END Love Trick เล่ห์รักเลอดาว [ บุรามฉัตร ]

    Trick Love เล่ห์รักเลอดาว บททที่ 12 [ 1 ]

    ตอนที่ 12

            ก้าวไกลขับรถออกจากบ้านของนภามุ่งไปยังตลาดสดขนาดใหญ่ที่ใกล้สุดเขาเลือกซื้อของหลายสิ่งใส่ถุงจนวางเต็มเบาะหลัง เมื่อได้อย่างใจต้องการก็ไม่รอช้าขับรถย้อนกลับไปยังบ้านของเลอดาวซึ่งอยู่ห่างจากบ้านพี่สาวถัดไปไม่กี่ซอย

            เขาลงจากรถไปกดกริ่งอยู่หลายครั้ง แต่ภายในบ้านยังคงเงียบกริบผ้าม่านสีครีมที่อยู่หลังบานหน้าต่างชั้นบนนั้นนิ่งสนิทไร้แววร่างของหล่อนจะซ่อนตัวอย่างคราวก่อนแต่เขายังไม่ถอดใจชะเง้อคอผ่านรั้วโปร่งเข้าไปภายในหวังใจว่าหล่อนจะออกมาต้อนรับเพราะรถยนต์ของหล่อนก็ยังจอดอยู่ในโรงแห่งนั้น

            ทว่าอึดใจหนึ่งเขาก็เปลี่ยนใจ...จึงเดินกลับไปที่รถแล้วเปิดเอาถุงใส่สินค้าทั้งหมดออกมามั่นใจว่าคราวนี้ของที่ซื้อติดไม้ติดมือมาฝากต้องถูกใจกว่าครั้งก่อนเสียดายแต่ที่เขาไม่มีโอกาสจะได้ชิมมันในที่สุดจึงตัดสินใจแขวนถุงที่เบาไว้ข้างบนและถุงที่ค่อนข้างหนักไว้กับข้างล่าง

            เขาเดินกลับไปยังรถ หยิบเศษกระดาษขึ้นมาแล้วจับปากกาเขียนข้อความลงไปในนั้นแล้วจึงพับเป็นทบสอดเอาไว้ในถุงใบหนึ่งหวังว่าหล่อนคงจะได้อ่านมัน

            คล้อยหลังรถยนต์ของเขาเคลื่อนตัวออกไปแล้วผู้หญิงคนที่เขาอยากพบจึงค่อยๆแง้มผ้าม่านออกมาช้าๆ รอยยิ้มประทับขึ้นที่มุมปากเป็นยิ้มแห่งความขบขันกึ่งพึงใจปะปนกัน

            //////////////////////////////////////

            เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ดังขึ้นจากข้างหลังของเลอดาว พร้อมกับเจ้าของเสียงดันตัวเข้ามายืนเบียดหล่อนเพื่อจะแหวกผ้าม่านให้กว้างสุดมือเท่าที่จะทำได้ครั้นมองเห็นหลังคารถยนต์ของผู้ชายที่เชียร์สุดใจขาดดิ้นเคลื่อนตัวออกไปจนไกลเกือบลับตาปานสีก็ปากคว่ำมองค้อนผู้เป็นพี่สาวกึ่งเจ้านายแล้วก็เริ่มบ่นกระปอดกระแปด

            “พี่ดาวใจดำจังเลยฮ่ะ แกล้งคุณก้าวของปานดูสิฮ้า...งอนตะลุ๊บตุ๊บป่องกลับไปแล้ว”

            เลอดาวหมุนตัวกลับมามองคู่สนทนาที่เดินก้นย้วยลงไปนั่งจุ้มปุกบนเตียงท่าทางสะดีดสะดิ้งนั้นจริงจังจนหล่อนคันมืออยากจะเข้าไปตีที่ต้นแขนสักเผียะ

            “พี่รู้สึกว่าพักนี้ปานจะหายใจเข้าหายใจออกเป็นผู้ชายคนนั้นตลอดเวลาเลยนะพี่ก็แค่อยากลองใจดูสักหน่อยว่าเขาจะรับมือไหวไหมถ้าได้รับการปฏิเสธจากพี่ปานอย่าลืมสิว่าชื่อเสียงของพี่มันฉาวโฉ่จากขี้ปากคนขนาดไหนถ้ามีปัญหาของพี่ไปกวนใจคนเดียว เขายังทนไม่ไหวต่อไปถ้าเขาอยากรู้จักกับพี่จะต้องเจอกระแสสังคมโจมตีอีกเยอะแล้วตัวเขาเองก็จะต้องแบกรับความกดดันตั้งหลายทาง โดยเฉพาะแม่ของเขาเองพี่เชื่อว่าคุณรุ่งไม่มีทางยอมรับพี่ได้แน่”

            “แต่ปานสงสารคุณก้าวนี่ฮ้า เมื่อเช้าตอนที่เดินตามพี่ดาวออกมาหน้างี้ซีดเป็นไก่ต้มเหมือนจะหดเหลือสองนิ้วด้วยซ้ำ...นี่ถ้าพี่ดาวไม่กระซิบบอกกันเอาไว้ก่อนปานคงกระวนกระวายใจแน่”

            เลอดาวยกมือสองข้างขึ้นกอดอก จ้องหน้าอีกฝ่ายจริงจัง

            “ทำไมปานถึงเชียร์ผู้ชายคนนี้จนออกนอกหน้านักฮึ”

            “ก็คุณก้าวนิสัยดีนี่ฮ้า...ปานถูกชะตา ไม่เหมือนผู้ชายคนก่อนๆที่เข้ามาจีบพี่ดาวหรอกฮ่ะบางคนยังไม่ทันอ้าปากก็เห็นลิ้นไก่ โดยเฉพาะอีตาคุณนิธานนี่ไว้ใจไม่ได้หรอกฮ่ะผู้ชายอะไรก็ไม่รู้ เมียก็มีเป็นสิบไอ้ที่มีข่าวขึ้นหน้าหนึ่งครึกโครมนั่นก็ยังฉาวไม่จบไม่เข็ดหรือไงกันนะที่โดนเมียตีทะเบียนตามไปฉีกหน้า...ยังกล้ามาจีบพี่ดาวของปานอีก”

            หล่อนรู้ว่าปานสีเองก็ไม่ชอบใจนิธานนักเพราะหลายหนที่ปานสีคอยเป็นกันชนให้ถึงกับทำให้เขาหัวเสีย...เมื่อนิธานรู้ว่าโอกาสจะไปไหนกันสองต่อสองนั้นเป็นเรื่องยากเพราะหล่อนหนีบปานสีไปด้วยทุกครั้ง เขาก็พลอยไม่กินเส้นกับปานสีไปโดยปริยาย

            “เรื่องของคุณนิธานพี่เชื่อว่าสักวันเขาก็คงหน่ายจนเบื่อจะตอแยพี่ไปเองนั่นแหละลองถ้าพี่ไม่เล่นด้วยเสียอย่าง ปรบมือข้างเดียวมันก็ไม่ดังอยู่แล้วนี่จ๊ะ”

            “แล้วพี่ดาวไม่รำคาญบ้างหรือไงกัน ที่อีตาคุณนิธานเป็นพวกมือไวใจเร็วปานรู้นะฮ้าว่าถ้าพี่ดาวเผลอตัวเมื่อไหร่ ก็โดนคุณนิธานฉวยโอกาสอยู่ตลอดพี่ปานเองกลับใจเย็นอยู่ได้ นี่ถ้าเป็นปานโดนแบบพี่ดาวแบบเมื่อวานแถมยังมีมือดีแอบถ่ายคลิปเที่ยวส่งต่อหวังให้อับอาย ปานจะต้องหาต้นตอให้เจอตามไปฉีกอกไอ้คนไม่หวังดีให้กระจุยกันไปข้าง”

            ปานสีคงจะเลือดขึ้นหน้าเหลืออด ท่าทางที่คันปากยุบยิบจึงชัดแจ้งแล้วหล่อนก็เชื่อว่าปานสีคงทำอย่างที่พูดเพราะอารมณ์ที่เดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลงไม่คงที่ถ้าลองได้โมโหใครขึ้นมาก็จะลุยแหลกเช่นกัน

            “ถ้าพี่อายกับอีแค่คลิปพรรค์นั้น พี่ก็คงอยู่ในสังคมไม่ได้แล้วล่ะพี่รู้จักตัวเองดีนะว่ากำลังคิดแล้วก็ทำอะไรอยู่ ถ้าเรื่องไหนไม่ใช่เรื่องจริงก็ไม่เห็นจะต้องไปสนใจพวกปากหอยปากปูสักนิด มันอยากจะลือได้ก็ลือไป”

            เมื่อนึกถึงสีหน้าของก้าวไกลตอนที่โดนหล่อนใส่อารมณ์จนหน้าจืดจ๋อยก็แอบนึกขันเสียมิได้...จะกระไรเล่าก็ผู้ชายคนนั้นเข้าใจเต็มประตูว่าหล่อนคงอารมณ์เสียจากคลิปเมื่อวานจนถึงขั้นต้องดื่มไวน์ย้อมใจหมดเป็นขวดแถมยังไม่กลับบ้านกลับช่องนอนค้างที่ทำงานด้วยชุดเดิมสภาพที่เพิ่งพบเจอตอนลืมตาตื่นนั่นก็ดูเหมือนคนอิดโรยเต็มทีโดยที่เขาหาได้รู้ความจริงไม่ว่าอันที่จริงนั้นหล่อนไม่ได้ซังกะตายเพราะเรื่องคลิปนั้นเลยแม้แต่น้อยการที่หล่อนนอนค้างที่ทำงานก็เป็นเรื่องปกติเขาคงไม่ทันสังเกตเห็นว่าบนโต๊ะตัวยาวที่ตั้งอยู่ใกล้โต๊ะทำงานมีผลิตภัณฑ์จำนวนหลายชิ้นกองอยู่ข้างแคตตาล็อกเป็นปึกจึงไม่รู้ว่าเมื่อคืนนี้หล่อนกำลังใช้สมองคิดแต่เรื่องงาน...งาน และงานเท่านั้น

            ส่วนไวน์ที่ดื่มนั้น...เพียงแค่ขวดเดียวช่วยให้ร่างกายหล่อนกระชุ่มกระชวย สมองแล่นเวลาคิดเรื่องงานเสียด้วยซ้ำอีกประการที่สั่งกับยามหนุ่มเอาไว้ว่าห้ามเขาเข้ามาข้างในก็เพียงแค่ต้องการให้เขาเข้าใจผิดเท่านั้น

            “แล้วพี่ดาวคิดว่าใครกันฮ้าที่มันแอบถ่ายแล้วทำคลิปออกมาเพื่อให้คนอื่นมองพี่ดาวไม่ดี”

            “พี่ก็ไม่อยากปรักปรำว่าเป็นฝีมือใครหรอกนะแต่พี่ก็เชื่อว่าคุณรุ่งน่าจะมีส่วนรู้เห็นด้วย”

            “คราวก่อนที่พี่ดาวให้ปานเอาโลชั่นทาผิวเหยาะลงไปในถุงยางปานก็นึกว่าจะเข็ด แต่ที่ไหนได้ดันกลับมารนหาที่หวังจะประจานพี่ดาวของปานให้อับอาย แล้วเป็นยังไงละ...ฮึ!”

            “ถ้ายังไงก็คงต้องแลกกันคนละหมัด”

            “ปานก็คิดเหมือนกันว่าจะต้องเป็นฝีมืออีแก่หนังเหี่ยวนั่นแน่ๆ...นึกแล้วก็เสียดายจังเลยนะฮ้าที่คุณก้าวสุดหล่อของปานเป็นลูกชายของผู้หญิงคนนั้นดูสิฮ้า...คุณก้าวออกจะเป็นคนสุภาพ อ่อนโยนคอยตามเทคแคร์พี่ดาวตลอดเวลาโดยที่ไม่ได้กลัวสักนิดว่าแม่ตัวเองจะเป็นฟืนเป็นไฟบ้างไหมถ้ารู้ว่าเขาไปมาหาสู่พี่จนถึงบ้านนี่ถึงขนาดซื้อของมาฝากเพียบ...”

            เมื่อปานสีพูดถึงของฝาก ก็รีบกระเด้งตัวลุกจากเตียงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าชายหนุ่มสุดหล่อผู้นั้นแขวนถุงพลาสติกจำนวนมากเอาไว้หน้าบ้านอาสาลงไปหยิบของพวกนั้นโดยไม่พูดพร่ำทำเพลงพอหิ้วถุงกลับเข้ามาในบ้านก็รีบวางกองถุงทั้งหมดไว้กับพื้นบ้านทำตาปริบๆอย่างมีจริต

            “องค์ลงหรือไง...ไหนดูซิว่าสุดหล่อของปานเขาซื้ออะไรมาบ้าง”

            ปานสีกระตือรือร้นแหวกทีละถุงแล้วหยิบสิ่งที่อยู่ข้างในถุงขึ้นมาชูให้ดู พร้อมกับอุทานด้วยความประหลาดใจกึ่งขบขันเล็กน้อย

            “ตายแล้ว! นี่คุณก้าวผีเข้าหรือไงฮ้านี่ถึงได้ซื้อเส้นมะละกอมาตั้งเยอะขนาดนี้” ว่าแล้วก็แหวกถุงอื่นๆพลางบ่นไป“มีเครื่องปรุงด้วยฮ่ะ พริกสด น้ำตาลปี๊บ หัวหอมมีปูดองด้วยฮ่ะพี่ดาว...ว่าแต่คุณก้าวซื้อของพวกนี้มาทำไมฮะนี่”

            เลอดาวเองก็ฉงนใจไม่น้อยพลางเหลือบตามองไปยังถุงอีกหนึ่งใบที่ค่อนข้างใหญ่กว่าถุงอื่น

            “ว่าแต่ในถุงใบนั้นมีอะไรน่ะปาน”

            ปานสีจึงแก้ถุงใบนั้นออก ครั้นเห็นว่าภายในถุงคือสิ่งใดก็เบิกตาโตป้องปากอย่างคนมีจริตเกินงาม อุทานเสียงดังฟังชัดเต็มสองหูของหล่อน

            “ครกฮ่ะ!...พี่ดาว คุณก้าวซื้อครกกับสากกะเบือมาด้วย”

            เท่านั้นเองทั้งสองคนต่างก็หัวเราะงอหายไปตามๆกัน...หล่อนเองยังคิดต่อไปว่าก้าวไกลเป็นผู้ชายประเภทไหนกันหนอซื้ออุปกรณ์ในครัวอย่างครกกับสากกระเบือมาฝากพร้อมเครื่องปรุง แล้วหล่อนก็ได้คำตอบชัดเจนเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นหนึ่งที่พับเป็นทบอยู่ภายในครกใบนั้นจึงเอื้อมไปหยิบมันขึ้นมาคลี่ออกอ่าน

            บนกระดาษมีลายมือของเขา...เขียนว่า

            ‘ผมอยากทานส้มตำฝีมือคุณดาวบ้างครับ...แต่ขอไม่เผ็ดแบบวันก่อนนะครับ’

            //////////////////////////////////////