“นี่คือคัมภีร์เก้ากระบวนท่า! ฝ่ามือพริ้วไหวฝ่าเท้าไม่หยุดนิ่งเหมือนจะเป็ลิงก็ไม่ปาน ฮ่า ฮ่า ฮ่าอุ้ย! ขออภัย...ข้าลืมตัว”หยางจินเป่าเดินไปยังชั้นแรกเพื่อดูคัมภีร์ยอดนิยมแต่สังเกตสีหน้าของลูกพี่แล้วเหมือนเขาจะไม่ค่อยถูกใจ
“มีวิชาที่ใช้มืออย่างเดียวมั้ย”
“ลูกพี่ วิชาที่ใช้มือมีสามประเภท กรงเล็บฝ่ามือ และกำปั้น ท่านชอบแบบไหนบอกข้ามาเลย” ชายผอมบางทุบอกตนเองอย่างภาคภูมิใจ
“เอาวิชาที่ใช้หมัดกับฝ่ามือที่แข็งแกร่งที่สุด”
“ได้! ตามข้ามา!”
หยางจินเป่าพาลูกพี่ขึ้นไปยังชั้นสามหลังจากโฆษณาชวนเชื่อมากมายเขาก็เลือกคัมภีร์ที่ลูกน้องนำเสนอ อันได้แก่วิชาฝ่ามือคลื่นพลังและวิชาหมัดเกลียวสังหาร
ลักษณะวิชาที่ใช้ฝ่ามือจะเป็การกระจายพลังจากฝ่ามือใช้ในการรับการโจมตีเพื่อลดความเสียหาย หรือใช้โจมตีเป็วงกว้างจากจุดที่ปะทะส่วนกำปั้นจะเป็การรวมพลังทำลายล้างไว้เพียงจุดเดียว การใช้ขาจะมีองศาการโจมตีที่หลากหลายและระยะที่ยาวกว่าเล็กน้อยแต่หากพูดถึงความเร็วแล้ว การใช้มือจะเร็วกว่าถึง 2 ใน 5
“ลูกพี่อย่าลืมนะขอรับ หลังจากนี้อีกสามอาทิตย์จะมีการประลองซึ่งเป็ธรรมเนียมของผู้ฝึกยุทธ์หน้าใหม่หากลูกพี่ติดอันดับหนึ่งในสี่อันดับสูงสุดจะได้เงินรางวัลลูกพี่จะแข็งแกร่งขึ้นไปอีกถ้ากองคาราวานที่จะเดินทางมาเดือนหน้ามีของที่เหมาะสมกับท่านแต่แน่นอนว่าท่านต้องได้เงินรางวัลเพื่อเอามันไปใช้แลกเปลี่ยนสิ่งของกับกองคาราวาน”
“แล้วไม่ใช่แค่นั้นนะการแข่งครั้งนี้จะเป็การจัดอันดับตามความสามารถ ผู้ที่ได้อันดับ 100อันดับแรกจะได้รับเงินสนับสนุนจากหมู่บ้านทุกเดือน! ลูกพี่เข้าใจคำว่า‘ทุกเดือน’ มั้ยนั่นหมายความว่าคนพวกนี้จะได้เงินฟรีทุก ๆ สามสิบวัน!”
หยางฉินเทียนฟังแล้วส่ายศีรษะ บางครั้งหยางจินเป่าก็พูดมีประโยชน์แต่บางครั้งก็ไร้สาระ
“วิถีพลังของเ้าสายไหน”
“สายแปรผัน!”
“คนที่อยู่สายนี้สมองจะแปรปรวนด้วยใช่มั้ย”
“อั้ยย๋า...นี่ท่านหลอกด่าข้าใช่มั้ยนี่เอาเถอะ ในเมื่อข้าเป็คนใจกว้าง และท่านก็เป็ลูกพี่ของข้ามานานหลายนาทีแล้วข้าก็จะไม่ถือสาอะไร ว่าแต่ท่านจะทำอะไรต่อจากนี้”
“ข้าไปแวะไปที่ร้านค้าตระกูลโม่”
“ท่านยังไม่รู้ทางใช่มั้ย ได้เลยข้าจะนำทางไปเอง!”
หยางจินเป่าพูดเองเออเองแต่หยางฉินเทียนก็ไม่ได้ขัด แม้เขาจะน่ารำคาญในบางครั้ง แต่มีลูกน้องแบบนี้ก็ถือว่าไม่เลว
พวกเขาเดินทางไปครึ่งชั่วยามก็ถึงด้านหน้าของร้านค้าตระกูลโม่หากเปรียบเทียบจากภายนอกกับร้านค้าทั่วไปในหมู่บ้านแล้วร้านค้าตระกูลโม่เปรียบได้กับห้างสรรพสินค้าเลยทีเดียว เพราะเป็อาคารสามชั้นขนาดใหญ่พื้นที่กว้างขวาง
“ท่านมาซื้อสินค้าอะไรเ้าคะ” เ้าหน้าที่สาวเอ่ยถาม
“ข้าคือหยางฉินเทียน”
“อ๋อ...ท่านหยางฉินเทียนนายน้อยหยางโมจื่อได้แจ้งไว้แล้วว่าท่านจะมา เชิญทางนี้ค่ะ”
เ้าหน้าที่สาวพาทั้งสองคนขึ้นไปยังชั้นสามแต่เนื่องจากเป็เขตหวงห้ามหญิงสาวจึงยืนส่งแค่หน้าประตูกับหยางจินเป่าซึ่งยืนยันว่าจะยืนรอลูกพี่จนกว่าจะเสร็จธุระ
“ข้ากำลังรอเ้าอยู่เลย ฉินเทียนนี่ท่านอาของข้านามว่าหยางโม่หยง ท่านเป็ผู้จัดการของร้านตระกูลโม่แห่งนี้”
หยางโม่จื่อกล่าวแนะนำชายในชุดผ้าไหมสีน้ำเงินใบหน้าคล้ายกับหยางโม่ชิวแต่ดูหนุ่มกว่ามาก ด้านข้างมีชายอีกคนยืนอยู่คิดว่าน่าจะเป็ผู้ช่วยผู้จัดการร้าน สีหน้าสุขุมรอบคอบดูมีอายุราว 65 ปีเส้นผมเป็สีขาวสลับสีเทาเหมือนกับเป็คนแซ่อื่นซึ่งมารับใช้ตระกูลโม่ในมือพกลูกคิดขนาดยาวราวพิณ
“คารวะท่านโม่หยง” ชายหนุ่มคำนับอย่างนอบน้อม
“ไม่ต้องเกรงใจ ไม่ต้องเกรง วันนี้ตระกูลโม่ต้องรบกวนเ้าแล้วเชิญนั่งตรงนี้ข้าจะได้เอาแมลงแห่งเต๋าให้เ้าพิจารณาได้สะดวก”ผู้จัดการร้านใช้มือแตะเก้าอี้ตัวที่อยู่ถัดไป
“เ้าพร้อมนะ?” ใบหน้าเขาดูเหมือนไม่รีบ แต่ดูจากอาการแล้วเหมือนจะรีบมากเพราะน้ำชาสักถ้วยก็ยังไม่ได้ และเข้าประเด็นกันทันทีเมื่อเจอกันส่วนผู้ช่วยก็นั่งลงพร้อมจะคำนวณรายได้ตามที่ตกลงไว้คือ 10% ตามราคาของแมลงแห่งเต๋า
“ขอรับ” หยางฉินเทียนพร้อมเสมอเพราะเขาไม่ต้องใช้อะไรเลยนอกจากมือัั ในขณะที่จักษุทิพพเนตรเหอจิงหลานจำเป็ต้องใช้พลังเต๋าเสมือนเป็การใช้ทักษะเต๋าที่ติดมากับดวงตาคู่นั้น
หยางโม่หยงยื่นแมลงแห่เต๋าธาตุลมให้ตัวหนึ่ง
“ตัวนี้มีทักษะเท้าวายุทำให้สามารถ...”
หยางฉินเทียนตอบทันทีที่มือััเมื่อส่งคืนกลับไป ผู้จัดการของร้านก็เหมือนใช้พลังเต๋าจดข้อมูลไว้ที่ตัวแมลงแห่งเต๋าเลยซึ่งถ้าเดาไม่ผิด มันน่าจะคล้ายกับระบบการซื้อสินค้าที่ใส่บางอย่างเข้าไปและประตูจะร้องเตือนเมื่อมีใครนำสินค้าออกไปได้โดยไม่ชำระเงินในโลกใบนี้เหมือนจะใช้วิชาหรือทักษะเต๋าบางอย่างในแบบเดียวกัน แต่ยังสามารถบันทึกข้อมูลสินค้าลงไปได้ด้วยเขาเฝ้ามองดูแต่ไม่ได้ถามอะไร
สิ่งที่น่าทึ่งไปกว่านั้นก็คือผู้ช่วยผู้จัดการไม่รู้ว่าเขามีวิชาอะไรแค่เห็นแมลงแห่งเต๋าก็คำนวณค่าบริการที่ต้องจ่ายหยางฉินเทียนได้โดยไม่ต้องััหยางโม่หยงก็ยื่นแมลงให้เร็วขึ้นเรื่อย ๆเสียงดีดลูกคิดก็ดังยังต่อเนื่องเหมือนกับเพลงที่เร้าจังหวะ เวลาผ่านไปเท่าไหร่ไม่มีใครทราบแต่ที่แน่ ๆ ก็คือรายรับที่เขากำลังจะได้นั้นคงเป็ตัวเลขที่ไม่น้อยทีเดียว