เอ่อ...
เถียนฮวนนั่งอยู่บนคันนา มองดูกู้ฉางสุ่ยกำลังเก็บกิ่งไม้แห้งมาก่อไฟบนคันนา จากนั้นก็ถอนขนนกกระจอกที่เพิ่งจับได้ล้างให้สะอาดในรางน้ำเล็กๆ ย่างบนไฟจนสุก
สุดท้าย เมื่อเขายื่นนกกระจอกย่างจนกรอบหอมหนึ่งตัวมาให้นาง นางจึงได้สติกลับมา
“ปกติท่านใช้ชีวิตแบบนี้ตลอดเลยหรือ” เถียนฮวนถามเสียงเบา พลางรับนกกระจอกย่างมาไว้ในมือ
“อืม” กู้ฉางสุ่ยพยักหน้า ขณะเคี้ยวนกกระจอกคำใหญ่ “ที่บ้านกินไม่อิ่ม ข้าจึงออกมาหาอะไรกินบ่อยๆบางทีก็ล่านก บางทีก็ปีนต้นไม้ไปเก็บไข่นก หรือจับกระต่าย ถ้าหาไม่ได้ ก็ลงไปจับปลาที่แม่น้ำอย่างไรเสียถ้าหาตั้งใจหา ก็ไม่มีวันอดตายหรอก”
เถียนฮวนอดยิ้มไม่ได้
ที่แท้ร่างกายกำยำแข็งแรงของเขาก็สร้างมาจากการหากินแบบนี้นี่เอง!
บุรุษผู้นี้ก็รู้จักพลิกแพลงแก้ปัญหาอยู่เหมือนกัน อย่างนี้นางก็อุ่นใจได้มากหน่อย
เมื่อกินนกกระจอกตัวหนึ่งเสร็จ กู้ฉางสุ่ยก็ดับกองไฟ แล้วถือมีดเล่มเล็กที่ใช้ชำแหละนกเดินไปล้างที่แม่น้ำ
ล้างเสร็จแล้ว เขาไม่ได้เก็บมีดกลับ แต่หยิบจ้าวเจี่ยว[1]จากอกเสื้อออกมาใช้น้ำในแม่น้ำแทนกระจก แล้วเริ่มโกนหนวด!
พอโกนหนวดเรียบร้อยแล้วก็หวีผมอีกครั้ง
เมื่อเขาหันกลับมาอีกที เถียนฮวนก็ตะลึงกับภาพตรงหน้า
บุรุษผู้มีหน้าตาคมเข้ม ดูสง่างามเบื้องหน้านางในตอนนี้ คือชายหนุ่มบ้านนอกที่นางเจอเมื่อวานงั้นหรือ
แม้รอยแผลสีชมพูที่หางตายังชัดเจนอยู่ แต่กลับยิ่งเพิ่มกลิ่นอายความแข็งแกร่งของบุรุษเข้าไปอีก
“เป็อย่างไร ข้าดูดีกว่าเมื่อวานไหม” ชายหนุ่มเอ่ยถามนางเบาๆ
เถียนฮวนพยักหน้า “ถ้าเมื่อวานท่านไปบ้านตระกูลถังด้วยหน้าตาแบบนี้ บางทีญาติผู้พี่ข้าอาจไม่ปฏิเสธอย่างแข็งกร้าวก็ได้”
“ภรรยาที่ข้า้า ไม่ใช่สตรีตื้นเขินที่ดูแต่หน้าตา” กู้ฉางสุ่ยตอบกลับ
เถียนฮวนชะงักไป แล้วก็พลันนึกอะไรขึ้นมาได้ “ท่านจงใจใช่หรือไม่!”
จงใจทำตัวยากจนไว้หนวดเคราเพื่อลองใจถังหรูอี้ ให้ถังหรูอี้ยอมถอนหมั้นอย่างไม่ลังเล
แสดงว่าเขาไม่ได้้าแต่งงานกับสตรีใดก็ได้จึงจะพอใจ
ถ้าไม่มีสตรีที่เขาถูกใจ ย่อมไม่มีวันที่เขาจะรับภรรยาเข้าบ้านโดยเด็ดขาด!
กู้ฉางสุ่ยพยักหน้า “ใช่”
เช่นนั้น...นางคงเป็สตรีที่เขาใฝ่ฝัน
คิดถึงตรงนี้ ใบหน้าของเถียนฮวนก็ร้อนผ่าวขึ้นมา
แก้มขาวนวลของนางขึ้นสีระเรื่อดูคล้ายดอกท้อที่ใกล้ผลิบาน สีชมพูระเรื่ออ่อนๆ น่าทะนุถนอมยิ่งนักกู้ฉางสุ่ยกลืนน้ำลายเบาๆ แล้วเบือนหน้าไปอีกทาง
“จริงสิ เื่ที่ท่านพ่อสั่งเ้าไว้เมื่อเช้า อย่าเพิ่งทำ”
“หา?เพราะเหตุใด”
“รอดูอีกสักสองวันก่อน” กู้ฉางสุ่ยตอบ
“อืม” เถียนฮวนรีบพยักหน้ารับ
แม้จะเพิ่งรู้จักกันเพียงวันเดียว แต่สามีผู้นี้ก็ยังสามารถทำให้เถียนฮวนมองเขาใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า
ตอนนี้ ความรู้สึกบางอย่างในใจนางยิ่งชัดเจนขึ้น...
ชายผู้นี้มิใช่คนธรรมดา นางเชื่อได้แน่ว่าเขาคือคนที่สามารถพึ่งพาได้!
หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อย กู้ฉางสุ่ยก็ลุกขึ้นแล้วพาเถียนฮวนเดินตรวจตราทุ่งนาอีกครั้ง ดึงหญ้า ถอนวัชพืชไล่สารพัดนกที่มากินข้าวจนหมด แล้วจึงพากันกลับบ้าน
การออกมาตรวจทุ่งนาเช่นนี้ ผ่านไปไม่ทันไรก็ล่วงเข้าครึ่งวันแล้ว
ยิ่งอยู่ด้วยกันนาน ความเข้าใจระหว่างสองสามีภรรยาก็ยิ่งแน่นแฟ้น บรรยากาศเก้อเขินที่เคยปกคลุมอยู่ค่อยๆจางหายไปโดยไม่รู้ตัว บทสนทนาก็มากขึ้นเรื่อยๆ
ถือเป็ความก้าวหน้าที่ดีเลยทีเดียว
เถียนฮวนคิดอย่างเบิกบานใจ ทว่าความรู้สึกยินดีนี้กลับมลายสิ้นทันทีที่นางก้าวเข้าสู่ประตูบ้านตระกูลกู้
“ท่านแม่เ้าคะ ท่านดูสิ ข้าสวมชุดนี้งดงามหรือไม่”
“งดงามยิ่งนัก...แต่จือเจี่ยเอ๋อร์ เ้าไปเอาชุดนี้มาจากไหนหรือ ข้าว่าเ้าไม่มีกระโปรงตัวนี้นะ!”
“ข้าค้นเจอในห้องของพี่ใหญ่!”
“ปิ่นเงินนี่ด้วย ข้าก็เจอเหมือนกัน!”
เมื่อได้ยินบทสนทนาของเจียงซื่อกับบุตรสาวในลานบ้าน เถียนฮวนก็รู้สึกไม่สบายใจอย่างประหลาด
นางเร่งฝีเท้าเข้าไปในบ้าน มองไปชัดๆ ก็พบว่ากู้ฮวาจือกำลังสวมชุดเ้าสาวสีแดงเข้มที่นางใส่เมื่อวานส่วนบนผมของกู้ฮวาเย่ว์เสียบปิ่นเงินที่มารดานางมอบไว้เป็สินเดิม...
ปิ่นเงินเพียงชิ้นเดียวที่ของมารดาให้ไว้!
โครม!
เพลิงโทสะลุกโชนขึ้นทันที
เถียนฮวนพุ่งเข้าไปกระชากปิ่นเงินคืนมาจากกู้ฮวาเย่ว์ ผลักกู้ฮวาจือจนล้มลงไป ก่อนจะดึงชุดเ้าสาวกลับมาอย่างไม่ไว้หน้า
“ท่านเป็อะไรไป!”
สองพี่น้องกู้ฮวาจือกับกู้ฮวาเย่ว์ร้องเสียงหลงอย่างขัดใจ
เจียงซื่อก็หน้าบึ้งทันที “สะใภ้ใหญ่ เ้าเป็อะไร เพิ่งเข้าบ้านมาได้แค่วันเดียวก็ก้าวร้าวใส่น้องสาวสามีแล้ว แบบนี้หรือคือการทำตัวเป็พี่สะใภ้ที่ดี? เ้าต้องขอโทษจือเจี่ยเอ๋อร์กับเย่ว์เจี่ยเอ๋อร์เดี๋ยวนี้!”
“พวกนางแอบเข้าไปในห้องข้า ค้นข้าวของของข้า แถมยังขโมยเสื้อผ้ากับปิ่นเงินของข้าไปแบบนี้ไม่ควรเป็พวกนางที่ต้องขอโทษข้าหรอกหรือเ้าคะ” เถียนฮวนตอบเสียงเย็น
“ข้าเข้าไปในห้องของพวกท่านไม่ได้หรือ ห้องของกู้ฉางสุ่ยเราจะเข้าเมื่อไหร่ก็ได้ของในห้องเขาข้ารู้หมด! ชีวิตเขาก็เพราะปู่ข้าช่วยไว้ อาหารการกินตลอดหลายปีก็พวกเราหาให้เขาทั้งนั้นของของเขาคือของของเรา! ท่านก็เหมือนกัน ท่านเป็ภรรยาเขา นั่นหมายความว่าของของท่านก็เป็คนของเราเหมือนกัน!พวกเราเอาไปก็เพราะเห็นว่าสิ่งนี้พอจะมีค่าบ้างก็เท่านั้น!” กู้ฮวาจือะโลั่น
กู้ฮวาเย่ว์ก็พยักหน้ารับ “ใช่! ท่านจงรู้ไว้ วันนี้พวกเราตั้งใจเข้าไปหาเสื้อผ้าเครื่องประดับของพี่สะใภ้ใหญ่โดยเฉพาะ!ใครจะคิดว่าบ้านเดิมท่านจะงกขนาดนี้ ไม่มีของดีสักชิ้น มีแค่ชุดกับปิ่นนี่แหละที่พอดูได้ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ของสองชิ้นนี้ก็ต้องเป็ของพวกข้า!”
พูดจบก็ยื่นมือมาตรงหน้าเถียนฮวน “เอามา!”
ร่างเถียนฮวนสั่นสะท้านด้วยความโกรธ แต่ก่อนที่นางจะได้ตอบอะไร เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นข้างหู
“ไม่ให้”
หากไม่ใช่เพราะเสียงนั้นเป็เสียงทุ้มของบุรุษ นางคงคิดไปแล้วว่าคำพูดเมื่อครู่เป็เสียงของตัวเอง!
เถียนฮวนยังไม่ทันได้หันกลับไป แม่สามีก็โกรธจัดถึงกับะโด่าออกมา
“กู้ฉางสุ่ย! ตาสองข้างของเ้ามีไว้ทำอะไร หรือตาเ้าเอาไว้ระบายลมหายใจกันแน่? ภรรยาเ้ารังแกน้องสาวเ้า เ้าดูไม่ออกหรือไร สตรีเห็นแก่ตัวแบบนี้ เ้าควรตบสั่งสอนสักฉาดสองฉาดให้หลาบจำ!”
“ท่านแม่ ของพวกนั้นคือสินเดิมของนาง ย่อมเป็ของนาง พวกเราไม่ได้ให้สินสอด ก็ไม่มีสิทธิ์ขอสินเดิมนางเช่นกัน”กู้ฉางสุ่ยกล่าวเน้นทีละคำ
“ดีนักนะเ้าเด็กนี่ กล้าขัดคำข้าเชียวหรือ” เจียงซื่อถึงกับถลึงตาใส่ทันที “ภรรยาเพิ่งเข้าบ้านได้ไม่ทันไรเ้าก็ลืมแม่เพราะภรรยาแล้วหรือ ข้าทึ่งเสียจริง สตรีผู้นี้ร้ายกาจนัก เข้าบ้านมาได้แค่วันเดียวก็ยุแยงให้ครอบครัวแตกแยกแล้ว!”
“สตรีนิสัยแบบนี้อยู่ด้วยไม่ได้หรอก ไม่อย่างนั้นอีกหน่อยต้องทำบ้านเราแตกกระเจิงเป็แน่!กู้ฉางสุ่ย รีบหย่าแล้วไล่นางกลับไปซะ!” กู้ฮวาจือะโลั่น
“ใช่ ไล่นางกลับไป แต่ชุดกับปิ่นก็ต้องทิ้งไว้ให้พวกเรา!” กู้ฮวาเย่ว์ก็ส่งเสียงเสริมทันที
เถียนฮวนกอดเสื้อผ้ากับปิ่นไว้แน่น
ของสองสิ่งนี้ไม่ใช่แค่สินเดิม แต่มันยังเป็สัญลักษณ์ของฐานะและเกียรติของนางด้วย
ถ้าเพิ่งมาถึงก็ถูกคนพวกนี้ริบทุกอย่างไปหมด นั่นย่อมทำให้พวกเขาเห็นว่านางรังแกได้ง่ายๆและพอคิดแบบนั้น อีกหน่อยพวกเขาก็จะยิ่งได้ใจแล้วรังแกนางไม่เลิกราแน่นอน!
นางไม่มีวันยอมให้เื่แบบนั้นเกิดขึ้นเด็ดขาด!
[1] จ้าวเจี่ยว เป็สมุนไพรที่นิยมนำมาใช้ทำสบู่