บทที่ 7 สำนักเผิงไหลมาเยือน
ฉินเทียนมาถึงห้องของอันเมี่ยวหลิง และผลักประตูเข้าไปโดยตรง
"เมี่ยวหลิง อาจารย์ทำของอร่อยไว้เยอะ รีบมาทานมื้อดึกเร็ว" พอพูดจบเขาก็ต้องชะงักไป เพราะขณะนี้อันเมี่ยวหลิงกำลังอาบน้ำอยู่
หัวไหล่ทั้งสองข้างขาวเนียนดุจหยกและหิมะ ยิ่งประกอบกับใบหน้าเล็ก ๆ ที่แดงระเรื่อ ก็ยิ่งดูมีเสน่ห์อย่างยิ่ง ที่สำคัญที่สุดคือเรือนร่างที่มีสัดส่วนอันสมบูรณ์แบบ ชั่วขณะหนึ่งเขารู้สึกว่าโพรงจมูกเริ่มร้อนผ่าว
"ท่านอาจารย์ ท่านเข้ามาโดยไม่เคาะประตูอีกแล้วนะ" อันเมี่ยวหลิงบ่น
"อาจารย์แค่รีบเรียกเ้ามาทานข้าวนี่นา รีบสวมเสื้อผ้าเถอะ อาจารย์ทำของอร่อยไว้เต็มโต๊ะเลย วันนี้เราศิษย์อาจารย์มาดื่มกันสักหน่อย"
"ออกไปได้แล้วเ้าค่ะ"
ฉินเทียนถอยหลังไปสองสามก้าวแล้วยืนอยู่ที่ประตู
"ปิดประตูด้วย" อันเมี่ยวหลิงกล่าว
"อาจารย์ไม่แอบดูหรอก รีบหน่อยเถอะ เดี๋ยวอาหารจะเย็นหมด"
"ข้าเชื่อท่านก็บ้าแล้ว!" พูดจบอันเมี่ยวหลิงก็สะบัดมือขาวเนียนดุจหยกเบา ๆ ประตูก็ปิดลง
ฉินเทียนถอนหายใจยาว "ความเกรงใจระหว่างคนเรามันหายไปไหนหมดนะ?"
หลังจากประตูปิดลง อันเมี่ยวหลิงก็เริ่มสวมเสื้อผ้า
ใส่ชุดไหนดีนะ?! ขณะที่กำลังเลือก นางก็เห็นชุดตัวในสีแดงตัวหนึ่งที่ฉินเทียนเพิ่งมอบให้เมื่อไม่นานมานี้ นางหยิบมันมาสวม และเมื่อส่องกระจกดูก็พบว่าแขนและต้นขาโผล่พ้นออกมาให้เห็นชัด
เหอะ! ข้าว่าแล้วว่าอาจารย์เป็คนลามก จะปล่อยให้เขาได้กำไรไม่ได้
คิดได้ดังนั้นนางก็หาผ้าพันคอผืนใหญ่มาคลุมทับ เพื่อปิดบังหัวไหล่และปิดต้นขาไปได้ครึ่งหนึ่ง
หลังจากสวมเสื้อผ้าเสร็จ นางก็เดินไปยังห้องอาหาร เมื่อได้กลิ่นหอมของอาหารโชยมา ความอยากอาหารก็พลุ่งพล่านขึ้นมาทันที
ฉินเทียนไม่ได้ทำอาหารทุกวัน เขาทำตามอารมณ์ หรือไม่ก็ตอนที่นางร้องขอเป็พิเศษ ไม่อย่างนั้น บางครั้งเดือนหนึ่งเขาจะทำอาหารเพียงมื้อเดียว
เนื่องจากไม่ได้ทานมาสักพัก นางจึงค่อนข้างโหยหา หลังจากอันเมี่ยวหลิงทานไปได้ไม่กี่คำ ฉินเทียนก็หยิบสุราวานรออกมาหนึ่งกา แล้วรินใส่จอกจนเต็มสองใบ
"ของสิ่งนี้าาอสูรวานรซ่อนไว้ลึกลับมาก กว่าข้าจะหาเจอสักกาไม่ใช่เื่ง่ายเลย"
อันเมี่ยวหลิงยิ้มแล้วกล่าวว่า "าาอสูรนั่นโชคร้ายจริง ๆ ที่มาเจอกับท่าน"
"สุราวานรชนิดนี้ นอกจากต้องใช้ผลไม้ิญญาที่มีอายุห้าพันปีขึ้นไปแล้ว ยังต้องใช้เวลาบ่มเพาะโดยเผ่าพันธุ์วานรนานถึงสิบปี
อาจารย์ไม่ได้ไปเอามาเพื่อตัวเองหรอกนะ แต่ไปเอามาเพื่อให้เ้าทะลวงระดับได้เร็วขึ้นต่างหาก"
เมื่อได้ยินฉินเทียนพูดเช่นนี้ อันเมี่ยวหลิงก็รู้สึกตื้นตันใจเล็กน้อย นางจึงยกจอกเหล้าขึ้นชนกับฉินเทียนแล้วดื่มรวดเดียวจนหมด
หลังจากดื่มเข้าไป พลังิญญาที่บริสุทธิ์และแข็งแกร่งก็แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย พร้อมกับขัดเกลาร่างกายของนางไปด้วย
ไม่นานนัก กลิ่นอายของนางก็เข้มข้นขึ้นอีกเล็กน้อย
ฉินเทียนยกจอกเหล้าขึ้นจิบเบา ๆ แล้วกล่าวว่า "เ้าดื่มแบบนี้มันไม่มีจิติญญา เ้าต้องค่อย ๆ ละเลียดรสชาติ"
"ละเลียดรสชาติ? ท่านไม่อยากให้ข้าเมาหรือ?" พูดจบ อันเมี่ยวหลิงก็แกล้งปล่อยให้ผ้าพันคอที่คลุมไหล่เลื่อนลงมาเล็กน้อยโดยไม่ตั้งใจ
ผิวขาวเนียนและกระดูกไหปลาร้าที่ดูเย้ายวนปรากฏแก่สายตา
ฉินเทียนตาค้างทันที "ศิษย์รักพูดถูกแล้ว เหล้านี้ต้องดื่มรวดเดียวให้หมดจอก!"
พูดจบฉินเทียนก็ดื่มจนหมดจอกเช่นกัน
อันเมี่ยวหลิงดึงผ้าพันคอขึ้นมา แล้วลุกขึ้นยืนกล่าวว่า "เชิญท่านละเลียดรสชาติไปคนเดียวเถอะ ข้าจะไปนอนแล้ว"
สิ้นคำพูดนั้น นางก็เดินจากไปอย่างเงียบเชียบ
เมื่อมองตามหลังอันเมี่ยวหลิง ฉินเทียนก็พึมพำว่า "สาวน้อยข้างบ้านเติบโตเป็สาวสะพรั่ง ยัยหนูนี่ช่างมีเสน่ห์ขึ้นเรื่อย ๆ จริง ๆ "
...
วันต่อมา มีคนกลุ่มหนึ่งมาที่หน้าประตูสำนัก เป็ผู้เฒ่าหนึ่งท่าน ชายหนุ่มสองคน และหญิงสาวหนึ่งคน
หนึ่งในคนหนุ่มสาวะโเสียงดังว่า "ผู้าุโแห่งสำนักเผิงไหล เหลิ่งหยา นำศิษย์มาขอเยี่ยมเยียนสำนัก!"
ลึกเข้าไปในสำนัก ม่อเวิ่นเทียนขมวดคิ้ว มาเยี่ยมเยียนในเวลานี้ ย่อมต้องมีเจตนาไม่ดี หรือจะเป็เพราะเื่ของดินแดนลับ?
ไม่นานนัก เหลิ่งหยาและพวกก็ถูกนำทางไปยังตำหนักหลักของสำนัก
"ไม่ทราบว่าสหายเหลิ่งมาเยือนในครั้งนี้ มีธุระอันใดหรือ?" ม่อเวิ่นเทียนเอ่ยถาม
"ได้ยินว่าคุนหลุนมีอัจฉริยะที่ปลุกสายเืาได้ ข้าจึงพาศิษย์มาเพื่อเปิดหูเปิดตา"
ในตอนนั้น คนหนุ่มข้างกายเหลิ่งหยาก็เดินออกมา และกล่าวอย่างนอบน้อมว่า "ผู้น้อยไป๋เส้าหัว ศิษย์เอกแห่งสำนักเผิงไหล คำนับเ้าสำนักม่อ"
เหล่าศิษย์ที่อยู่ด้านล่างเริ่มวิพากษ์วิจารณ์กัน
"ที่แท้นี่ก็คือไป๋เส้าหัว ศิษย์เอกของเ้าสำนักเผิงไหล หนึ่งในสามสำนักฝ่ายธรรมะนั่นเอง!"
"ไม่เพียงเท่านั้น เขายังเป็อันดับหนึ่งในบรรดาสามอัจฉริยะรุ่นเยาว์อีกด้วย"
"อืม ยอดเยี่ยมจริง ๆ แต่หน้าตายังด้อยกว่าท่านอาจารย์อาอยู่หน่อย"
ม่อเวิ่นเทียนพยักหน้าชื่นชม "เป็อัจฉริยะที่หาได้ยากจริง ๆ
แต่่นี้แม่นางอันเมี่ยวหลิงกำลังปิดด่านฝึกตน จึงไม่สะดวกที่จะพบปะผู้คน" ม่อเวิ่นเทียนตัดความหวังของพวกเขาโดยตรง เพราะนี่คือสายเืเฟิ่งหวงน้ำแข็งา จะให้เกิดข้อผิดพลาดไม่ได้
เหลิ่งหยาและไป๋เส้าหัวได้ยินดังนั้นสีหน้าก็เปลี่ยนไป เดิมทีพวกเขาคิดว่าหลังจากพบกันแล้ว จะเสนอเื่การแต่งงานกับอันเมี่ยวหลิง คราวนี้แม้แต่ตัวคนก็ยังไม่ได้เห็น
"ท่านเ้าสำนักม่อ ผู้น้อยไป๋เส้าหัวอยากจะประลองกับคนรุ่นเยาว์ของคุนหลุน ไม่ทราบว่าสะดวกหรือไม่?" ทันทีที่คำพูดนี้หลุดออกมา ในตำหนักก็เกิดความวุ่นวายขึ้น
"ว่าแล้ว! เ้านี่ตั้งใจมาหาเื่ชัด ๆ "
"ใช่แล้ว คราวนี้ลำบากแน่ คนรุ่นเยาว์ในสำนักเราดูเหมือนจะไม่มีใครเก่งกว่าเขาเลย"
สีหน้าของม่อเวิ่นเทียนไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่ในใจเริ่มด่าทอ นี่มันเห็นชัด ๆ ว่าตั้งใจมาข่มเหงกัน
ทว่าตอนนี้ตนเองถูกบีบให้ต้องรับคำแล้ว ท่ามกลางสายตาผู้คนมากมาย หากปฏิเสธคงจะน่าอับอายเกินไป ดังนั้นเขาจึงต้องตอบตกลง
"คนหนุ่มประลองกันเพื่อพัฒนาฝีมือนับว่าเป็เื่ดี" พูดจบเขาก็ส่งกระแสจิตถึงเยี่ยนชิงซือ ศิษย์ของเขา
่นี้เยี่ยนชิงซือคล้ายจะบรรลุอะไรบางอย่าง บางทีอาจมีโอกาสเอาชนะไป๋เส้าหัวได้
ด้านฉินเทียนซึ่งอยู่ที่ยอดเขาฉางเจี้ยนดูเหมือนจะััได้เช่นกัน จึงมองไปยังทิศทางของตำหนักหลัก
"มีเื่อะไรหรือเ้าคะท่านอาจารย์?" อันเมี่ยวหลิงเห็นสีหน้าของฉินเทียนเปลี่ยนไปจึงเอ่ยถาม
"มีผู้แข็งแกร่งระดับกึ่งปราชญ์พาลูกศิษย์เข้ามาในสำนัก เกรงว่าจะมาสร้างเื่น่ะสิ!"
"อ้อ!"
อันเมี่ยวหลิงขานรับสั้น ๆ นางไม่ได้สนใจมากนัก และฝึกกระบี่ต่อไป
ภายในตำหนัก ไป๋เส้าหัวเดินมาตรงกลางแล้วกล่าวว่า "ศิษย์พี่ท่านใดยินดีจะให้คำชี้แนะบ้าง หากชนะ ข้าจะมอบโอสถระดับปฐีขั้นสุดยอดให้หนึ่งเม็ด"
โอสถระดับปฐีขั้นสุดยอด?
หลายคนเริ่มแสดงสายตาละโมบออกมา แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครก้าวออกไป พวกเขาไม่ได้โง่ และรู้ดีถึงความแตกต่างระหว่างตนเองกับไป๋เส้าหัว
ไป๋เส้าหัวกวาดสายตามองรอบ ๆ คนที่ถูกเขามองต่างก็ถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ
"ทำไม สำนักคุนหลุนไม่มีใครกล้าขึ้นมาเลยหรือ?" ไป๋เส้าหัวกล่าวอย่างโอหัง เพราะมีเหลิ่งหยาผู้เป็ระดับกึ่งปราชญ์คอยหนุนหลังอยู่
เมื่อได้ยินคำนี้ ศิษย์คุนหลุนทุกคนต่างก็ถูกยั่วโทสะ
"ข้าจะประมือกับเ้าเอง!" ชายรูปร่างกำยำคนหนึ่งเดินเข้ามาจากประตูตำหนัก
"เซวียนเหลย ศิษย์เอกแห่งยอดเขาอวี่เหลยขอคำชี้แนะ" พอเซวียนเหลยพูดจบ รอบข้างก็เริ่มวิพากษ์วิจารณ์กันอีกครั้ง
"ศิษย์พี่เซวียนเหลยมาแล้ว ได้ยินว่าวิชาสายฟ้า์ของเขามีพลังโจมตีรุนแรงมาก ไม่แน่ว่าอาจจะมีโอกาส!"
"ข้าอยู่ยอดเขาอวี่เหลย ได้ยินว่าประมุขยอดเขามอบวิชาสายฟ้า์ให้เขาแล้ว วิชาสายฟ้า์ต้องเอาชนะไป๋เส้าหัวได้แน่นอน"
"หวังว่าจะเป็เช่นนั้น! เพราะนั่นคือไป๋เส้าหัวเชียวนะ"
เมื่อเห็นว่ามีคนก้าวออกมา ไป๋เส้าหัวก็กล่าวเยาะเย้ยว่า "เ้ายังถือว่าเป็ลูกผู้ชาย ไม่เหมือนพวกนั้น"