หลังจากเหมยเตรียมของทุกอย่างรวมทั้งห้องพักให้มิคาเอลและเจนน่าเสร็จทั้งคู่ก็ทำสิ่งต่างๆและเข้านอนไป นี่การการหลับที่สบายที่สุดในช่วงเวลาที่ผ่านมาจนช่วงเช้ามิคาเอลและเจนน่าได้ตื่นขึ้นมา เหมยเองก็ได้สั่งให้คนไปทำอาหารเตรียมไว้แล้วทั้ง3คนได้นั่งกินอาหารด้วยกัน จนกระทั่งเหมยพูดถามมิคาเอลเกี่ยวกับเรื่องปราการ
''น้องชายเจ้าจะไปที่ปราการจริงๆ? ถึงแม้เจ้าจะมีวิธีเข้าไปแต่ข้าเกรงว่าพวกตระกูลเอสจะขัดขวางเอาเพราะได้ข่าวมาว่าที่ตระกูลของมันจะส่งสุดยอดอัจฉริยะที่ชื่อเฟรย์ญ่าเข้าไปที่ข้ากังวลจริงๆคือหากเจ้าได้รับมรดกออกมาตระกูลเอสต้องเข้าแย่งชิงแน่นอน''เหมยพูดด้วยท่าทีจริงจังเพราะตระกูลเอสเมื่อเทียบกับตระกูลอื่นแล้วตระกูลนี้ก็โหดเหี้ยมอย่างมาก
''ฮ่า ฮ่า ฮ่า นังนั่นน่ะนะอัจฉริยะ พวกนั้นมันก็แค่พวกกบในกะลาเรื่องนี้ไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอกพี่สาวเดี๋ยวท่านช่วยส่งคนไปบอกหัวหน้าตระกูลขนนกให้มันนำคนที่มีพลังเกิน25ชั้นบรรยากาศมาที่นี่ข้าจะนำพวกมันไปด้วย''
''เรื่องนี้ไม่มีปัญหา แล้วน้องชายจะไปวันนี้เลยหรืออีกตั้ง3วันกว่าปราการจะเปิด''เหมยถามออกมาด้วยความสงสัย
''ใช่ข้ามีวิธีเปิดปราการตอนไหนก็ได้ตามต้องการน่ะพี่สาว''มิคาเอลถึงจะไว้ใจเหมยแต่ก็ไม่ได้บอกทุกเรื่องจะเป็นการดีกว่าหากนางไม่รู้ทุกอย่างถูกเตรียมการอย่างรวดเร็วคนของตระกูลขนนกที่มาในครั้งนี้มีเพียง20คนเท่านั้นมิคาเอลเองก็ไม่ได้แปลกใจนักเพราะในทวีปเล็กๆแบบนี้การหาทรัพยากรในการฝึกค่อนข้างจะลำบากมากเมื่อพร้อมทุกคนก็ได้ออกเดินทางไปเหมยเองก็ทิ้งงานในตระกูลและเดินทางไปกับมิคาเอลด้วยการเดินทางเป็นไปด้วยความเรียบง่ายและใช้เวลาเพียงครึ่งวันก็มาถึงที่ตั้งของปราการโดยตัวปราการมีขนาดใหญ่เท่ากับครึ่งหนึ่งของเมืองจุดเริ่มต้นนอกจากด้านในจะมีดรมกแล้วก็ยังมีสิ่งอื่นๆเช่นอาวุทชุดเกราะหรือสมุนไพรอยู่ตามห้องต่างๆอยู่ที่ความสามารถว่าจะมีมากพอจนเอาไปได้หรือเปล่าและโดยรอบปราการตอนนี้กลับมีคนมากมายและที่ใกล้ๆกันนั้นมีกองซากศพสัตว์อสูรนอนตายอยู่เป็นจำนวนมากคนจากเมืองต่างๆล้วนมาที่นี่เพื่อนำคนของตัวเองมาเพื่อหวังจะได้รับมรดกหรือสิ่งของต่างๆติดมือกลับไปตอนนี้มิคาเอลถึงกับต้องเปลี่ยนความคิดที่จะเข้าไปก่อนมันกลับรอคอยให้มรดกเปิดเองดีกว่าเพราะป้องกันการเป็นจุดสนใจมากเกินไป และช่วยไม่ได้ที่มิคาเองต้องหาที่นั่งเพื่อรอเวลาแต่...
''หึ ดูสิว่านั่นใคร ข้าเคยบอกเจ้าไปแล้วไม่ใช่หรือไงว่าเมื่อเจอหน้าข้าเจ้าต้องหลบไป หรือว่า...หรือว่าเจ้าอยากจะโดนพลัง5ชั้นบรรยากาศของข้าซัดจนตาย''เฟรย์ญ่าที่เห็นมิคาเอลก็ตรงเข้ามาหาเรื่องแต่หลังจากนางพูดถ้อยคำต่างๆออกไปแล้ว มิคาเอลกลับไม่แสดงท่าทีอะไรออกมา นั่นทำให้นางโมโหแต่ก่อนที่นางจะได้พูดอะไรต่อเจนน่ากลับพูดแทรกขึ้นมา
''ไสหัวของเจ้าไปซะหากยังไม่อยากตาย ตัวเจ้ามันไม่ต่างอะไรกับก้อนหินก้อนเล็กในแม่น้ำใหญ่แท้ๆแต่กลับทำตัวเป็นแม่น้ำใหญ่ซะเอง เจ้าคิดว่าเจ้าเก่งที่สุด เจ้ารู้ทุกอย่าง หรือเจ้าเป็นอัจฉริยะ? หึ''เจนน่าเองก็ไม่ได้ชอบเฟรย์ญ่ามากนักเพราะคำพูดและการกระทำของนาง แต่ตอนนี้เจนน่ายังพอทนได้อยู่แต่ถ้าหากเกินขีดกำจัดเมื่อไหร่เจนน่าได้ลงมือฆ่าเฟรย์ญ่าแน่นอน
''อะไรกัน ขยะอีกชิ้นเดี๋ยวนี้ปากเก่งจังนะ เจ้าก็อีกคนหากไม่หุบปากลงข้าจะทุบตีเจ้าด้วย''เฟรย์ญ่าหันไปต่อว่าเจนน่าและข่มขู่ทันทีหลังจากที่ได้ฟัง ขณะที่เฟรย์ญ่าพูดดูถูกไปต่างๆนาๆนางไม่ได้สนใจคนที่ยืนอยู่ด้านหลังมิคาเอลและเจนน่าเลยจนกระทั่งคนเหล่านั้นพร้อมใจกันปลดปล่อยพลังบางส่วนออกมาข่มขู่นาง เฮนรี่ที่ยืนฟังอยู่เองก็ถึงกับทนไม่ไหวมันได้ระเบิดความโมโหด้วยคำพูดทันที
''เงียบไปซะ เจ้านั่นแหละเศษขยะความสามารถเพียง5ชั้นบรรยากาศเจ้าคิดว่าเป็นพระเจ้าแล้วหรือไงไสหัวไปก่อนที่ข้าจะหมดความอดทน''เฮนรี่ตะโกนออกมาด้วยเสียงดังจนคนรอบๆหันมามองและเริ่มจับกลุ่มกันเพื่อรอดูเรื่องสนุกๆ
''อึ่ก นี่ท่านเป็นถึงหัวหน้าตระกูลขนนกแต่กลับมารังแกเด็กเช่นข้า ท่านไม่ละอายใจเลยหรือไง''เฟรย์ญ่าพูดออกมาอย่างยากลำบากหลังโดนแรงกดดันบางส่วนของคนติดตามของมิคาเอลเข้าไป
''ไส หัว ไป''เฮนรี่ไม่ได้พูดอะไรมากเพียงบอกให้นางไสหัวไปอีกครั้ง แต่แล้วไฮบริคที่พึ่งจะมาถึงเห็นเหตุการณ์เข้ามันรีบเข้ามาช่วยเฟรย์ญ่าทันทีโดยการปล่อยปล่อยพลังของตัวเองออกมาต้านแรงกดดันของอีกฝ่ายจนเฟรย์ญ่ารู้สึกสบายตัวขึ้นจากนั้นไฮบริคจึงพูดกับเฮนรี่ด้วยน้ำเสียงที่หนาวเย็น
''เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใครเฮนรี่หรืออยากจะเปิดศึกกับตระกูลเอสของข้า''ไฮบริคพูดออกมาอย่างองอาจแต่แล้วเมื่อเสียงมันเงียบลงมิคาเอลก็ได้พูดขึ้นมาบ้าง
''แล้วตระกูลเอสอยากจะเปิดศึกกับตระกูลขนนกและตระกูลชาวบ้านพร้อมกันหรือเปล่าหากไม่ พาแม่อัจฉริยะที่หลงตัวเองของเจ้าไสหัวไปซะก่อนที่ข้าจะหมดความอดทน'' มิคาเอลในตอนนี้เริ่มจะหมดความอดทนแล้วเหมือนกันพลังและจิตสังหารของราชาบางส่วนเริ่มจะไหลออกมาจากตัวหากไฮบริคไม่ยอมถอยรับรองได้เลยตระกูลเอสจะต้องหายไปจากโลกแน่นอน
''นี่ เจ้าหนูพูดจาไร้สาระ2ตระกูลนั้นมันไม่ถูกกันอยู่แล้วมันไม่มีทางร่วมมือกันหรอก''ไฮบริคพูดออกมาอย่างไม่เชื่อขณะที่มันพยายามข่มอาการสงสัยอยู่เพราะมันสัมผัสพลังและจิตสังหารอ่อนๆที่ออกมาจากตัวมิคาเอลได้
''ที่นี่มีข้า2คนยืนอยู่ด้วยกัน เจ้ายังไม่เชื่ออีกหรือไง''เหมยพูดออกมาพลางกั้นหัวเราะในความโง่ของมันและเมื่อไฮบริคมองไปที่ทั้ง2มันก็ขมวดคิ้วทันทีพลางตัดสินใจถอยไปอย่างเสียหน้า
''ฮึ่มก็ได้ ข้าจะไป''ไฮบริคพาเฟรย์ญ่าออกไปจนพ้นระยะจากนั้นจึงพูดกับเฟรย์ญ่า
''จากนี้อย่าไปยุ่งกับพวกมันอีก รอจนกว่าเราจะมีความแข็งแกร่งจนจัดการพวกมันทั้ง2ตระกูลได้พร้อมกันเมื่อนั้นเจ้าจะทำอะไรก็ได้ตามใจเจ้าเลย''ไฮบริคพูดออกมาด้วยความหนักใจหาก2ตระกูลร่วมมือกันตระกูลเอสในตอนนี้ไม่มีทางสู้ได้อย่างแน่นอน
''ก็ได้ แต่ข้าไม่เข้าใจทำไม2ตระกูลใหญ่ถึงได้ปกป้องเศษขยะอย่างมิคาเอลกัน''
''เศษขยะ? เจ้าไม่สามารถสัมผัสพลังและจิตสังหารที่เด็กนั่นพยายามกดข่มอยู่สินะถึงได้พูดแบบนั้นเจ้าเด็กนั่นไม่ธรรมดาทางที่ดีอย่าไปยุ่งกับมันดีกว่า เพราะแม้แต่ข้าเองก็ยังไม่รู้เลยว่าเด็กนั่นมีพลังอยู่ขั้นอะไร''ไฮบริคกล่าวเตือนเฟรย์ญ่า
''ไม่ธรมมดา? เจ้านั่นมันไม่มีพลังอะไรหรอก หัวหน้าตระกูลท่านคิดไปเองหรือเปล่าแต่ก็เอาเถอะข้าจะไม่ยุ่งกับมันก็ได้รอจนกว่าข้าแข็งแกร่งแล้วพวกเจ้าจะได้เห็นดีกัน''จากนั้นทั้งคู่ก็เดินหายไปท่ามกลางผู้คน
ขณะเดียวกันมิคาเอลตอนนี้กำลังขมวดคิ้วอย่างหนักเพราะมันสัมผัสได้ว่าที่นี่กลับมีนักรบที่มีพลังระดับต้านแรงดึงดูดอยู่ถึง2คนและทั้ง2คนนั้นดูเหมือนเพิ่งจะทะลวงมาได้ไม่นานแถม1ในนั้นยังมีกลิ่นอายที่มิคาเอลคุ้นเคยมันมั่นใจว่าต้องเคยเจอมาก่อนแต่กลับนึกไม่ออกว่าที่ไหนแต่ทั้ง2คนที่มีพลังในระดับต้านแรงดึงดูดก็เพียงพอที่จะฆ่ามิคาเอลในตอนนี้ได้โดยที่ไม่ทันตั้งตัว มิคาเอลจึงจำเป็นต้องระวังตัวอยู่ตลอดเวลาเผื่อสถาณการณ์คับขันเกิดขึ้นจะได้ใช้ข้ามมิติหนีไปที่อื่นได้ทัน