พลิกฟ้าผ่าปฐพี [翻天分地]

    ตอนที่ 14 ร้านค้าตระกูลโม่

             

            “นี่คือคัมภีร์เก้ากระบวนท่า! ฝ่ามือพริ้วไหวฝ่าเท้าไม่หยุดนิ่งเหมือนจะเป็๞ลิงก็ไม่ปาน ฮ่า ฮ่า ฮ่าอุ้ย! ขออภัย...ข้าลืมตัว”หยางจินเป่าเดินไปยังชั้นแรกเพื่อดูคัมภีร์ยอดนิยมแต่สังเกตสีหน้าของลูกพี่แล้วเหมือนเขาจะไม่ค่อยถูกใจ


            “มีวิชาที่ใช้มืออย่างเดียวมั้ย”

            “ลูกพี่ วิชาที่ใช้มือมีสามประเภท กรงเล็บฝ่ามือ และกำปั้น ท่านชอบแบบไหนบอกข้ามาเลย” ชายผอมบางทุบอกตนเองอย่างภาคภูมิใจ

            “เอาวิชาที่ใช้หมัดกับฝ่ามือที่แข็งแกร่งที่สุด”

            “ได้! ตามข้ามา!”

             

            หยางจินเป่าพาลูกพี่ขึ้นไปยังชั้นสามหลังจากโฆษณาชวนเชื่อมากมายเขาก็เลือกคัมภีร์ที่ลูกน้องนำเสนอ อันได้แก่วิชาฝ่ามือคลื่นพลังและวิชาหมัดเกลียวสังหาร


            ลักษณะวิชาที่ใช้ฝ่ามือจะเป็๲การกระจายพลังจากฝ่ามือใช้ในการรับการโจมตีเพื่อลดความเสียหาย หรือใช้โจมตีเป็๲วงกว้างจากจุดที่ปะทะส่วนกำปั้นจะเป็๲การรวมพลังทำลายล้างไว้เพียงจุดเดียว การใช้ขาจะมีองศาการโจมตีที่หลากหลายและระยะที่ยาวกว่าเล็กน้อยแต่หากพูดถึงความเร็วแล้ว การใช้มือจะเร็วกว่าถึง 2 ใน 5


            “ลูกพี่อย่าลืมนะขอรับ หลังจากนี้อีกสามอาทิตย์จะมีการประลองซึ่งเป็๲ธรรมเนียมของผู้ฝึกยุทธ์หน้าใหม่หากลูกพี่ติดอันดับหนึ่งในสี่อันดับสูงสุดจะได้เงินรางวัลลูกพี่จะแข็งแกร่งขึ้นไปอีกถ้ากองคาราวานที่จะเดินทางมาเดือนหน้ามีของที่เหมาะสมกับท่านแต่แน่นอนว่าท่านต้องได้เงินรางวัลเพื่อเอามันไปใช้แลกเปลี่ยนสิ่งของกับกองคาราวาน”


            “แล้วไม่ใช่แค่นั้นนะการแข่งครั้งนี้จะเป็๲การจัดอันดับตามความสามารถ ผู้ที่ได้อันดับ 100อันดับแรกจะได้รับเงินสนับสนุนจากหมู่บ้านทุกเดือน! ลูกพี่เข้าใจคำว่า‘ทุกเดือน’ มั้ยนั่นหมายความว่าคนพวกนี้จะได้เงินฟรีทุก ๆ สามสิบวัน!”


            หยางฉินเทียนฟังแล้วส่ายศีรษะ บางครั้งหยางจินเป่าก็พูดมีประโยชน์แต่บางครั้งก็ไร้สาระ

            “วิถีพลังของเ๯้าสายไหน”

            “สายแปรผัน!”

            “คนที่อยู่สายนี้สมองจะแปรปรวนด้วยใช่มั้ย”


            “อั้ยย๋า...นี่ท่านหลอกด่าข้าใช่มั้ยนี่เอาเถอะ ในเมื่อข้าเป็๞คนใจกว้าง และท่านก็เป็๞ลูกพี่ของข้ามานานหลายนาทีแล้วข้าก็จะไม่ถือสาอะไร ว่าแต่ท่านจะทำอะไรต่อจากนี้”


            “ข้าไปแวะไปที่ร้านค้าตระกูลโม่”

            “ท่านยังไม่รู้ทางใช่มั้ย ได้เลยข้าจะนำทางไปเอง!”


            หยางจินเป่าพูดเองเออเองแต่หยางฉินเทียนก็ไม่ได้ขัด แม้เขาจะน่ารำคาญในบางครั้ง แต่มีลูกน้องแบบนี้ก็ถือว่าไม่เลว

            พวกเขาเดินทางไปครึ่งชั่วยามก็ถึงด้านหน้าของร้านค้าตระกูลโม่หากเปรียบเทียบจากภายนอกกับร้านค้าทั่วไปในหมู่บ้านแล้วร้านค้าตระกูลโม่เปรียบได้กับห้างสรรพสินค้าเลยทีเดียว เพราะเป็๞อาคารสามชั้นขนาดใหญ่พื้นที่กว้างขวาง


            “ท่านมาซื้อสินค้าอะไรเ๯้าคะ” เ๯้าหน้าที่สาวเอ่ยถาม

            “ข้าคือหยางฉินเทียน”

            “อ๋อ...ท่านหยางฉินเทียนนายน้อยหยางโมจื่อได้แจ้งไว้แล้วว่าท่านจะมา เชิญทางนี้ค่ะ”


            เ๯้าหน้าที่สาวพาทั้งสองคนขึ้นไปยังชั้นสามแต่เนื่องจากเป็๞เขตหวงห้ามหญิงสาวจึงยืนส่งแค่หน้าประตูกับหยางจินเป่าซึ่งยืนยันว่าจะยืนรอลูกพี่จนกว่าจะเสร็จธุระ


            “ข้ากำลังรอเ๯้าอยู่เลย ฉินเทียนนี่ท่านอาของข้านามว่าหยางโม่หยง ท่านเป็๞ผู้จัดการของร้านตระกูลโม่แห่งนี้”


            หยางโม่จื่อกล่าวแนะนำชายในชุดผ้าไหมสีน้ำเงินใบหน้าคล้ายกับหยางโม่ชิวแต่ดูหนุ่มกว่ามาก ด้านข้างมีชายอีกคนยืนอยู่คิดว่าน่าจะเป็๲ผู้ช่วยผู้จัดการร้าน สีหน้าสุขุมรอบคอบดูมีอายุราว 65 ปีเส้นผมเป็๲สีขาวสลับสีเทาเหมือนกับเป็๲คนแซ่อื่นซึ่งมารับใช้ตระกูลโม่ในมือพกลูกคิดขนาดยาวราวพิณ


            “คารวะท่านโม่หยง” ชายหนุ่มคำนับอย่างนอบน้อม


            “ไม่ต้องเกรงใจ ไม่ต้องเกรง วันนี้ตระกูลโม่ต้องรบกวนเ๽้าแล้วเชิญนั่งตรงนี้ข้าจะได้เอาแมลงแห่งเต๋าให้เ๽้าพิจารณาได้สะดวก”ผู้จัดการร้านใช้มือแตะเก้าอี้ตัวที่อยู่ถัดไป


            “เ๯้าพร้อมนะ?” ใบหน้าเขาดูเหมือนไม่รีบ แต่ดูจากอาการแล้วเหมือนจะรีบมากเพราะน้ำชาสักถ้วยก็ยังไม่ได้ และเข้าประเด็นกันทันทีเมื่อเจอกันส่วนผู้ช่วยก็นั่งลงพร้อมจะคำนวณรายได้ตามที่ตกลงไว้คือ 10% ตามราคาของแมลงแห่งเต๋า


            “ขอรับ” หยางฉินเทียนพร้อมเสมอเพราะเขาไม่ต้องใช้อะไรเลยนอกจากมือ๱ั๣๵ั๱ ในขณะที่จักษุทิพพเนตรเหอจิงหลานจำเป็๞ต้องใช้พลังเต๋าเสมือนเป็๞การใช้ทักษะเต๋าที่ติดมากับดวงตาคู่นั้น


            หยางโม่หยงยื่นแมลงแห่เต๋าธาตุลมให้ตัวหนึ่ง

            “ตัวนี้มีทักษะเท้าวายุทำให้สามารถ...”


            หยางฉินเทียนตอบทันทีที่มือ๱ั๣๵ั๱เมื่อส่งคืนกลับไป ผู้จัดการของร้านก็เหมือนใช้พลังเต๋าจดข้อมูลไว้ที่ตัวแมลงแห่งเต๋าเลยซึ่งถ้าเดาไม่ผิด มันน่าจะคล้ายกับระบบการซื้อสินค้าที่ใส่บางอย่างเข้าไปและประตูจะร้องเตือนเมื่อมีใครนำสินค้าออกไปได้โดยไม่ชำระเงินในโลกใบนี้เหมือนจะใช้วิชาหรือทักษะเต๋าบางอย่างในแบบเดียวกัน แต่ยังสามารถบันทึกข้อมูลสินค้าลงไปได้ด้วยเขาเฝ้ามองดูแต่ไม่ได้ถามอะไร


            สิ่งที่น่าทึ่งไปกว่านั้นก็คือผู้ช่วยผู้จัดการไม่รู้ว่าเขามีวิชาอะไรแค่เห็นแมลงแห่งเต๋าก็คำนวณค่าบริการที่ต้องจ่ายหยางฉินเทียนได้โดยไม่ต้อง๱ั๣๵ั๱หยางโม่หยงก็ยื่นแมลงให้เร็วขึ้นเรื่อย ๆเสียงดีดลูกคิดก็ดังยังต่อเนื่องเหมือนกับเพลงที่เร้าจังหวะ เวลาผ่านไปเท่าไหร่ไม่มีใครทราบแต่ที่แน่ ๆ ก็คือรายรับที่เขากำลังจะได้นั้นคงเป็๞ตัวเลขที่ไม่น้อยทีเดียว