงกันแน่ ช่างเหมือนโคเคี้ยวเอื้องใช้สำบัดสำนวนเปลืองยิ่งนัก]
ท้ายที่สุดแล้วลูกล่อลูกชนของนางโน้มน้าวทุกคนได้สำเร็จ หญิงสาวช่างไร้เดียงสาเอาแต่คิดว่าตนเอาชนะเขาได้อีกหนึ่งขั้น ทั้งที่ไม่รู้เลยสักนิดว่าเป้าหมายของเหรินม่อคือพานางติดตามไปด้วยเพื่อกลั่นแกล้ง ส่วนเป้าหมายของนางคือยินดีติดตามไปเพื่อหาทางใกล้ชิด แค่เริ่มต้นก็หมายปองคนละขั้ว... แล้วเช่นนี้หนุ่มสาวจะลงเอยกันได้อย่างไร
*****
ยามห้ายคืนเดือนหงาย เหอเหยานั่งเอนตัวบนแคร่ไม้ริมหน้าต่าง ท่ามกลางลมหนาวแล่นัักายนางกลับไม่สะทกสะท้านสักนิด เวลานี้ดวงจันทร์นวลเต็มไปด้วยใบหน้าหล่อเหลาที่คุ้นเคย
"คุณหนูเ้าคะ นานกว่านี้จะป่วยไข้เอาได้" 'หนวนหน่วน' สาวใช้ผู้ติดตามนั่งมองแผ่นหลังนานสองเค่อ ก่อนจะย่องเบาคลุมผ้านวมขนสัตว์ให้ผู้เป็นาย
"พรุ่งนี้ข้าจะกลับชายแดนกับท่านพี่หยวน หนวนหน่วนเ้าต้องดูแลท่านพ่อท่านแม่และพี่ใหญ่แทนข้า"
"ทำไมคุณชายหยวนต้องไม่ให้ท่านนำสาวใช้ติดตามไปด้วย ทำแบบนี้เท่ากับเอาคุณหนูของบ่าวไปทรมานชัดๆ" น้ำตาหยดใสรินออกมาโดยไม่รู้ตัว
"หนวนหน่วนเ้าเด็กขี้แย เก็บของลงหีบเสร็จแล้วก็ออกไปเถอะ" เหอเหยาเองก็สลดใจไม่น้อยเมื่อคิดว่าต้องจากบ้านเกิดกะทันหัน นางยกมือเล็กลูบหลังหัวสาวใช้บางเบา น้ำเสียงห่อหุ้มไปด้วยความอบอุ่นแต่แฝงความกดข่มน้ำตาเอาไว้เช่นกัน
เช้ามืดวันรุ่งขึ้นยามเหม่า หลินหลุนเสวียเข้าเรือนไม้ของนางั้แ่ก่อนไก่โห่ หลายปีมานี้เอาแต่พูดจาเสียดสีว่ามีนางเป็น้องหญิงราวกุมเผือกร้อนเผามือพอง ทว่ายามที่นางจะจากบ้านไปไกล หัวใจดวงน้อยกระตุกชาไปหลายจังหวะ ในมือใหญ่คู่นั้นซ่อนถุงบุปผาบักดิ้นแพรไว้ในมือจงใจนำมามอบให้นาง
"เงินทองเป็ของมีค่า ผู้ใดรังแกจงเขียนจดหมายถึงข้า พี่ใหญ่จะตามไปปกป้องเ้า หากเ้าเสือโง่หยวนเหรินม่อรังแก ข้าจะตามไปถลกหนังมันด้วยตัวเอง" คนไม่รู้วรยุทธเช่นเขา... วันๆเอาแต่อ่านตำราเหมือนหนอนอ้วนจอมี้เี ช่างเป็คำพูดที่โอ้อวดและจองหองเสียจริง แต่น่าแปลกที่มันเรียกน้ำตาจากเบ้าเล็กได้เป็อย่างดี
"พี่ใหญ่หลายปีมานี้ลำบากท่านดูแล อย่าคิดว่าเหอเอ๋อร์ไม่รู้ว่าท่านแอบปกป้องข้าลับหลัง น้ำใจนี้ซาบซึ้งนัก ข้าจะใช้เงินทองของท่านอย่างดี" นางมอบกอดลาอันแสนอบอุ่นให้พี่ใหญ่ หลายปีมาแล้วที่สองพี่น้องไม่ได้โอบกอดกันอย่างลึกซึ้ง บิดามารดาที่เฝ้ามองอยู่ห่างๆพลันมีน้ำตาร่วมด้วย พวกเขาคิดมาโดยตลอดว่านางคือเด็กไม่รู้ความดื้อด้านเกินเยียวยา กระทั่งได้เห็นกับตาแล้ววันนี้ว่านางเองก็มีจริตสตรีติดตัวอยู่บ้าง
"คุณหนูรอง แม่ทัพหยวนเทียบเกี้ยวรอแล้วขอรับ" พ่อบ้านเฉินได้ยินเสียงเคาะไม้หน้าประตูจึงเร่งรายงานผู้เตรียมออกเดินทาง
"ท่านพ่อ... ท่านแม่... ลาเ้าค่ะ เสร็จศึกเมื่อใดสองจวนย่อมมีงานมงคลแน่" นางปั้นยิ้มหวานส่งมอบเป็การบอกลาก่อนจะก้าวเท้าขึ้นรถม้าคันโตที่ประดับเครื่องราชตรายศชั้นสูงเยี่ยงพญาหงส์
ฤดูคิมเหมันต์ที่ร้อนระอุพอตัว... แต่นางก็ไม่คิดว่าท่านพี่หยวนจะเปิดเผยเพียงนี้ ภายในรถม้าที่กว้างขวางนางกลับรู้สึกคับแคบจนหายใจไม่ออก ใบหน้านวลค่อยๆร้อนเมื่อเห็นอาภรณ์ที่เขาสวมใส่เว้าลึกแหวกแผงอก คาดเชือกรัดเอวสายนั้นผูกหลวมๆคล้ายจงใจอวดอ้างกล้ามเนื้อแกร่ง
[เขาแต่งตัวเช่นนี้เพื่อยั่วยวนข้ารึ ช่างร้ายกาจจริงๆ]
หญิงสาวกลืนน้ำลายอึกใหญ่หัวสมองตื้อตันไม่ได้ยินเสียงรอบข้าง ยิ่งมองใบหน้าเ็าหน่วยนั่นยิ่งส่งเสริมเสน่ห์ให้นางหลงใหลหัวปักหัวปำ หล่อเหลาเช่นนี้จะหาได้จากที่ใดอีก เืสดค่อยๆหยดกระเซ็นพื้นจนเขาประหลาดใจ เดิมทีไม่คิดจะแหงนหน้ามองให้เสียลูกกะตา เส้นทางหมื่นภูผาพันวารียาวไกลนักข้างกายจึงพกตำราหลายเล่มมาอ่านแก้ขัด
[มิดชิดั้แ่หัวจรดเท้า ทำข้าหงุดหงิดจริงๆ]
นิสัยขี้ร้อนของเขาเป็เช่นนี้มาแต่เด็ก เหรินม่อปวดหนึบกลางกระบาลเมื่อเห็นอาภรณ์หนาพวกนั้นห่มคลุมถึงคอ ดวงตาดำเข้มประสานแววตาหงส์ราวมนตราดึงนางเข้าสู่ภวังค์ ยิ่งคิ้วหนาขมวดเขาหากันใจดวงน้อยสั่นสะท้านยิ่งนัก เขามองนางเช่นนี้ไม่ใช่พิศวาสกายสตรี เพียงแต่ว่าเขารำคาญนางเป็ไหนๆที่เอาแต่ประดับปิ่นหยกและเครื่องทองราวจะไปเล่นงิ้วที่ไหนสักแห่ง
ยิ่งรูจมูกเล็กมีเืแดงไหลทะลักราวเขื่อนแตกเหรินม่อกระทำการผลีผลามไม่ให้นางตั้งตัว ฝ่ามือใหญ่ยื่นเข้าใกล้เพื่อปลดผ้าคลุมผืนนอกออกอย่างถนัดมือ หญิงสาวเคลิ้มสั่นทิ้งตัวอ่อนแนบแผงอกหนายกมือลูบััไออุ่นของร่องกล้ามอย่างร่อนร่านพร้อมเอ่ยเสียงหวานออดอ้อนทำบุรุษขนลุกขนพอง
"ท่านพี่หยวน... จะอุ่นเตียงตอนนี้เลยหรือเ้าคะ"
"ไร้ยางอาย! สตรีสมองตีบตันคิดได้เท่านี้รึ ข้าไม่สิ้นคิดชิงสุกก่อนห่ามหรอก เห็นอย่างนี้ข้าก็เลือก!" น้ำเสียงแหบพร่าต่อว่านางอย่างหนักหนาก่อนจะถกผ้าเช็ดหน้าอุดจมูกซับเืแดงที่ไหลเป็ทางให้นาง
"เปลื้องอาภรณ์ข้า ท่านต้องรับผิดชอบ"
"เหลวไหล! ส่วนอกสองเต้าแบนราบคล้ายแผ่นไม้ เนื้อบนร่างนั่นตลอดบนถึงล่างคงหนักไม่ถึงหนึ่งตำลึงกระมัง ไม่ชวนพิศวาสแม้แต่น้อย"
"หยวน-เหริน-ม่อ!! ท่านมันเสือแก่จำแลงมา!" หญิงสาวหวีดเสียงแหลมขานแซ่ด้วยความโมโห เขาคิดว่านางจะยอมสงวนกริยาลงแล้วแท้ๆชายหนุ่มดันต้องสะดุ้งตัวโหยงเมื่อนางรุดตัวเข้าใกล้ เหอเหยาชิงลำมือแกร่งที่เต็มไปด้วยเส้นเืปูดโปนของบุรุษให้ทาบคลำหมับเข้าที่กลางเต้าอย่างตั้งใจ
"นี่เ้า!!!"
กินบอระเพ็ดก่อนดื่มน้ำผึ้ง [1] หมายถึง สำนวนจีนที่สื่อว่า ลำบากก่อนสบายทีหลัง
ถือไม้ไล่ตียวนยาง [2] หมายถึง การทำให้คู่รักแยกจากกันหรือทำให้ไม่สมหวัง