ทะลุมิติพิชิตจักรวาล

    ตอนที่ 32 เข้าสู่ประตูมิติเร้นลับ

    ตอนที่ 32 เข้าสู่ประตูมิติเร้นลับ

            สมปองกับหลี่ซุนเดินพาต้วนหลงซางเดินออกจากซอกต้นไม้ ด้านนอกรกร้างเต็มไปด้วยเถาวัลย์ ทั้งสามต้องใช้เวลากว่าครึ่งชั่วยามจึงสามารถออกพ้นป่าเถาวัลย์ได้ พลังชีวิตจากต้นเถาวัลย์ของแม่เฒ่าโอสถยิ่งใหญ่มาก ในรัศมีทุกสิบลี้จะมียอดเถาวัลย์อ่อนโผล่ขึ้นมาแสงแดด


            เดินทางรอนแรมไปทางตะวันตกอีกหนึ่งวัน แสงแดดแรงกล้าแผดเผาจนทั้งหมดเริ่มรู้สึกอ่อนล้าและวิงเวียนศีรษะ สมปองพาทั้งหมดเข้าสู่ใต้ร่มไม้ น้ำดื่มที่เตรียมไว้เริ่มร่อยหรอ


            “นี่มันเกิดอะไรขึ้นเหตุใดจึงร้อนถึงเพียงนี้” ต้วนหลงซางซับเหงื่อแล้วบิดน้ำออกพลางกล่าวต่อ “พวกเราเดินต่อไปอีกหน่อยเถอะ อีกนิดจะถึงริมธารใหญ่” 


            ทั้งหมดเดินลุยเข้าไปในป่าริมทาง เกิดแผ่นดินสะเทือนเล็กน้อยแทบจะไม่รู้สึกตัว ฝูงนกบินโผขึ้นจากยอดไม้ พวกมันร้องเสียงดังแล้วโผขึ้นไปบนอากาศ พอรวมตัวกันได้ก็บินไปทางทิศใต้


            ทุกประการอยู่ในสายตาของสมปองทั้งสิ้น เดินต่อมาอีกหนึ่งเค่อก็ถึงริมธารใหญ่ ทั้งสามไม่รอช้ารีบเติมน้ำแล้วลงแช่น้ำดับร้อนด้วยความสุขสดชื่น


            เวลาแห่งความสุขมักผ่านไปอย่างรวดเร็วเสมอ หากเรากำลังมีความสุขและเพลิดเพลินมักมีเรื่องร้าย ๆ ตามมา ครั้งนี้ย่อมไม่แตกต่าง น้ำในลำธารพลันลอยขึ้นกลางอากาศแล้วตกกระแทกลงมา ทั้งสามที่อยู่ในน้ำย่อมถูกน้ำพาลอยขึ้นแล้วกระแทกลงอย่างรุนแรงเช่นกัน


            สมปองพอควบคุมตนเองได้ แต่หลี่ซุนกับต้วนหลงซางสำลักน้ำจนหายใจไม่ออก แผ่นดินสะเทือนแรงขึ้นกว่าเดิม สมปองระงับความแตกตื่นพาหลี่ซุนและต้วนหลงซางขึ้นจากน้ำ เขาทบทวนขัอปฏิบัติหากเกิดแผ่นดินไหวในใจ 


            “ก่อนอื่นต้องหาที่โล่งเพื่อความปลอดภัย”


            แรงสั่นสะเทือนเริ่มมากขึ้นทุกที ทั้งสามวิ่งมาจนถึงทุ่งหญ้าโล่งกว้าง “พวกเราหยุดพักตรงนี้ก่อน”


            “เหตุใดจึงออกมาตรงที่โล่ง ใต้ร่มไม้ไม่ปลอดภัยกว่าหรือ” ต้วนหลงซางถาม


            “หากต้นไม้หักโค่นลง ย่อมอันตรายกว่าที่โล่ง” สมปองตอบ


            แรงสั่นสะเทือนเพิ่มขึ้นคล้ายมีคนใช้ฆ้อนขนาดใหญ่กระทุ้งกระแทกขึ้นมาจากใต้ดิน แรงกระแทกส่งทั้งสามให้ลอยขึ้นกลางอากาศ โชคดีสมปองระวังตัวไว้ก่อน จึงใช้ปราณรองรับไว้ไม่ต้องถึงกับกระแทกพื้นจนกระอักเลือด 


            เสียงครืนดังสนั่นยอดเขาลูกหนึ่งที่อยู่ใกล้ ๆ แต่กระจายออกจากกัน เกิดรอยแยกจากยอดเขานั้นเสียงปริแตกดังสนั่น เศษหิน ดิน พุ่งออกจากรอยแยก น้ำ หินเดือด ทะลักออกมาจากรอยแยกนั้น 


            หลี่ซุนวิ่งนำหน้าพาทุกคนหลบหลีกพื้นดินที่ประทุขึ้น สมปองรั้งท้ายคอยช่วยต้วนหลงซาง เขาแผ่ปราณห่อหุ้มตนเองกับต้วนหลงซางไว้ เกือบหนึ่งชั่วยามที่พวกเขาต้องหลบหลีกพื้นดินที่ระเบิดกระจายขึ้นไปบนอากาศ ขณะที่ทุกคนหยุดพักบนเนินหิน เสียงแครกดังขึ้นที่ใต้ฝ่าเท้าต้วนหลงซาง ร่างของทั้งสามร่วงลงไปในทันที แม้สมปอง จะมีสติแจ่มใสมากที่สุดแต่เพราะแผ่นดินแยกห่างออกจากกันทำให้เขาไม่สามารถเกาะอะไรไว้ได้เลย


            ร่างพวกเขาลอยลิ่วลงไปไม่อาจคำนวณเวลาได้ กระแสลมพัดขึ้นมาจากรอยแยก กระแสลมดูดพวกเขาลึกลงไป แล้วก็พัดพวกเขาลอยออกมาเป็นเช่นนี้อยู่นานสมปองมีพลังการฝึกตนสูงกว่าจึงแผ่พุ่งปราณออกไปห่อคนทั้งสองบังคับให้ลอยอยู่ใกล้ ๆ กัน แผ่นดินด้านบนดูเหมือนจะปิดเข้าหากัน กระแสลมที่ซัดขึ้นก็หยุดลง ทำให้พวกเขาร่วงลงไปไม่หยุด


            แสงสว่างที่ทางออกในรอยแยก ปรากฎแผ่นดินกว้างใหญ่ไพศาลอยู่ในนั้น มันกว้างมาก แต่ก็ยังเห็นเงาผนังของโพรงอยู่ไกลลิบ ในโพรงใต้ดินที่ควรจะมืด แต่กลับมีแสงสว่างดั่งเช่นกลางวัน พวกเขาลอยค้างอยู่กลางอากาศ มองลูกกลมที่ใจกลางโพรงส่องแสงสว่าง


            โพรงใต้ดินแห่งนี้ดูเหมือนจะกว้างใหญ่กว่าโพรงของแม่เฒ่าโอสถ คล้ายกับโลกในมิติคู่ขนานของในเรื่อวคิงคองกับก๊อตซิลล่ามากกว่า ร่างของทั้งสามคนถูกแรงดึงดูดลอยไปยังแสงสว่างใจกลางโพรง 


            ต้นไม้รูปร่างประหลาดจำนวนมากมาย ป่าที่อุดมสมบูรณ์กว่าบนโลกมนุษย์ สิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ มีปีก จำนวนมาก บินสวนทางมา พวกมันแต่งเครื่องแบบกคล้าย ๆ กัน พวกที่ตามหลังมามือถือหอกรูปทรงแปลก ๆ พวกที่นำหน้าแต่งกายดูมีฐานะ พวกมันเหลือบตามองทั้งสามแวบเดียวก็ผ่านไปยังรอยแยก


    สิ่งมีชีวิตเหล่านี้รูปร่างคล้ายงูแต่มีปีก สมปองกับพวกล้วนตกอยู่ในอาการตกตลึง ภายใต้โลกมนุษย์ยังมีโลกแห่งนี้ มีสิ่งมีชีวิตอาศัย มีแสงสว่าง พวกเขาลอยลิ่วไปยังแสงสว่าง ณ ใจกลางพิภพเร็วขึ้น ลำแสงอ่อน ๆ ห่อหุ้มตัวพวกเขาไว้อีกชั้น


            ทั้งสามร่วงลงบนแท่นบูชา บนแท่นบูชาเต็มไปด้วยผู้คน ผู้คนที่ทั้งสามไม่รู้จัก ผู้คนบางคนที่ทั้งสามเคยเห็น ผู้คนทั้งหมดรายล้อมอยู่ที่หน้าประตูบานใหญ่ ไม่มีใครสนใจพวกเขา


            ประตูบานใหญ่ขยับเปิดออกช้า ๆ สายลมจากภายนอกไหลเข้าสู่ประตูบานใหญ่ ประตูยิ่งเปิดกว้างสายลมยิ่งดึงผู้คนแรงขึ้น ผู้คนที่มีระดับการฝึกตนสูงย่อมไม่ถูกแรงลมพัดเข้าประตูอย่างง่ายดาย แต่สมปอง หลี่ซุนและต้วนหลงซางไม่สามารถต้านทานแรงลมได้ 


            ประตูบานใหญ่เพิ่งเปิดได้เพียงครึ่งเดียว สมปอง หลี่ซุน และต้วนหลงซางที่เพิ่งมาถึงเป็นกลุ่มสุดท้ายก็ถูกลมพัดเข้าประตูไปก่อนเป็นกลุ่มแรก ผู้คนที่ยืนอยู่หน้าประตูมีสีหน้าเหยียดหยาม บางคนถึงกับแค่นเสียงดูถูก 


            ราชันย์เผ่านาคาสบตากับแม่ทัพนาคาพลางกล่าว “สามคนนั้นเป็นใคร?”


            “ทูลฝ่าบาท สามคนนั้นผ่านเข้ามาทางรอยแยก ถือเป็นผู้มีโชคชะตา”


            “ผ่านเข้ามาทางรอยแยก วังนาคาใต้พิภพไม่เคยสนใจว่าเป็นใคร หากมีโชคชะตาผูกพันธ์ล้วนได้รับโอกาสทั้งสิ้น เจ้าส่งคนคอยติดตามดูสักหน่อย หากพวกเขาออกจากวังนาคาใต้พิภพได้ให้ถือเป็นแขกรับเชิญของข้าก็แล้วกัน”


            วังนาคาใต้พิภพเปิดประตูรับผู้ฝึกตนภายนอกเผ่านาคามาหลายครั้ง แผ่นดินแยกเชื่อมโลกใต้พิภพกับโลกมนุษย์มีให้เห็นบ่อยครั้ง แต่คนที่ตกลงมาจากโลกมนุษย์ล้วนตกตายสิ้น นี่เป็นครั้งแรกที่มีมนุษย์ตกลงมาจากรอยแยกแล้วถูกชักนำมายังประตูวังนาคาใต้พิภพ


            “ท่านทั้งหลาย ประตูเปิดแล้ว ขอเชิญทุกท่านเข้าสู่วังนาคาได้ สิ่งใดที่ท่านเก็บได้ระหว่างทางถือเป็นของขวัญจากเผ่านาคาเรา”


            ผู้คนที่ยืนอยู่หน้าประตูล้วนได้ยินอย่างชัดเจน ไม่นานก็มีผู้คนเริ่มเหินเข้าประตูไป คนของเผ่านาคาเดินเท้าเข้าประตูเป็นขบวน นักรบเผ่านาคาห้าคนแยกตัวออกไปตามหาพวกของสมปองตามคำสั่งราชันย์นาคา ส่วนที่เหลือเกาะกลุ่มตรงไปยังวังนาคาที่ใจกลางพิภพเร้นลับแห่งนี้


            ทั้งสามถูกลมพัดมาไกลจากประตูหลายร้อยลี้ โชคดีที่มีหญ้านุ่มรองรับไว้ทำให้ไม่ได้รับบาดเจ็บ