ในความเป็จริงแล้วหลังจากที่ปลุกพลังไปแล้วทุกคนสามารถปลุกพลังซ้ำได้เพื่อที่จะได้รับทักษะเพิ่มและมันจะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งได้ แต่การที่จะปลุกพลังเพิ่มนั้นขะยากมากขึ้นเรื่อยๆยิ่งปลุกพลังและได้รับทักษะมากขึ้นมันก็จะนิ่งยากมากขึ้นไปอีก
ทำให้บางคนสามารถมีทักษะได้เพียงแค่สามทักษะเท่านั้นหรือสำหรับคนที่มีพร์และมีสมบัติช่วยเหลือก็สามารถช่วยให้ปลุกพลังง่ายขึ้นและได้รับทักษะมากขึ้นความแข็งแกร่งก็จะมากขึ้นตามไปด้วย
ที่ไผ่แสดงอาการเช่นนี้เพราะว่าเขารู้ว่าหินปลุกพลังที่มีระดับสูงและยังไม่มีคนจะปรากฎขึ้นที่ไหนบ้างทำให้เขาไม่อยากเสียโอกาสไปในครั้งนี้ ถ้าเกิดทักษะที่ได้รับจากหินปลุกพลังสีเขียวเมื่อครู่ระดับไม่สูงมากพอมันคงจะเป็การสูญเสียโอกาสสำหรับคนที่ย้อนเวลากลับมาอย่างเขา
แต่ไผ่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากจะยอมรับความเป็จริงเพราะเขาไม่สามารถแก้ไขอะไรได้แล้ว เมื่อหินปลุกพลังัักับเืของเขาและหลอมรวมเข้ากับร่างกายแล้วมันก็ไม่สามารถยกเลิกได้อีกต่อไป
เมื่อเป็เป็นั้นไผ่จึงสำรวจว่าตนได้รับทักษะอะไรและอยู่ระดับไหน แต่ปรากฎว่าเขาไม่สามารตรวจสอบได้แม้จะรู้สึกว่ามันหลอมรวมอยู่ในร่างกายแต่ก็ไม่สามารถตรวจสอบได้
“มันอาจจะแค่หลอมรวมแล้วรอให้เราอายุถึง18ปีก็ได้ถึงเวลานั้นเราคงจะรู้เองว่ามันอยู่ระดับไหน ปล่อยให้มันเป็เื่ของโชคชะตาก็แล้วกัน” ไผ่เอยพึมพำออกมาก่อนจะเลิกสนใจ
จากนั้นไผ่ก็หันมาสนใจกับมิติแห่งนี้ที่เขาสามารถควบคุมได้ ไผ่ยังรู้ด้วยว่าตนสามารถออกไปตอนไหนก็ได้ ในขณะที่ไผ่กำลังจะออกไปก็ต้องหยุดลง เมื่อคิดว่าถ้าเกิดออกไปแล้วไม่สามารถกลับเข้ามาได้อีกจนกว่าจะอายุ18ปีจะทำยังไง
ไผ่จึงตัดสินใจเก็บสมุนไพรระดับFมาหลายสิบต้นสมุนไพรระดับEอีกรับสิบต้นและยังมีสมุนไพรระดับDอีกสองต้นเพื่อเป็การป้องกันเอาไว้ก่อนเผื่อไม่สามารถกลับเข้ามาได้อีกอย่างน้อยสมุนไพรจำนวนนี้ก็สามารถทำให้เขาและน้องทั้งสองคนออกจากห้องเช่าปัจจุบัน
หลังจากที่ไผ่เก็บสมุนไพรครบแล้วก็ออกมาจากมิติแห่งนี้ ไผ่มาปรากฎขึ้นบริเวณด้านหน้าต้นไม้ทั้งสองเหมือนเดิม หลังจากออกมาแล้วไผ่ก็พยายามที่จะเดินเข้าไปอีกครั้งแต่ปรากฎว่าเขากลับเปิดผ่านช่องว่างของตนไม้ทั้งสองไป
เมื่อเป็เช่นนั้นไผ่ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกและดีใจที่ตัดสินใจถูกต้องที่เก็บสมุนไพรออกจากมิติเตรียมเอาไว้ไม่เช่นนั้นการเดินทางครั้งนี้ของเขาคงจะล้มเหลวไปแล้ว
ไผ่ยกมือขึ้นมาเพื่อจะเช็ดเหงื่อที่ไหลออกมาก็พบกับรอยสักสีเขียวรูปต้นไม้ปรากฎขึ้นที่หลังมือ ไผ่มองด้วยความสับสนเพราะเขาไม่เคยสักแล้วสิ่งนี้ปรากฎขึ้นได้ยังไง ไผ่หยิบน้ำออกมาเทราดลงไปเพื่อที่จะล้างแต่เขากลับไม่สามารถล้างหรือลบออกได้
ในขณะที่ไผ่พยายามที่จะลบรอยสักอยู่นั้นก็มีข้อมูลบางอย่างปรากฎขึ้นในหัว ไผ่จึงเข้าใจในที่สุดว่ารอยสักรูปต้นไม้นี้ก็เหมือนกับสัญลักษณ์ยืนยันความเป็เ้าของมิติลึกลับแห่งนี้และที่สำคัญไปกว่านั้นคือเพียงแค่ไผ่ส่งความคิดไปที่ตราสัญลักษณ์ที่หลังมือไผ่ก็จะสามารถเข้าไปในมิติได้ตลอดเวลาแม้ว่าจะยังไม่สามารถปลุกพลังได้ก็ตาม
เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วไผ่ตัดสินใจเดินทางกลับทันที เพราะการที่คนธรรมดาอย่างเขาออกมาอยู่ภายนอกเมืองเป็เวลานานถือว่าอันตรายมากอีกทั้งการเดินทางครั้งนี้ของเขาก็สามารถเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้มากกว่าที่คาดคิดแล้ว
ใช้เวลาเพียงแค่ครึ่งชั่วโมงไผ่ก็สามารถมองเห็นกำแพงเมืองอันใหญ่โตตรงหน้า การเดินทางกลับนั้นไผ่ใช้เวลาน้อยกว่าตอนมาเกือบครึ่งหนึ่ง คงเป็เพราะตอนกลับไผ่ไม่ต้องสนใจอะไรเพียงแค่มุ่งหน้ากลับเท่านั้น
เมื่อทำการยืนยันตัวตนกับยามเฝ้าประตูแล้วไผ่มุ่งหน้าไปยังร้านขายเสื้อผ้า จากนั้นไผ่ได้ซื้อชุดใหม่และเสื้อคลุมซึ่งมันเป็สีดำทั้งหมด
หลังจากซื้อเสื้อผ้าใหม่แล้วไผ่เดินต่อไปยังร้านขายหน้ากากจากนั้นก็ซื้อหน้ากากธรรมดามาหนึ่งอันเมื่อซื้อทุกอย่างเรียบร้อยแล้วไผ่เดินออกจากร้านตรงไปยังซอยแคบๆที่ไม่ค่อยมีคนเดินผ่านมากนัก จากนั้นไผ่ได้เปลี่ยนไปใส่ชุดที่พึ่งซื้อมาทั้งหมดพร้อมกับสวมหน้ากากแล้วมุ่งหน้าไปยังหอการค้าที่ใหญ่ที่สุดในเมืองอย่าง หอการค้าจันทราม่วง
สาเหตุที่ไผ่ต้องระวังตัวและต้องปลอมตัวขนาดนี้เพราะว่าเขาไม่้าให้ใครจดจำตัวเขาได้ เนื่องจากครั้งนี้ไผ่ได้นำสมุนไพรมาขายจำนวนมากมาขายแม้จะมีระดับไม่สูงมากนักแต่ดังคำที่กล่าวว่า “คนไม่ผิด ผิดที่ครองครองหยก”
ที่หอการค้าจันทราม่วงนั้นในแต่ละวันมีคนเข้าออกและซื้อขายสมบัติระดับสูงมากมาย ซึ่งสมบัติที่ไผ่นำมาขายนั้นไม่ได้มากมายอะไร แต่มันจะต่างออกไปในทันทีเพราะไผ่ยังอายุน้อยและเป็เพียงคนธรรมดา การที่ไผ่มีสมบัติระดับDเช่นนี้มันเป็เื่ที่ผิดปกติเกินไป ทำให้ไผ่อาจจะถูกสงสัยว่าไปพบพานโอกาสและวาสนามาทำให้ชีวิตของเขาและน้องอาจตกอยู่ในอันตรายได้
เมื่อมาถึงด้านหน้าอาคารขนาดใหญ่ที่มีป้ายขนาดใหญ่อยู่้าประตูเขียนเอาไว้ว่า หอการค้าจันทราม่วง อย่างสวยงาม
หลังจากที่ไผ่เดินเข้าไปก็มีพนักงานสาวสวยเดินเข้ามาต้อนรับด้วยรอยยิ้ม “หอการค้าจันทราม่วงยินดีตอนรับค่ะ มีอะไรให้ดิฉันช่วยไหมคะ”
ไผ่มองพนักงานเล็กน้อยก่อนจะเอยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ผม้าขายสมุนไพรระดับD”