(จบ) ทะลุมิติมาเป็นหวานใจจอมวายร้ายยุค 70

    บทที่ 3 เยาวชนที่ก้าวหน้า (รีไรต์)

    บทที่ 3 เยาวชนที่ก้าวหน้า (รีไรต์)


    หลินเนี่ยนโบกมือรัว “ไม่ ไม่ ไม่ อย่าประกาศเ๱ื่๵๹ฉันเด็ดขาด!”


    “ฉันแอบออกมาน่ะค่ะ ถ้าถูกผู้ใหญ่ที่บ้านจับได้ละก็จะต้องมาก่อเ๱ื่๵๹ที่นี่แน่!”


    “ยังไงเบื้องบนก็มีนโยบายว่า บุตรเพียงคนเดียวของวีรบุรุษที่สละชีพไม่ต้องไปที่ชนบท!”


    เมื่อเ๽้าหน้าที่ได้ยินก็เข้าใจทันที เขารีบร้อนนั่งลง “ใช่ ๆ เธอพูดถูก งั้นพวกเราไม่ประกาศแล้ว ฉันจะดำเนินการให้เธอเอง!”


    “สหายหลิน เธอมีสถานที่ที่อยากจะไปหรือเปล่า ลูกของวีรบุรุษผู้สละชีพแบบเธอจะได้สิทธิพิเศษตามนโยบาย”


    ต้องให้คนจัดสถานที่ดี ๆ เมื่อถึงเวลาที่คนในบ้านของเด็กสาวมาหาก็ยังพอจะประนีประนอมกันได้


    หลินเนี่ยนกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ฉันอยากเข้าหน่วยสอง กองพันที่แปดในเขตหงเสิ้ง อำเภอตงหยาง มณฑลตง”


    “พูดตามตรงนะคะ ญาติของพ่อยังอยู่ที่นั่น พ่ออยากหาโอกาสกลับไปทดแทนบุญคุณมาตลอด แต่กลับ...”


    พูดมาถึงตรงนี้ หลินเนี่ยนก็หลั่งน้ำตา เธอพูดเสียงสะอื้นไห้ “นี่เป็๲ความเห็นแก่ตัวของฉันเอง ฉันเลยอยากดูแลคุณย่าแทนพ่อ”


    “แน่นอนว่าถ้าจัดเตรียมไม่ได้ ฉันก็ไม่ฝืน ฉันจะปฏิบัติตามการจัดการของหน่วยงานค่ะ!”


    เ๽้าหน้าที่พูดด้วยรอยยิ้ม “นี่ไม่ใช่เ๱ื่๵๹ยากอะไร ฉันจะจัดการให้เธอเอง!”


    มณฑลตงทั้งไกลทั้งหนาว ไม่มีใครคนไหนอยากไปสักเท่าไหร่ ถ้าถูกส่งไปที่นั่นต่างก็พยายามหาทางเปลี่ยนสถานที่ นึกไม่ถึงว่าหลินเนี่ยนคนนี้จะเสนอตัวไปที่นั่นเอง!


    เขากลัวว่าหลินเนี่ยนจะเปลี่ยนใจ จึงดำเนินการตามขั้นตอนให้หลินเนี่ยนอย่างรวดเร็วทันใจ จดหมายแนะนำตัวอะไรทั้งหมดก็จัดการเรียบร้อยแล้ว


    “หลังจากนี้อีกห้าวันให้มารวมตัวที่นี่เพื่อออกเดินทาง แปดโมงเช้านะ อย่าลืมเวลาล่ะ!”


    หลินเนี่ยนเก็บของเสร็จก็กล่าวขอบคุณกับเ๽้าหน้าที่ “ขอบคุณมากนะคะ!”


    เธอไปชนบทในฐานะลูกสาวคนเดียวของวีรบุรุษผู้สละชีพ ไม่ใช่ไปชนบทแทนหวงลี่ลี่ ถ้าอย่างนั้นหวงลี่ลี่ก็หนีชะตากรรมที่จะต้องไปชนบทไม่พ้นสินะ


    เมื่อถึงเวลานั้น เธอก็จะสะบัดก้นจากไป ทิ้งความยุ่งเหยิงไว้ให้จางชุ่ยฟาง รอดูว่าเธอจะยังใช้ชีวิตรักหวานชื่นกับหวงเจี้ยนกั๋วได้อยู่อีกไหม


    บ้านตระกูลหวงจะใช้ชีวิตสงบสุขได้อยู่หรือเปล่า


    นี่เพิ่งจะเริ่มต้นเองนะ!


    บ้านตระกูลหวงติดหนี้เ๽้าของร่างเดิมอยู่ ก่อนเธอจะไปชนบทต้องเอากลับมาให้หมด!


    หลินเนี่ยนออกมาจากสำนักงานยุวชนแล้วก็ตรงไปยังเขตบ้านพักของโรงงานเครื่องจักรหงซิง


    จ้าวเซิ่งลี่ที่แข่งขันชิงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงงานรีดเหล็กสาขาย่อย และหวงเจี้ยนกั๋วก็อยู่ที่นี่


    หลินเนี่ยนรอ ‘หลิ่วกุ้ยเซียง’ ผู้เป็๲ภรรยาของจ้าวเซิ่งลี่ เธอรออยู่บริเวณเส้นทางกลับบ้านหลังเลิกงาน


    หลิ่วกุ้ยเซียงทำงานในสหพันธ์สตรีของโรงงานหลัก และเธอก็ไม่ถูกกับจางชุ่ยฟาง


    เที่ยงแล้ว ดวงตะวันบนฟ้าส่องแสงเจิดจ้า แดดจ้าเสียจนเวียนหัว


    หลินเนี่ยนหิวแล้ว…


    น่าเสียดายที่เธอไม่มีเงินติดตัว ทำได้แค่ทนกลืนน้ำลาย


    หลังจากรอหลิ่วกุ้ยเซียงขี่จักรยานกลับมาถึง หลินเนี่ยนก็รีบวิ่งออกมาจากร่มไม้และเรียกอีกฝ่าย “ผู้ช่วยหลิ่วคะ!”


    หลิ่วกุ้ยเซียงได้ยินเสียงก็บีบเบรกมือ ตวัดขาลงมาจากจักรยาน ให้เพื่อนร่วมงานเดินไปก่อน แล้วเธอค่อยจูงจักรยานเดินไปตรงหน้าหลินเนี่ยน


    “หลินเนี่ยนไม่ใช่เหรอ?”


    “ได้ยินว่าหนูตกน้ำ แล้วไห่หยางช่วยหนูขึ้นมาได้ อายังบอกให้จัดกลุ่มฝ่ายบริหารงานสมาพันธ์สตรีไปดูหนูสักหน่อย...” หลิ่วกุ้ยเซียงพูดพลางมองสำรวจหลินเนี่ยน


    แต่ก็เห็นแค่รอยช้ำบนใบหน้าของเด็กสาว ไม่รู้ว่าถูกตีหรือถูกข่วน เสื้อผ้าก็ไม่พอดีตัว ทั้งยังปะชุนไปทั่วทั้งตัว ขอบตาของเธอยังแดงระเรื่อ ดูเหมือนเพิ่งผ่านการร้องไห้มา


    ใช่ว่าแต่ก่อนเด็กสาวคนนี้จะไม่เคยมาหาเธอเป็๲การส่วนตัว ไม่ว่าเธอจะเกลี้ยกล่อมยังไง อีกฝ่ายก็ไม่เคยพูดว่าร้ายจางชุ่ยฟางกับหวงเจี้ยนกั๋วเลยสักนิด


    ปากเธอมักจะพูดเสมอว่า ‘แม่กับอาหวงดีกับหนูมาก ถ้าไม่มีอาหวง หนูคงจะอดตายไปแล้ว...’


    จะกี่ครั้งต่อกี่ครั้งก็เป็๲คำพูดพวกนี้


    เมื่อนึกย้อนไปถึงหลินเนี่ยนในอดีต หลิ่วกุ้ยเซียงก็อดแปลกใจไม่ได้ ทำไมจู่ ๆ หลินเนี่ยนถึงได้มาหาเธอล่ะ?


    “ขอบคุณผู้ช่วยหลิ่วที่เป็๲ห่วงนะคะ หนูอยาก...อยากคุยบางอย่างกับผู้อำนวยการจ้าวน่ะค่ะ หนูไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี อยากให้ผู้ช่วยหลิ่วกับผู้อำนวยการจ้าวช่วยหนูหน่อยค่ะ”


    พูดมาถึงตรงนี้ หลินเนี่ยนก็หลั่งน้ำตาอีกครั้ง


    หลิ่วกุ้ยเซียงรีบยื่นผ้าเช็ดหน้าให้ “เช็ดน้ำตาเร็วเข้า แล้วกลับไปคุยกับอาที่บ้านนะ!”


    หลินเนี่ยนรับผ้าเช็ดหน้ามา แล้วขอบคุณหลิ่วกุ้ยเซียงเสียงเบา จากนั้นก็ซ้อนเบาะหลังจักรยานไปบ้านตระกูลจ้าวด้วยกัน


    “รีบเข้ามานั่งเร็ว ดื่มน้ำก่อน ๆ!”


    “อีกสักพักอาจ้าวของเธอก็กลับมาแล้ว!”


    “เดี๋ยวหนูอยู่กินข้าวที่บ้านอานะ...” หลิ่วกุ้ยเซียงต้อนรับหลินเนี่ยนอย่างอบอุ่น ดูจากท่าทางของหลินเนี่ยนแล้ว เดาว่าคงเป็๲เ๱ื่๵๹ใหญ่!


    เธอแอบคิดว่าจะหาช่องโหว่เ๱ื่๵๹ของเหล่าจ้าวจากหลินเนี่ยนหญิงสาวคนนี้ได้


    หลิ่วกุ้ยเซียงได้ยินท้องของหลินเนี่ยนส่งเสียงดังโครกคราก เธอจึงรีบต้มบะหมี่มาให้ชามหนึ่ง ทั้งยังใส่ไข่เพิ่มให้ด้วย “กินนี่รองท้องก่อนนะ เดี๋ยวอาจ้าวของเธอกลับมาแล้วพวกเราค่อยมากินข้าวด้วยกัน!”


    หลินเนี่ยนรีบปฏิเสธ “ผู้ช่วยหลิ่วคะ นี่จะรบกวนเกินไป แล้วหนูจะ...”


    หลิ่วกุ้ยเซียงพูดด้วยรอยยิ้ม “เรียกฉันว่าอาหลิ่วเถอะ ตอนเธอเป็๲เด็ก อาก็เคยอุ้มเธอนะ”


    “กินเร็วเข้า อย่าเกรงใจกันเลย!”


    หลินเนี่ยนพูดขอบคุณอย่างเขินอาย “ขอบคุณค่ะอาหลิ่ว”


    เธอหิวจริง ๆ ตอนอยู่ที่บ้านตระกูลหวงก็ไม่ได้กินอิ่ม กินเศษข้าวและน้ำแกงเหลือ ๆ ต่อจากคนในบ้าน


    เห็นหลินเนี่ยนกินอย่างเอร็ดอร่อย หลิ่วกุ้ยเซียงก็นั่งลงข้าง ๆ แล้วพูดปาว ๆ ว่า “เธอดูผอมจัง กินเยอะ ๆ หน่อยสิ!”


    “ฉันเคยถามแม่เธอว่าไม่ให้เธอกินอิ่มบ้างเหรอ แม่เธอบอกว่าเธอกินเหมือนแมวดม เลือกกินมาก อันนี้ก็ไม่กินอันนั้นก็ไม่กิน...”


    “เนี่ยนเนี่ยน เลือกกินไม่ดีหรอกนะ”


    “พวกเราไม่นิยมโรคความงามของพวกลัทธิทุนนิยม”


    หลินเนี่ยนกินบะหมี่เสร็จแถมยังซดน้ำจนเกลี้ยง เธอเข้าใจความหมายของหลิ่วกุ้ยเซียง อีกฝ่ายคงแค่อยากหลอกล่อให้เธอพูดเท่านั้น


    ความสัมพันธ์แบบมีผลประโยชน์ร่วมกันก็เท่านั้น หลินเนี่ยนกระจ่างอยู่ในใจ


    เธอเลียนแบบท่าทางอ่อนแอของเ๽้าของร่างเดิม แล้วพูดเสียงเบาว่า “เปล่าค่ะ...หนู...หนูไม่ได้เลือกกินนะคะ!”


    หลิ่วกุ้ยเซียงพอใจกับคำตอบนี้มาก เธอพูดด้วยรอยยิ้มว่า “อาดูออกนะ เนี่ยนเนี่ยนของพวกเราเป็๲เด็กดี ไม่ทำตัวเป็๲หญิงสาวลัทธิทุนนิยมแบบนั้นหรอก”


    “แม่เธอก็จริง ๆ เลย ไม่รู้เหรอว่าพูดถึงเธอแบบนี้ข้างนอกจะทำให้เธอเสื่อมเสียชื่อเสียง!”


    เธอพูดจบก็มีเสียงเปิดประตูดังมาจากข้างนอก


    หลิ่วกุ้ยเซียงรีบไปต้อนรับและรับกระเป๋าในมือของจ้าวเซิ่งลี่มา “เหล่าจ้าว หลินเนี่ยนมาน่ะ เธอมีธุระกับคุณ!”


    พูดจบก็ส่งสายตาไปทางหลินเนี่ยน


    หลินเนี่ยนยืนขึ้นอย่างเก้ ๆ กัง ๆ แล้วโค้งคํานับให้จ้าวเซิ่งลี่ “สวัสดีค่ะอาจ้าว”


    ท่าทางทำตัวไม่ถูกชวนให้คนเห็นแล้วรู้สึกสงสาร


    “อ้าว เนี่ยนเนี่ยนนั่นเอง!”


    “สวัสดี ๆ นั่งลงเร็ว!”


    “มาบ้านอาไม่ต้องเกรงใจ แต่ก่อนอากับพ่อของเธอเป็๲เพื่อนสนิทกัน เพื่อนรักเลยแหละ”


    หลินเนี่ยนก้มหน้านั่งลง จ้าวเซิ่งลี่ก็นั่งลงตรงข้ามเธอพลางถามขึ้น “เนี่ยนเนี่ยน หน้าเธอไปโดนอะไรมา?”


    “มีใครรังแกหรือเปล่า?”


    หลินเนี่ยนลุกขึ้นอย่างประหม่า แล้วส่ายหน้าอย่างแรง “เปล่าค่ะ...พี่สาวไม่ได้รังแกหนูหรอก...”


    ทั้งร่างคล้ายกับกระต่ายตื่นตูม


    “หนู...หนูไม่ระวัง ลื่นล้มเองค่ะ”


    จ้าวเซิ่งลี่กับภรรยาสบตากัน


    ถูกหวงลี่ลี่ทำร้ายมาแน่!


    “เอาละ ๆ อาจ้าวก็แค่ถาม ไม่มีใครรังแกหนูก็ดีแล้ว!”


    “อาหลิ่วบอกว่าเธอมีธุระกับฉัน บอกได้ไหมว่าเ๱ื่๵๹อะไร?”


    หลินเนี่ยนก้มหน้ามองปลายเท้าของตัวเอง มือกำชายเสื้อแน่นราวกับกำลังพยายามเต็มที่ ไม่รู้ว่าควรพูดออกไปอย่างไร