สวีข่ายที่ยืนอยู่ด้านหน้าสุดเผลอถอยหลังไปหนึ่งก้าวเช่นกันแต่เื่ที่เหนือความคาดหมายคือ ครั้งนี้ิจูไม่ได้อาละวาดลงไม้ลงมือ
เธอจ้องมองสวีข่ายด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มแต่รอยยิ้มนั้นกลับแฝงไปด้วยความแค้น คมกริบราวกับใบมีดเพียงแค่มองก็รู้สึกเหมือนถูกแทงจนร่างพรุน!
“นายตาบอดหรือ? ตาไหนที่เห็นว่าฉันไปมั่วกับผู้กองเจียง?พวกเราเปลือยกายแล้วเชิญนายเข้ามาเป็พยานหรือไง?!”
ิเสี่ยวเจี๋ยได้ยินคำพูดไร้ยางอายของิจูใบหน้าพลันแดงก่ำ เธอกระทืบเท้าเต้นเร้าๆ “ิจูแกมันหน้าด้านไร้ยางอาย! พูดจาน่ารังเกียจแบบนี้ออกมาได้ยังไง!”
ิจูพูดอย่างใจเย็น“พวกแกต่างหากที่ใส่ร้ายฉันป้ายสีกันขนาดนี้ยังคาดหวังให้ฉันพูดเื่สามความงามสี่คุณธรรมอีกหรือ? ที่ฉันไม่ได้ซ้อมพวกแก เพราะฉันเป็ิจูที่อ่อนโยนและใจดีต่างหาก!”
แต่สวีข่ายกลับพูดอย่างมีเหตุผล“ใครใส่ร้ายเธอ! ถ้าเธอกับเจียงตั่วบริสุทธิ์ใจกันจริงแล้วทำไมพวกเธอมาอยู่กันตามลำพังในห้องใต้ดินแบบนี้!”
ิจูตอบอย่างไม่สะทกสะท้าน“ห้องใต้ดินที่บ้านฉันมีหนูฉันเลยเชิญผู้กองเจียงเข้ามาช่วยจับพวกมัน ไม่ได้หรือไง?”
สวีข่ายมีใบหน้าสุภาพแต่จิตใจกลับชั่วร้ายเขาหันกลับไปมองกลุ่มคนที่มามุงดูความวุ่นวาย ก่อนพูดด้วยเสียงเยาะเย้ย“นี่เธอคิดว่าพวกเราเป็คนโง่กันหมดหรือ! ในหมู่บ้านมีคนตั้งมากมายใครบ้างที่จับหนูไม่เป็ ทำไมเธอต้องเจาะจงเลือกเขาด้วย?”
ิจูตอบอย่างมีเหตุผล“บังเอิญว่าเขาเดินผ่านหน้าบ้านฉันพอดีถ้าไม่หาเขาแล้วจะไปหานายที่ทุ่งนางั้นหรือ? รอจนนายผ่านมาหนูมันคงหนีไปหมดแล้ว ถึงตอนนั้นกว่าฉันจะลงไปรื้อห้องใต้ดินนั่นแหละถึงจะเรียกว่ามีปากก็อธิบายไม่ได้!”
ิเสี่ยวเจี๋ยฟังแล้วรู้สึกยินดีอยู่ลึกๆนี่เธอเข้าใจผิดไปจริงๆ ใช่ไหม?
เธอช้อนตาอย่างเขินอายก่อนมองไปทางเจียงตั่ว “พี่เจียง จริงหรือเปล่าคะ?”
เจียงตั่วไม่ได้สนใจเธอสายตายังคงจับจ้องที่ใบหน้าอ่อนเยาว์แต่แฝงไปด้วยความกล้าหาญและความร้อนแรงของิจู
ิจูชี้ไปที่มุมห้อง“นั่นไง ซากหนูยังอยู่ในหลืบนั่นอยู่เลย”
ิเสี่ยวเจี๋ยรีบชะโงกหน้าตามไปตอนนี้คนที่หวังว่าเจียงตั่วจะบริสุทธิ์มากที่สุดก็คือเธอ
เมื่อเห็นว่ามีซากหนูถูกเหยียบตายอยู่จริงเธอก็พูดอย่างตื่นเต้นทันที “มีหนูถูกเหยียบตายจริงๆด้วย! พี่เจียงของฉันบริสุทธิ์ เขาไม่ได้มีอะไรกับิจู!”
ทุกคนมาเพื่อจับผิดและดูเื่สนุกเมื่อรู้ว่าเป็เื่เข้าใจผิด พวกเขาก็พลันรู้สึกเบื่อหน่ายตั้งท่าจะแยกย้ายจากไป
แต่สวีข่ายกลับมีสีหน้าดำทะมึนเป็แบบนี้ไปได้ยังไง!
เขาไม่เชื่อ!
เขาก้าวไปข้างหน้ายืนขวางเจียงตั่ว “เจียงตั่วตอนนี้คุณควรจะพาคนในหน่วยไปขุดคูน้ำที่ทุ่งนาของหน่วยที่สองทุ่งนาอยู่ทางทิศตะวันออก ซึ่งตรงกันข้ามกับบ้านหลังนี้ทำไมคุณถึงมาอยู่หน้าบ้านของิจูได้?”
ฝูงชนที่กำลังจะสลายตัวต่างหยุดฝีเท้าลงเมื่อได้ยินคำพูดนี้
ใช่แล้วมันดูแปลกๆ อยู่นะ!
ิจูมองสวีข่ายที่กดดันเธอด้วยสายตาเ็าจากความทรงจำของเ้าของร่างเดิม แม้สวีข่ายคนนี้จะมาจากในเมืองแต่ร่างกายกลับไม่แข็งแรง จึงไม่ได้รับส่วนแบ่งแรงงานในหน่วยผลิตแม้แต่การเลี้ยงตัวเองคนเดียวยังลำบาก
ดังนั้นแม้เขาจะดูถูกเ้าของร่างเดิมแต่เขาก็ยังคงหลอกล่อให้เธอส่งอาหารและเครื่องดื่มให้อยู่บ่อยๆจนเ้าของร่างเดิมหลงคิดว่าเขาสนใจเธอ
แต่ผู้หญิงที่เขาอยากแต่งงานด้วยจริงๆคือิเสี่ยวเจี๋ย ลูกสาวของหัวหน้าหมู่บ้านต่างหาก
ในตอนแรกิเสี่ยวเจี๋ยก็ค่อนข้างสนิทสนมกับเขา แต่หลังจากที่เจียงตั่วถูกย้ายมาิเสี่ยวเจี๋ยก็ชอบไปเสนอหน้าวุ่นวายกับเจียงตั่วอย่างเห็นได้ชัดแทนสวีข่ายจึงร้อนใจ และตั้งใจจะใช้โอกาสนี้จัดการพวกเธอสองคนถือว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว
ผลักิจูให้เจียงตั่วเพื่อให้ิเสี่ยวเจี๋ยหมดหวังโดยสิ้นเชิง!
พูดถึงความเลวเขานี่แหละคือที่สุด!
ิจูหัวเราะเยาะ“ผู้กองเจียงจะเดินไปทางไหนก็เื่ของเขานายมีสิทธิ์มายุ่งอะไรด้วยหรือไง?”
“พวกเรามาลงพื้นที่ชนบทเพื่อช่วยพัฒนาประเทศชาติเห็นเื่ไม่ถูกต้องเกิดขึ้น แน่นอนว่าต้องช่วยสืบสวนให้ถึงที่สุด!”
สวีข่ายพูดพลางมองเจียงตั่วด้วยสีหน้าเปี่ยมคุณธรรมก่อนถามขึ้นด้วยน้ำเสียงตำหนิ “เจียงตั่วทำไมคุณไม่พูดเล่า? ยอมรับมาเถอะว่าคุณกำลังมีความสัมพันธ์ไม่เหมาะสมกับสหายิจู!”
ิจูกำลังจะพูดอะไรบางอย่างแต่กลับได้ยินเสียงหัวเราะเยาะอย่างเ็าของเจียงตั่ว“ไม่ใช่แค่เดินผ่านมาหรอก ฉันมาที่นี่เพื่อมาขอเธอแต่งงานต่างหาก”
เขาพูดพลางหันไปมองิจูแล้วถามด้วยท่าทางใจเย็น “อายุครบสิบแปดหรือยัง?”
ิจูตกตะลึงไปครู่หนึ่งจากความทรงจำของเ้าของร่างเดิม เธอเพิ่งผ่านวันเกิดครบสิบแปดปีมา
เธอพยักหน้า“ครบแล้วค่ะ”
เจียงตั่วหยิบธนบัตรสิบหยวนปึกหนาออกจากกระเป๋าแล้วยื่นให้ิจู “ฉันจะแต่งงานกับเธอนี่คือสินสอดห้าร้อยหยวนของฉัน สินสมรสสามสิ่งหมุนหนึ่งสิ่งเสียง [*]จะส่งมาให้ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เธอเต็มใจแต่งงานกับฉันไหม?”
เมื่อพูดจบผู้คนโดยรอบก็พลันเกิดฮือฮาขึ้นมาทันที
ห้าร้อยหยวน!
ต้องรู้ก่อนว่าการแต่งภรรยาในชนบทสินสอดสองร้อยหยวนก็ถือว่าดีมากแล้วเคยได้ยินมาว่ามีแต่คนในเมืองเท่านั้นที่ให้สินสอดห้าร้อยหยวนตอนแต่งงาน
ยิ่งไปกว่านั้นยังมีสินสมรสใหญ่ด้วย...
มองไปทั่วหมู่บ้านเสี่ยวจิ่งหรือแม้แต่ทั้งตำบลก็ยังไม่มีใครเทียบเท่า!
ทุกคนยิ่งอยากรู้ว่าหัวหน้าหน่วยทหารอาสาที่ย้ายมาจากที่อื่นคนนี้ตกลงแล้วมีภูมิหลังอย่างไรกันแน่?
คนแรกในฝูงชนที่ตอบสนองก่อนใครคือิเสี่ยวเจี๋ยเธอโดดผลุงออกมาแล้วร้องะโ “พี่เจียงพี่แต่งงานกับเธอไม่ได้! ิจูเป็ผู้หญิงใจแตก! เธอไม่คู่ควรกับพี่!”
เจียงตั่วเหลือบมองิเสี่ยวเจี๋ยอย่างเ็าเขาพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “เื่ของฉันไม่จำเป็ต้องให้คนนอกมาจัดการ”
ิจูเองก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่งเธอเพิ่งฉวยโอกาสหลับนอนกับเขาไป แต่เขากลับไม่ทำให้เธอต้องอับอายต่อหน้าสาธารณชนแต่ยังมาขอเธอแต่งงานอีก?
ทว่าในไม่ช้าิจูก็คิดได้เื่นี้เป็ประโยชน์ต่อเธอและไม่เสียหายอะไร
ใบหน้าที่ดูอ่อนเยาว์ของิจูเผยรอยยิ้มเธอเอื้อมมือไปรับสินสอดพร้อมกับพูดอย่างร่าเริงว่า “ตกลงฉันจะแต่งงานกับคุณ!”
เชิงอรรถ
[*]สินสมรสสามสิ่งหมุนหนึ่งสิ่งเสียง หมายถึงของใช้ที่ฝ่ายชายมอบให้ฝ่ายหญิงก่อนแต่งงาน ถือเป็สัญลักษณ์ของฐานะที่ดีประกอบด้วยของที่หมุนได้สามอย่าง เช่น จักรยาน จักรเย็บผ้า พัดลม หรือนาฬิกาข้อมือและของที่มีเสียงหนึ่งอย่างคือวิทยุ