2
-เ้านายคนใหม่-
เอ๋? เกิดอะไรขึ้น?
เขาจะซื้อผมเหรอ?
ผมเพิ่งตื่นนอนหมาดๆ กินจนอิ่มเลยอยากนอนต่ออีกรอบ พอเจอคนสั่งให้แปลงเป็คนก็เลยแปลงร่างแบบไม่ทันให้คิดอะไร แวบแรกนึกว่าเขาจะพาออกไปข้างนอกเพื่อสูดอากาศด้วยซ้ำ รู้ตัวอีกทีคนตรงหน้าก็บอกว่าจะซื้อผม แถมห้านาทีต่อมาก็มีคนเดินมาลากคอให้ผมออกไปอีก
แน่นอนว่าผมขืนตัวเต็มที่ ให้ตายก็ไม่ไปไหนเด็ดขาด
ไม่เอานะ เ้านายของผมยังไม่อนุญาตสักหน่อย
แต่ดูเหมือนปลอกคอจะไม่ร่วมมือด้วย มันรัดคอผมแทบหลุด แถมแรงผมตัวเดียวสู้พวกเขาไม่ไหว
แถมเมื่อเจอสายตากับคนที่บอกจะซื้อผม เรี่ยวแรงก็พลันหดหาย เลยต้องยอมเดินตามออกมาแต่โดยดี แต่แน่นอนว่าแอบขืนตัวเป็ระยะให้เ้าพวกนั้นสะดุดขาตัวเองเล่น แต่ไม่กล้าทำอะไรผมตามปกติ เพราะผู้ชายด้านหลังมองเขม็งเลย
น่ากลัวชะมัด สาบานสิว่าคนๆนี้ไม่ใช่มนุษย์ดัดแปลงแบบพวกผมน่ะ
คนที่บอกว่าจะซื้อตัวผมเป็ผู้ชายใส่สูทท่าทางภูมิฐาน ใบหน้าหล่อเหลาดูนิ่งเฉยเหมือนรูปปั้นแผ่รังสีไม่ให้คนเข้าใกล้ในระยะสองเมตรได้ยกเว้นเลขาท่าทางระรื่นจัดข้างๆ ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนคมกริบฉายแบบจริงจังกับชีวิตสุดๆ
อืม ตาสีน้ำตาลอ่อนเหมือนเ้านายเก่าของผมเลย แต่เขาอ่อนโยนกว่านี้เยอะ
ระหว่างทางมีสัตว์ดัดแปลงตัวอื่นพากันชะเง้อคอมองด้วยท่าทางแปลกใจแกมใ คงเพราะว่าผมอยู่ที่นี่มานานจนน่าจะถูกเก็บกวาดตั้งนานแล้ว แต่ดันมีคนซื้อไปในวันสุดท้ายซะอย่างนั้น
อะ...แต่ไม่สิ ผมมีเ้าของอยู่แล้วนี่นา
เคยได้ยินมาว่าสามารถลงชื่อซื้อมาได้หากเกินกำหนดเวลาอะไรสักอย่าง ถึงจะมีเ้าของอยู่แล้วก็ตาม
ไม่นะ เ้านายของผมเขาแค่ไม่ว่างมารับแค่นั้นเอง
ก่อนจะพาออกไปเขาจะให้คนๆนี้ลงชื่อซื้อขายให้เรียบร้อย จากนั้นจะให้ผมไปตรวจร่างกายว่าติดเชื้อหรือมีปัญหาอะไรหรือเปล่า
หยาบคายที่สุด ผมรักความสะอาดและไม่เคยไปติดสาวที่ไหนนะ
“ถอดปลอกคอออก” เสียงเฉียบขาดดังขึ้น ขณะกำลังจับผมอาบน้ำ
ผมตาโตใส่ทันที ถอด? ถอดทำไมน่ะ?
ผมพองขนใส่ทันทีเมื่อได้ยิน แยกเขี้ยวออกมาเพื่อข่มขู่ แม้จะไม่มีเสียงเป็เอฟเฟคแต่ก็พอให้พวกเขาผงะได้บ้าง ทำให้พวกเขาไม่กล้าทำอะไรผมอีก
“จับมันไว้” เสียงเฉียบขาดดังขึ้นอีกรอบสร้างความลังเลให้คนฟัง แต่ก่อนจะได้ทำอะไรใครบางคนก็โถมเข้ามาจากด้านหลังจนผมทรุดแนบลงกับพื้น ส่วนคนอื่นๆรีบเข้ามาล็อคตัวผมเอาไว้แน่นจนขยับไปไหนไม่ได้
บ้าชะมัด ผมคงนอนมากไป
“นิ่งๆนะเด็กดี” ใครบางคนพูดใส่ผม
เด็กดีบ้านแกสิ
ผมส่งสายตาแข็งกร้าวใส่ แต่ดูเหมือนคนอื่นๆจะไม่เข้าใจที่ผมจะสื่อสักนิด
กรรไกรตัดหญ้าขนาดใหญ่ทำเอาผมหลับตาปี๋
เสียงตัดฉับดังขึ้นข้างคอ ผมรู้สึกโล่งขึ้นมานิดหน่อย เพราะว่าปลอกคอมันไม่ได้ถูกปรับนานมากจนอึดอัด
“เรียบร้อย”
ปลอกคอถูกทิ้งราวกับของไร้ค่า อันที่จริงๆมันเป็ปลอกคอหนังสัตว์ราคาแพงที่สุดที่เ้านายของผมจะหาได้ ติดตั้งระบบGPS และสลักชื่อพร้อม จริงๆมันส่งเสียงได้ด้วยเพราะเขารู้ดีว่าผมพูดไม่ได้ แต่ตอนนี้มันก็พังมานานแล้วล่ะ
อา อยากร้องไห้จัง แต่มันไม่ใช่วิสัยที่ดี
“เป็แผลถลอกหมดเลย คงต้องทายากันติดเชื้อ”
“แผลใช้เวลากี่วันถึงจะหาย”
“3วันก็เพียงพอครับ”
ผมใช้ปากคาบปลอกคอคู่กายเอาไว้ แต่ถูกมือดีดึงออกมาเสียอย่างนั้น ทำให้ผมต้องกัดปากไว้แน่น
หน๊อย หมอนี่!
“...อยากเอาไปด้วยก็ตามใจ” อีกฝ่ายยอมปล่อยมือออกแต่โดยดี
ดูท่าเ้านายใหม่ของผมจะเป็พวกคนรวยมหาศาล แต่ก็บ้าบอด้วย
ใครเขาอยากจะได้สัตว์เลี้ยงที่พูดไม่ได้แบบผมกัน เอาผมไปทำอะไร ถลกหนังเหรอ? จริงๆตอนผมยังเด็กก็มีคนเอาไปนั่งบนไหล่ ทำตัวเป็ผ้าพันคอที่ดีเหมือนกันนะ แต่ตอนนี้คาดว่าคนทำคงคอหักกันไปข้าง
อ่ะ...แต่ร่างกายก็ยังใช้งานได้ คงอยากได้แบบนั้นล่ะมั้ง
พวกคนที่นี่ก็บอกกับพวกเขาว่าจะต้องรอผลตรวจเืและทายาที่คอจนหายดี ซึ่งต้องรออีกประมาณ 3 วัน ถึงจะมารับตัวผมไปได้ ระหว่างนั้นพวกเขาให้ผมไปอยู่ในกรงใหม่ที่ดูดีกว่าเดิม แถมตอนแรกจะจับผมเข้ารับการอบรมอีกรอบ แต่สุดท้ายเปลี่ยนใจเพราะมองว่าผมต้องพักผ่อนให้มากกว่านี้ สุดท้ายเลยปล่อยให้นั่งๆนอนๆอยู่ในห้อง
ระหว่างนั้นผมนั่งคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย เพราะที่ผ่านมาผมทำแค่เฝ้ารอ ไม่ได้คิดอะไรมากกว่าเมื่อไหร่ข้าวจะมา เมื่อไหร่จะได้ออกไป โลกนี้มันถึงไหนแล้ว มีใครเข้ามาที่นี่ มีใครออกไปบ้าง วนเวียนอยู่แค่นี้ ยิ่งกว่าวงจรชีวิตยุง
ผมใช้เท้าเขี่ยปลอกคอเก่าๆไปมา ที่แกะสลักไว้มันเลือนหายเกือบหมดจนที่อยู่เ้าของเก่าของผมหายไปหมดแล้ว เหลือแค่ชื่อของผม ไรเซล
โอเค ชีวิตของผมเปลี่ยนชื่อตามเ้านาย บางทีผมอาจจะได้ชื่อใหม่ ชื่อที่ติ๊งต๊องที่สุดอย่าพูดถึงมันเลย ส่วนคนล่าสุดเขาชอบทำอาหารและอ่านนิยายมากไปหน่อย
อืม หรือเ้านายของผมจะทิ้งผมไปจริงๆ หากเป็แบบนั้นการมีเ้านายคนใหม่คงไม่เลวร้าย เพราะคงไม่มีอะไรแย่ไปกว่าการถูกจับเข้าสนามต่อสู้เล่นการพนันแบบเ้านายคนเก่าๆหรอกน่ะ นั่นน่ะเนื้อหนังผมหลุดหมดต้องหาหมอเป็ปีๆ
ก็นะ นี่ไม่ใช่เ้านายคนแรกของผมนี่นา
3 วันจากนั้นผมก็ถูกจับยัดเข้ากรงอีกรอบ มันเป็กรงขนาดพกพา แบบเดียวกับเมื่อหลายปีก่อนที่คนพวกนั้นพาผมมารักษาตัวต่อที่นี่เลย แต่ดูเหมือนว่าจะสบายกว่าและระบายอากาศกว่า
“ใครสั่งให้จับใส่กรง” เสียงดุๆดังมาจากเ้านายคนใหม่ ผมนี่ไม่อยากชะเง้อคอออกมามองเลย
“เอ่อ เดี๋ยวมันจะหนีนะครับท่าน” คนๆนั้นตอบอ้อมๆแอ้มๆ
แย่ชะมัด ถึงเป็สัตว์เลี้ยงแต่ผมก็มีการศึกษานะ
“ปล่อยลงมา”
สิ้นคำ กรงขนาดใหญ่ก็ถูกวางลง ประตูถูกเปิดออก ตรงหน้าของผมคือรถลีมูซีนสีดำ ด้านในคือเ้านายคนใหม่ของผม ซึ่งกำลังนั่งไขว้ห้างด้วยทวงท่าสง่างาม
จากประวัติที่ได้ยินมา ดูเหมือนเขาจะเป็เ้าของบริษัทอะไรสักอย่าง คงไม่พ้นเป็นักธุรกิจผู้มั่งคั่งทั่วไปที่ให้ความสนใจกับของแปลกๆ แต่ก็ได้ยินมาอีกเหมือนกันว่าเขาไม่เคยเลี้ยงสัตว์ดัดแปลงที่ไหน
“ขึ้นมานี่” อีกฝ่ายออกคำสั่งอีกครั้งโดยไม่หันมามอง เพราะกำลังพินิจดูอะไรสักอย่าง
“...”
“ขึ้น...ไรเซล”
อ่ะ... ผมมองไปยังมือของอีกฝ่ายที่กำลังถือปลอกคออันเก่าของผมเอาไว้ จำได้ว่าผมทิ้งไว้ที่ห้องขังเพราะกะว่าจะลืมแล้วนะ
เอาไปตอนไหนล่ะนั่นน่ะ!
ผมจำใจขึ้นไปนั่งใต้เบาะรถแต่โดยดี มันเป็เบาะแบบหันเข้าหากันและเว้นระยะให้วางขาได้อย่างสบายแล้วก็จริง แต่ก็ยังลำบากนิดหน่อยเพราะตัวผมใหญ่พอๆกับผู้ชายร่างสูงคนหนึ่งเลยเวลายืนสองขา เลยดูอึดอัดแถมหางยังหาที่ลงไม่ได้ ทว่าดูเ้านายคนใหม่จะไม่พอใจ ถึงได้เอื้อมมือมารั้งคอของผมแล้วดึงให้มองหน้า ทำสายตาเป็เชิงให้ขึ้นมานั่งบนเบาะเรียบร้อยห้ามขัดใจ ผมเลยต้องยอมทำตาม ขึ้นไปนั่งข้างอีกฝ่าย ก่อนจะถูกมือใหญ่จับศีรษะดันให้นอนลงตักอุ่นๆ โดนลูบหัวไปมาชวนเคลิ้มก็จริง แต่ผมสยิวเล็กๆในใจมากกว่า
ยอมรับว่าผมกลัวคนๆนี้มากกว่าเ้าพวกฝึกสัตว์ที่ถือแส้วางกล้ามเดินไปเดินมาซะอีก
โหดร้ายชะมัด
เมื่อคนขับหันมามองความเรียบร้อยแล้วจึงสตาร์ทรถออกเดินทาง ผมมองไปยังพวกคนชุดดำฝั่งตรงข้ามที นอกหน้าต่างที มือใหญ่ยังคงลูบ่คอที่ตอนนี้แผลเริ่มสมานกันไม่เลิก
ว่าแต่จะไปที่ไหนกันนะ...
กล่องเสียงของผมถูกผ่าออกไปเมื่อตอนที่ย้ายเข้ามาอยู่กับเ้านายคนเก่า มันทำให้ผมพูดไม่ได้ ส่งเสียงเรียกไม่ได้ ได้แต่ครางอืออาในลำคอ แน่นอนว่ามันไม่ช่วยอะไรมากไปกว่าเสียงเหมือนเสลดติดคอชวนอนาถจิต สุดท้ายผมจึงไม่ส่งเสียงอะไรออกมาอีก
ใช่ ฟังดูโหดร้าย แต่เพราะมันกลายเป็เนื้อร้ายเรื้อรัง หากไม่ทำแบบนั้นผมคงไม่มีโอกาสมายืนอยู่ตรงนี้ ลำบากก็แค่เรียกใครก็ไม่ได้ยิน จนเ้านายของผมต้องหาปลอกคอแบบส่งเสียงเรียกร้องความสนใจได้มาให้
อืม คิดๆดูแล้ว เ้านายคนเก่าของผมช่างแสนดี
ทว่ามันก็พังไปตามกาลเวลาเมื่อไม่มีคนมาดูแล ตอนนี้ผมจะพูดแนะนำตัวกับใครก็ทำไม่ได้ ไม่มีใครรู้ชื่อของผมตราบใดที่พวกเขาไม่กล้าจับปลอกคอของผม เพราะผมก็พูดบอกใครไม่ได้เหมือนกัน มนุษย์ดัดแปลงแบบพวกเราสื่อสารได้เหมือนคนปกติเลยนะ แต่ผมไม่สามารถบอกใครได้ สุดท้ายเลยได้แต่ยอมรับชะตากรรมแต่โดยดี
อืม แต่ว่านะ ไรเซล จิ้งจอกวัยกลางคนตัวนี้ อายุก็เข้าปีที่ 25 แล้วล่ะ
ผมขอเรียกว่าตัวเองแก่นะ ธรรมเนียมของสัตว์เลี้ยง อายุ 25 ปี ถือว่าแก่มาก สมควรแก่การถูกเก็บกวาด เพราะถ้าอายุมากกว่านี้จะเริ่มเหี่ยวเวลาเป็มนุษย์ ดูไม่เจริญหูเจริญตา คนส่วนใหญ่เลยเลือกจัดการสัตว์เลี้ยงของตัวเองใน่อายุประมาณนี้ล่ะ ผมไม่เคยเจอใครอายุเท่าผมมาก่อน ถ้าจะอายุมากจริงๆคืออายุ 40 กระมัง
คงเพราะธรรมเนียมเื่มนุษย์ดัดแปลงเป็เื่ผิด ดังนั้นพออายุครบเวลาก็น่าจะถูกเอากลับลงดินเหมือนเดิม สัตว์เลี้ยงไม่ได้รับอนุญาตให้ผสมพันธุ์ยกเว้นทำเื่เรียบร้อยแล้ว แต่ใช่ว่าทุกอย่างจะต้องทำตามเสียงส่วนใหญ่นี่ ใช่ พวกผมถูกซื้อขายกันไม่ต่างกับพวกหมาแมวสายพันธุ์แท้ แต่ก็เริ่มหาแบบเผ่าพันธุ์เดียวกันผสมกันเองแบบเต็มใจยากขึ้นทุกทีเพราะไม่มีใครให้ความสำคัญขนาดจะเอาสัตว์เลี้ยงผิดกฎหมายไว้กับตัวเองนานๆ แค่หาลูกผสมกันดีๆก็จะได้ตัวใหม่ที่ดีกว่าและสดใหม่กว่า ส่วนตัวเก่าก็ทิ้งไปซะ ไม่ก็ผสมกันตามปกติ ไว้ขาย ไว้เลี้ยง ได้กำไรเป็กอบเป็กำ พอใจแล้วก็ฆ่าพ่อแม่ทิ้ง ตัวผมอาจจะเป็รุ่นดึกเลยก็ได้
เ้านายเก่าซื้อตัวผมมาั้แ่อายุ 10 ขวบ วัยกำลังน่ารักเลยล่ะ แต่ก็ทิ้งผมเพื่อหาตัวใหม่เหมือนกัน โชคดีอย่างคือพวกเขาลงชื่อไว้ว่าตัวผมนั้นมีคุณภาพและเป็สัตว์เลี้ยงที่ดี เลยยังไม่มีใครมองว่าผมนั่นคือตัวปัญหา
คนที่สองก็ทิ้งผมไปอีกตอน 15
เ้านายคนล่าสุดเขารับผมมาเลี้ยงตอน 16
มนุษย์ขี้เบื่อง่าย ผมรู้ดี
แต่เ้านายคนที่เอาผมมาไว้ที่โรงพยาบาลก่อนถูกส่งตัวมาที่นี่ ผมเคยคิดว่าน่าจะคนสุดท้าย เพราะเขาดูแลผมดีมาก ระยะเวลาที่ผ่านมาทำให้มั่นใจว่า จนกว่าจะถึงตอนเก็บกวาด่สิ้นปี เขาจะยังอยู่ข้างผม แต่สุดท้ายก็ไม่
สามปีมานี่ผมรอเขามาตลอด จนถูกเ้านายคนล่าสุดชุบมือเปิบไปหน้าด้านๆ คิดแล้วก็เอาหัวไถๆเ้าคนข้างๆไปสองสามทีด้วยความหมั่นไส้ (ผมก็กลัวตายเป็นะ)
อยากให้เขารู้ข่าวแล้วรีบมารับตัวกลับออกมาจากหมอนี่จัง
แล้วรถที่นั่งมานานกว่าสองชั่วโมงก็หยุดลง คงถึงที่หมายแล้ว
ตอนนี้ผมรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาบ้างแล้วครับ