ตอนที่ 1
คำเตือน ชื่อประเทศ สถานที่และตัวบุคคลเป็เื่สมมุติทั้งสิ้น และเื่ราวทั้งหมดเกิดจากจินตนาการของผู้แต่งเท่านั้นค่ะ
สิรินทรา แพทย์หญิงชาวไทยที่รักษาองค์รัชทายาทของประเทศลาคานิน
ศรันญา แพทย์หญิงชาวไทยซึ่งเป็น้องสาวของสิรินทรา เป็สาวสวยมีเสน่ห์มาก
เ้าชายทาซิส เป็เ้าชายองค์โต แต่เพราะขาพิการเดินไม่ได้จึงไม่ได้เป็องค์รัชทายาท
เ้าชายซาลัส เป็เ้าชายองค์รอง ถูกแต่งตั้งเป็องค์รัชทายาท มีนิสัยเ็า ทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาอำนาจไว้
ซีนาส เป็น้องชายของเ้าชายทาซิสและเ้าชายซาลัส แต่ถูกปลดจากตำแหน่งเ้าชาย เพราะชอบทำอะไรตามใจตนเอง มักขัดรับสั่งขององค์ประมุข ดังนั้นซีนาสจึงตั้งใจจะทำงานเป็ขุนนางที่ภักดีต่อเ้าชายซาลัส อีกทั้งยังปฏิบัติหน้าที่เป็องครักษ์ปกป้องเ้าชายซาลัสยิ่งชีวิต
นียาลัส คู่หมั้นของเ้าชายซาลัส ยอมทำทุกอย่างเพื่อรักษาอำนาจไว้
นานยา น้องสาวของนียาลัส เกลียดเื่การเมืองการปกครอง
พิลานี ลูกสาวของนายกรัฐมนตรี มีความเพียบพร้อมในทุกด้าน
พิวซา น้องสาวของพิลานี เกลียดเื่การเมืองการปกครองเหมือนกับนานยา ทำให้เธอเป็เพื่อนรักกับนานยา
.
ศรันญารีบกลับมาจากสัมมนาการเผยแพร่วิชาการทางการแพทย์ ประเทศอังกฤษ ทันทีที่เธอทราบข่าวว่าพี่สิรินทราป่วยเป็มะเร็งตับระยะสุดท้าย เนื่องจากโรคนี้ไม่ค่อยแสดงอาการ อีกทั้งสิรินทราทุ่มเทกับการรักษาผู้ป่วยมากเกินไปจนลืมดูแลตัวเอง พอรู้ตัวอีกทีก็สายเกินไปเสียแล้ว
ศรันญาวิ่งหน้าตาตื่นไปที่ห้องผู้ป่วยพิเศษ ณ โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง
“พี่คะ ไม่เป็ไรนะคะ น้องต้องหาทางรักษาพี่ให้ได้” ศรันญาจับมือพี่สาวเพื่อให้กำลังใจ
“พี่รู้ตัวดีว่ามันสายเกินไปแล้ว แต่พี่มีเื่ขอเป็ครั้งสุดท้าย” สิรินทราแสดงสีหน้ากังวล
“ว่ามาสิคะพี่ น้องสัญญาว่าจะทำให้พี่ทุกอย่างเลย” ศรันญามีน้ำตาคลอเพราะรู้สึกเหมือนพี่กำลังสั่งเสีย
“ในวันที่พี่รักษาองค์รัชทายาทแห่งลาคานิน พระองค์ทรงฝากสร้อยเส้นนี้ไว้กับพี่ แต่ในวันนั้นคนไข้ของพี่เยอะมากจริงๆ พี่จึงลืมคืนให้กับพระองค์ ดังนั้นพี่ฝากน้องไปคืนพระองค์ด้วย ไม่เช่นนั้นครอบครัวของพวกเราอาจมีความผิดได้ ดีไม่ดีอาจถูกเข้าใจผิดคิดว่าพวกเราเป็ขโมย ถือว่าช่วยพี่หน่อยนะ ไม่งั้นพี่คงนอนตายตาไม่หลับ” สิรินทรากล่าว
“เื่นั้นไม่ต้องเป็ห่วงนะคะพี่ น้องจะรีบไปคืนให้ค่ะ แต่พี่ห้ามหมดกำลังใจเด็ดขาด ยังไงน้องก็ต้องหาทางช่วยพี่ให้ได้” ศรันญากล่าว
“จ้ะ พี่จะพยายามนะ” สิรินทรารู้ดีว่าน้องสาว้าปลอบใจ แต่ตนเองก็ปลงเสียแล้ว เลยตอบไปเช่นนั้นเอง
ศรันญาเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ จึงขอตัวกลับบ้านเพื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เธอวางแผนที่จะกลับมาเฝ้าพี่สาวแทนแม่
แต่ทว่าปาฏิหาริย์ก็ไม่มีจริง สิรินทราจากไปอย่างสงบในคืนนั้นเอง นำความเศร้าโศกมาสู่ครอบครัวของศรันญา เพราะนึกไม่ถึงว่าเธอจะต้องสูญเสียพี่สาวอย่างกะทันหันเช่นนี้
เมื่อจัดพิธีศพเสร็จสิ้น ศรันญาล่ำลาแม่ แล้วรีบออกเดินทางไปยังประเทศลาคานินเพื่อรีบนำสร้อยที่มีจี้รูปนกอินทรีย์ไปคืนองค์รัชทายาททันที
“เดินทางปลอดภัยนะลูก ไปถึงแล้วรีบโทรมาหาแม่นะ” แม่กล่าวด้วยความเป็ห่วง
“ค่ะแม่ แล้วลูกจะรีบกลับมาค่ะ แม่ไม่ต้องเป็ห่วงนะคะ” ศรันญากล่าวเพราะคิดว่าแค่นำของไปคืนก็ไม่น่าจะมีเื่อะไรเกิดขึ้น
ศรันญากอดแม่แล้วรีบขึ้นเครื่องทันที ระหว่างที่อยู่บนเครื่องบิน เธอได้อ่านข่าวหนังสือพิมพ์เกี่ยวกับประเทศลาคานิน องค์รัชทายาทถูกลอบทำร้ายที่ประเทศไทยเมื่อสัปดาห์ก่อน ทางการไทยรีบดำเนินการสืบสวนอย่างเต็มที่ แต่ยังหาตัวคนร้ายไม่ได้ เพราะคนร้ายไม่ใช่คนไทยและพวกเขาก็หลบหนีออกจากประเทศอย่างรวดเร็ว องค์รัชทายาทเพิ่งเดินทางกลับประเทศลาคานินเมื่อสองวันก่อน และหลบรักษาตัวที่ไหนสักแห่งเพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกาย โดยไม่ยอมเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่าอยู่ที่ไหนเพื่อเป็การรักษาความปลอดภัยของพระองค์
**************************************************
ณ พระตำหนักองค์รัชทายาทแห่งลาคานิน
ศรันญาสื่อสารเป็ภาษาอังกฤษ โดยบอกวัตถุประสงค์กับเ้าหน้าที่ แล้วเดินตามนางใน หมายจะเข้าเฝ้าองค์รัชทายาท แต่ทว่าเมื่อเดินไปถึง กลับพบผู้ชายร่างใหญ่คนหนึ่ง และเขาก็กล่าวทักทายเธอเป็ภาษาอังกฤษเช่นกัน
“คุณเป็ใคร และมีธุระอะไรกับองค์รัชทายาทไม่ทราบ” ชายแปลกหน้าที่ดูภูมิฐานกล่าวอย่างเอาเื่
“ท่านคือองค์รัชทายาทงั้นหรอคะ” ศรันญาถามกลับ
“เปล่า ผมคือ ซีนาศ มีหน้าที่เป็องครักษ์ประจำตัวองค์รัชทายาท เพื่อความปลอดภัยของพระองค์ ผมจำเป็ต้องสอบถามคุณให้แน่ชัดเสียก่อน” ซีนาศกล่าว
“งั้น ฉันขอฝากสร้อยเส้นนี้ให้กับองค์รัชทายาทได้มั้ยคะ” ศรันญายื่นสร้อยให้กับซีนาศทันที
ซีนาศรับมาพิจารณา แล้วถามว่า “คุณได้สร้อยเส้นนี้มาได้ยังไง”
“เมื่อสัปดาห์ก่อน องค์รัชทายาทได้ฝากสร้อยเส้นนี้ให้กับพี่สาวของฉัน แต่ตอนนี้พี่สาวของฉันได้เสียชีวิตไปแล้ว ก่อนตายเธอได้สั่งเสียให้ฉันนำสร้อยมาคืนพระองค์ค่ะ” ศรันญาพูดตามความจริง
“โกหก! พระองค์ไม่มีทางที่จะมอบสร้อยประจำตัวพระองค์ให้กับใครง่ายๆอย่างแน่นอน นอกเสียจากว่าพระองค์จะมอบให้เฉพาะคนที่พระองค์รักเท่านั้น ซึ่งตัวคุณอาจจะเป็ผู้หญิงในดวงใจของพระองค์ คุณจะต้องไปชายแดนกับผมเพื่อพบพระองค์เสียก่อน” ซีนาศแสดงสีหน้าไม่เชื่อถือ
“ไม่ค่ะ! ตอนนี้หมดหน้าที่ของฉันแล้ว ฉันก็แค่นำสร้อยมาคืนเท่านั้น ดังนั้นวันพรุ่งนี้ฉันจะกลับประเทศไทย” ศรันญากล่าว
“ไม่มีทาง! พวกเราไม่มีวันปล่อยคนรักขององค์รัชทายาทกลับไปอย่างแน่นอน ทหาร จับตัวผู้หญิงคนนี้ไว้” ซีนาศออกคำสั่งกับทหาร
“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ! พวกคุณไม่มีสิทธิ์จับกุมฉันไว้แบบนี้นะคะ ฉันไม่ได้รู้จักพระองค์เลยด้วยซ้ำ ฉันก็แค่นำสร้อยมาคืนเท่านั้นเอง” ศรันญาพยายามดิ้นจากการจับกุมของทหาร
“พาตัวไปได้แล้ว” ซีนาศออกคำสั่ง แล้วหันไปพูดกับหญิงสาวอีกครั้ง “หากคุณได้พบพระองค์แล้ว และที่คุณพูดมันเป็เื่จริง ผมก็จะปล่อยคุณกลับไทยแต่โดยดี” ซีนาศกล่าว
และแล้วศรันญาก็ต้องเข้าไปพักในตำหนักขององค์รัชทายาท พร้อมกับเตรียมตัวออกเดินทางไปชายแดนกับซีนาศในวันพรุ่งนี้
ศรันญาจนปัญญาที่จะอธิบาย เธออยากจะติดต่อแม่เพื่อไม่ให้ท่านต้องเป็ห่วง แต่ทว่าซีนาศกลับยึดมือถือของเธอไว้
**************************************************
เช้าวันรุ่งขึ้น ศรันญาต้องนั่งรถของสำนักราชวังไปพร้อมกับซีนาศ เธอไม่ได้เกรงกลัวผู้ชายผู้นี้ แต่เธอก็ไม่อยากนั่งใกล้เลยขยับนั่งไปติดกับประตูรถ
“คุณไม่ต้องกลัวผมขนาดนั้นก็ได้” ซีนาศกล่าวยิ้มๆ
“ฉันไม่ได้กลัว แต่รังเกียจค่ะ” ศรันญากล่าวอย่างเอาเื่
ซีนาศหัวเราะ เขารู้ว่าผู้หญิงคนนี้โกรธเขามาก แต่เขาจำต้องป้องกันไว้ก่อน เพราะคนที่จะสร้อยเส้นนั้นได้ ต้องเป็คนสำคัญขององค์รัชทายาทจริงๆ
ศรันญารู้สึกหมั่นไส้ แต่เธอก็ไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด รังแต่จะชวนทะเลาะเสียเปล่าๆ
เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วโมง ความง่วงเข้าครอบงำ ศรันญาเผลอหลับโดยไม่รู้ตัว เธอตื่นอีกที ก็พบว่า เธอได้นอนบนตักของชายคู่อริเสียแล้ว ทำให้เธอใสุดขีดรีบลุกขึ้นนั่งทันที
“555” ซีนาศหัวเราะเยาะเสียงดังอย่างสะใจ
“ทำไมคุณไม่ปลุกฉันล่ะ อย่างนี้แกล้งกันชัดๆนี่คะ” ศรันญากล่าว
“อ้าว ผมก็นึกว่าคุณจงใจนอนซบไหล่ผม ผมไม่รู้นี่ว่าคุณจะหลับจริงๆ เลยทดสอบด้วยการให้คุณมานอนที่ตัก จะว่าไปคุณก็นอนขี้เซาเหมือนกันนะ” ซีนาศกล่าวยิ้มๆ
“เมื่อไหร่จะถึงชายแดนล่ะคะ” ศรันญารีบเปลี่ยนเื่
“อีกไกลน่ะคุณ อดทนหน่อยก็แล้วกัน เพราะตอนนี้ในเมืองหลวงไม่มีเฮลิคอปเตอร์สักลำ” ซีนาศกล่าว
“ต้องใช้เวลานานแค่ไหนคะ ฉันอยากกลับบ้าน” ศรันญากล่าว
“สามวันครับ แต่เย็นวันนี้พวกเราจะไปพักที่บ้านท่านองคมนตรีเสียก่อน และผมจะพาคุณไปพบกับคู่หมั้นขององค์รัชทายาท” ซีนาศยอมกล่าวแผน
“นั่นไงคะ องค์รัชทายาทมีคู่หมั้นแล้ว แสดงว่าเื่ที่ฉันพูดมันเป็เื่จริง” ศรันญารีบพูด
“คุณอย่าลืมสิว่า ประเทศนี้ผู้ชายสามารถมีภรรยาได้หลายคน คุณอาจได้เป็ภรรยารองขององค์รัชทายาทก็เป็ได้” ซีนาศกล่าว
ศรันญาถึงขั้นถอนหายใจ เพราะหมดปัญญาจะอธิบายจริงๆ
**************************************************
ณ คฤหาสน์ขององคมนตรี
ท่านองคมนตรีผู้สนับสนุนองค์รัชทายาทออกมาต้อนรับซีนาศและศรันญา ซึ่งท่านก็ได้แนะนำตัวบุตรสาวทั้งสอง คนโต คือ นียาลัสซึ่งเป็คู่หมั้นขององค์รัชทายาท ส่วนคนเล็ก คือ นานยา แต่สายตาของหญิงทั้งคู่ดูจะไม่เป็มิตรเอาเสียเลย เมื่อรู้ว่าศรันญาอาจจะเป็คนรักขององค์รัชทายาท เพราะศรันญามีสร้อยประจำตัวของพระองค์ แต่ถึงกระนั้นนียาลัสก็เสแสร้งต้อนรับหญิงชาวไทย โดยเป็คนเดินนำเธอไปส่งที่ห้องพักที่จัดเตรียมไว้ให้ เมื่อมาถึงห้องพักก็รีบแนะนำทันที
“คุณอยากจะไปเที่ยวตลาดบ้างมั้ย บ้านพักที่นี่ติดกับตลาด คุณสามารถไปเที่ยวได้นะ” นียาลัสกล่าว
“ขอบคุณค่ะ จะว่าไปฉันก็อยากไปชมตลาดของที่นี่อยู่เหมือนกัน” ศรันญากล่าวอย่างเป็กันเอง
“ตามสบายค่ะ ขาดเหลืออะไร ก็บอกได้” นียาลัสกล่าวยิ้มๆ
นียาลัสยิ้มให้หญิงชาวไทย แต่พอหันหลังกลับและเดินจากมา สีหน้าของเธอก็แปรเปลี่ยนไป แลดูอำมหิตขึ้นมาทันใด
สักพักนานยาก็เดินเข้ามาคุยกับพี่สาว
“วันนี้ฉันจะไปที่ตำหนักเ้าชายทาซิสนะ” นานยากล่าว
“ก็ไปสิ” นียาลีสกล่าวแสดงสีหน้าไม่สนใจ
นานยารู้สึกแปลกใจในตัวพี่สาว ที่วันนี้พี่สาวไม่ได้ห้ามเธอสักคำ เพราะปกติพี่สาวไม่ชอบให้เธอไปที่ตำหนักเ้าชายทาซิส และสองพี่น้องมักจะทะเลาะกันด้วยเื่นี้เป็ประจำ นานยาขี่ม้าเตรียมตัวออกเดินทางพร้อมกับพิวซา ซึ่งเป็เพื่อนของเธอ ทั้งคู่ขี่ม้าไปด้วยกันสักพัก อยู่ดีๆนานยาก็หยุดม้า
“มีอะไรงั้นหรอ นานยา” พิวซาสงสัย
“วันนี้เธอไปคนเดียวก็แล้วกัน ฉันมีธุระน่ะ” นานยากล่าว
“แต่พวกเรานัดกันแล้วนี่ ว่าจะไปวาดรูปและแต่งกลอนด้วยกัน” พิวซากล่าวอย่างผิดหวัง
“ขอโทษจริงๆ ไว้วันหลังนะ” นานยากล่าวอย่างรู้สึกผิด
นานยาขี่ม้ากลับมาที่คฤหาสน์ พร้อมกับแอบลอบเข้าไปเพื่อคอยดักฟังว่าพี่สาวมีแผนการอะไรกันแน่
“พวกนายฆ่ามันได้เลย มันแอบหนีไปตลาดแล้ว” นียาลัสสั่งลูกน้อง
“ครับ นายหญิง” ลูกน้องชุดดำรับคำ
นานยาใที่พี่สาวถึงกลับจะเข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์ ดังนั้นเธอจึงเขียนจดหมายติดกับมีด แล้วขว้างมีดสั้นเพื่อส่งสารให้กับซีนาศทันที
**************************************************
มีดสั้นถูกขว้างไปที่ซีนาศ แต่ด้วยสัญชาตญาณทำให้ซีนาศหลบมีดได้ทันท่วงที
“ใครน่ะ” ซีนาศะโ
ซีนาศรีบวิ่งออกมาดูผู้ที่เข้ามาลอบทำร้าย แต่เขากลับไม่เห็นใครสักคน เขามองไปที่มีดสั้นอันนั้นก็พบว่ามีจดหมายน้อยติดมาด้วย ความว่า
“ศรันญาแอบหนีไปที่ตลาด เธอถูกหมายหัว รีบไปช่วยเร็วเข้า”
ซีนาศไม่มีเวลาตรวจสอบข้อเท็จจริงใดๆ เขารีบพาลูกน้องไปที่ตลาดทันที
**************************************************
ศรันญาเห็นโอกาสที่เธอจะหนีจากซีนาศ เธอเลยแสร้งว่าจะไปเที่ยวตลาด แต่ความจริงแล้วเธอ้าหนีกลับประเทศไทย ศรันญาเดินเข้าไปในตลาดที่มีผู้คนพลุกพล่าน แม้จะมีของแปลกๆ เครื่องประดับสวยงามน่าซื้อ แต่เธอก็ไม่อาจมาเสียเวลาคอยเดินชมได้ ต้องหาทางหนีให้รอด แต่ทว่าอยู่ดีๆ มีชายชุดดำปกปิดหน้าตาจำนวนห้าคน เข้ามารุมจับกุมหญิงสาว
“ช่วย….อื้อ” ศรันญาถูกชายคนหนึ่งปิดปากไว้ แล้วพาตัวเธอไปในที่ลับตาคน
ชายคนหนึ่งนำมีดสั้นออกมา หมายจะฆ่าหญิงสาว ศรันญาที่ถูกมัดมือมัดเท้าพร้อมกับมีผ้ามารัดปากไว้ เธอทำอะไรไม่ได้ ได้แต่น้ำตาไหลพราก เพราะนึกไม่ถึงว่าเธอจะต้องตายที่นี่ คนร้ายกำลังจะแทงเธออย่างอำมหิต หญิงสาวได้แต่ทำใจแล้วหลับตา
ทันใดนั้นเอง คนร้ายกลับถูกซีนาศจับทุ่ม ส่วนคนอื่นๆอีกสี่คนเข้าไปช่วยกันต่อสู้เข้ารุมทำร้ายซีนาศ แต่ไม่มีใครสู้ซีนาศได้ ถึงกระนั้นซีนาศก็ถูกมีดสั้นฟันไปที่แขน แต่ซีนาศก็ไม่สะทกสะท้านใดๆ จนกระทั่งทหารองครักษ์ที่มาช้ากว่ารีบเข้าไปช่วยต่อสู้กับคนร้ายทันที
คนร้ายเห็นว่าไม่ได้การแล้ว เลยรีบขว้างะเิควันแล้วพากันวิ่งหนี ทำให้ทหารไม่สามารถจับกุมเพื่อหาตัวผู้บงการได้
ศรันญาที่ดูการต่อสู้อย่างไม่กระพริบตา เธอเห็นว่าซีนาศช่วยชีวิตเธอไว้ และกำลังขอบคุณ แต่ทว่าซีนาศกลับบีบไหล่เธอแน่นมาก พร้อมกับตะคอกว่า
“ทำไมถึงชอบก่อเื่วุ่นวายแบบนี้ คุณรู้มั้ยว่าที่นี่อันตรายมากแค่ไหน และยิ่งมีข่าวที่คุณเป็คนรักขององค์รัชทายาทแพร่กระจายไปทั่ว คนร้ายก็ยิ่ง้าฆ่าคุณ” ซีนาศกล่าวอย่างเอาเื่
“ฉันขอโทษก็ได้ค่ะ แต่ฉันก็แค่อยากกลับบ้านเท่านั้นเอง ไม่คิดว่า….” ศรันญากล่าวไม่จบ
“เอาล่ะ ยังไงคุณก็ต้องไปกับผมก่อน ผมสัญญาจะปกป้องคุณเอง แต่ห้ามคุณหนีไปไหนเด็ดขาด” ซีนาศเห็นหญิงสาวมีน้ำตาคลอเลยใจอ่อน พูดด้วยน้ำเสียงเย็นลงกว่าเดิม
“ก็ได้ค่ะ นั่น! เื คุณาเ็นี่” ศรันญาเห็นรอยฟันที่แขน
“ผมไม่เป็ไร” ซีนาศกล่าว
ศรันญารีบฉีกปลายเสื้อแล้วห้ามเืให้ซีนาศทันที “อยู่นิ่งๆค่ะ ยังไงฉันก็เป็หมอ”
ซีนาศเห็นว่าศรันญากระตือรือร้นห้ามเืให้ เลยยอมยืนอยู่นิ่งๆ เมื่อเสร็จแล้วจึงรีบเดินนำหน้าเพื่อกลับไปที่บ้านของท่านองคมนตรีทันที
**************************************************
ซีนาศพาศรันญาไปรับประทานอาหารพร้อมกับครอบครัวขององคมนตรี
นียาลัสเห็นศรันญาไม่เป็อะไรเลย ทำให้เธอรู้สึกเจ็บใจและรู้ว่าลูกน้องทำงานพลาด นียาลัสมองไปที่น้องสาวของตัวเอง เพราะตอนแรกนานยาบอกว่าจะไปตำหนักเ้าชายทาซิส แต่น้องสาวกลับอยู่ที่นี่ นั่นหมายความว่า การที่แผนการเธอพลาด น้องสาวของเธออาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องก็เป็ได้
ซีนาศเดินไปส่งศรันญาจนถึงห้องพักแล้วก็กลับไปหาลูกน้องเพื่อคุยเื่ภารกิจต่อไป
แม้ศรันญาจะอึดอัดที่เธอรู้สึกเหมือนถูกคุมอย่างกับนักโทษ แต่เธอก็ต้องอดทน เพราะไม่คิดว่าประเทศนี้จะอันตรายมากถึงเพียงนี้
นียาลัสเดินตามน้องสาวไปที่ห้องของเธออย่างเอาเื่ “นี่เธอกล้าขัดขวางแผนการของพี่งั้นเหรอ”
“หยุดเถอะนะพี่ พี่ไม่ควรเข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์แบบนี้” นานยากล่าวห้าม
“แต่พี่ทำเพื่อพวกเรานะ หากตำแหน่งพระชายาขององค์รัชทายาท ตกอยู่ที่หญิงไทยคนนั้น พวกเราอาจแย่ได้นะ” นียาลัสกล่าวอย่างมีพิรุทธ์
“ยังไงองค์รัชทายาทก็ยังเคารพพ่อของพวกเรานะพี่ ถึงพี่จะไม่ได้เป็พระชายาน่ะ” นานยาพยายามเตือนสติ
“เอาเถอะ ถึงพี่พูดอะไรไป เธอก็ไม่ฟัง แต่ต่อไปห้ามขัดขวางแผนการพี่เด็ดขาด อย่าหาว่าพี่ไม่เตือนก็แล้วกัน” นียาลัสขู่น้องสาว
นียาลัสเดินออกจากห้องของน้องสาวด้วยอารมณ์โมโหสุดขีด
**************************************************
เสียงเคาะประตูดังลั่น ศรันญาตื่นขึ้นั้แ่เช้ามืด เธอดูนาฬิกาก็แปลกใจทำไมถึงมีคนมาปลุกเธอแต่เช้ามืดแบบนี้ เธอจึงรีบสวมเสื้อคลุมแล้วเดินไปเปิดประตู
“ทำไมถึงมาปลุกแต่เช้ามืดแบบนี้คะ” ศรันญากล่าว
“พวกเราต้องรีบเดินทางแล้ว คุณรีบอาบน้ำแต่งตัวเถอะ ผมจะไปรอที่รถนะ” ซีนาศที่แต่งตัวเรียบร้อยแล้วกล่าว
“แล้วจะไม่ล่ำลาองคมนตรีก่อนหรอคะ” ศรันญาสงสัย
“ผมกล่าวลาท่านั้แ่เมื่อคืนแล้ว ไม่เป็ไร พวกเรารีบไปกันเถอะ” ซีนาศกล่าว
ศรันญาพยักหน้ารับคำแล้วรีบปิดประตูทันที เธอจัดการธุระส่วนตัวแล้วหอบสัมภาระไปที่รถทันที
ศรันญาเดินไปถึงที่รถ ก็พบว่าลูกน้องของซีนาศมากันพร้อมแล้ว เหลือเพียงแต่เธอคนเดียว เธอไม่อยากพูดอะไรมากก็เลยขึ้นรถตามซีนาศเพื่อไปนั่งข้างเขา พอรถออก เธอเลยรีบถามทันที
“มีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่าคะ ทำไมถึงรีบออกเดินทางแบบนี้” ศรันญาสงสัย
“ที่นี่ไม่ปลอดภัย เมื่อวานผมสงสัยว่าคนร้ายอาจจะเป็คนของนียาลัสก็เป็ได้” ซีนาศกล่าว
“แต่ฉันกับนียาลัสไม่ได้มีความแค้นต่อกัน ทำไมเธอต้องฆ่าฉันด้วยคะ” ศรันญาแปลกใจ
“นียาลัสอาจเข้าใจว่าคุณเป็คนรักขององค์รัชทายาทน่ะสิ คงกลัวว่าคุณจะมาแย่งตำแหน่ง และมีผลต่ออำนาจของเธอ” ซีนาศคาดการณ์
“ก็ฉันบอกแล้ว มันเป็เื่เข้าใจผิด ทำไมถึงไม่มีใครฟังฉันบ้าง” ศรันญากล่าว
“เมื่อคุณได้พบองค์รัชทายาทแล้ว ทุกอย่างจะกระจ่างเองนั่นแหละ” ซีนาศตัดบท
ศรันญาถอนหายใจ แต่พอนึกถึงแม่ เธอเลยลองพูดกับซีนาศดีๆ “เอ่อ คือว่า ฉันขอติดต่อหาแม่จะได้มั้ยคะ ฉันมาถึงที่นี่นานแล้ว ยังไม่ได้คุยกับแม่เลย แม่ฉันต้องห่วงฉันมากแน่ๆ”
“เมื่อถึงที่หมาย ผมรับรองว่า ผมจะคืนมือถือให้คุณ” ซีนาศกล่าว
“แต่ว่า…” ศรันญาอยากติดต่อแม่มาก แต่เขารีบพูดตัดบท
“ผมจะไม่พูดซ้ำอีก” ซีนาศกล่าวอย่างเด็ดขาด
ศรันญาโมโหที่เขาไม่ยอมฟังเธอเลย เธอเลยหันไปทางกระจกรถแล้วมองข้างทางที่เต็มไปด้วยทะเลทราย
ในใจซีนาศก็แอบสงสารหญิงสาว แต่ตอนนี้เขาไม่้าให้ศัตรูจับสัญญาณใดๆได้ ไม่เช่นนั้นขบวนรถของพวกเขาอาจเป็อันตรายได้
**************************************************
และแล้วขบวนก็ไปจอดที่บ้านของนายกรัฐมนตรีของประเทศนี้
“ที่นี่ที่ไหนหรอคะ” ศรันญาสงสัย
“ที่นี่คือบ้านของนายกรัฐมนตรีของประเทศนี้ ลงรถกันเถอะ” ซีนาศกล่าว
ศรันญาเปิดประตูรถออกไปโดยไม่รอให้ใครมาเปิดให้ เธอเห็นผู้หญิงที่มีผ้าปกคลุมเห็นแต่ดวงตา ยืนรอต้อนรับด้วยท่าทางสง่างาม เธอยืนเคียงข้างชายวัยกลางคนที่ภูมิฐานคนนึง
“ยินดีต้อนรับ ท่านซีนาศ” นายกฯกล่าว
“ขอบคุณท่านมาก ที่ยินยอมให้ที่พักพิงชั่วคราว” ซีนาศกล่าว
“อย่าได้เกรงใจเลยหลานชาย แล้วผู้หญิงคนนี้คือ หรือว่าเธอคือหญิงคนรักขององค์รัชทายาทที่เขาลือกัน” นายกฯคาดเดา
“เธอคือแขกคนสำคัญขององค์รัชทายาท ชื่อ ศรันญา ครับ” ซีนาศหันไปหาศรันญาแล้วกล่าวแนะนำ “ศรันญา! ท่านนี้ก็ คือ นายกรัฐมนตรี และนี่ บุตรสาวคนโตของท่าน ชื่อ พิลานี”
ศรันญาจับมือทักทายท่านนายกรัฐมนตรีด้วยความเคารพ และพยักหน้าให้พิลานีอย่างเป็มิตร
บ้านหลังนี้ช่างแตกต่างจากคฤหาสน์ของท่านองคมนตรีมาก เพราะที่นี่ทุกคนต่างให้การต้อนรับศรันญาเป็อย่างดี ผิดกับลูกสาวทั้งสองขององคมนตรีที่ต่างพากันมองเธออย่างดูถูกดูแคลน แสดงท่าทีไม่เป็มิตรเอาเสียเลย
พิลานีพาศรันญาไปชมพิพิธิภัณฑ์อย่างเป็กันเอง ถึงกระนั้นซีนาศก็ยังไม่วางใจ เขาได้ส่งคนคอยคุ้มกันศรันญาอย่างใกล้ชิด
“ดูท่านซีนาศจะห่วงคุณมากเลยนะคะ” พิลานีกล่าว
“เขาก็แค่ทำตามหน้าที่เท่านั้นค่ะ” ศรันญากล่าว
“ว่าแต่คุณกับองค์รัชทายาทคบกันมานานแล้วหรอคะ” พิลานีถาม
“อย่าว่าอย่างนั้นเลยค่ะ ฉันยังไม่เคยเห็นพระพักตร์ของพระองค์เลยด้วยซ้ำ ฉันมาที่ประเทศนี้ก็เพื่อนำของมาคืนพระองค์เท่านั้น แต่ซีนาศกลับไม่เชื่อ แถมยังบังคับให้ฉันต้องเข้าเฝ้าองค์รัชทายาทเพื่อยืนยันอีก” ศรันญากล่าวตามจริง
“อย่างนี้นี่เอง ซีนาศเป็คนรอบคอบ อย่าถือสาเขาเลยนะ” พิลานีกล่าว
“แล้วคุณกับนียาลัสเป็เพื่อนกันหรือเปล่าคะ” ศรันญาสงสัย
“เปล่าหรอก นียาลัสไม่ค่อยชอบขี้หน้าฉันน่ะ แต่น้องสาวฉันกับนานยาเป็เพื่อนรักกัน” พิลานีกล่าว
“แล้วน้องสาวคุณไปไหนแล้วล่ะคะ” ศรันญาสงสัยอีก
“น้องสาวฉันชื่อ พิวซา เธอไปพักที่ตำหนักเ้าชายทาซิสน่ะ” พิลานีกล่าว
“ทำไมต้องไปที่นั่นด้วย” ศรันญาถามต่อ
“พิวซากับนานยาไม่สนใจเื่การเมืองการปกครอง อีกทั้งเ้าชายทาซิสทรงพิการเดินไม่ได้ ดังนั้นจึงไม่ยุ่งเกี่ยวทางการเมือง พระองค์ได้ทำการปรับตำหนักให้เป็สถานศิลปวัฒนธรรม เปิดให้บุคคลทั่วไปที่้าพักผ่อนมาวาดภาพ แต่งกลอนและชมศิลปะที่พระองค์ทรงสรรค์สร้างขึ้นมา” พิลานีเล่า
“ฉันอยากไปบ้าง ที่นั่นคงสวยงามมาก” ศรันญาอยากชม
“ไว้โอกาสหน้า ฉันจะพาคุณไปค่ะ” พิลานีกล่าว
สองสาวคุยกันอย่างถูกคออยู่ที่พิพิธภัณฑ์ ในขณะที่ซีนาศเข้าไปพูดคุยปรึกษาเื่การเมืองภายในห้องทำงานของนายกรัฐมนตรี เหตุการณ์ในวันนี้สงบด้วยดี เนื่องจากซีนาศได้จัดคนคอยคุ้มกันหญิงทั้งสองอย่างใกล้ชิด
**************************************************
ณ คฤหาสน์องคมนตรีแห่งประเทศลาคานิน
นานยาไม่อยากทะเลาะกับพี่สาว เลยตัดสินใจขี่ม้าไปตำหนักเ้าชายทาซิสั้แ่เช้า เพื่อไปพบกับพิวซา
นานยาเดินเข้าไปในอุทยาน เธอได้ยินเสียงดนตรีมาแต่ไกล พอเดินเข้าไปใกล้ ก็เห็นนางระบำฟ้อนรำอย่างงดงาม นานยาทำความเคารพเ้าชายทาซิสที่นั่งรถเข็น แล้วเข้าไปนั่งข้างๆเพื่อนสาว ซึ่งขณะนี้พิวซากำลังวาดรูปนางระบำอยู่
พิวซาเห็นสีหน้าของเพื่อนสาวเลยรีบทักทันที “อารมณ์เสียมาล่ะสิ”
“ทะเลาะกับพี่นียาลัสมาน่ะ” นานยากล่าว
“เอาน่า เดี๋ยวพี่นียาลัสก็อารมณ์เย็น สักพักก็คืนดีกัน” พิวซารู้สึกเคยชินที่เห็นพี่น้องคู่นี้ทะเลาะกัน
“ฉันอิจฉาเธอนะพิวซา เธอกับพี่สาวไม่เคยทะเลาะกันเลย” นานยากล่าว
“แต่มีบางครั้งนะ ที่ฉันแอบรู้สึกว่าพี่สาวฉันเป็คนลึกลับยังไงก็ไม่รู้” พิวซากล่าว
“คิดมากน่า พิวซา พี่พิลานีเป็คนใจดีและเป็คนเห็นอกเห็นใจผู้อื่นนะ” นานยากล่าว
“อื้อ ฉันคงคิดมากไปเองนั่นแหละ งั้นมาวาดรูปกันดีกว่า” พิวซากล่าว
นานยา จึงนั่งวาดรูปแล้วเขียนคำกลอนเพื่อคลายเครียด เธอได้แต่หวังว่าพี่สาวของเธอจะไม่หลงผิดไปมากกว่านี้อีก
**************************************************
ณ บ้านของนายกรัฐมนตรีแห่งลาคานิน
ศรันญากอดพิลานีก่อนออกเดินทางต่อไป ทั้งซีนาศและศรันญาทำความเคารพนายกรัฐมนตรีแล้วเดินไปขึ้นรถทันที
“คุณหิวมั้ย ผมเห็นคุณทานได้น้อย” ซีนาศเริ่มห่วง
“ฉันยังไม่ชินกับอาหารของที่นี่ค่ะ” ศรันญากล่าว
“อะ คุณทานไปก่อนก็แล้วกัน” ซีนาศยื่นกล่องอาหารและกระบอกน้ำมาให้เธอ
“มันคืออะไรหรอคะ” ศรันญาสงสัย
“อินทผาลัมเชื่อม คุณน่าจะทานได้” ซีนาศกล่าว
“ขอบคุณค่ะ” ศรันญารับกล่องอินทผาลัมมา แล้วเปิดทาน เพราะเธอทานอาหารของประเทศนี้ไม่ได้จริงๆ และตอนนี้เธอก็หิวมาก
ซีนาศแอบยิ้มให้หญิงสาวด้วยความเอ็นดู เขาเริ่มรู้สึกดีกับผู้หญิงคนนี้ แต่ก็ต้องห้ามใจไว้ เพราะเขายังไม่แน่ใจว่าหญิงผู้นี้เป็คนรักของพี่ชายหรือไม่ ดังนั้นตลอดทางเขาต้องแสดงสีหน้าเคร่งขรึม และไม่ยอมพูดยอมจาด้วยอีก
แต่ทว่าขบวนรถกลับไม่ได้ไปที่ชายแดนตามที่ซีนาศกล่าวกับทุกคน รถไปจอดที่ค่ายทหารแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่กลางทะเลทราย ทุกคนต้องจอดรถเพื่อเดินไปตามเส้นทางลับ และแล้วก็มาถึงที่หมาย
“ที่นี่ไม่น่าจะเป็ชายแดนนี่คะ” ศรันญาสงสัย
“เพื่อความปลอดภัยขององค์รัชทายาท เลยจำต้องบอกกับทุกคนเช่นนั้น” ซีนาศกล่าว
“เอาเถอะค่ะ คุณรีบพาฉันไปพบพระองค์เถอะ ฉันอยากกลับบ้านเต็มทนแล้ว” ศรันญากล่าว
“ที่นี่ไม่ประทับใจคุณบ้างเลยหรอ” ซีนาศกล่าว
“ถึงน่าอยู่แค่ไหน ฉันก็อยากกลับบ้านค่ะ ฉันมีหน้าที่การงานต้องทำ” ศรันญากล่าว
“งั้นพวกเรารีบเข้าไปเถอะ พระองค์ทรงประทับอยู่ข้างใน” ซีนาศรีบเปลี่ยนเื่ เลยนำทางเดินเข้าไปในในที่ประทับขององค์รัชทายาท
ศรันญาเดินเข้าไปก็พบชายสูงศักดิ์ที่มีสิริโฉมงดงามมาก ราวกับภาพวาดก็ไม่ปาน
“พี่สาวของหม่อมฉันฝากนำสร้อยเส้นนี้มาคืนพระองค์เพคะ” ศรันญากล่าว
“แล้วทำไมหมอคนนั้นถึงไม่มาคืนเองล่ะ” องค์รัชทายาททรงสงสัย
“พี่สาวหม่อมฉันเสียชีวิตแล้วเพคะ นางป่วยเป็มะเร็งตับระยะสุดท้าย” ศรันญากล่าวเสียงเศร้า
“เราเสียใจด้วยจริงๆ นางเป็หมอที่ดีและช่วยเหลือผู้ป่วยตั้งมากมาย ไม่น่าเลยจริงๆ” องค์รัชทายาทตรัส
ศรันญาแสดงสีหน้าเศร้าหมอง เพราะเธอเองก็ยังคงเสียใจที่ถึงตนเป็หมอเหมือนกันก็ไม่อาจช่วยพี่สาวได้เลย
“แสดงว่าผู้หญิงคนนี้ก็ไม่ใช่คนรักของพระองค์น่ะสิพะย่ะค่ะ” ซีนาศกล่าวยิ้มๆ
“ไม่ใช่หรอก เราเพิ่งเห็นศรันญาเป็ครั้งแรก อีกอย่างตามที่ศรันญาบอก เราก็แค่ฝากสร้อยให้หมอประจำตัวเก็บไว้ก่อนผ่าตัดก็เท่านั้น” องค์รัชทายาทตรัส
ซีนาศรู้สึกโล่งใจขึ้นมาทันใด เพราะเขาเองก็ปรารถนาให้เื่ที่ศรันญาพูดเป็ความจริง
เ้าชายซาลัสสังเกตน้องชายตัวเอง เขารู้ทันทีว่าซีนาศมีใจให้กับหญิงไทยผู้นี้ ได้แต่แอบยิ้ม เพราะในที่สุดน้องชายก็มีหญิงที่ถูกใจเสียที
“งั้นหม่อมฉันก็กลับประเทศไทยได้แล้วสิเพคะ” ศรันญากล่าว
“เหตุการณ์ยังไม่สงบ ยังไงหมอก็เดินทางกลับเมืองหลวงพร้อมเราเถิด เพื่อความปลอดภัยของตัวหมอเอง แต่ในตอนนี้อาการาเ็ของเรายังไม่หายดี จำเป็ต้องพักฟื้นอีกห้าวัน คุณหมออดทนหน่อยนะ” องค์รัชทายาทตรัส
“งั้นหม่อมฉันขอมือถือคืนได้มั้ยเพคะ หม่อมฉันจำเป็ต้องติดต่อแม่จริงๆ” ศรันญาถือโอกาสขอ
“งั้น หมอก็เดินทางไปพร้อมกับซีนาศเถิด เขาจะพาหมอไปใช้ internet ที่บ้านนายพลลอซา เพื่อความปลอดภัย พวกเราจำเป็ต้องงดใช้เครื่องมือสื่อสารชั่วคราว” องค์รัชทายาทตรัส
“อย่างนั้นก็ได้เพคะ” ศรันญากล่าว
“ตามสบายนะหมอ เราขอตัวนอนพักผ่อน” องค์รัชทายาทตรัส
ซีนาศนำทางศรันญาเพื่อไปพักที่ห้องที่จัดเตรียมไว้ให้กับเธอ เนื่องจากศรันญาเป็หมอ ซีนาศจึงจัดให้ห้องพักของเธออยู่ใกล้กับห้องบรรทมขององค์รัชทายาท
“ในเมื่อคุณเป็หมอ ผมฝากให้คุณช่วยดูแลองค์รัชทายาทให้ด้วย” ซีนาศกล่าว
“ได้ค่ะ แต่ตอนนี้ เอ่อ ฉันอยากติดต่อแม่ค่ะ” ศรันญากล่าว
“งั้น พวกเราออกไปทานข้าวข้างนอกก่อน แล้วผมจะพาไปบ้านนายพลลอซา” ซีนาศกล่าว
“ก็ได้ค่ะ” ศรันญารับคำ
ซีนาศมีท่าทีเปลี่ยนไปทันที วันนี้เขาพาคุณหมอสาวไปเดินตลาด โดยเขาจูงมือหญิงสาวไม่ยอมปล่อย จนศรันญานึกแปลกใจ
“เอ่อ ซีนาศคะ ไม่ต้องจูงก็ได้ค่ะ” ศรันญากล่าว
“ผมกลัวคุณพลัดหลงน่ะ ใกล้ถึงร้านแล้ว” ซีนาศกล่าว
ซีนาศพาหญิงสาวเข้าไปในร้านสุดหรู เขาทำราวกับว่ามาเดทกัน ซีนาศเลื่อนเก้าอี้ให้ศรันญาจนเธอรู้สึกแปลกๆ แต่เขายังไม่ยอมไปนั่งกับที่ ซีนาศนำสร้อยที่มีจี้รูปนกเหยี่ยวใส่ให้กับหญิงสาวจนเธอใ
“นี่มันคืออะไรคะ” ศรันญาจับที่สร้อย
“ผมมอบให้คุณ คุณจะได้ระลึกถึงผมบ้างไง” ซีนาศกล่าว
“มันจะดีหรอคะ คุณควรมอบให้คนรักของคุณมากกว่า” ศรันญากล่าว
“ผมก็มอบให้อยู่นี่ไง” ซีนาศกล่าวยิ้มๆ
“คุณล้อเล่นอยู่ใช่มั้ยคะ” ศรันญานึกไม่ถึงว่าเขาจะพูดแบบนี้
ซีนาศจับมือหญิงสาว แล้วกล่าวว่า “ผมรักคุณ ศรันญา”
ศรันญาพยายามดึงมือกลับ แต่ซีนาศจับมือเธอแน่นมาก “เื่ระหว่างเราคงเป็ไปไม่ได้หรอกค่ะ”
“คุณมีแฟนแล้วหรอครับ” ซีนาศถาม
“ยังค่ะ พวกเราแตกต่างกันเกินไป” ศรันญากล่าวเพราะยังไงเขาก็เป็ชาวต่างชาติ
“ยังไงผมก็มีสิทธิ์อยู่ใช่มั้ย” ซีนาศไม่ยอมแพ้
“พวกเรารีบทานอาหารเถอะค่ะ” ศรันญารู้ดีว่าซีนาศมีใจให้กับเธอ แต่เพราะตนเป็ชาวไทย และเธอก็อยากจะดูแลแม่แทนพี่สาวอยู่ที่ไทย ถึงเธอจะไม่ได้นึกรังเกียจผู้ชายคนนี้ แต่เธอก็จำเป็ต้องปิดกั้นหัวใจตัวเอง
ซีนาศเป็คนไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ เขาก็ยังคงเดินหน้าจีบหญิงสาวต่อไป ดังนั้นหลังจากทานข้าว ซีนาศจึงจูงมือพาศรันญาไปที่บ้านท่านนายพลลอซา เพื่อให้หญิงสาวยืมใช้โน้ตบุ๊กเพื่อติดต่อแม่ของเธอ
“ศรันญา ลูกเป็อะไรไปหรือเปล่าลูก ทำไมป่านนี้เพิ่งติดต่อหาแม่ล่ะลูก” แม่กล่าวด้วยความเป็ห่วง
“ขอโทษค่ะแม่ คือว่า ลูกติดปัญหานิดหน่อย แต่ตอนนี้ปลอดภัยแล้ว อีกไม่กี่วันลูกจะกลับประเทศไทยค่ะแม่” ศรันญากล่าว
“แม่จะรอนะลูก” แม่กล่าว
“ค่ะ” ศรันญาวางสายซึ่งโทรจาก facebook ทันที
**************************************************
ซีนาศปล่อยให้ศรันญาคุยกับแม่ทาง facebook ตามลำพัง เขาออกมาพร้อมกับท่านนายพลลอซาเพื่อคุยเื่สำคัญ
“คุณศรันญา ดูดีมีเสน่ห์มากเลยนะ” นายพลลอซากล่าว
“อย่ายุ่งกับเธอ” ซีนาศหวงมาก
“555 หวงซะด้วยสิ” นายพลลอซาหัวเราะ
“พูดเื่อื่นเถอะ นายจะแจ้งข่าวอะไร” ซีนาศเปลี่ยนเื่
“นียาลัสถูกจับกุมตัวเตรียมรับโทษปะาชีวิต เนื่องจากลักลอบวางยาพิษองค์ราชินีจนพระองค์สิ้นพระชนม์ วันมะรืนนี้เป็วันปะาของนียาลัส” นายพลลอซากล่าวอย่างจริงจัง
“เสด็จแม่สิ้นพระชนม์แล้ว! เป็ไปไม่ได้ อีกอย่างนียาลัสไม่มีทางคิดสั้นกระทำแบบนั้นเป็แน่” ซีนาศไม่เชื่อ
“เธออาจโดนใส่ร้าย และนี่อาจเป็แผนของศัตรูที่้าทำให้องค์รัชทายาทติดร่างแหไปด้วย” นายพลลอซากล่าว
“คงต้องปิดข่าวไม่ให้องค์รัชทายาททรงทราบ ไม่งั้นคงเป็ไปตามแผนการของพวกมัน” ซีนาศกล่าว
พอซีนาศเห็นศรันญาเดินออกมาจากห้องทำงานของนายพล ก็รีบกล่าวลา “ศรันญาออกมาแล้ว ไปก่อนนะเพื่อน”
“โอกาสหน้า คุณศรันญามาเที่ยวที่นี่ได้นะครับ” นายพลลอซาแกล้งส่งสายตาเ้าชู้ให้
“เอ่อ ค่ะ ขอบคุณค่ะ” ศรันญาพูดยิ้มๆ
“เดี๋ยวผมเป็คนพาคุณมาที่นี่เอง” ซีนาศส่งสายตาอำมหิตให้กับนายพลลอซา ออกตัวว่าหวงอย่างเต็มที่
นายพลลอซาถึงขั้นหัวเราะออกมาจนศรันญาแปลกใจ
ซีนาศโอบไหล่หญิงสาวแล้วพาเดินกลับไปยังค่ายที่ซ่อนตัวขององค์รัชทายาททันที ระหว่างที่เดินมาด้วยกัน ศรันญาสังเกตเห็นสีหน้าของซีนาศได้เศร้าหมองลงพร้อมกับมีภาวะเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด
“คุณเป็อะไรหรือเปล่าคะ ซีนาศ สีหน้าคุณดูไม่ดีเลย” ศรันญากล่าวด้วยความเป็ห่วง
“องค์ราชินีหรือแม่ของผมได้สิ้นพระชนม์แล้ว” ซีนาศกล่าวเสียงเศร้า
ศรันญานึกเห็นใจที่ซีนาศสูญเสียบุคคลอันเป็ที่รัก เหมือนที่เธอเคยสูญเสียพี่สาวจึงนึกเห็นใจ เธอเลยเข้าไปกอดปลอบใจซีนาศโดยไม่รู้ตัว “ฉันเสียใจด้วยนะคะ แต่คุณต้องเข้มแข็งไว้นะคะ ท่านไปสู่สุคติแล้ว”
ซีนาศอึ้ง เพราะเขาไม่เคยได้รับความอบอุ่นแบบนี้จากใครเลย ศรันญาเป็คนแรกที่กล้ากอดเขาแบบนี้ เขาเลยกอดเธอตอบ แล้วกล่าวว่า “ขอบคุณมากนะครับ ศรันญา”
ซีนาศคลายอ้อมกอด จูบที่หน้าผาก และด้วยอารมณ์เคลิบเคลิ้ม เขาก็เลยจุมพิตหญิงสาว ทั้งสองจูบกันนานพอสมควร ศรันญาเริ่มได้สติ เลยรีบขืนตัวแล้วผลักเขาออกทันที
“คุณไม่ควรทำแบบนี้นะคะ ซีนาศ พวกเราไม่ได้เป็อะไรกัน” ศรันญากล่าวอย่างเขินอาย
“ผมรักคุณนะ ศรันญา” ซีนาศกล่าว
“เื่ระหว่างเรามันเป็ไปไม่ได้ค่ะ” ศรันญากล่าว
ซีนาศกำลังจะเดินเข้าไปหาหญิงสาว แต่ศรันญากลับเดินถอยหลัง ซีนาศไม่เคยยอมแพ้อะไรง่ายๆ เขากำลังเดินเข้าไปดึงตัวหญิงสาวอีกครั้ง
ทันใดนั้นเองอยู่ดีๆก็มีหญิงชุดดำคนหนึ่งปิดบังใบหน้า เดินโซเซ แล้วเรียกท่านซีนาศ ทำให้ซีนาศหยุดชะงักแล้วหันไปหาคนแปลกหน้าทันที
สักพักหญิงคนนั้นก็ล้มไปกองกับพื้นทราย จนซีนาศและศรันญาต้องรีบเข้าไปดูอาการ
“เป็อะไรหรือเปล่าคะ คุณ” หมอศรันญาสอบถามพร้อมกับเปิดผ้าเพื่อดูใบหน้า
“ฉันถูกพิษค่ะ พวกมันลอบทำร้ายฉัน โชคดีที่หนีรอดมาได้ แต่คงอยู่ได้อีกไม่นาน คุณนียาลัสสั่งให้ฉันส่งจดหมายมาให้ซีนาศค่ะ ข้อความทั้งหมดอยู่ในนี้หมดแล้ว” หญิงที่ได้รับพิษกล่าว
ซีนาสรับม้วนจดหมายที่อยู่ในกระบอกเล็กๆคล้ายปากกาไว้ แล้วรีบเปิดอ่านทันที จดหมายความว่า
ถึง ซีนาศ
ฉันโดนปรักปรำ ฉันไม่ได้เป็คนวางยาฆ่าองค์ราชินีจริงๆ แต่แผนการของพวกมัน คือ ้าให้องค์รัชทายาทติดร่างแหไปด้วย เพราะฉันเป็ถึงคู่หมั้นของพระองค์ ยังไงองค์รัชทายาทก็ต้องรู้เื่นี้ด้วย ดังนั้นท่านจงปิดบังห้ามไม่ให้พระองค์ทราบข่าวเด็ดขาด ตอนนี้ฉันยอมรับสารภาพแล้วว่าเป็คนวางยาแต่เพียงผู้เดียว คนอื่นไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ทว่าน้องสาวฉันยังคงดึงดันที่ไปขอความช่วยเหลือจากองค์รัชทายาท นางได้ไปขอที่อยู่กับองครักษ์เพื่อนของนาง คาดว่าคงจะไปถึงค่ายที่ซ่อนตัวในวันพรุ่งนี้ ดังนั้นท่านจะต้องขัดขวางไม่ให้นางพบพระองค์ อย่าทำให้พวกมันสมหวังเด็ดขาด
ลาก่อน
นียาลัส
ศรันญาจนใจจริงๆเพราะพิษได้แล่นเข้าสู่หัวใจไปแล้ว สักพักหญิงลึกลับผู้นั้นก็ขาดใจตายทันที ศรันญาได้แต่ส่ายหน้าเพราะช่วยอะไรไม่ได้
ซีนาศจึงใช้วิทยุสื่อสารบอกกับคนของเขาให้มาจัดการศพของหญิงผู้นี้
ศรันญาเห็นหน้าของซีนาศเคร่งเครียดมาก เลยว่า “องค์ราชินีถูกลอบทำร้ายใช่มั้ยคะ”
“พระองค์ถูกวางยาพิษ แต่นียาลัสถูกปรักปรำ ถึงกระนั้นนางก็ยอมสละชีวิตเพื่อปกป้องไม่ให้องค์รัชทายาทติดร่างแหไปด้วย อีกไม่นานนางก็จะถูกปะาชีวิต” ซีนาศยอมเล่า
“แล้วทำไมถึงไม่หาทางช่วยนียาลัสล่ะคะ” ศรันญาสงสัย
“ไม่ใช่ไม่อยากช่วย แต่เพราะช่วยอะไรไม่ได้ต่างหาก เพราะนียาลัสได้รับมอบหมายให้เป็คนจัดยาให้กับองค์ราชินี ในระหว่างที่องค์ราชินีทรงประชวร ดังนั้นผมมีเื่จะขอคุณ” ซีนาศจับมือหญิงสาวและพูดขอร้อง
“ห้ามไม่ให้บอกเื่นี้กับองค์รัชทายาทใช่มั้ยคะ” ศรันญาคาดเดา
“คุณฉลาดมาก ศรันญา ถ้าพระองค์ทรงล่วงรู้ ต้องไม่ยอมอยู่เฉยเป็แน่ แต่พวกเรายอมให้พระองค์ติดร่างแหไม่ได้จริงๆ” ซีนาศกล่าว
“ก็ได้ค่ะ ฉันจะไม่บอกเื่นี้กับองค์รัชทายาท” ศรันญารับคำ
“ขอบคุณมาก ศรันญา” ด้วยความลืมตัวซีนาศก็ดึงตัวหญิงสาวเข้าไปกอดอีกครั้ง
ศรันญาพยายามขืนตัวแต่ไร้ผล จนกระทั่งลูกน้องของซีนาศมาถึง เขาจึงยอมปล่อยตัวหญิงสาว จนศรันญาหน้าแดงจัด
ซีนาศสั่งการกับลูกน้องเสร็จ เขาก็รีบพาตัวหญิงสาวกลับที่พัก เขาจูบหน้าผากหญิงสาวแล้วผละออกไป ทำกับเธอราวกับเป็ภรรยาของเขาไปแล้ว หญิงสาวกำลังจะทักท้วง แต่ก็พูดไม่ทัน เพราะซีนาศเดินจ้ำอ้าวไปประชุมลับๆกับลูกน้องคนอื่นๆทันที
**************************************************
นานยาขับรถเพื่อมาที่ค่ายขององค์รัชทายาท เธอได้แต่นึกในใจว่า “ฉันต้องช่วยชีวิตพี่ให้ได้ รอน้องก่อนนะพี่”
เมื่อมาถึงค่าย นานยารีบลงจากรถ แล้วรีบวิ่งไปเข้าเฝ้าองค์รัชทายาทเป็การด่วน แต่ทว่ากลุ่มทหารองครักษ์กลับขวางเธอไว้
“ฉันมีเื่ที่ต้องรีบเข้าเฝ้าองค์รัชทายาทเป็การด่วน เปิดทางเร็วเข้า” นานยากล่าว
ทหารทุกคนยังคงนิ่งเฉย จนนานยาต้องพูดซ้ำอีกครั้ง
“เธอกลับไปเสียเถิด นานยา” ซีนาศกล่าว
“แสดงว่าคุณรู้เื่หมดแล้ว ใช่มั้ย ซีนาศ ถ้าอย่างนั้นคุณก็รีบไปช่วยพี่นียาลัสสิ ยังไงพี่สาวฉันก็เป็ถึงพระคู่หมั้นขององค์รัชทายาทเชียวนะ จะปล่อยให้นางตายได้ยังไง” นานยากล่าว
“นั่นเป็ความประสงค์ของนางเองที่้าปกปิดเื่นี้ไม่ให้องค์รัชทายาททรงทราบ อีกอย่างองค์รัชทายาททรงาเ็สาหัส พระองค์เสด็จไปไหนไม่ได้หรอก” ซีนาศกล่าว
“แต่พระองค์ทรงสั่งคนอื่นไปช่วยได้นี่” นานยากล่าวอย่างมีหวัง
“งั้นเธอก็อ่านจดหมายของพี่สาวเธอเองก็แล้วกัน นานยา” ซีนาศยื่นจดหมายให้เธอ
นานยารับจดหมายน้อยของพี่สาวมาอ่าน ทำให้เธอรู้วัตถุประสงค์ของพี่สาว อีกอย่างเธอคงแอบลอบเข้าไปเข้าเฝ้าองค์รัชทายาทไม่ได้ เพราะคนของซีนาศคุ้มกันแ่ามาก
นานยาหมดความอดทน นางจึงพูดทั้งน้ำตาว่า “ยังไงพี่นียาลัสก็เป็เพื่อนกับท่านนะ ซีนาศ ท่านจะยอมปล่อยให้เพื่อนตายงั้นหรือ นี่ท่านยอมทำทุกอย่างเพื่อรักษาอำนาจมากขนาดนั้นเลยหรอ”
“ใช่แล้วล่ะ นานยา พวกเราปล่อยให้องค์รัชทายาทตกอยู่ในอันตรายและติดร่างแหด้วยไม่ได้จริงๆ” ซีนาศกล่าวอย่างเ็า
นานยาโมโหมากเลยรีบวิ่งไปขึ้นรถแล้วขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว นานยาขับรถมุ่งตรงไปที่ตำหนักของเ้าชายทาซิสทันที
ที่ตำหนักของเ้าชายทาซิส ได้จัดพิธีไว้ทุกข์ให้กับองค์ราชินีอย่างสมเกียรติ ที่อาณาบริเวณเต็มไปด้วยผ้าสีขาว ทุกคนแต่งชุดขาวไว้อาลัย เ้าชายทาซิสผู้ซึ่งนั่งรถเข็น พระองค์ทรงนั่งตรงหน้าแท่นที่มีพวงมาลาพร้อมกับพระฉายาลักษณ์ขององค์ราชินี
“เ้าชายทาซิสเพคะ” นานยากล่าว
“นานยา ยังกล้ามาที่นี่อีกงั้นหรอ” เ้าชายทาซิสตรัสด้วยอารมณ์กริ้ว
“พี่สาวของหม่อมฉันถูกปรักปรำนะเพคะ” นานยากล่าว
“แล้วเธอมีหลักฐานหรือพยานอะไรมั้ยล่ะ ว่านียาลัสถูกปรักปรำ” เ้าชายตรัสถาม
“ไม่มีเพคะ” นานยากล่าวเสียงอ่อน
“เมื่อไม่มี เราก็ช่วยอะไรไม่ได้หรอกนะ และอีกอย่างนางเป็คนฆ่าเสด็จแม่ของเรา เราจะไม่มีวันอภัยให้นางเป็อันขาด กลับไปเสียเถิดนานยา” เ้าชายทาซิสตรัส
นานยาจนปัญญาจริงๆ เพราะไม่ว่าจะไปขอความช่วยเหลือจากใคร ทุกคนก็ปฏิเสธทั้งสิ้น นี่น่ะหรือที่พี่นียาลัสอุตส่าห์ทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อรักษาอำนาจ สุดท้ายมันก็เหลือเพียงความว่างเปล่า
**************************************************
นานยาเดินทางไปที่คุกหลวงเพื่อขอพบหน้าพี่สาวเป็ครั้งสุดท้าย คนคุมนักโทษเห็นใจนานยา พวกเขาเลยปล่อยให้นานยาพบพี่สาวแต่โดยดี
“พี่นียาลัส เป็ยังไงบ้าง” นานยาถามด้วยความเป็ห่วง
“มาทำไมอีก” นียาลัสกล่าว
“ฉันขอโทษ ที่หาทางช่วยพี่ไม่ได้เลย” นานยากล่าว
“ถ้าเธออยากช่วยพี่จริงๆ เธอก็ทำงานสานต่อจากพี่สิ เธอจะต้องทำทุกอย่างเพื่อให้องค์รัชทายาททรงขึ้นครองราชย์ ถ้าเธอยอมทำ เธอจงไปที่ห้องลับของพี่ ที่นั่นมีสมุดบันทึกของพี่พร้อมกับจดหมายลับ” นียาลัสกล่าว
“ไม่! ฉันไม่ทำงานสานต่อพี่เด็ดขาด พี่ก็เห็นนี่ พี่ยอมทำทุกอย่างเพื่อรักษาอำนาจ แล้วสุดท้ายเป็ยังไง พี่ก็ไม่เหลืออะไรเลย แถมไม่มีใครยอมช่วยเหลือพี่เลยสักคน” นานยากล่าว
“ถึงพี่พูดอะไรไป เธอก็ไม่ยอมเข้าใจพี่อยู่ดี ถ้าเธอไม่ยอมทำ งั้นเธอก็ออกไปซะ พี่ไม่อยากเห็นหน้าเธออีก” นียาลัสหันหลังให้กับน้องสาว
นานยาจำใจต้องออกไปจากห้องคุมขัง เพราะเ้าหน้าที่ให้เวลาจำกัดจริงๆ
**************************************************
เช้าวันรุ่งขึ้น ณ ลานปะา ชาวบ้านพากันมุงดูพร้อมกับก่นด่าสาปแช่งคนร้ายที่กล้าลอบทำร้ายองค์ราชินีของประเทศลาคานิน
แม้กระทั่งนานยาเองก็ต้องใช้ผ้าคลุมปกปิดตัวตน แฝงตัวเข้าไปในกลุ่มชาวบ้านเ่าั้
ฝ่ายตุลาการดำเนินการตัดสินโทษของนียาลัสให้ปะาชีวิต เมื่อถึงเวลา เพชฌฆาตถือปืนนำถุงกระสอบมาคลุมหัวนียาลัสไว้ พร้อมกับยิงเธอไม่ยั้ง เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว นานยาอยากร้องไห้ฟูมฟายแต่ก็ทำไม่ได้ เพราะยังอยู่ในวงล้อมของชาวบ้าน เธอทำได้แต่ตั้งสติ แล้วรอฟังคำตัดสินโทษขององคมนตรีหรือพ่อของเธอ ซึ่งบัดนี้ได้ถูกปลดเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
“เนื่องจาก นักโทษนียาลัสได้ยอมรับผิดแต่เพียงผู้เดียว ส่วนท่านเองก็เป็พ่อของนาง ท่านมีความผิดฐานเลี้ยงลูกไม่ดีพอ ดังนั้นจึงตัดสินให้ท่านไปทำงานที่ชายแดน ส่วนลูกสาวคนเล็กและคนอื่นๆ สามารถอยู่ที่เมืองหลวงได้” ฝ่ายตุลาการกล่าว
“ขอบคุณครับท่าน” พ่อนียาลัสกล่าวเสียงเศร้า
ทหารคุมตัวอดีตองคมนตรีออกเดินทางไปที่ชายแดนทันที นานยาทำได้เพียงมองพ่อของตนจากไป ไม่อาจช่วยเหลือใดๆได้เลย
เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้น นานยาเลยพาสาวใช้เข้าไปรับศพพี่สาวเพื่อประกอบพิธีศพตามศาสนา เป็พิธีที่เงียบมาก ไม่มีใครกล้ามาเคารพศพ จนกระทั่งถึงวันที่นำศพไปฝังไว้
“ขอให้พี่ไปสู่สุคตินะคะ” นานยากล่าวทั้งน้ำตา
**************************************************
ณ ค่ายขององค์รัชทายาท
“ซีนาศ ทำไมถึงปกปิดเื่ของเสด็จแม่ล่ะ อีกอย่างที่ท่านปล่อยให้นียาลัสตายได้ยังไง” องค์รัชทายาทตรัสอย่างเอาเื่
“มันเป็แผนการชั่วร้ายของศัตรู พระองค์ทรงยุ่งกับเื่นี้ไม่ได้จริงๆ ไม่เช่นนั้นศัตรูต้องได้ขึ้นครองราชย์สมใจเป็แน่” ซีนาศกล่าว
“แต่ถึงกระนั้นพวกเราก็ควรช่วยนียาลัสสิ นางไม่มีทางทำร้ายเสด็จแม่อย่างแน่นอน” องค์รัชทายาทตรัส
“เื่นั้นกระหม่อมก็รู้ แต่พวกเราขาดพยานและหลักฐาน ยังไงพระาาย่อมไม่ทรงเชื่อเป็แน่ อีกทั้งยังอาจเอาผิดท่านได้ด้วย” ซีนาศกล่าว
“งั้นตอนนี้พวกเรารีบกลับเมืองหลวงกันเถอะ เราแข็งแรงขึ้นมากแล้ว” องค์รัชทายาทตรัส
“อย่างนั้นก็ได้พะย่ะค่ะ แต่ต้องทรงยอมให้หมอศรันญาตรวจร่างกายเพื่อยืนยันเสียก่อน” ซีนาศกล่าว
ศรันญาเข้ามาตรวจอาการขององค์รัชทายาท แล้วกล่าวกับซีนาศว่า “พระองค์ทรงแข็งแรงขึ้นมากแล้ว การเดินทางครั้งนี้ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรค่ะ"
ซีนาศจึงยอมเตรียมตัวออกเดินทาง โดยให้ศรันญานั่งรถคันเดียวกับองค์รัชทายาทเพื่อคอยดูอาการ จนกระทั่งมาถึงเมืองหลวง แล้วทั้งหมดก็พากันรีบเข้าเฝ้าพระาาทันที
“นี่ลูกเพิ่งทราบข่าวจริงๆงั้นหรือ” พระาาทรงแปลกพระทัย
“พะย่ะค่ะ ลูกเพิ่งทราบข่าวจริงๆ ต้องขออภัยด้วยพะย่ะค่ะ” องค์รัชทายาทตรัส
“ลูกไม่ได้ร่วมมือกับนียาลัสทำการปลงพระชนม์องค์ราชินีใช่มั้ย” พระาาทรงถามเพื่อความแน่พระทัย
“นั่นคือเสด็จแม่ของลูกนะพะย่ะค่ะ ถึงลูกจะไม่ใช่ลูกที่ดี ก็ไม่อาจอกตัญญูฆ่าแม่ตัวเองได้” องค์รัชทายาทตรัส
“พ่อเชื่อลูกก็ได้ แล้วนี่อาการาเ็ของลูกยังไม่หายงั้นหรือ” พระาาตรัสด้วยความเป็ห่วง
“ค่อยยังชั่วแล้วพะย่ะค่ะ” องค์รัชทายาทตรัส
“ต่อไปก็ต้องระมัดระวังตัวกว่านี้” จากนั้นพระาาก็หันไปกล่าวกับแพทย์หญิงที่มาจากประเทศไทยทันที “สรุปเธอเป็คนรักของซาลัสงั้นหรือ”
“เปล่าเพคะ หม่อมฉันมาที่นี่เพื่อมาคืนของเท่านั้น หม่อมฉันกับองค์รัชทายาทไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลยเพคะ” ศรันญากล่าว
“งั้นดีเลย วันพรุ่งนี้เราจะจัดพิธีหมั้นระหว่างเ้าชายซานัสกับพิลานี บุตรสาวของนายกรัฐมนตรีทันที” พระาาตรัส
“ขอบพระทัยพะย่ะค่ะ” องค์รัชทายาทตรัสรับคำ
“แล้วท่านจะอยู่ที่นี่นานแค่ไหน เที่ยวที่นี่ทั่วแล้วหรือยัง” พระาาหันมาตรัสกับหมอชาวไทย
“หม่อมฉันจะกลับวันมะรืนนี้เพคะ” ศรันญากล่าว
“ในเมื่อท่านเป็แขกขององค์รัชทายาท เราจะจัดเครื่องบินส่วนตัวไปส่งท่านถึงประเทศไทยอย่างสมเกียรติก็แล้วกัน ขอบคุณท่านมากที่ช่วยดูแลรักษาองค์รัชทายาท” พระาาตรัส
“ถือเป็หน้าที่ของแพทย์อยู่แล้วเพคะ” ศรันญากล่าว
“เอาล่ะ ไม่มีอะไรแล้ว พวกท่านกลับได้” พระาาตรัส
“พวกกระหม่อมขอทูลลาพะย่ะค่ะ” องค์รัชทายาทตรัสลา
องค์รัชทายาททรงไปเคารพพระศพที่หลุมศพขององค์ราชินี ท่านทำได้แค่กล่าวในใจว่า “ลูกขออภัยพะย่ะค่ะ ที่ไม่อาจปกป้องเสด็จแม่ได้ ไม่คิดว่าฝ่ายนั้นจะกล้าทำถึงเพียงนี้ เพียงแค่จะกำจัดลูก ถึงขั้นกล้าทำลายชีวิตของเสด็จแม่ได้ ลูกจะต้องหาหลักฐานเอาผิดพวกมันให้ได้พะย่ะค่ะ และลูกขอสัญญาว่าจะปกป้องเสด็จพ่อให้ถึงที่สุด”
หลังจากนั้นพระองค์ก็นำทีมทหารส่วนพระองค์ไปเคารพศพของนียาลัส
องค์รัชทายาทเสด็จมาพร้อมกับซีนาศและศรันญา ทั้งสามมองเห็นนานยากำลังเคารพศพอยู่ที่ป้ายหลุมศพของพี่สาว ทุกคนรู้สึกสลดใจที่ไม่อาจช่วยเหลือนียาลัสได้เลย
นานยารู้สึกเหมือนมีคนจ้องเธออยู่ เลยหันไปมองก็เห็นองค์รัชทายาทมาพร้อมกับทีมทหารองครักษ์ เธอรู้สึกโกรธแค้นและไม่อยากให้พระองค์มาเหยียบที่นี่ แต่เพราะตนมีฐานะต่ำต้อยกว่า คงห้ามอะไรไม่ได้ เธอก็เลยเลือกที่จะเดินหนีแทน
“บังอาจมาก นานยา เห็นองค์รัชทายาทเสด็จมา เหตุใดถึงไม่แสดงความเคารพ” ซีนาศดุทันที
“ถวายบังคมเพคะ ไม่มีอะไรแล้วขอตัวนะเพคะ” นานยายอมแสดงความเคารพไปเช่นนั้นเองเพื่อตัดปัญหา
“เธอคงโกรธเรามากเลยสินะ” องค์รัชทายาทตรัส
“มิกล้าหรอกเพคะ” นานยากล่าวโดยไม่มองพระพักตร์ของพระองค์
“เื่นี้เป็ความผิดของฉัน ฉันเป็คนปกปิดไม่ให้องค์รัชทายาททรงทราบเอง ถ้าโกรธก็ต้องโกรธฉัน พระองค์ไม่เกี่ยว” ซีนาศกล่าว
“แล้วยังไง ไม่ว่าจะเป็ความผิดใคร พี่นียาลัสก็ไม่อาจฟื้นขึ้นมาได้อยู่ดี ขอตัวนะ” นานยากล่าวเพราะหมดความอดทน แล้วหันหลังเดินหนีทันที เพราะไม่อาจทนอยู่คุยได้อีกต่อไป
ศรันญารู้สึกเห็นใจนานยาเลยเดินตามนานยาไป จนกระทั่งถึงบึงน้ำแห่งหนึ่ง
“เธอตามฉันมาทำไมไม่ทราบ” นานยากล่าวอย่างเอาเื่
“ฉันเป็คนนึงที่สูญเสียพี่สาวไปเหมือนกัน ฉันเข้าใจความรู้สึกของเธอนะนานยา” ศรันญากล่าว
“ช่างมันเถอะ มันทำอะไรไม่ได้แล้วนี่” นานยากล่าวอย่างปลงๆ
“แล้วเธอจะทำอะไรต่อไป” ศรันญาถาม
“อาจไปที่ชายแดนเพื่อไปดูแลพ่อล่ะมั้ง แล้วเธอล่ะ ฉันได้ข่าวว่าองค์รัชทายาทจะหมั้นกับพิลานี แล้วเธอไม่เสียใจงั้นหรอ” นานยาถามบ้าง
“ฉันกับพระองค์ไม่ได้เป็อะไรกัน ฉันแค่นำสร้อยของพระองค์มาคืนเท่านั้น” ศรันญากล่าว
“แล้วสร้อยเส้นนั้นล่ะ อ้อ เข้าใจแล้ว ที่แท้ก็เป็สร้อยของซีนาศนี่เอง” นานยามองดีๆ
“เขาให้ฉันเป็ที่ระลึกน่ะ วันมะรืนฉันจะกลับประเทศไทยแล้ว” ศรันญากล่าว
“ซีนาศคงเสียใจแย่” นานยารู้ความรู้สึกของซีนาศว่าเขารักหญิงผู้นี้
“จะเสียใจได้ยังไง พวกเราไม่ได้เป็อะไรกันเลยนี่” ศรันญาหน้าแดงโดยไม่รู้ตัว
นานยาหัวเราะ เลยรีบเปลี่ยนเื่เพราะรู้ว่าหมอสาวคงอาย “เธอกลับยังไงน่ะ กว่าจะจองตั๋วกลับได้ ต้องใช้เวลาเป็สัปดาห์เชียวนะ”
“พระาาทรงพระราชทานให้ฉันกลับโดยเครื่องบินส่วนพระองค์น่ะ” ศรันญากล่าว
“อย่างนี้นี่เอง แล้วประเทศไทยเป็ยังไงบ้าง” นานยาถาม
“เอาอย่างนี้ดีมั้ย ฉันจะมอบหนังสือให้อ่าน มันเป็เื่เกี่ยวกับประเทศไทย เขียนเป็ภาษาอังกฤษพอดี” ศรันญาค้นกระเป๋าหยิบหนังสือเล่มเล็กๆสองสามเล่มส่งให้กับนานยาทันที
นานยารับมาดูแบบผ่านๆ แล้วกล่าวว่า “ขอบใจมาก เผื่อฉันได้มีโอกาสไปเที่ยวไทยบ้าง”
“ถึงตอนนั้นเธอก็โทรหาฉันสิ ฉันยินดีนำเที่ยว” ศรันญากล่าว
นานยายิ้ม “อื้อแล้วจะโทรหาก็แล้วกัน องค์รัชทายาทและซีนาศมองมาแต่ไกล เธอรีบกลับไปเถอะ”
“ดูแลตัวเองดีๆนะนานยา คิดเสียว่ามีฉันคนนึงที่เป็เพื่อนของเธอ” ศรันญากล่าว
“ขอบใจมาก ศรันญา” นานยากล่าว
ศรันญาเดินกลับไปหาซีนาศและองค์รัชทายาท ส่วนนานยายังคงนั่งอยู่ริมบึงพร้อมกับหยิบหนังสือที่ศรันญามอบให้มาอ่าน มีเล่มนึงสะดุดตาเธอมาก ชื่อเื่คือ Golden House หรือเรือนกาญจนา ศรันญาจึงเปิดอ่าน พออ่านจบก็กล่าวว่า
“เรือนกาญจนามีจริงงั้นหรือ เราสามารถขอพรอะไรก็ได้ ได้จริงงั้นหรือ ไร้สาระจริงๆ” นานยาส่ายหน้าแล้วขับรถกลับบ้านเช่าของเธอ เพราะคฤหาสน์ของอดีตองคมนตรีถูกยึดไปแล้ว
**************************************************
ณ พระราชวัง
ขุนนางทุกคนรวมถึงศรันญาถูกเชิญให้มางานหมั้นระหว่างองค์รัชทายาทกับพิลานี ในระหว่างที่พิธีกำลังดำเนินไป นานยาเดินเข้าไปพบซีนาศเพื่อคุยเป็การส่วนตัว
“มีอะไรกับเรางั้นหรือ” ซีนาศสงสัย
“ฉันเคยช่วยชีวิตคุณไว้ แล้วคุณเคยบอกว่า ฉันสามารถขออะไรก็ได้เพียงหนึ่งข้อ คุณยังจำได้มั้ย ซีนาศ” นานยาทวงถาม
“จำได้ ว่ามาสิ ว่าจะขออะไร” ซีนาศกล่าว
“ในวันพรุ่งนี้ คุณเข้าพิธีแต่งงานกับฉันได้มั้ย” นานยากล่าว
“อะไรนะ ทำไมถึงกล้าขอแบบนี้” ซีนาศใ
“ฉันรู้ ว่าคุณไม่ได้รักฉัน แต่ที่ฉันทำแบบนี้ก็เพื่อขอที่ยืนในสังคมก็เท่านั้นเอง พวกเราแต่งงานแต่เพียงในนามก็ได้นี่” นานยากล่าว
ซีนาศรู้สึกผิดที่ไม่อาจช่วยเหลือครอบครัวของนานยาได้เลย อีกทั้งเขาสงสารนานยามากเพราะตอนนี้เธอขาดที่พึ่งจริงๆ เลยยอมตอบตกลง “ก็ได้ แต่พวกเราแต่งแค่เพียงในนามเท่านั้นนะ เพราะเราคิดกับเธอแค่น้องสาวคนนึง”
“ฉันเข้าใจ ขอบคุณมาก” นานยากล่าวอย่างซึ้งใจ
ซีนาศและนานยาเดินกลับเข้าไปในงาน จนกระทั่งได้รับประทานอาหารจัดเลี้ยง เมื่ออยู่ในกลุ่มทหารองครักษ์ ต่อหน้าศรันญา องค์รัชทายาทและพีลานี ซีนาศเลยประกาศทันที
“ในพรุ่งนี้เราจะเข้าพิธีแต่งงานกับนานยา พวกเราขอเชิญทุกคนด้วยนะ” ซีนาศกล่าว
ศรันญาได้ยินดังนั้น น้ำตาของเธอก็ไหลออกมาเอง ตอนนี้เธอเริ่มรู้ตัวแล้วว่า เธอมีใจให้กับซีนาศไปแล้ว พอได้ยินว่าเขาจะแต่งงานกับหญิงอื่น เธอจึงรู้สึกเสียใจอย่างบอกไม่ถูก ศรันญาพยายามเก็บความรู้สึกนี้ไว้ เลยขอตัวทุกคนไปห้องน้ำทันที
นานยาขอตัวไปห้องน้ำด้วยเช่นกัน เธอเดินตามไปก็เห็นศรันญาร้องไห้อยู่หน้ากระจกแล้วพยายามจะล้างหน้าที่อ่างล้างมือ
“ที่แท้เธอก็รักซีนาศเข้าแล้วสินะ” นานยาพูดตรงๆ
“เปล่านี่” ศรันญากล่าว
“ยังจะปากแข็งอีก ความจริงแล้วฉันกับซีนาศแต่งงานกันแต่เพียงในนามน่ะ พวกเราไม่ได้รักกันหรอก และประเพณีที่นี่ ผู้ชายสามารถมีภรรยาได้หลายคนนะ” นานยากล่าว
“ฉันคงไม่กลับมาเหยียบที่นี่อีกแล้วล่ะ อย่าห่วงความรู้สึกฉันเลย เื่ระหว่างฉันกับซีนาศไม่อาจเป็จริงได้หรอก ฉันไม่มีทางทิ้งแม่ให้อยู่คนเดียวได้” ศรันญากล่าว
“เอาเถอะ ในเมื่อเธอตัดสินใจแล้วนี่ แต่ฉันมีเื่จะขอในฐานะเพื่อน” นานยากล่าว
“ว่ามาสิ” ศรันญากล่าว
“ก่อนพิธีแต่งงาน เธอมาอวยพรฉันที่ห้องแต่งตัวจะได้มั้ย ถ้าเธอยังเห็นฉันเป็เพื่อนอยู่” นานยากล่าว
“แต่ฉันต้องเดินทางกลับไทยแล้วนะ” ศรันญาแย้ง
“พิธีแต่งงานจัดเช้า เธอออกเดินทาง่สายๆไม่ใช่หรอ” นานยากล่าว
“อย่างนั้นก็ได้ แต่ฉันไม่อยากเจอซีนาศ” ศรันญากล่าวตามตรง
“ซีนาศไม่อยู่ในห้องแต่งตัวผู้หญิงหรอก” นานยากล่าว
“ฉันรับปาก พรุ่งนี้จะไปอวยพรก็แล้วกัน” ศรันญากล่าว
“ขอบใจมาก ศรันญา” นานยากล่าวยิ้มๆ
ศรันญากับนานยาเดินกลับเข้าไปในงานเลี้ยง ทั้งคู่ทำตัวให้เป็ปกติมากที่สุด แต่หลังจากนั้นศรันญาพยายามหลบเลี่ยงไม่ยอมพบหน้าซีนาศเลย พอถึงที่ตำหนักองค์รัชทายาทแล้ว ศรันญารีบขอตัวไปเก็บของทันที
ซีนาศอยากจะอธิบายเื่ราวทั้งหมด แต่ก็ไม่มีโอกาสเลย เขารู้สึกว่าศรันญาคอยแต่หลบหน้าเขา แม้กระทั่งมื้อเย็นก็ไม่มาทานด้วยกัน อ้างว่าไม่สบาย องค์รัชทายาททรงสั่งให้สาวใช้ยกอาหารไปให้ที่ห้องพักของศรันญา
เพราะงานแต่งกระชั้นชิดเกินไป ซีนาศเองก็ต้องจัดเตรียมงานทันที เลยไม่มีเวลาไปเยี่ยมศรันญา
**************************************************
ณ งานแต่งงาน พิธีจัดอย่างสมเกียรติ เพราะไม่อยากให้นานยารู้สึกว่าตนเองต่ำต้อย
ซีนาศแอบเสียดายที่ตัวเขายังไม่ได้ล่ำลาศรันญาเลยสักคำ เธออ้างว่าจะต้องเตรียมสัมภาระ แล้วเตรียมออกเดินทาง
“ท่านซีนาศครับ คุณศรันญาฝากจดหมายและกล่องนี้มาให้ครับ” ทหารองครักษ์กล่าวพร้อมยื่นของให้
ซีนาศกำลังจะเปิดอ่าน แต่ทหารเข้ามาเรียกพอดี เลยจำต้องเก็บจดหมายและกล่องลึกลับนี้ไว้กับตัว
ซีนาศเดินไปต้อนรับแเื่ด้วยตนเอง ในขณะนี่เ้าสาวยังแต่งตัวไม่เสร็จ
และแล้วพิธีแต่งงานก็เริ่มขึ้น ทุกคนในงานแต่งพากันแปลกใจว่าเหตุใดเ้าบ่าวถึงตาเขียวปั๊ดแบบนั้น แต่ไม่มีใครกล้าถาม ในขณะที่เ้าสาวที่มีผ้าคลุมใบหน้า เธอมีท่าทางอ่อนเพลียเดินเหมือนไม่ค่อยมีเรี่ยวแรง
พิธีงานแต่งของประเทศลาคานินจัดง่ายมาก ทำเพียงแค่แลกแหวนเท่านั้น นั่นก็เสร็จพิธี
ซีนาศไม่อยากเสียเวลามากเขาเลยรีบจับมือหญิงสาวแล้วสวมแหวนแต่งงานที่นิ้วนางข้างซ้ายทันที ในขณะที่นานยาซึ่งไม่มีแรงยกแขน เพื่อนเ้าสาวเลยยื่นแหวนให้เ้าบ่าวไปสวมเอง
ซีนาศสงสัยว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเ้าสาวของเขา เขาเลยรีบเปิดผ้าคลุมก็พบว่า หญิงตรงหน้า คือ ศรันญา
“ทำไมถึงเป็คุณล่ะ ศรันญา มันเกิดอะไรขึ้น” ซีนาศใ
ทุกคนในงานพากันอึ้งที่เ้าสาวไม่ใช่นานยา
ศรันญาทำท่าจะพูดแต่พูดแล้วไม่มีเสียง
ซีนาศนึกขึ้นได้จึงรีบอ่านจดหมายทันที
ถึง พี่ซีนาศ
น้องสาวคนนี้ขอมอบของขวัญให้ นั่นก็คือ ศรันญา ฉันรู้ว่าเธอคือคนที่พี่รัก เพราะพี่ยอมมอบสร้อยประจำตัวให้กับเธอ ฉันต้องขอโทษด้วยที่ต้องวางอุบายเช่นนี้ มันเป็ทางเดียวที่ศรันญาจะได้แต่งงานกับพี่ ส่วนฉันก็จะได้สวมรอยเป็เธอเพื่อออกเดินทางไปประเทศไทยอย่างง่ายดาย ตอนนี้ศรันญาถูกพิษทำให้เป็ใบ้ชั่วคราว ยาแก้พิษอยู่ในกล่องที่ให้พี่ ฉันขอแสดงความยินดีด้วย
รักและเคารพ
นานยา
ซีนาศเปิดกล่องยาแล้วหยิบยาลูกกลอนให้หญิงสาวทันที เพื่อนเ้าสาวรีบนำน้ำมาให้เธอดื่ม
พอศรันญาพูดได้ เธอเลยรีบกล่าวทันที “นานยาหลอกให้ฉันไปที่ห้องแต่งตัว แล้วเธอก็ให้ฉันดื่มเหล้ามงคลเพื่อเป็การอวยพร พอฉันดื่ม ฉันก็หมดเรี่ยวแรงและมีสภาพเป็ใบ้ชั่วคราวค่ะ ตอนนี้นานยาสวมรอยเป็ฉันเดินทางไปไทย คุณรีบไปห้ามเธอเร็วเข้า”
แต่ซีนาศกลับทำตรงกันข้าม เข้าดึงตัวศรันญาเข้าไปกอด พร้อมกับจุมพิตเ้าสาวโดยที่เธอไม่ทันได้ตั้งตัว
ศรันญาพยายามขืนตัวแต่ก็ไร้ผล กว่าซีนาศจะยอมปล่อยก็ใช้เวลานานพอสมควร จนแขกผู้มีเกียรติพากันตบมือแสดงความยินดี เพราะนั่นหมายความพิธีแต่งงานได้เสร็จสมบูรณ์แล้ว
“คุณเป็ภรรยาผมแล้ว ศรันญา พวกเราแต่งงานกันอย่างสมบูรณ์แล้ว” ซีนาศถือโอกาสทันที
“แต่ว่า…” ศรันญาพูดไม่จบ ซีนาศก็อุ้มเ้าสาวไปนั่งรถสปอร์ต เขาขับพาหญิงสาวไปเรือนหอทันที
เมื่อมาถึงเรือนหอ ซีนาศไม่ปล่อยให้ศรันญาพูด เขาจูบภรรยา แล้วอุ้มพาตัวไปที่ห้องหอ
“ฉันยังไม่ได้รับปากแต่งงานกับคุณเลยนะคะ ซีนาศ” ศรันญาพูดเมื่อเขายอมถอนจูบนั้น
“แต่คุณเข้าพิธีแต่งงานแล้ว และทุกคนก็เป็สักขีพยานแล้วด้วย” ซีนาศกล่าว
“ไม่ได้นะคะ ฉันจะต้องกลับประเทศไทย” ศรันญายังคงท้วง
ซีนาศกอดภรรยาแล้วกล่าวว่า “เมื่อผมจัดการเื่ที่นี่เรียบร้อยแล้ว ผมจะพาคุณกลับไทยแล้วไปสู่ขอคุณตามประเพณีไทยนะ”
“แต่ว่า….” ศรันญาพูดไม่จบอีกแล้ว
ซีนาศทั้งจูบทั้งเล้าโลม เขาไม่ยอมปล่อยให้เ้าสาวพูดอะไรได้อีกแล้ว จากงานแต่งเพียงในนามได้กลายเป็งานแต่งที่เขารู้สึกมีความสุขที่สุด ทั้งสองได้เข้าหอกันอย่างสมบูรณ์จนถึงเช้า
ซีนาศนอนกอดภรรยา พอเขาตื่นขึ้นมาก็เห็นภรรยานอนหลับด้วยท่าทางอ่อนเพลีย เขาจึงหอมแก้มหญิงสาวก่อนที่จะตื่นไปอาบน้ำแต่งตัว
ศรันญาที่แกล้งนอนหลับ เธอแปลกใจกับงานแต่งสายฟ้าแลบของเธอ มันช่างรวดเร็วมาก เพียงแค่เดินทางมาประเทศลาคานินไม่ถึงเดือน เธอก็มีสามีเป็ตัวเป็ตนไปแล้ว ซีนาศที่อาบน้ำเร็วมาก เขาเห็นศรันญาตื่นมาแล้วมีท่าทางฉุกคิด เขาก็เลยเข้าจูบหน้าผากภรรยา แล้วว่า “ผมไปจัดเตรียมอาหารเช้ามาให้นะ คุณลุกไหวมั้ยที่รัก”
“ไหวค่ะ คุณไปเถอะค่ะ” ศรันญามีท่าทางเขินอาย
ซีนาศเดินออกไปจากห้องด้วยท่าทางอารมณ์ดีจนศรันญานึกหมั่นไส้
**************************************************
ทหารองครักษ์ที่เดินทางกลับประเทศไทยพร้อมนานยา ไม่มีใครสงสัยอะไรเลย เพราะนานยาใช้ผ้าปิดบังใบหน้าไว้ ในฐานะแขกขององค์รัชทายาท จึงไม่มีใครกล้ายุ่งเกี่ยวกับเธอมากนัก จนกระทั่งเครื่องบินส่วนพระองค์บินลงถึงสนามบินอย่างปลอดภัย
นานยารีบแยกตัวออกมาทันที พอมาถึงด่านตรวจคนเข้าเมือง เธอก็ใช้ชื่อนานยา ตามปกติ การที่เธอทำแบบนี้ก็เพราะการออกจากประเทศลาคานินนั้นยาก เพราะมีคนจับตาดูเธออยู่ เธอเลยจำต้องใช้อุบายแบบนี้
นานยามีเป้าหมายว่าจะลองพิสูจน์ว่าเรือนกาญจนามีอยู่จริงหรือไม่ และสามารถขอพรได้จริงหรือเปล่า หลังจากที่นานยาผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองได้ เธอก็รีบเข้าไปในร้านขายหนังสือแล้วซื้อแผนที่ประเทศไทย เพื่อจะเดินไปในป่าลึกลับแห่งนั้น นานยาใช้เวลาเป็วันกว่าจะถึงป่าก็มืดค่ำพอดี นานยาเคยฝึกเป็ทหารองครักษ์หญิง จึงไม่ยากเลยสำหรับการเดินป่า นานยาส่องไฟฉาย นางคิดในใจว่า “จะมีแน่หรอ เดินทางมาไกลถึงเพียงนี้ จะเสียเที่ยวหรือเปล่านะ”
ผ่านไปหนึ่งชั่วโมง นานยาไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง ในที่สุดเธอก็เห็นเรือนกาญจนาที่เหมือนกับเรือนในหนังสือที่ศรันญามอบให้กับเธอจริงๆ
*****************************************************************************************************************************************
ตอนที่ 2
อุไรกล่าวเป็ภาษาอังกฤษ “ฉันรอคุณมานานแล้วค่ะ นานยา”
“คุณรู้จักฉันได้ยังไง พวกเราเพิ่งเจอกันเป็ครั้งแรกนี่ แล้วคุณเป็ใครกันแน่” นานยาสงสัย
“ถ้าคุณอ่านหนังสือเล่มนั้น ก็น่าจะรู้ว่า ฉัน คือ อุไร เป็เ้าที่ที่ดูแลเรือนหลังนี้”
“ที่นี่ขอพรได้จริงหรือ” นานยารีบถาม
“ได้สิ แต่คุณต้องทำอะไรแลกเปลี่ยนกับพรนั้น และหลังจากนี้คุณห้ามแพร่งพรายเื่ราวของเรือนกาญจนาและเื่ที่คุณประสบจากที่นี่ให้คนอื่นรู้เป็อันขาด” อุไรกล่าว
“ได้ ฉันสัญญา ว่าจะไม่ยอมบอกให้ใครรู้” นานยากล่าว
“งั้นตามเข้ามาค่ะ” อุไรเดินนำเข้าไปในเรือน
เมื่อนานยาเข้าไปในตัวบ้านก็พบว่าภายในเป็เหมือนโรงหนังขนาดใหญ่ มีจอหนัง และมีเก้าอี้หนึ่งตัวตั้งอยู่กลางห้อง
“ทำไมภายในตัวบ้านเป็แบบนี้คะ” นานยาแปลกใจ
“คุณจะขอพรอะไรคะ” อุไรถามเข้าประเด็นเลย
“ฉันอยากรู้ว่าทำไมพี่สาวที่แสนดีของฉันถึงแปรเปลี่ยนกลายเป็คนบ้าอำนาจแบบนั้นค่ะ” นานยาอยากรู้ความจริง
“งั้นฉันจะทำให้คุณสมใจก่อน ฉันจะฉายความจริงให้คุณเห็น แล้วค่อยให้คุณทำบางอย่างเพื่อแลกเปลี่ยน” อุไรกล่าว
“คุณไม่กลัวฉันเบี้ยวหรอคะ” นานยาสงสัย
“คุณเคยเป็องครักษ์ในวังมาก่อน คุณจึงกลายเป็คนรักษาสัจจะค่ะ” อุไรกล่าว
“ขอบคุณค่ะ” นานยาพยักหน้าให้
“งั้น เชิญนั่งค่ะ เราจะเริ่มฉายแล้ว” อุไรกล่าว
ภาพที่เห็น ภายในจอภาพเริ่มต้นั้แ่ครั้งสมัยที่องคมนตรีและแม่ของนียาลัสกับนานยาหย่ากันใหม่ๆ ตอนนั้นนียาลัสอายุ 18 ปี ส่วนนานยาอายุเพียง 14 ปี นานยาต้องไปอยู่กับแม่ และต้องแยกจากพ่อและพี่สาว
“ดูแลแม่แทนพี่ด้วยนะ นานยา” นียาลัสกล่าว
“ค่ะ พี่ก็เหมือนกันนะคะ” นานยามีน้ำตาคลอ
นียาลัสกอดน้องสาวอย่างรักใคร่ เธอไม่อยากแยกจากแม่และน้องสาวไปเลย
หลังจากนั้นไม่นาน พระาาได้จัดพิธีหมั้นระหว่างเ้าชายซาลัสซึ่งมีพระชนมายุเพียง 20 พรรษา กับนียาลัสบุตรสาวขององคมนตรีอย่างสมเกียรติ ทุกคนต่างเข้ามาร่วมแสดงความยินดี
หนึ่งเดือนต่อมาพระาาก็ทรงแต่งตั้งให้เ้าชายซาลัสเป็องค์รัชทายาท ทำให้ขุนนางให้ความเคารพยำเกรงนียาลัสมากขึ้น
ในตอนนั้นนียาลัสกับพิลานีเป็เพื่อนสนิทกัน พิลานีพานียาลัสไปเที่ยวชมตำหนักของเ้าชายทาซิส ทั้งสองนั่งตกปลา วาดรูป แต่งกลอน ดูระบำและการแสดงต่างๆ เหมือนที่นานยากับพิวซาชอบไปเป็ประจำ
พิลานีนำน้ำส้มมาให้นียาลัสดื่ม แต่ทว่าไม่น่าเชื่อว่าพิลานีจะกล้าวางยาสลบ ทำให้นียาลัสนอนสลบไสลไม่ได้สติ
นานยาที่ดูภาพในจอถึงกับอึ้งเพราะนึกไม่ถึงว่าพิลานีจะกล้าทำแบบนี้กับพี่สาว แต่ที่ต้องใสุดขีดก็คือ เ้าชายทาซิสที่แสนดีกลับกลายเป็ซาตาน พระองค์ไม่ได้พิการ แถมยังแข็งแรงยิ่งกว่าชายชาตรีทั่วไป พระองค์ทรงเสด็จเข้ามาในห้องพร้อมกับอุ้มนียาลัสไปที่ห้องบรรทมพระองค์
“ขอบใจมากพิลานี เราจะมอบรางวัลให้อย่างงาม” เ้าชายตรัสอย่างพอพระทัย
“เห็นพระองค์ทรงมีความสุข หม่อมฉันก็ดีใจแล้วเพคะ” พิลานีกล่าว
เช้าวันรุ่งขึ้น นียาลัสตื่นขึ้นมา พบว่าตนเองนอนกอดกับเ้าชายทาซิสด้วยสภาพเปลือยเปล่าทั้งคู่
“ทำไม พระองค์ถึงทำแบบนี้เพคะ แล้ว พระองค์ไม่ได้พิการนี่เพคะ” นียาลัสพูดอย่างตื่นตระหนก
“555 เธอเป็ของฉันแล้ว นียาลัส เธอเสียความบริสุทธิ์ไปแล้ว ซาลัสจะได้ของเหลือเดนจากฉันไง” เ้าชายทาซิสตรัสราวกับคนละคน
“พระองค์ทรงเลวที่สุด พระองค์ไม่มีวันสู้เ้าชายซาลัสได้หรอกเพคะ” นียาลัสกล่าวอย่างเจ็บแค้น
เ้าชายทาซิสบีบคอนียาลัสด้วยความโกรธ “อย่าว่าพระสวามีแบบนั้นสิ นียาลัส”
นียาลัสพยายามดึงพระหัตถ์ออกแต่ไม่มีแรง จนเธอแทบหายใจไม่ออก
เ้าชายทาซิสยอมปล่อยพระหัตถ์ออก และยอมตกลงกับนียาลัสแต่โดยดี “เื่ระหว่างเราจะเป็ความลับ ตราบใดที่เธอยอมปกปิดเื่ที่เราไม่ได้พิการให้”
นียาลัสร้องไห้สะอึกสะอื้น แต่เพื่อชื่อเสียงแล้ว เธอก็เลยยอมพยักหน้า “หม่อมฉันจะปกปิดเป็ความลับเพคะ”
“ดีมาก ที่รัก แต่เราขอประทับตราก่อนนะ” เ้าชายกล่าวพร้อมกับตรัสเรียกสาวใช้ “วาริน เข้ามาได้”
“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ อย่า” สาวใช้จับนียาลัสมัดติดเก้าอี้หันหน้าเข้ากับพนักพิง โชว์แผ่นหลังอันขาวนวลเพื่อรอการสัก
“สักนิดเดียวเอง ไม่เจ็บหรอก นียาลัส” เ้าชายทาซิสตรัส
ตอนนี้นียาลัสถูกจับมัด เอาผ้ามารัดปาก เพื่อสักตราประจำของเ้าชายทาซิส ซึ่งเป็รูปงูเห่าไว้ที่หลัง
นียาลัสน้ำตาไหลไม่ขาดสายทั้งเจ็บกาย ทั้งเจ็บใจ รู้สึกแค้นใจมากแต่ไม่อาจทำอะไรได้
“ทำไมเ้าชายทาซิสทรงเลวแบบนี้ล่ะ อุไร เขาหลอกทุกคนว่าตนเองพิการ แถมรังแกผู้หญิงที่ไร้ทางสู้อีก” นานยาที่มองจอภาพเริ่มวิจารณ์
“ชมต่อเถอะนะคะ” อุไรกล่าว
หลังจากช่างสักให้เรียบร้อย พิลานีเดินเข้าไปเยาะเย้ยเพื่อนสาว “เป็ไงล่ะ นางพญานียาลัส สุดท้ายเธอก็เป็ได้แค่นางบำเรอของเ้าชายทาซิสเท่านั้น เธอนั้นไม่คู่ควรกับองค์รัชทายาทอีกแล้ว แต่ฉันเห็นแก่เธอที่พวกเราเคยเป็เพื่อนกัน ฉันจะช่วยปกปิดให้ก็แล้วกันนะ”
นียาลัสยังคงพูดอะไรไม่ได้ เธอนึกไม่ถึงว่าเพื่อนที่เธอคบมานานจะกล้ารวมหัวกับเ้าชายทาซิสทำร้ายเธอถึงเพียงนี้
“เจ็บใจฉันมากล่ะสิ นียาลัส เธอเหนือฉันในทุกเื่ แต่ตอนนี้เธออยู่ในสภาพไร้ค่าแล้ว 555” พิลานีหัวเราะเยาะ
“พอแล้วน่า พิลานี พูดแบบนี้ เมียฉันก็เสียใจแย่” เ้าชายทรงสั่งสาวใช้พานียาลัสไปแต่งตัว และสั่งทหารให้พาตัวนียาลัสไปส่งที่คฤหาสน์ขององคมนตรี
นียาลัสอยากตายมาก เธอรู้สึกเหมือนสูญเสียทุกอย่างไป ตอนนี้เธอวิ่งไปที่ห้องนอนแล้วร้องไห้จนแทบจะไม่เหลือน้ำตา นียาลัสหยิบมีดสั้นจากลิ้นชักหมายจะกรีดข้อมือฆ่าตัวตาย นียาลัสกำลังจะกรีด แต่แล้วเธอก็ตัดสินใจโยนมีดทิ้ง
“ไม่ ฉันจะยอมแพ้ไม่ได้ สักวันฉันจะแก้แค้นพวกเธอให้สาสม” นียาลัสกล่าวอย่างเจ็บแค้น
นียาลัสลุกไปเข้าห้องน้ำเพื่อล้างหน้าล้างตา แล้วรีบขับรถออกไปข้างนอกเพื่อไปซื้อยาคุมฉุกเฉิน
ั้แ่นั้นมา นียาลัสเห็นพิลานีและเ้าชายทาซิสเป็ศัตรู และทำทุกอย่างเพื่อคอยสนับสนุนองค์รัชทายาท ร่วมมือกับซีนาศปกป้องพระองค์
**************************************************
สองปีต่อมา แม่ของนียาลัสและนานยาเสียชีวิตอย่างกะทันหัน ทำให้นานยาต้องลาออกจากการเป็องครักษ์หญิง แล้วย้ายกลับไปอยู่กับพ่อและนียาลัสตามเดิม
นานยาสนิทกับพิวซามาก ทั้งสองเบื่อหน่ายเื่การเมืองการปกครอง ดังนั้นจึงพากันไปพักผ่อนหย่อนใจที่ตำหนักของเ้าชายทาซิสเป็ประจำ
นียาลัสกลัวว่าน้องสาวจะถูกทำร้ายเหมือนกับตนจึงพยายามห้ามปรามนานยาไม่ให้ไปตำหนักเ้าชายโฉดชั่วคนนั้น แต่นานยาไม่เคยฟังเธอเลย ทำให้สองพี่น้องบาดหมางด้วยเื่นี้ถึงขั้นทะเลาะกันเป็ประจำ พ่อจึงกล่าวว่าให้ต่างคนต่างอยู่ห้ามยุ่งเกี่ยวกันอีก
นียาลัสหมดปัญญาจะห้ามน้องสาวเลยแอบส่งทหารองครักษ์คอยคุ้มกันน้องสาวอยู่ห่างๆ
จนกระทั่งถึงวันที่องค์ราชินีทรงประชวร พระาาจึงมีรับสั่งให้นียาลัสเข้าไปถวายการดูแล คอยจัดยาให้องค์ราชินีในฐานะว่าที่พระชายาขององค์รัชทายาท
และแล้วก็มาถึงวันที่นียาลัสถึงคราวเคราะห์ เ้าชายทาซิสทรงมีแผนการชั่วร้ายเลยรีบโทรหานียาลัสทันที
“ว่ายังไงที่รัก” เ้าชายทาซิสตรัส
“พระองค์ทรง้าอะไรอีกเพคะ” นียาลัสรีบถามโดยไม่อ้อมค้อม
“เราคิดถึงภรรยา ผิดด้วยงั้นหรือ” เ้าชายทรงแกล้งเย้า
“ไม่ต้องทำเป็แสร้งพูดเช่นนั้นหรอกเพคะ มีอะไรก็ว่ามาเถอะ” นียาลัสกล่าว
“เราเห็นนานยาก็คิดถึงเธอมาโดยตลอด เราก็เลยจะทำให้นานยาเป็เมียบำเรอด้วยอีกคน” เ้าชายทาซิสตรัส
“อย่ายุ่งกับน้องสาวของหม่อมฉันนะเพคะ” นียาลัสกล่าวเพราะห่วงน้อง
“เราไม่ยุ่งก็ได้ แต่มีข้อแม้ เธอต้องมาหาเราตอนนี้” เ้าชายตรัส
“ไม่มีทางเพคะ” นียาลัสกล่าว
“ตามใจนะ เธอก็รู้นี่ว่านานยาโง่มากเพียงใด หลงเชื่อเราทุกเื่ การหลอกขืนใจมันง่ายเสียยิ่งกว่าพลิกผ่ามือเสียอีก” เ้าชายทาซิสตรัสขู่
“ได้ หม่อมฉันจะไปหาพระองค์เดี๋ยวนี้เพคะ” นียาลัสจำใจต้องไปเพื่อปกป้องน้องสาว
นียาลัสรีบสั่งสาวใช้ให้จัดยาให้องค์ราชินีอย่างเคร่งครัด และป้องกันไม่ให้ผู้อื่นแอบลอบทำร้ายหรือวางยาพิษพระองค์เด็ดขาด
แต่แล้วเมื่อนียาลัสขับรถไปที่ตำหนักเ้าชายทาซิส พิลานีจึงทำการแอบลอบเข้าไปในห้องปรุงยาแล้ววางยาพิษทันที
นียาลัสเป็ห่วงน้องสาวมากเลยยอมไปพบเ้าชายทาซิสแต่โดยดี เ้าชายทรงดีพระทัยมากเลยรีบอุ้มนียาลัสไปที่ห้องบรรทม เ้าชายรีบวางหญิงสาวที่เตียงพร้อมรีบเล้าโลมจูบไปทั่วอย่างหิวกระหาย เสมือนเสือกำลังตะครุบเหยื่อก็ไม่ปาน
นียาลัสพยายามขัดขืน แต่พอเ้าชายตรัสว่า “ถ้าไม่ยอมแต่โดยดี คืนนี้น้องสาวเธอหนีไม่พ้นแน่”
นียาลัสน้ำตาไหล เธอเลยจำต้องยินยอมมีอะไรกับเ้าชายทาซิสทั้งคืน
เช้าวันรุ่งขึ้น เ้าชายทาซิสหอมแก้มนียาลัสแล้วคลายอ้อมกอด เพื่อปล่อยเธอไป
“เมื่อคืน เรามีความสุขมากเลยนะ เราอยากพบเธออีกจริงๆ” เ้าชายตรัส
“จะไม่มีวันนั้นอีกแล้วเพคะ” นียาลัสกล่าวทั้งน้ำตา
“ตามใจ เราไปก่อนนะที่รัก 555” เ้าชายตรัสอย่างสะใจ
เสียงหัวเราะยังคงดังกึกก้องไปทั่วห้อง สักพักมือถือหญิงสาวก็ดัง
“แย่แล้วค่ะ คุณนียาลัส องค์ราชินีทรงถูกวางยาพิษ พระองค์สิ้นพระชนม์แล้วค่ะ” สาวใช้รายงาน
“เราจะรีบไปเดี๋ยวนี้ล่ะ” พอวางสาย นียาลัสรีบไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วขับรถไปพระราชวังทันที ในใจนียาลัสคิดว่า “แย่แล้ว เสียรู้ซะแล้ว ที่แท้ก็เป็แผนการของเ้าชายทาซิส ฉันนี่ช่างโง่จริงๆ”
**************************************************
พอไปถึงพระราชวัง นียาลัสถูกจับกุมทันทีโดยไม่รอฟังคำอธิบายใดๆทั้งสิ้น เพราะตอนนี้องค์ราชินีแห่งลาคานินได้สิ้นพระชนม์ไปแล้ว
องคมนตรีจึงรีบไปเยี่ยมลูกสาวที่คุกทันทีเพื่อฟังคำอธิบาย
นียาลัสเห็นว่าตนคงไม่รอดแล้ว เลยเล่าเื่ราวทุกอย่างให้พ่อฟัง องคมนตรีแค้นใจมากจะไปแก้แค้นเ้าชายทาซิสที่ทำร้ายลูกสาว แต่ถูกนียาลัสห้ามไว้
“ตอนนี้พระาาทรงส่งคนจับตาดูพ่ออยู่นะคะ อย่าทำอะไรผลีผลามเด็ดขาด” นียาลัสเตือน
“พ่อเข้าใจแผนการแล้ว เ้าชายทาซิส้าให้องค์รัชทายาทติดร่างแหไปด้วย” องคมนตรีกล่าว
“จะเป็ไปได้ยังไงคะ ยังไงองค์รัชทายาทก็เป็พระโอรสขององค์ราชินีคนนึง” นียาลัสสงสัย
“อาจเป็เพราะองค์ราชินีทรงรักเ้าชายทาซิสมาก และมีบ่อยครั้งที่องค์ราชินีทรงไม่พอใจองค์รัชทายาท นี่อาจทำให้ฝ่าาทรงเชื่อว่าองค์รัชทายาทยอมกำจัดพระมารดาของตนเองเพื่อรักษาอำนาจ” องคมนตรีคาดการณ์
“แล้วจะทำยังไงดีล่ะคะพ่อ” นียาลัสถาม
“ลูกเสียสละยอมรับผิดแต่เพียงผู้เดียวได้มั้ย” องคมนตรีถาม
“ลูกยอมค่ะ ลูกรู้ดีว่าคงยากที่จะหาหลักฐานมาแก้ต่างจริงๆ” นียาลัสเตรียมใจไว้แล้ว
“ขอบใจมากลูก ที่ลูกยอมเสียสละ” องคมนตรีกล่าว
“ลูกอยากพบน้องสาวค่ะพ่อ” นียาลัสอยากสั่งเสียกับน้อง
“นานยาเดินทางไปขอความช่วยเหลือจากองค์รัชทายาทแล้ว” องคมนตรีกล่าว
“ต้องรีบห้ามเธอไว้นะคะ” นียาลัสกล่าว
“พ่อห้ามไม่ทันจริงๆ” องคมนตรีกล่าว
“งั้นลูกขอเขียนจดหมายส่งถึงซีนาศค่ะ” นียาลัสกล่าว
“อะนี่ กระดาษกับปากกา รีบหน่อยนะ พ่อเข้ามานานแล้ว” องคมนตรีแอบส่งกระดาษกับปากกาให้
“ค่ะพ่อ” นียาลัสรับมาก็รีบเขียนทันที
องคมนตรีรับจดหมายของลูกแล้วรีบดำเนินการสั่งคนของนียาลัสเดินทางส่งสารถึงซีนาศเป็การเร่งด่วน
แต่พิลานีส่งคนคอยติดตามองคมนตรีมาโดยตลอดจึงรู้ว่า มีการส่งสารลับ ดังนั้นพิลานีจึงส่งนักฆ่าไปกำจัดสาวใช้ผู้นั้นทันที
สาวใช้คนนั้นสวมชุดดำพยายามหลบหนี แต่พลาดถูกมีดสั้นอาบยาพิษ แต่ด้วยความจงรักภักดี สาวใช้จึงฝืนใจเดินทางไปพบซีนาศถึงที่ค่ายขององค์รัชทายาท โชคดีที่ส่งสารสำเร็จ แต่ทว่าพิษแล่นเข้าสู่หัวใจแล้ว นางจึงขาดใจตายหลังจากส่งสารให้ซีนาศแล้ว
ซีนาศรีบดำเนินการประชุมลับห้ามไม่ให้ทุกคนบอกข่าวกับองค์รัชทายาท ส่วนตัวเองรีบไปขัดขวางไม่ให้นานยาทำเสียแผน
และแล้วเื่ราวต่างๆก็จบเพียงเท่านี้ หนังได้ฉายจบไปแล้ว
นานยารู้สึกเหมือนตนเองโง่มาก และกลายเป็ตัวปัญหาที่ทำให้พ่อและพี่สาวเสียแผนการอยู่เสมอ เธอคุกเข่าไปที่พื้นพร้อมกับร้องไห้และะโว่า “ขอโทษค่ะพี่ เพราะฉัน เพราะฉันคนเดียว ทุกอย่างมันเป็เพราะฉัน ไม่งั้นพี่คงไม่ต้องตาย ฮือฮือ”
“คุณแค่ไม่รู้ธาตุแท้ของพวกเขาเท่านั้นเอง คุณไม่ผิดหรอกค่ะ นานยา นี่มันเป็ชะตากรรมและมันก็เป็อดีตไปแล้ว พวกเราไม่อาจย้อนกลับไปแก้ไขใดๆได้อีกแล้ว หักห้ามใจเสียเถิดนะคะนานยา” อุไรพยายามปลอบ
นานยาปาดน้ำตา แล้วกล่าวทันทีว่า “คุณจะให้ฉันทำอะไร บอกมาได้เลยค่ะ”
“ฉันจะพาคุณเข้าไปในอีกมิติหนึ่ง เมื่อคุณเข้าไป คุณจะเห็นเมืองเมืองหนึ่ง ซึ่งเมืองนี้กำลังจะสร้างปราสาท ประชาชนของเมืองนี้ได้เลือกผู้มีสิทธิเป็ผู้นำไว้จำนวน 9 คน และเมื่อรวมคุณด้วยก็จะเป็ 10 คนพอดี กติกาของการเลือกผู้นำก็คือ ทุกวันจะมีการเลือกผู้นำด้วยวิธีจับฉลาก แล้วทุกคนจะต้องเชื่อฟังคำสั่งของผู้นำคนที่ได้รับเลือกคนนั้น ที่สำคัญคนที่เป็ผู้นำนอกจากจะมีอำนาจในการสั่งการแล้ว ยังสามารถเปลี่ยนกติกาและกฎหมายได้ด้วยค่ะ” อุไรอธิบาย
“ผู้นำมีหน้าที่อะไรคะ” นานยาถามเพื่อความแน่ใจ
“คุมชาวบ้านให้สร้างปราสาทจนเสร็จค่ะ” อุไรกล่าว
“เอาล่ะค่ะ คุณพาฉันไปที่มิตินั้นได้เลยค่ะ” นานยากล่าว
อุไรเดินนำนานยาไปที่ประตูบานหนึ่ง เมื่อเปิดประตูก็พบเมืองยุคเก่าทันที
“คุณเข้าไปประชุมผู้นำเพื่อทำการจับฉลากเลือกผู้นำเถอะค่ะ” อุไรกล่าว
วันแรกของการทำงานเป็ผู้นำ วันนี้กรรมการได้จับฉลากเลือกนายสีอินซึ่งเป็ชายวัยฉกรรจ์เป็ผู้นำ
ชาวบ้าน นานยาและสมาชิกผู้มีสิทธิ์ได้รับเลือกเป็ผู้นำคนอื่นๆจึงต้องไปทำงานก่อสร้าง สีอินรีบสั่งการให้ทหารมาคุมงานให้ทุกคนทำงานก่อสร้างทันที
แต่ทว่าสีอินเป็คนไร้ความเมตตาปราณี จึงสั่งให้ทุกคนทำงานหามรุ่งหามค่ำ หากใครอู้ก็สั่งให้ทหารใช้แส้ฟาดไปที่ตัวคนคนนั้น นานยาพยายามจะเดินเข้าไปห้าม แต่ถูกทหารกันเอาไว้เลยทำอะไรไม่ได้เลย กว่าที่ทุกคนจะได้ทานข้าว ตะวันก็ตกดินพอดี ในเวลานี้สภาพร่างกายของทุกคนเหนื่อยมาก รู้สึกอ่อนล้าไร้เรี่ยวแรง
เช้าวันที่สอง กรรมการได้จับฉลากขึ้นมาใหม่ แต่กลับจับได้เป็นายสีอินตามเดิม ทั้งชาวบ้านและคนที่มีสิทธิ์รับเลือกเป็ผู้นำคนอื่นๆต่างพากันผิดหวังไปตามๆกัน กลายเป็ว่าในวันนี้ทุกคนต้องอดทนทำงานหามรุ่งหามค่ำอีกแล้ว ใครอู้ก็ถูกเฆี่ยน สถานการณ์ตึงเครียดมากจนกระทั่งมีชาวบ้านบางคนทนไม่ไหวเลยเข้าโจมตีทหารที่เฆี่ยน แต่ทว่าทหารมีอาวุธและมีกำลังมากกว่า กลุ่มชาวบ้านพวกนั้นจึงถูกจับกุมไปขังคุกไว้ทันที นานยาช่วยอะไรไม่ได้เลย เธอทำได้เพียงเฝ้าภาวนาว่าพรุ่งนี้จะเปลี่ยนเป็ผู้นำคนใหม่เสียที
เช้าวันที่สาม คราวนี้ได้เปลี่ยนผู้นำเสียที ทุกคนพากันร้องเฮลั่นพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ลีพานซึ่งเป็ผู้นำในวันนี้ได้ทำการปรับเปลี่ยนรูปแบบการปกครองใหม่ เขาได้ออกกฎใหม่โดยไม่ใช้ความรุนแรง แต่ใช้ระบบการให้รางวัลแทน ถ้าผู้ใดก็ตามทำงานได้ผลงานเยอะก็จะได้รับอาหารและรางวัลตามเนื้องาน หากใครทำได้น้อยก็จะได้รับอาหารเพียงน้อยนิดเท่านั้น แรกๆชาวบ้านก็รู้สึกยินดีเพราะไม่มีระบบการเฆี่ยนตีอีกแล้ว แต่พอถึงเวลารับประทานอาหารเท่านั้นแหละ ชายฉกรรจ์ร่างกายแข็งแรงได้รับอาหารอย่างอิ่มหมีพลีมันพร้อมกับรางวัลเป็ทรัพย์สินเงินทอง ในขณะที่คนชรา เด็กและผู้หญิงต่างได้รับอาหารกันคนละนิดคนละหน่อย คราวนี้แหละชาวบ้านเริ่มพากันโวยเพราะเริ่มแสดงให้เห็นถึงความไม่ยุติธรรมสำหรับผู้ที่มีกำลังอ่อนแอกว่า
เช้าวันที่สี่ สมยศได้เป็ผู้นำ เขาได้พัฒนาความคิดจากลีพาน ตอนนี้เขาได้คัดเลือกเฉพาะชายฉกรรจ์เท่านั้น ส่วนเด็ก คนชราและผู้หญิงไม่ต้องทำงาน แต่ส่วนแบ่งอาหารของผู้อ่อนแอกว่าก็ได้เพียงน้อยนิดเท่านั้น ดังนั้นนานยาซึ่งเป็ผู้หญิงจึงไม่ได้ทำงาน เธอรู้สึกไม่เห็นด้วยกับการปกครองของสมยศ นานยาเริ่มคิดอยากจะเป็ผู้นำบ้างเพื่อพัฒนารูปแบบการปกครอง
ตัวปราสาทเริ่มก่อเป็รูปเป็ร่างมากขึ้น แต่ประชาชนพากันตึงเครียด ชายฉกรรจ์ที่ทำงานหนักก็เริ่มอ่อนล้า เพราะพวกเขาต้องทำงานหนักทุกวันแทบไม่ได้พักเลย
และแล้วเช้าวันใหม่ก็มาถึง วันนี้เป็วันที่ 5 ประชาชนกลับพากันภาวนาขอให้ได้ผู้นำที่ดีกว่านี้ วันนี้กรรมการจับได้เป็ชื่อนานยา ทุกคนพากันเงียบเพราะไม่แน่ใจว่าผู้นำคนนี้จะเป็เช่นไร
นานยาเดินไปข้างหน้าแล้วประกาศกับทุกคนว่าจะเปลี่ยนกติกาใหม่ ต่อไปการคัดเลือกผู้นำจะใช้วิธีการประลองฝีมือ หากใครสู้ชนะนานยา จะยินยอมให้ผู้นั้นเป็ผู้นำ หลังจากนั้นจึงประกาศว่า ต่อไปการก่อสร้างจะแบ่งหน้าที่กันตามความเชี่ยวชาญ และใช้วิธีแบ่งงานกันทำและจะให้ทุกคนช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ฝ่ายหญิงที่ยังสาวก็ช่วยผสมวัตถุดิบ ไม่ต้องถึงขั้นแบกหาม ส่วนคนชราและเด็กก็ช่วยกันทำกับข้าว เพื่อให้อาหารเพียงพอสำหรับทุกคนได้อิ่มหนำ ชาวบ้านจะได้ไม่เหน็ดเหนื่อยมากจนเกินไป
สุดท้ายการทำงานก็ดำเนินไปด้วยดี ตกกลางคืนก็มีการชมการแสดงเล็กๆน้อยๆ เพื่อไม่ให้ทุกคนเครียดจนเกินไป
วันถัดมา อีกผู้มีสิทธิ์ได้รับเลือกเป็ผู้นำจำนวนเก้าคนพยายามต่อสู้กับนานยา แต่สู้ไม่ได้เพราะทั้งเก้าคนไม่มีทักษะการต่อสู้เลยแม้แต่คนเดียว ดังนั้นนานยายังคงเป็ผู้นำ ชาวบ้านก็รู้สึกโล่งใจมากขึ้น เพราะเริ่มพอใจการทำงานแบบนั้น
ห้าวันผ่านไป ปราสาทก็สร้างเสร็จสมบูรณ์เสียที จนวันสุดท้ายชาวบ้านก็พากันจัดงานรื่นเริงเพื่อขอบคุณนานยา
ตอนนี้นานยารู้สึกซึ้งใจที่ชาวบ้านยอมรับในตัวเธอ และดีใจที่สามารถแก้ปัญหาเื่การสร้างปราสาทในเมืองนี้ไปได้
“เป็อย่างไรบ้างคะ นานยา ตอนนี้คุณเข้าใจความรู้สึกของพี่สาวแล้วหรือยัง” อุไรถาม
“หมายความว่ายังไงคะ” นานยาสงสัยว่ามันเกี่ยวข้องกันได้ยังไง
“คุณเองก็อยากเป็ผู้นำ ไม่เช่นนั้นคงไม่เปลี่ยนกติกาแบบนั้น” อุไรกล่าว
“ใช่ค่ะ ฉันยอมรับว่าฉัน้าเป็ผู้นำและ้าอำนาจจริงๆ ฉันไม่้าให้ชาวบ้านเดือดร้อนไปมากกว่านี้ ว่าแต่มันเกี่ยวกับพี่สาวฉันได้ยังไงคะ” นานยายังคงถาม
“พี่สาวคุณยอมทำทุกอย่างก็เพื่อ้าสนับสนุนผู้นำที่จะปกครองประชาชนลาคานินให้อยู่ดีมีสุข ซึ่งก็เหมือนจุดมุ่งหมายของคุณในตอนนี้ใช่มั้ยคะ” อุไรกล่าว
“แต่ฉันไม่รู้นี่คะ ว่าองค์รัชทายาทจะสามารถปกครองประเทศและทำเพื่อปวงประชาจริงหรือเปล่า” นานยากล่าว
“แล้วทำไมคุณไม่พิสูจน์เองล่ะคะ มันยังดีกว่าที่คุณวิ่งหนีไม่ยอมรับรู้อะไรเลยแบบนี้” อุไรกล่าว
“แต่ฉันเบื่อการแก่งแย่งอำนาจชิงดีชิงเด่นกันนี่คะ” นานยากล่าวเพราะคิดว่าผลสุดท้ายก็เหลือเพียงความว่างเปล่า
“เื่ของอำนาจ มันขึ้นอยู่กับผู้ใช้อำนาจต่างหากล่ะคะ จริงอยู่อำนาจเปรียบเสมือนดาบสองคม หากผู้นำใช้อำนาจตามหลักคุณธรรมและกระทำเพื่อปกครองปวงประชาให้อยู่อย่างสงบสุข มันก็เกิดคุณประโยชน์อันยิ่งใหญ่ แต่หากผู้นำคนนั้นหลงในอำนาจและยอมทำทุกอย่างตามความ้าของตนเองโดยไม่สนใจปวงชน อำนาจของผู้นำเลวนั้นก็ก่อให้เกิดโทษค่ะ ดังนั้นสิ่งสำคัญนั่นก็คือการเลือกผู้นำที่ดีมาปกครองประเทศ” อุไรกล่าวยืดยาว
“เอาล่ะคะ ฉันเข้าใจแล้ว พี่สาวฉันเชื่อว่าองค์รัชทายาททรงเป็ผู้นำที่ดี เลยสนับสนุนและปกป้องพระองค์อย่างเต็มที่ แม้จะต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม เื่สานต่ออุดมการณ์ของพี่สาว เอาไว้ฉันค่อยพิจารณาภายหลังก็แล้วกัน เพราะฉันไม่รู้จักองค์รัชทายาทเลยแม้แต่น้อย” นานยากล่าว
“เอาล่ะค่ะ ทุกอย่างจบสิ้นแล้ว อย่าลืมสัญญานะคะ ว่าคุณจะเก็บเื่เรือนกาญจนาเป็ความลับ” อุไรกล่าวย้ำ
“ฉันสัญญาค่ะ” นานยากล่าวอย่างจริงจัง
“งั้นพวกเราออกไปจากเรือนหลังนี้ดีกว่าค่ะ ขอให้คุณเดินทางกลับลาคานินอย่างปลอดภัย” อุไรกล่าว
นานยากลับไปที่พักในโรงแรม เพราะในมิติโลกมนุษย์นั้น ระยะเวลาผ่านไปเพียงแค่สองวันเท่านั้น ดังนั้นนานยาจึงถือโอกาสท่องเที่ยวไทยก่อนที่จะกลับไปประเทศลาคานิน
**************************************************
ณ ประเทศลาคานิน
ตอนนี้นานยาเข้าใจพี่สาวแล้ว เธอก็เลยแอบไปที่คฤหาสน์ของอดีตองคมนตรีซึ่งตอนนี้กำลังจะถูกยกให้ผู้อื่น นานยารีบไปที่ห้องลับเพื่อสานต่องานของพี่สาว เธอสวมชุดดำปกปิดใบหน้า โชคดีที่คฤหาสน์ไม่มีใครมาเฝ้าหรือมีเวรยามป้องกันใดๆ
นานยาเดินเข้าไปในห้องลับก็เห็นสมุดไดอารี่พร้อมกับจดหมายจริงๆตามที่พี่สาวสั่งเสีย เธอเลยรีบเปิดอ่านทันที
ถึง นานยาน้องรัก
หากน้องได้เห็นจดหมายฉบับนี้ นั่นหมายความว่าพี่คงจากโลกนี้ไปแล้ว แล้วตัวเธอก็คงยอมรับความคิดของพี่แล้ว จึงยอมทำงานสานต่อพี่ เธอคงเห็นธาตุแท้ของเ้าชายทาซิสแล้วสินะ พระองค์ทรงคิดการใหญ่ หวังประเทศและยอมทำทุกวิถีทางเพื่อเอาชนะองค์รัชทายาท การที่พระองค์ทรงแกล้งพิการ เพราะ้าให้พระาาทรงเข้าพระทัยว่าเ้าชายทาซิสเลิกหวังครองราษฎร์แล้ว พี่สืบรู้ว่าเ้าชายทรงแอบติดต่อกับต่างชาติเพื่อเตรียมก่อการฏ แต่พี่ไม่รู้จริงๆว่าเป็ชาติไหน เขาสนับสนุนทั้งกองกำลัง งบประมาณ และอาวุธทั้งหมด และเขาส่งแผนการในรูปของสารลับ เ้าชายทรงเก็บไว้ในกล่องลับซึ่งต้องใช้กุญแจไขถึงจะเปิดอ่านได้ โดยลูกกุญแจนั้นเ้าชายทรงให้ใครสักคนเป็คนเก็บไว้ น้องต้องสืบเองว่ามันอยู่กับใคร และต้องไปขโมยสารลับนั้นมาให้จงได้
พี่ขออวยพรให้น้องประสบความสำเร็จ จงทำเพื่อประชาชนชาวลาคานินนะ
รักน้องเสมอ
นียาลัส
นานยารีบกลับมาที่บ้านเช่า เพื่ออ่านสมุดไดอารี่ของพี่สาว เธอจึงรู้ว่าโดยแท้จริงแล้วพี่สาวแอบรักซีนาศมานานแล้ว แต่เพื่อครอบครัว นียาลัสจำต้องหมั้นกับองค์รัชทายาทด้วยความฝืนใจ ในสมุดบันทึกกล่าวว่า นียาลัสมองเห็นสายตาที่ซีนาศมองไปที่หมอศรันญา ทำให้นียาลัสนึกอิจฉาและเกิดความหึงหวง ด้วยอารมณ์ชั่ววูบ นียาลัสจึงถือโอกาสกำจัดศรันญา แต่น้องสาวก็เป็คนทำลายแผนการชั่วนั้น นิยาลัสไม่รู้ว่าควรจะโกรธหรือขอบคุณน้องสาวดี เพราะนานยาแท้ๆ นียาลัสถึงไม่ได้กระทำการอันชั่วร้ายถึงขั้นกำจัดผู้บริสุทธิ์
เมื่อนานยาอ่านสมุดไดอารี่ของพี่สาวจบ เธอก็นึกถึงหมอศรันญาขึ้นมา จึงเดินทางไปที่ตำหนักองค์รัชทายาท
นานยาเดินทางผ่านตลาดก็เห็นศรันญาโดยบังเอิญ ทำให้เธอรู้สึกโล่งใจที่ไม่จำเป็ต้องไปถึงตำหนักองค์รัชทายาท แต่แล้วนานยาเริ่มสังเกตเห็นว่ามีชายลึกลับจำนวนสองคน พวกเขาคอยเดินติดตามศรันญาอยู่ห่างๆ นานยาจึงแอบลอบตามไปเพราะไม่แน่ใจว่าพวกเขาเป็ทหารองครักษ์ที่คอยติดตามหรือเป็คนร้ายที่หวังทำร้ายศรันญากันแน่ พอศรันญาและสาวใช้ซื้อของใช้ในตลาดและกำลังจะเดินไปในที่ลับตาคน ชายลึกลับเ่าั้รีบเข้าจับกุมหญิงทั้งคู่ทันที
ชายคนหนึ่งนำมีดออกมา เขาเตรียมที่จะฆ่าศรันญาทิ้ง นานยาเลยรีบเข้าโจมตี ในตอนนี้นานยากำลังต่อสู้กับชายทั้งคู่ จนกระทั่งทหารองครักษ์พร้อมกับซีนาศวิ่งตามมาช่วย คนร้ายทั้งคู่เห็นท่าไม่ดี เลยรีบผลักนานยาจนเธอล้ม แล้วรีบวิ่งหนีทันที ทหารกำลังจะจับคนร้ายได้อยู่แล้วเชียว แต่มีรถสีดำลึกลับจอดตัดหน้าแล้วรับตัวคนร้ายทั้งคู่ไปทันที
ซีนาศวิ่งเข้าไปกอดศรันญาไว้ พร้อมกับรีบพูด “ผมบอกคุณแล้วใช่มั้ยที่รัก ว่าที่นี่อันตรายมาก ทำไมต้องแอบผมออกมาเที่ยวตลาดด้วย”
“ฉันขอโทษค่ะ ฉันเห็นที่นี่อยู่ในอาณาเขตขององค์รัชทายาท และไม่คิดว่าจะมีคนกล้ามาทำร้ายฉันค่ะ โชคดีที่นานยามาช่วยทัน” ศรันญารู้สึกผิด
ซีนาศหันไปหานานยาพร้อมกับกล่าวขอบคุณ “ขอบใจมากจริงๆ ว่าแต่เธอมาที่นี่ทำไม”
“แหม! ก็อยากมาเยี่ยมพี่ชายกับพี่สะใภ้บ้างไง” นานยากล่าวยิ้มๆ
“ใช่สิ ฉันยังไม่ได้คิดบัญชีเื่นี้เลย” ซีนาศนึกขึ้นได้
“พี่ต้องขอบคุณฉันต่างหาก เพราะฉัน พี่ถึงสมหวังในความรักแบบนี้” นานยาทวงบุญคุณ
“ฉันขอบคุณก็ได้ แต่ฉันคิดว่าเธอมีเื่อื่นด้วย งั้นไปที่ตำหนักองค์รัชทายาทกัน” ซีนาศกล่าว
“ฉันมีธุระจะคุยกับศรันญาเท่านั้น ไม่นานหรอก ไม่เห็นต้องไปถึงตำหนักองค์รัชทายาทเลยนี่” นานยาไม่อยากไปจริงๆ
“ไปเถอะ ที่นี่ไม่ปลอดภัย ดีไม่ดีพวกนั้นไปพาพรรคพวกมา มันจะยุ่ง” ซีนาศกล่าว
นานยาเลยจำต้องติดตามซีนาศและศรันญาไปตำหนักองค์รัชทายาท โชคดีที่พระองค์ทรงไม่อยู่ที่ตำหนัก
“มีธุระอะไรจะคุยกับฉันเหรอ นานยา” ศรันญาสงสัย
“อะ นี่” นานยายื่นแหวนให้
“อะไรน่ะ” ศรันญารับแหวนมาด้วยความแปลกใจ
“ตอนอยู่ที่ประเทศไทย ฉันไปพบแม่ของเธอมาน่ะ ฉันได้เล่าเื่ของเธอให้แม่เธอฟังหมดแล้ว” นานยากล่าว
“ว่าไงนะ! ทำไมทำแบบนั้นล่ะ” ศรันญาใเพราะมีบางเื่ที่เธอแอบปกปิดแม่
“ฉันรู้สึกผิดที่ทำให้เธอไม่ได้กลับไปดูแลแม่ แต่ได้แจ้งให้ท่านทราบแล้วว่าเธอกับซีนาศจะกลับไปสู่ขอและตบแต่งตามประเพณีไทย แม่ของเธอจึงมอบแหวนพ่อเธอให้กับซีนาศ นั่นแสดงให้เห็นว่าแม่เธอยอมรับในตัวลูกเขยอย่างซีนาศแล้วน่ะ” นานยากล่าว
“ยังไง ก็ขอบใจก็แล้วกัน ว่าแต่เธอไปประเทศไทยทำไมกันแน่” ศรันญาสงสัยจริงๆ
“อยากไปเที่ยวไทยเพื่อคลายความเศร้าเฉยๆ ไม่มีอะไรหรอก” นานยากล่าว
“สีหน้าเธอดีขึ้นมากเลยนะ ยังไงเธอก็ต้องเข้มแข็งต่อไป” ศรันญากล่าว
“ฉันมีเื่จะเตือนเธอน่ะ” นานยามีน้ำเสียงจริงจัง
“เตือนเื่อะไรงั้นหรอ” ศรันญาถาม
“อย่าไว้ใจใครให้มากนัก โดยเฉพาะพิลานี” นานยากล่าว
“หมายความว่ายังไง พิลานีเป็ถึงพระคู่หมั้นขององค์รัชทายาทเชียวนะ” ศรันญาสงสัย
“ฉันพูดอะไรได้ไม่มากนักหรอก จะเชื่อหรือไม่ มันก็ขึ้นอยู่กับเธอเท่านั้น งั้นฉันไปก่อนนะ ดูแลตัวเองด้วย” นานยาบอกได้เพียงเท่านี้
“เธอก็เช่นกัน” ศรันญากล่าว
**************************************************
นานยาเดินจากมาก็ต้องสวนทางกับองค์รัชทายาทอย่างเลี่ยงไม่ได้จริงๆ เธอจำต้องแสดงความเคารพ
“เธอมาทำอะไรที่นี่งั้นหรอ นานยา” องค์รัชทายาทตรัสถาม
“หม่อมฉันมาเยี่ยมหมอศรันยาเท่านั้นเพคะ” นานยากล่าวตามจริง
“ไปเที่ยวประเทศไทยเป็ยังไงบ้างล่ะ” องค์รัชทายาทตรัส
“ก็ดีเพคะ งั้น หม่อมฉันขอตัว” นานยารีบเดินจากมาทันทีโดยไม่รอให้พระองค์ตรัสอะไรต่อ ถึงนานยามององค์รัชทายาทในแง่ดีมากขึ้น แต่ก็ทำใจไม่ได้จริงๆ เพราะยังเห็นพระองค์เป็ต้นเหตุที่ทำให้พี่สาวต้องสละชีพครั้งนี้
**************************************************
นานยาจำเป็ต้องแอบขโมยสารลับจากเ้าชายทาซิส เธอจำต้องแสร้งไปพบพระองค์โดยอ้างว่าเธอ้ามาพักผ่อนหย่อนใจที่ตำหนักเ้าชายเหมือนเมื่อวันวาน
“หม่อมฉันมาขอประทานอภัยโทษเพคะ” นานยาแสดงสีหน้ารู้สึกผิด
เ้าชายทาซิสที่ทรงประทับนั่งบนรถเข็น ทรงคิดพิจารณาสักครู่แล้วตรัสว่า “มันไม่ใช่ความผิดของเธอเลยนะ นานยา เราคิดได้แล้วล่ะ มันเป็ความผิดของนียาลัสคนเดียวเท่านั้น ที่นี่ยังคงต้อนรับเธอเสมอนะ อยากมาเมื่อไหร่ก็มาได้”
“ขอบพระทัยเพคะ หม่อมฉันกำลังจะหาที่อยู่ใหม่ ดังนั้นจึงขอประทานอนุญาตพักที่นี่สักคืน” นานยากล่าว
“ได้สิ พักในห้องที่เธอพักประจำก็แล้วกัน เอาล่ะ เราขอตัวก่อนก็แล้วกัน ตามสบายนะ” เ้าชายทรงให้สาวใช้เข็นพระองค์ไปที่ห้องบรรทม
นานยาสังเกตเห็นว่าสาวใช้หน้าตาดีคนนั้นมือสั่นในระหว่างจับรถเข็น เธอก็แอบสงสัยว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่เพราะนานยามีเป้าหมายสำคัญ เลยแสร้งทำเป็ไม่สนใจแล้วเข้าไปนั่งชมอุทยานฟังเสียงดนตรีอย่างที่ตนเคยทำ
ตกกลางคืนนานยาแอบลอบออกมาจากห้องตัวเอง แล้วมุ่งหน้าไปที่ห้องบรรทมของเ้าชายทาซิส เธอรีบแอบตรงพุ่มไม้ จึงได้เห็นกับตาว่าเ้าชายทรงเดินได้ตามปกติ พระองค์ไม่ได้พิการที่ขาจริงๆด้วย เ้าชายทรงเสด็จไปห้องลับ ประตูห้องลับใช้กลไกแบบโบราณ พระองค์ทรงหมุนตรางูเห่าที่ซ่อนอยู่หลังภาพ ประตูห้องลับถึงเปิดได้
นานยารอให้เวลาผ่านไปชั่วครู่ จึงเปิดประตูเข้าไปเพื่อไม่ให้เ้าชายทรงรู้ตัว นานยาเดินเข้าไปในสถานที่คล้ายถ้ำ แต่ภายในมีหลอดไฟ ไม่จำเป็ต้องใช้ไฟฉายหรือคบเพลิงเหมือนสมัยก่อน
นานยาเดินไปได้สักพัก เธอก็ได้ยินเสียงผู้หญิงร้องคร่ำครวญและขอความช่วยเหลือ
“ได้โปรดปล่อยหม่อมฉันไปเถอะนะเพคะ อย่าทำอะไรหม่อมฉันเลย ฮือฮือ” เสียงผู้หญิงคนหนึ่งกล่าวด้วยความกลัว
นานยาเดินไปที่ห้องที่มีเตียงใหญ่ เธอแอบมองเข้าไปก็เห็นว่า ภายในห้องมีสาวใช้ที่ตนเคยเห็นเมื่อตอนกลางวัน ตอนนี้สาวใช้คนนั้นกำลังมีเพศสัมพันธ์กับเ้าชาย นานยาไม่อยากดูต่อแต่คิดอะไรบางอย่างได้ จึงแอบถ่ายคลิปไว้เผื่อมีประโยชน์ภายหลัง นานยาแอบถ่ายอยู่นานจนกระทั่งทั้งคู่สำเร็จความใคร่ สาวใช้ผู้นั้นนอนร้องห่มร้องไห้ จนเ้าชายทรงกริ้วแล้วทำการบีบคอของนาง สักพักพระองค์ก็ปล่อย แล้วพลิกตัวหญิงสาวให้นอนคว่ำหน้า ด้านหลังของหญิงคนนั้นมีรอยสักรูปงูเห่าเหมือนกับที่พี่สาวมี อย่างไม่มีผิดเพี้ยน
เ้าชายทรงสวมฉลองพระองค์เรียบร้อย พระองค์ทรงยืนขึ้นแล้วหันกลับมาจ้องหญิงสาวผู้นั้น อยู่ดีๆพระองค์ก็ทรงทำในสิ่งที่นานยาไม่คาดคิดมาก่อน พระองค์สวมปอกข้อมือแล้วกดกลไกทำให้ลูกดอกปักเข้าที่กลางหลังของสาวใช้ที่มีสภาพเปลือยคนนั้น จนนางกระอักเืขาดใจตายทันที
นานยาเข้าไปช่วยไม่ทันเพราะไม่รู้จริงๆว่าเ้าชายทาซิสจะฆ่าผู้หญิงปิดปาก และตอนนี้ตนต้องหนีไปหลบซ่อนตัวเพราะเ้าชายทรงเรียกทหารองครักษ์เข้ามาเก็บศพสาวใช้ผู้นั้น
ทหารสองคนแบกร่างอันไร้ิญญาของหญิงสาว เพื่อนำไปทำลายหลักฐานด้วยเผาทิ้งแล้วนำกระดูกไปฝังใต้ดิน
นานยาจำต้องตั้งสติ เพราะตอนนี้เ้าชายกำลังเสด็จไปที่ห้องอีกห้อง และเธอก็ต้องใ เพราะเธอเห็นพิลานีรอพระองค์อยู่ก่อนแล้ว
เ้าชายทาซิสทรงเข้าไปกอดแล้วจูบพิลานีจนพิลานีต้องรีบขืนตัวไว้
“ก็เราคิดถึงเธอนี่ พิลานี” เ้าชายทาซิสตรัส
“หม่อมฉันหมั้นกับเ้าชายซาลัสแล้วนะเพคะ” พิลานีกล่าว
“แต่เธอเป็เมียฉันนะ” เ้าชายทาซิสทรงรีบทวงสิทธิ์
“พระองค์ทรงมองการใหญ่สิเพคะ ถึงหม่อมฉันจะอภิเษกกับองค์รัชทายาท หม่อมฉันก็จะสนับสนุนพระองค์อยู่ดี มาพูดเื่ภารกิจลับกันดีกว่าเพคะ” พิลานีกล่าว
“นี่คือ จดหมายลับจากนายพลตีซาร์แห่งประเทศกัวอาลีย่า” เ้าชายตรัส
พิลานีรีบอ่านทันที หลังจากนั้นก็นำกุญแจที่ห้อยที่คอมาไขกล่องเก็บสารลับ แล้วเก็บจดหมายไว้ในกล่อง ล็อคอย่างแ่า “ถ้าเช่นนั้นหม่อมฉันขอตัวนะเพคะ”
เ้าชายทาซิสกอดรั้งตัวพิลานีไว้ จนพิลานีต้องแกล้งหอมพระปราง (แก้ม) ของพระองค์แล้วกล่าวว่า “อย่าแกล้งหม่อมฉันสิเพคะ พระองค์จะต้องอภิเษกกับพิวซาแล้ว ทำแบบนี้ไม่ได้อีกแล้วนะเพคะ”
“แต่เรารักเธอมากนะ พิลานี” เ้าชายทาซิสตรัส
“หม่อมฉันก็รักพระองค์เพคะ และทั้งหมดนี้ หม่อมฉันก็ทำเพื่อพระองค์” พิลานีกล่าว
เ้าชายทาซิสจึงยอมปล่อยตัวพิลานีไป แล้วพึมพำว่า “ช่างเอาตัวรอดเก่งจริงนักนะ พิลานี”
ในตอนนี้นานยาได้แอบเข้ามาในห้องลับแล้วไปหลบอยู่หลังตู้เก็บเอกสาร เธอรอจนทุกคนออกไปจากห้อง แล้วรีบดำเนินการขโมยกล่องเก็บสารลับทันที นานยาสามารถออกไปจากห้องลับได้อย่างง่ายดายเนื่องจาก ทหารองครักษ์จะไม่เข้ามายุ่งในบริเวณนี้อยู่แล้ว นานยารีบกลับไปที่ห้องนอนในตำหนักเ้าชายเพื่อไม่ให้ใครสงสัย
นานยามาถึงห้องนอน เธอได้ยินเื่ราวทั้งหมดและแอบนึกสงสารพิวซาซึ่งเป็เพื่อนรักของเธอ แม้พิวซาจะเป็น้องสาวของศัตรู แต่พิวซาก็เป็คนใสซื่อ ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมเหมือนกับพี่สาวสักนิด หากต้องมาทรมานด้วยการมาอยู่ชายโรคจิตอย่างเ้าชายทาซิส คงไม่มีวันมีความสุขเป็แน่
เช้าวันรุ่งขึ้น นานยาไปเข้าเฝ้าเ้าชายทาซิสเพื่อทูลลา และทำตัวให้เป็ปกติมากที่สุด เพื่อไม่พระองค์ทรงสงสัยอะไร
นานยากลับไปที่บ้านเช่าแล้วรีบเก็บกล่องสารลับไว้ในที่ซ่อนทันที จากนั้นก็รีบติดต่อกับเพื่อนทหารองครักษ์ที่เคยฝึกด้วยกันเพื่อขอความช่วยเหลือ เธอตัดสินใจจะช่วยเหลือพิวซาเพื่อยับยั้งการอภิเษกสมรสครั้งนี้
**************************************************
ข่าวอภิเษกสมรสกำหนดในวันพรุ่งนี้ ดังนั้นคืนนี้เ้าชายทาซิสทรงเชิญขุนนางน้อยใหญ่ รวมทั้งคนขององค์รัชทายาทให้มาร่วมงานเลี้ยงฉลองก่อนวันอภิเษกสมรส
ตกกลางคืน นานยาจึงถือโอกาสนี้ช่วยพาพิวซาหนีการแต่งงาน แต่เนื่องจากเ้าชายทาซิสไม่ได้เชิญตัวเธอ ดังนั้นนานยาจำต้องปลอมตัวเป็นางระบำ แม้จะอายแต่ก็ต้องทำการแสดง นางจึงเลือกเต้นระบำโดยไปอยู่ตำแหน่งหลังสุด และแล้วความซวยก็มาถึง นานยานึกไม่ถึงว่าเมื่อการแสดงจบลง นางระบำจะถูกจัดให้ไปปรนนิบัติเหล่าขุนนางด้วย นานยาจำต้องเข้าไปในกระโจมของนายพลแทย่าวัยสี่สิบปีที่ทำงานให้เ้าชายทาซิส
“เข้ามานั่งใกล้ๆสิ สาวน้อย” นายพลแทย่ากล่าวด้วยน้ำเสียงเ้าชู้
“เอ่อ วันนี้ฉันไม่พร้อมจริงๆค่ะท่าน” นานยากล่าวตะกุกตะกักเพราะแอบกลัว
“บังอาจ กล้าขัดใจเรางั้นหรอ” นายพลแทย่าเริ่มโกรธ
นานยาถูกดึงตัวเข้าไปกอด นายพลไม่พูดพร่ำทำเพลง รีบจูบเล้าโลมไม่สงวนท่าทีเลยสักนิด
นานยารู้สึกขยะแขยงจริงๆ นางไม่มีทางเลือกเลยทำการเตะผ่าหมากเข้ากลางเป้า ใช้ผ่ามือกระแทกไปที่สันคออย่างรวดเร็วจนท่านสลบ นอนกองไปกับพื้น นายพลไม่ทันระวังตัวเพราะประมาท คิดว่านางระบำเป็เพียงผู้หญิงตัวเล็กๆเท่านั้น ตอนนี้นานยาจึงรีบหนีไปจากกระโจมแล้วมุ่งหน้าไปหาพิวซาทันที
“กล้าดียังไง ถึงเข้ามาในกระโจมของเรา” พิวซาอยู่ในกระโจมโดยลำพัง
“พิวซา นี่ฉันเองนะ” นานยาดึงผ้าปิดครึ่งหน้าออก
“นานยา! มีอะไรหรือเปล่า” พิวซาใที่เห็นเพื่อน
“เธออยากอภิเษกจริงๆหรอ” นานยาถาม
“เพื่อพ่อ ฉันจำต้องแต่งงานจริงๆ มันเป็การคานอำนาจน่ะ พี่สาวเป็คู่หมั้นขององค์รัชทายาท ส่วนฉันก็อภิเษกกับเ้าชายทาซิส” พิวซาพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ
“เธอแน่ใจนะ เธอไม่รังเกียจที่เ้าชายทรงพิการงั้นหรือ” นานยาถาม
“ฉันไม่รังเกียจพระองค์หรอก ฉันนึกสงสารพระองค์มากกว่า แต่ก็อย่างว่านะฉันไม่ได้รักพระองค์เท่านั้นเอง” พิวซาเผยความรู้สึก
“แล้วถ้าพระองค์ไม่ได้พิการล่ะ พิวซา” นานยาเริ่มเผย
“จะเป็ไปได้ยังไงล่ะ” พิวซาแสดงสีหน้าไม่เชื่อ
“มันก็คงดีแล้วล่ะ ในเมื่อเธอก็ไม่นึกรังเกียจพระองค์ และพระองค์ก็ไม่ได้พิการ” นานยาแกล้งพูด
“นานยา! เธอพูดอะไรน่ะ เธอก็เห็นนี่ว่าพระองค์ทรงนั่งรถเข็นแบบนั้น หรือว่า…” พิวซาเริ่มฉุกคิด
“ทรงแกล้งทำเป็พิการต่างหาก” นานยาพูดตามจริง
“เธอกล้าปรักปรำพระองค์งั้นหรอ” พิวซายังไม่เชื่อ
“ฉันเคยโกหกเธองั้นหรอ และจะทำเพื่ออะไรล่ะ งั้นเอาอย่างนี้ เธอดูคลิปวีดีโอเองเถอะ” นานยาเปิดคลิปจากมือถือให้พิวซาดู
พิวซารับมือถือเพื่อดูคลิป มันเป็ฉากที่เ้าชายทาซิสกำลังมีอะไรกับสาวใช้ ซึ่งในระหว่างนั้นเ้าชายเปลี่ยนนิสัยทำให้เหมือนกลายร่างเป็ซาตาน เพราะในระหว่างที่มีเพศสัมพันธ์ พระองค์ทรงซ้อมหญิงสาวเพื่อให้ผู้หญิงร้องด้วยความเ็ป พระองค์ทำราวกับเป็ชายโรคจิตคนนึง พิวซามือสั่นเพราะนึกไม่ถึงว่าเ้าชายที่แสนดีจะกลายเป็คนแบบนี้ “นี่เป็ความจริงงั้นหรือ นานยา”
“ใช่ เธอยังคงยืนยันจะเข้าพิธีอภิเษกมั้ย” นานยาถาม
“ฉันกลัวน่ะ นานยา ฉันทำใจไม่ได้จริงๆ เธอต้องช่วยฉันนะ ฉันไม่อยากอยู่กับพระองค์” พิวซาที่ท่าทางหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด
“ฉันเตรียมชุดนางระบำให้เธอด้วย พวกเราต้องรีบหนีไปจากที่นี่ ฉันเตรียมทางหนีทีไล่ให้เธอแล้ว” นานยากล่าว
“หนีไปอยู่ที่ไหนล่ะ ยังไงพ่อก็ต้องตามหาฉันเจออยู่ดี” พิวซาเริ่มท้อ
“อันยะและภรรยาของเขารอพวกเราอยู่ที่ท้ายตลาด เพื่อไม่ให้คนอื่นสงสัย พวกเขาจะพาพวกเราไปหลบอยู่ที่เมืองสีพินชั่วคราว” นานยาบอกแผน
“แล้วนี่ พ่อและคนอื่นๆจะไม่เดือดร้อนงั้นหรอ” พิวซาเป็ห่วงครอบครัวตัวเอง
“ถึงตอนนั้น พ่อและพี่สาวของเธอจะหาวิธีแก้ไขเอง ยังไงพี่สาวเธอก็เป็ถึงคู่หมั้นองค์รัชทายาท พวกเขาไม่เกิดภัยหรอก ขุนนางทุกฝ่ายจะปกป้องท่านนายกฯและพิลานีเอง” นานยาคาดการณ์
“ก็ได้ งั้นพวกเราไปกันเถอะ” พิวซากล่าว
พิวซาแต่งกายเป็ชุดนางระบำ และรีบลอบหนีไปพร้อมกับนานยา แต่ทว่าเกิดโชคไม่ดี นายพลแทย่าที่นานยาลอบทำร้าย ท่านได้ฟื้นขึ้นมา ท่านสั่งลูกน้องให้รีบตามหาตัวนางระบำทันที
“เฮ้ย! พวกนางอยู่นั่น รีบไปจับเร็วเข้า” ทหารลูกน้องนายพลเห็นเข้าพอดี
“แย่แล้ว! นานยา ทหารเต็มไปหมดเลยจะทำยังไงดี” พิวซาใที่ทหารเห็นพวกตนเข้า
“พวกเราต้องแยกกันแล้วพิวซา เธอหนีไปอีกทาง แล้วไปพบอันยะที่ท้ายตลาด เดินทางได้เลยไม่ต้องรอฉัน ฉันจะล่อทหารไปทางอื่น และหาทางหนีทีไล่เอง ไม่ต้องห่วงนะ” นานยาบอกแผน
“แต่ว่า …” พิวซาเป็ห่วงเพื่อน แต่ก็ไม่อยากเป็ตัวถ่วงเพราะรู้ดีว่านานยาเคยทำงานเป็ทหารองครักษ์หญิงมาก่อน
“รีบไปเถอะ ไม่เช่นนั้นพวกเราจะถูกจับกันหมด นอกจากหนีไม่ได้แล้ว ยังต้องถูกลงโทษอีก” นานยารีบตัดสินใจเพราะทหารวิ่งเข้ามาจับกุมแล้ว
พิวซาวิ่งหลบไปอีกทาง ส่วนนานยาวิ่งเป็ตัวล่อเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจให้ทหารวิ่งตาม
**************************************************
นานยาวิ่งหนีจนเหนื่อยมากเพราะทหารกัดเธอไม่ยอมปล่อยเลย เธอหมดทางเลือก เลยวิ่งเข้าไปหลบในกระโจมใครก็ไม่รู้ พอเข้ามาก็ต้องรีบหาที่ซ่อนเพราะเ้าของกระโจมกำลังถอดเสื้อ ในใจคิดว่า “ซวยแล้ว ดันมาหลบที่กระโจมองค์รัชทายาท แล้วนี่ตาฉันจะเป็กุ้งยิงมั้ย เพราะต้องมาเห็นฉากอย่างว่าอีกแล้วงั้นหรอ”
และแล้วนานยาก็ใสุดขีด เพราะเธอกำลังเห็นผู้ชายสองคนถอดเสื้อ ในใจคิดว่า “หรือว่าองค์รัชทายาทจะทรงเป็เกย์” แต่พอเห็นทั้งสองกำลังจะประลองฝีมือต่อสู้ด้วยมือเปล่า เธอก็เลยโล่งใจ นานยามองดีๆก็เห็นว่าคู่ต่อสู้เป็นายพลหนุ่ม มีชื่อว่า ลอซา ซึ่งเป็คนสนิทของท่านนายกรัฐมนตรี
ชายทั้งสองต่อสู้กันด้วยมือเปล่า ฝีมือสูสีกันมาก นายพลก็ไม่ยอมออมมือ ท่านเตะต่อยอย่างเต็มที่ เพราะองค์รัชทายาท้าให้เป็แบบนั้น ถ้าออมมือจะถือว่าเป็การดูถูกพระองค์
และแล้วนายพลก็พลาดท่าเพราะถูกทุ่มไปกองกับพื้น
“พระองค์ทรงแข็งแรงขึ้นมากแล้วนะพะย่ะค่ะ” นายพลลอซากล่าว
“ท่านแอบออมมือล่ะสิ” องค์รัชทายาทตรัส
“พระองค์ทรงถ่อมตัวต่างหาก งั้นกระหม่อมขอตัวกลับก่อนนะพะย่ะค่ะ” นายพลลอซากล่าว
“เจอกันวันพรุ่งนี้ก็แล้วกัน” องค์รัชทายาทตรัสเพราะพรุ่งนี้ต้องร่วมงานอภิเษกของพี่ชาย
“ถนอมตัวนะพะย่ะค่ะ” นายพลลอซารีบแต่งกายให้เรียบร้อยก่อนเดินออกไปนั่งรถยนต์
คนขับรถขับไปได้สักพักนึง อยู่ดีๆเขาก็ขับไปเฉี่ยวนางระบำคนนึงเข้า
นายพลลอซาลงจากรถ แล้วเข้าไปดูอาการทันที
พิวซาใมากที่เห็นนายพลหนุ่มซึ่งเป็คนสนิทของพ่อเดินเข้ามา แต่เพราะตนมีผ้าปิดครึ่งหน้าให้เห็นแค่ดวงตา ก็คิดว่านายพลหนุ่มไม่น่าจะจดจำตนเองได้
“เป็อะไรหรือเปล่า” นายพลลอซาถาม
“ไม่เป็อะไรค่ะ ขอตัวนะคะ” พิวซากล่าว
“มาเดินในที่เปลี่ยวแบบนี้ มันอันตรายมากนะ ให้ฉันไปส่งก็แล้วกัน ขึ้นรถสิ” นายพลลอซากล่าว
“ไม่เป็ไรจริงๆค่ะ” พิวซา้าไปให้พ้นๆจากชายผู้นี้เพราะกลัวเขาจดจำตัวเองได้
นายพลไม่ฟังรีบดึงแขนนางระบำขึ้นรถไปด้วยกัน
พิวซาจำต้องขึ้นรถไปกับเขา แต่ก็แอบระแวง เพราะต่อหน้าเธอ ท่านนายพลชอบแสดงท่าทางเ้าชู้จีบผู้หญิงไม่เลือก แต่พอเธอไปนั่งก็ผิดคาด เพราะท่านนายพลมีท่าทางเคร่งขรึมมาก ไม่ได้มีทีท่าเ้าชู้เลยสักนิด
“จะให้ไปส่งที่ไหนล่ะ” นายพลลอซาถาม
“ท้ายตลาดค่ะ” พิวซารู้สึกเกร็งมาก เพราะนึกไม่ถึงว่าอยู่ดีๆท่านนายพลเกิดใจดีไปส่งเธอขึ้นมา
รถขับผ่านทางโค้งพอดีทำให้พิวซาเสียหลักล้มไปโดนท่านนายพลเข้า
“ขอโทษค่ะ” พิวซารีบกล่าว และเพิ่งรู้ตัวว่าผ้าปิดครึ่งหน้าหลุดออกแล้ว เธอพยายามปิดคืนแต่ไม่ทันเสียแล้ว
“พิวซา นี่เธอจะหนีการแต่งงานงั้นหรอ” นายพลลอซากล่าว
“ฉันขอร้องเถอะนะ ลอซา ฉันไม่อยากแต่งงานจริงๆ” พิวซายอมเผยตัว
“ฉันแปลกใจเธอจริงๆนะ แต่ก่อนเธอก็ไปมาหาสู่ที่ตำหนักของเ้าชายทาซิสมาโดยตลอด จนทุกคนเข้าใจว่าเธอมีใจให้พระองค์” นายพลลอซากล่าว
“สมัยก่อนฉันเคารพพระองค์มากก็จริง แต่ไม่ได้ชอบพระองค์อย่างคนรัก ปล่อยฉันไปเถอะนะ ลอซา” พิวซาขอร้อง
“แล้วท่านนายกฯ ล่ะ เธอไม่เป็ห่วงพ่อตนเองงั้นหรอ” นายพลลอซากล่าว
“ขอให้พ้นวันพรุ่งนี้ไปก่อนเถอะนะ ฉันจะกลับมารับผิดเอง” พิวซากล่าว
“ถ้าฉันช่วยเธอ ฉันก็มีความผิดไปด้วยสิ” นายพลลอซากล่าว
“ลอซา! นายก็ปิดหูปิดตาบ้างเถอะ ถือว่าฉันขอร้องเถอะนะ” พิวซามีน้ำตาคลอทำให้ดูน่าสงสาร
ลอซาดึงพิวซาเข้าไปกอด จนพิวซาใและพยายามขืนตัวไว้
“ทำอะไรน่ะลอซา ปล่อยนะ” พิวซาพยายามดิ้น
“ฉันยอมทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้ก็ได้ แต่ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน” นายพลลอซากล่าว
“ข้อแลกเปลี่ยนอะไร แต่ตอนนี้นายปล่อยฉันก่อนเถอะ” พิวซาไม่มีแรงดิ้นแล้วเพราะเขากอดเธอแน่นมาก
“หลังจากนี้อีกสามเดือน ถ้าเธอหนีไปได้ เธอต้องกลับมาแต่งงานกับฉัน” นายพลลอซากล่าว
“แล้วทำไมฉันต้องแต่งงานกับนายด้วย ฉันไม่ใช่ตัวแทนของพี่พิลานีนะ” พิวซาเข้าใจว่านายพลหนุ่มรักพิลานี
“ฉันชอบเธอต่างหากล่ะ พิวซา” นายพลลอซายอมเผยความรู้สึก
“นายหลอกผู้หญิงมากี่คนแล้วล่ะ นายปล่อยฉันไปเถอะนะ” พิวซาไม่เชื่อเพราะเห็นเขาเ้าชู้
ลอซากอดแน่นกว่าเดิม “เอายังไง ถ้าเธอไม่ตอบตกลง ฉันจะพาเธอกลับไปที่ตำหนักเ้าชายทาซิส”
“ก็ได้ ฉันจะกลับมาแต่งงานกับนาย” พิวซาชั่งใจดูเลยยอมทำตามข้อตกลง แม้มันจะเหมือนหนีเสือปะจระเข้ก็ตาม
ลอซายิ้ม แล้วแอบหอมแก้มหญิงสาว เขายอมปล่อยพิวซาแล้วหยิบสร้อยของเขา สวมให้กับหญิงสาวทันที
“ฉันไปได้แล้วใช่มั้ย” พิวซากล่าว
“เดี๋ยวผมพาไปส่ง ใครเป็คนพาหนีล่ะ” นายพลลอซามีน้ำเสียงอ่อนลง
“นายจะไม่ทำอะไรพวกเขาใช่มั้ย” พิวซากังวล
“ไม่หรอก ผมต้องขอบคุณพวกเขาสิ ที่พาว่าที่เ้าสาวของผมหนีการอภิเษก” นายพลลอซากล่าวยิ้มๆ
“งั้นรีบไปกันเถอะ” พิวซาหน้าแดงโดยไม่รู้ตัว
นายพลลงจากรถแล้วถือโอกาสโอบไหล่หญิงสาวไปส่งที่รถของอันยะ
“ทำไมคุณถึงมาพร้อมกับนายพลลอซา แล้วนานยาล่ะครับ” อันยะสงสัย
“นานยาจะหาทางหนีทีไล่เอง เธอฝากมาบอกว่าให้รีบไปกันได้เลยค่ะ” พิวซากล่าว
“ผมฝากแฟนผมด้วยนะครับอันยะ” นายพลลอซาแสดงความเป็เ้าของ
“อ๋อ ที่แท้พวกคุณก็แอบคบกันนี่เอง ถึงว่าพิวซาถึงยอมหนีการแต่งงาน” ภรรยาของอันยะกล่าว
“มันไม่ช….” พิวซาพยายามแก้ตัวแต่พูดไม่จบ
ลอซาดึงตัวหญิงสาวเข้าไปกอดแล้วจูบหน้าผาก โดยไม่รอให้พิวซาได้ทันตั้งตัว แล้วกล่าวว่า “ไปถึงแล้วติดต่อผมด้วยนะที่รัก ผมขอตัวก่อน”
“นี่คุณ…” พิวซากำลังจะท้วงแต่ภรรยาของอันยะพูดตัดบท
“ไปกันเถอะ พิวซา เดี๋ยวมีใครมาเห็นเข้า” ภรรยาของอันยะกล่าวพร้อมกับมาพาตัวพิวซาไปขึ้นรถทันที
พิวซาหน้าแดงมาก เพราะอยู่ดีๆเธอก็ต้องกลับไปแต่งงานกับนายพลลอซาตามคำสัญญา แต่ตอนนี้เธอก็ต้องเลิกคิดถึงเื่นี้ก่อน เพราะแอบเป็ห่วงนานยามาก ไม่รู้ว่านานยาจะหนีพวกทหารเ่าั้ได้หรือไม่
**************************************************
ณ กระโจมขององค์รัชทายาท
นานยาเห็นว่าทหารข้างนอกไปทางอื่นแล้ว กำลังจะลุกแล้วหนีไปนอกกระโจม แต่ดันเผลอซุ่มซามไปถูกแจกันดอกไม้ ทำให้ตกลงมาแตกกระจายไปทั่วพื้น
********************************************************************************************************************************************
ตอนจบ
“ใครน่ะ” องค์รัชทายาททรงรีบมาดูว่าใช่ศัตรูหรือไม่
นานยาไม่มีทางเลือก เลยยอมออกมา พร้อมกับคุกเข่าต่อหน้าองค์รัชทายาทในฐานะนางระบำคนนึง “ขออภัยเพคะ หม่อมฉันแค่จะหลบทหารเท่านั้นเอง”
“เธอไปทำความผิดอะไรมา ไม่เช่นนั้นพวกทหารคงไม่ตามล่าผู้หญิงอย่างเอาเป็เอาตายแบบนั้นหรอก” องค์รัชทายาททรงสงสัย
“หม่อมฉันก็แค่ไม่อยากอยู่ปรนนิบัติท่านนายพลเพคะ เลยหนีออกมาเท่านั้นเอง” นานยาดัดเสียง
“มันคงไม่ใช่แค่นั้นกระมัง งั้นไปกับเรา เราจะไปสอบถามท่านนายพลแทย่าเอง จะได้ไม่เป็การฟังความข้างเดียว” องค์รัชทายาททรงเข้ามาจับแขนเพื่อจับกุมหญิงสาว
นานยาไม่มีทางเลือก เธอเลยรีบต่อสู้กับองค์รัชทายาท แต่ชั้นเชิงเธอด้อยกว่าพระองค์มาก ทำให้นานยาถูกจับได้อย่างง่ายดาย องค์รัชทายาทเลยจับนานยามัดติดกับเก้าอี้
“ปล่อยหม่อมฉันนะเพคะ พระองค์ไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้” นานยากล่าวพร้อมกับดิ้นเพื่อทดสอบความแน่นของเชือก
องค์รัชทายาทกำลังจะดึงผ้าที่ปิดครึ่งหน้าของนางออก เพื่อดูว่าเป็ใคร แต่ทว่าโทรศัพท์มือถือของนานยาก็ดังขึ้นมา พระองค์จึงหยิบมือถือออกมา แล้วถือวิสาสะรับเสียเอง
“นานยาเหรอ นี่อันยะนะ เป็ยังไงบ้าง ตอนนี้พิวซาปลอดภัยแล้วนะ พวกเรากำลังจะพาเธอหนี ไม่ต้องเป็ห่วง” อันยาพูดโดยไม่รอฟังปลายสาย
“คุณหนูนานยาไม่สะดวกรับโทรศัพท์ครับ แต่เธออนุญาตให้ผมรับแทน” องค์รัชทายาททรงดัดเสียง
“มันไม่ใช่นะ อื้อ…” นานยาพยายามกล่าวท้วงคนในสาย แต่องค์รัชทายาททรงใช้พระหัตถ์ปิดปากของนานยาไว้
“เกิดอะไรขึ้นน่ะ หรือว่าตอนนี้นานยากำลังมีภัย” อันยะสงสัย
“เปล่าครับ เธอปลอดภัยดี นานยาหนีทหารแล้วมาหลบที่กระโจมผม เพื่อทำการเปลี่ยนชุด ก่อนจะหนีไปจากตำหนักเ้าชายทาซิสครับ” องค์รัชทายาทตรัส
“งั้นแล้วไป ฝากคุ้มครองนานยาด้วยนะ” อันยะกล่าว
“ครับ” องค์รัชทายาททรงรับคำ
องค์รัชทายาทรีบดึงผ้าปิดครึ่งหน้าของนานยาออกทันที “ไม่นึกว่าจะเป็เธอเลยนะ นานยา หุ่นเธอดีไม่ใช่เล่น”
“อยากลงโทษอะไรก็เชิญเพคะ” นานยากล่าว
“การที่เธอพาพิวซาหนีอภิเษก ถือมีความผิดมหันต์ คนที่พาพิวซาเป็อันยะสินะ ฉันคงต้องจับพวกนั้นมารับผิดด้วย” องค์รัชทายาทตรัส
“ปล่อยพวกเขาไปเถอะเพคะ มันเป็ความผิดของฉันแต่เพียงผู้เดียว” นานยากล่าว
“ถ้าทำอย่างนั้น ฉันก็มีความผิดไปด้วยฐานสมรู้ร่วมคิดน่ะสิ” องค์รัชทายาทตรัส
“ขอเพียงพระองค์ยอมปล่อยพิวซาและครอบครัวของอันยะไป หม่อมฉันยอมแลกทุกอย่างเพคะ” นานยาพูดอย่างจำนนเพราะไม่อยากให้เพื่อนรับผิด
สักพักทหารลูกน้องของนายพลแทย่าก็เข้ามา “ขออภัยพะย่ะค่ะ พระองค์ทรงเห็นนางระบำหรือไม่”
องค์รัชทายาททรงกระทำในสิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิด พระองค์ทรงก้มไปจุมพิตกับนางระบำ เพื่อไม่ให้ทหารมองเห็นใบหน้าที่แท้จริงของนานยา
“เอ่อ ขออภัยพะย่ะค่ะ ที่พวกกระหม่อมมาขัดจังหวะ” ทหารกล่าวอย่างรู้สึกผิด
นานยาขืนตัวไม่ได้เพราะเธอถูกมัดอยู่ ตอนนี้น้ำตาเธอไหลเพราะรู้สึกเหมือนโดนรังแก
องค์รัชทายาทถอนจุมพิตแล้วกอดหญิงสาวไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้ทหารเห็นหน้าของนานยา แล้วกล่าวว่า “เราพอใจผู้หญิงคนนี้ คืนนี้เราจะรับผู้หญิงผู้นี้เป็นางสนม ฝากบอกนายพลแทย่าด้วย”
“ทราบแล้วพะย่ะค่ะ” ทหารทุกคนพากันรีบออกไป เพื่อรีบไปรายงานนายพลแทย่า
เมื่อภายในกระโจมเหลือเพียงองค์รัชทายาทและนานยาเท่านั้น พระองค์ทรงรีบเช็ดน้ำตาแล้วตรัสว่า “ข้อแลกเปลี่ยนก็คือ เธอจะต้องปลอมเป็สนมของเราและติดตามเราไปทุกที่ โดยใช้ชื่อว่า เจนน่า ทำได้ใช่มั้ย”
“ทำไมต้องทำเช่นนั้นด้วยเพคะ” นานยาสงสัย
“ยังไงท่านนายกฯก็ต้องสงสัยเธออยู่ดี ท่านต้องส่งคนติดตามเธอไปทุกที่ ดีไม่ดีคนของนายกฯอาจสามารถหาตัวลูกสาวเจอ จากการตามเธอก็เป็ได้ เธออยู่กับฉันปลอดภัยที่สุดแล้ว” องค์รัชทายาทตรัสอ้าง
“ให้หม่อมฉันเป็สาวใช้ก็ได้นี่เพคะ” นานยาไม่อยากเป็นางสนม
“ทหารคงไปแจ้งท่านนายพลแทย่าแล้ว ว่าเรารับนางระบำมาเป็สนม ข่าวคงแพร่ไปทั่วแล้วด้วย เธอไปนอนที่เตียงเถอะ เราไม่ล่วงเกินเธอหรอก” องค์รัชทายาทตรัส
นานยาถูกแก้มัด แล้วเดินไปนอนที่เตียงที่อยู่ภายในกระโจม นานยาแอบมองก็เห็นองค์รัชทายาทนั่งสมาธิอยู่ที่โซฟา เธอก็เลยนอนจนกระทั่งหลับไป
เช้าวันรุ่งขึ้น นานยาสะดุ้งพรวดเพราะเกรงว่าองค์รัชทายาทจะแอบรังแกตัวเอง แต่พอมองไปที่พระองค์ พบว่า พระองค์ยังคงนั่งสมาธิอยู่ที่เดิม
“พระองค์ไม่ได้นอนหรอเพคะ” นานยาแปลกใจ
“การอยู่ในอาณาบริเวณของศัตรู ฉันหลับไม่ลงหรอก เธอรีบสวมเสื้อคลุมนั่นซะ พวกเราจะรีบกลับตำหนักของเรา ่บ่ายค่อยกลับมาที่นี่ใหม่” องค์รัชทายาทตรัส
นานยาสวมเสื้อคลุมขององค์รัชทายาทแล้วเดินตามพระองค์ไปขึ้นรถ แต่ทว่านายพลแทย่ากลับมาต้อนรับ จนองค์รัชทายาทต้องแกล้งโอบนานยาเพื่อแสดงให้สมจริง
“กระหม่อมดีใจที่เห็นพระองค์พึงพอใจนางระบำที่เ้าชายทาซิสจัดมาให้พะย่ะค่ะ” นายพลแทย่าพูดยิ้มๆ
“ขอบใจมาก เราพอใจมากจริงๆ งั้นเราขอตัวก็แล้วกัน” องค์รัชทายาทพยายามตัดบทเลยรีบพานานยาที่ใช้ชื่อว่าเจนน่าขึ้นรถทันที
**************************************************
เมื่อถึงตำหนักองค์รัชทายาท พระองค์สั่งให้สาวใช้จัดห้องนอนติดกับห้องบรรทมของพระองค์ และนานยาจะต้องสวมเสื้อคลุมให้เห็นแต่ดวงตาเท่านั้น
“รีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าซะ แล้วตอนบ่ายฉันจะพาเธอไปร่วมงานอภิเษกด้วย” องค์รัชทายาทตรัส
“แต่พี่พิลานีอาจไม่พอใจได้นะเพคะ ทรงให้หม่อมฉันอยู่ที่นี่เถิด ไม่เห็นต้องพาหม่อมฉันไปด้วยเลย” นานยากล่าว
“ข่าวมันแพร่ไปแล้ว ยังไงพิลานีก็ต้องมาดูเธอที่นี่อยู่ดี” องค์รัชทายาทตรัส
“ทราบแล้วเพคะ” นานยาจำต้องไปร่วมงานอภิเษกด้วย
นานยาจำต้องอาศัยอยู่ที่ตำหนักขององค์รัชทายาท แม้จะเจอซีนาศและศรันญาก็ต้องทำเป็ไม่รู้จักพวกเขา ตอนนี้เธอรู้สึกอึดอัดมาก เพราะต่อหน้าผู้อื่นองค์รัชทายาททรงชอบลวนลามเธอเพื่อแสดงให้สมจริงว่าเธอเป็สนมของพระองค์
พอตกบ่าย นานยาไปร่วมงานกับองค์รัชทายาท เกิดเหตุวุ่นวายตามที่คาดการณ์ไว้จริงๆ เพราะเ้าสาวได้หนีไปแล้ว ทั้งนายกฯและเ้าชายทาซิสต่างพากันไม่พอใจและนึกไม่ถึงว่าคนหัวอ่อนอย่างพิวซาจะกล้าก่อเื่แบบนี้
พระาาทรงพิโรธมาก จึงมีรับสั่งให้จับกุมพิวซาโดยด่วน
“ไม่เป็ไรหรอกพะย่ะค่ะ อาจเป็เพราะลูกพิการแบบนี้ นางจะหนีไปก็ไม่แปลก ปล่อยนางไปเถิดพะย่ะค่ะ” เ้าชายทาซิสตรัสอย่างปลงๆ
“แน่ใจนะ ทาซิส ลูกทำใจได้แน่นะ” พระาาทรงเป็ห่วงบุตรชายคนโต
“พะย่ะค่ะ ส่วนท่านนายกฯและคนอื่นๆ ต่างไม่ได้รู้เห็นเป็ใจกับเื่นี้เลย พระองค์ทรงให้อภัยพวกเขาเถิดพะย่ะค่ะ” เ้าชายทาซิสตรัส
“พ่อดีใจที่ลูกมีเมตตา” พระาาตรัสยกย่อง แล้วหันไปตรัสกับขุนนางว่า “เอาล่ะ เรายอมให้อภัยก็ได้ เป่าประกาศไปว่าเราจะไม่เอาโทษกับพิวซา และบอกให้นางยอมกลับบ้านแต่โดยดี”
“ขอบพระทัยพะย่ะค่ะ” ท่านนายกฯกล่าวขอบคุณ
ทุกคนพากันแยกย้าย งานอภิเษกล่มไม่เป็ท่า แต่กลับกลายเป็ว่ามีการเปิดตัวนานยาหรือเจนน่าในฐานะนางสนมขององค์รัชทายาทแทน
พิลานีรู้สึกไม่พอใจอย่างมาก แต่กลับแสร้งแสดงสีหน้ายิ้มแย้มอย่างยินดี
“เราขอโทษนะพิลานี ที่เรา เอ่อ…” องค์รัชทายาทตรัสอย่างรู้สึกผิด
“ไม่เป็ไรเพคะ หม่อมฉันเข้าใจ มันเป็เื่ธรรมดาอยู่แล้ว” พิลานีแกล้งกล่าวยิ้มๆ
“เราดีใจที่เธอเข้าใจนะ งั้นขอตัวก่อน” องค์รัชทายาทตรัส
องค์รัชทายาทพร้อมพรรคพวกรีบพากันกลับพระตำหนักทันที นานยาแอบหันกลับไปมองพิลานี เธอก็เห็นผู้หญิงคนนั้นกำลังกำหมัดด้วยความโกรธแค้น
องค์รัชทายาทมาถึงที่พักก็รีบประชุมเป็การด่วน ส่วนนานยาเลยไปเดินเล่นที่อุทยานจนพบกับศรันญา
“เจนน่า ฉัน ศรันญานะ ยินดีที่ได้รู้จัก” พอศรันญาเห็นเจนน่าแสดงสีหน้ายิ้ม โดยเห็นได้จากทางตา เธอก็เลยยิ้มให้อย่างเป็มิตร
“คนไทยนี่ยิ้มสวยนะคะ” เจนน่ากล่าวชม
“นี่คุณรู้จักฉันแล้วหรอคะ ถึงรู้ว่าฉันเป็คนไทย” ศรันญาสงสัย
“คุณเป็ถึงภรรยาของท่านซีนาศ ใครๆก็ต้องรู้จักค่ะ เห็นว่าในที่ประชุมซีนาศได้อวดแหวนที่ภรรยามอบให้เอาให้ทุกคนดูด้วยนะคะ” เจนน่ากล่าวยิ้มๆ
ศรันญาหน้าแดงจัด เลยรีบเปลี่ยนเื่ “ฉันกลัวคุณเหงา เลยมาคุยเป็เพื่อนค่ะ”
“แล้วคุณจะกลับประเทศไทยหรือเปล่าคะ” เจนน่าถาม
“ยังค่ะ ต้องรอซีนาศจัดการภารกิจให้เรียบร้อยเสียก่อน” ศรันญากล่าว
“คุณเลยเป็หมอหลวงของตำหนักนี้โดยปริยายเลยนะคะ” เจนน่ากล่าว
“แต่ซีนาศอนุญาตให้ฉันรักษาได้เฉพาะผู้หญิงค่ะ” ศรันญากล่าว
“ไม่แปลกค่ะ เขาว่ากันว่าซีนาศเป็คนขี้หวงมาก ยิ่งภรรยาที่สวยอย่างคุณด้วยแล้ว ไม่ต้องพูดถึง” เจนน่ากล่าว
“ทำไมดูคุณสนิทและคุ้นเคยกับคนที่นี่มากเลยนะคะ ทั้งๆที่คุณเพิ่ง เอ่อ เข้าหอกับองค์รัชทายาทเมื่อคืนนี้เอง” ศรันญาสงสัย
นานยาเริ่มอาย แต่พูดกลบเกลื่อนว่า “เป็เพราะฉันติดตามข่าวขององค์รัชทายาทกับผู้ติดตามต่างหากล่ะคะ”
“พวกเขาประชุมเสร็จกันพอดี งั้นขอตัวก่อนนะคะ” ศรันญาเหลือบไปเห็นสามีที่เดินมุ่งตรงมาที่เธอ
ซีนาศพยักหน้าให้กับเจนน่า แล้วโอบภรรยากลับห้องพัก
นานยาหรือเจนน่ามองตามหลัง แล้วเธอก็นึกถึงพี่สาวของตนเองที่ไม่อาจสมหวังในความรัก ความจริงเธอก็แค่เหม่อลอยเท่านั้น แต่องค์รัชทายาททรงเข้าพระทัยผิด คิดว่านานยามีใจให้กับซีนาศ เลยทำการดึงแขนเธอแล้วพากลับห้องบรรทม
“หม่อมฉันเจ็บนะเพคะ ปล่อยแขนหม่อมฉันนะ” นานยากล่าวเพราะพระองค์ทรงบีบรัดแขนเธอแน่นมาก
“ตอนนี้เธอก็น่าจะรู้สถานะของตัวเองดีว่าเป็สนมของเรา เหตุใดถึงมองซีนาศแบบนั้น หรือรู้สึกเสียดายขึ้นมา” องค์รัชทายาทตรัสอย่างไม่พอพระทัย
“ทำไมถึงทรงมีความคิดแบบนี้ล่ะเพคะ หม่อมฉันเคารพซีนาศเพราะเขาเป็หัวหน้าองครักษ์ ไม่เคยคิดอะไรเกินเลย” นานยากล่าว
“ก็เราเคยเห็นเธอเคยขอเขาแต่งงานด้วยนี่” องค์รัชทายาททรงตรัสอ้าง
“พระองค์ก็ทรงทราบดีนี่เพคะ ว่าสุดท้ายเขาก็ได้แต่งงานกับหญิงในดวงใจน่ะ” นานยากล่าว
นานยาไม่อยากต่อล้อต่อเถียงด้วย เลยเดินหนีเข้าห้องของตัวเอง แต่ถูกองค์รัชทายาทจับแขนรั้งไว้
“มีอะไรอีกล่ะเพคะ หากพระองค์ทรงไม่พอพระทัยก็ไล่หม่อมฉันไปสิเพคะ” นานยากล่าว
“เราขอโทษ แต่ขอให้เธอรักษาเกียรติของเราด้วย เพราะคนอื่นเข้าใจว่าเธอเป็สนมของเรา” องค์รัชทายาทตรัสด้วยน้ำเสียงอ่อนลงกว่าเดิม
นานยาคิดในใจว่า “ที่แท้ก็ห่วงชื่อเสียง” แต่กลับพูดว่า “เพคะ หม่อมฉันจะไม่เข้าใกล้ชายคนไหน พอพระทัยแล้วใช่มั้ยเพคะ”
องค์รัชทายาทจึงยอมปล่อยแขนเธอ แล้วเสด็จกลับห้องบรรทมของพระองค์เอง
นานยานอนไม่หลับเพราะไม่คุ้นเคยกับการนอนที่ตำหนักนี้ เธอก็เลยเดินออกมาจากห้อง แต่ทว่าเธอเห็นห้องทรงงานมีไฟสว่าง เธอก็เลยแอบดูก็พบว่าองค์รัชทายาทยังคงทรงงานอยู่
นานยาเลยไปที่ห้องครัวแล้วทำน้ำซุปที่เธอชอบทำให้พ่อสมัยยังเป็องคมนตรี นำไปถวายองค์รัชทายาท
“นี่คืออะไร” องค์รัชทายาททรงแปลกพระทัย
“ก็เห็นพระองค์ทรงงานหนัก ก็เลยทำมาถวายเพคะ” นานยากล่าว
องค์รัชทายาททรงหยิบขึ้นมาดื่มจนหมด
“พระองค์ทรงไม่กลัวว่าหม่อมฉันจะวางยาหรอเพคะ” นานยาสงสัย
“เธอคงไม่ทำร้ายสามีของตัวเองหรอก” องค์รัชทายาทตรัสยิ้มๆ
“มันเป็การแสดงเท่านั้น อย่าทรงลืมสิเพคะ” นานยากล่าวย้ำ
“หรือว่าเธออยากให้เป็จริง เราช่วยได้นะ” องค์รัชทายาททรงแกล้งตรัสไปเช่นนั้นเอง
“ไม่เพคะ หม่อมฉันง่วงแล้ว ขอตัวเพคะ” นานยารีบเข้าไปในห้องนอนทันที จนองค์รัชทายาทแอบขำ
เช้าวันรุ่งขึ้น มีข่าวว่าจับกุมตัวพิวซาได้แล้ว เมื่อนานยาทราบข่าว จึงรีบไปทูลขอความช่วยเหลือจากองค์รัชทายาททันที
“ได้โปรดช่วยพิวซาด้วยเถิดเพคะ” นานยาขอร้อง
“มีคนช่วยพิวซาอยู่แล้ว เธอไม่ต้องเป็ห่วง” องค์รัชทายาททรงตรัสอย่างพระทัยเย็น
“หมายความว่ายังไงเพคะ” นานยาสงสัย
“ท่านนายพลลอซารับสารภาพว่า แอบคบหากับพิวซาถึงขั้นลักลอบได้เสียกันแล้ว และไปขอให้อันยะและครอบครัวพาพิวซาหนี พระาาและท่านนายกฯเห็นว่าเื่มันเกิดขึ้นไปแล้ว เลยยอมให้อภัยท่านนายพล หลังจากนั้นก็ประกาศให้มีการแต่งงานเพื่อรักษาชื่อเสียงของพิวซา” องค์รัชทายาทตรัสเล่า
“แต่มันไม่เป็ความจริงนี่เพคะ” นานยากล่าว
“แต่มันคงเป็ทางเดียวที่พิวซาจะได้ไม่ต้องเข้าพิธีอภิเษกไง” องค์รัชทายาทตรัส
“แล้วหม่อมฉันสามารถไปงานแต่งของพิวซาได้มั้ยเพคะ” นานยาอยากไปงานแต่งของเพื่อนรัก
“ได้สิ เธอก็ไปในฐานะสนมของเราไง” องค์รัชทายาทตรัส
“แต่หม่อมฉันอยากไปในฐานะของนานยา ไม่ใช่เจนน่านี่เพคะ” นานยากล่าวเพราะยังไงเธอก็เป็เพื่อนรักของพิวซา
“ไม่ได้! เธอรู้มั้ย ว่าพิวซาได้ไปขอความช่วยเหลือจากนายพลให้ปกปิดเื่ที่เธอเป็คนพาพิวซาหนี โดยยอมแลกกับการที่พิวซาต้องแต่งงานกับนายพลลอซา เพื่อไม่ให้ใครสงสัยเธอ ดังนั้นเธอไม่ควรปรากฏตัว” องค์รัชทายาทตรัส
“โถ่ พิวซา” นานยาสงสารเพื่อน เธอรู้สึกอ่อนใจจึงยอมไปในฐานะของเจนน่า เลยกล่าวว่า “ก็ได้เพคะ”
**************************************************
ณ ห้องแต่งตัวที่บ้านท่านนายกรัฐมนตรี
งานแต่งงานระหว่างนายพลลอซากับพิวซาจัดอย่างสมเกียรติ เจนน่าแอบลอบพบพิวซาในระหว่างที่เธอกำลังแต่งตัว
“ที่แท้ก็เป็เธอ นานยา โชคดีที่เธอปลอดภัย” พิวซากอดนานยาซึ่งแต่งเป็เจนน่าอย่างโล่งใจ
“แต่ยังไงเธอก็ถูกบังคับให้แต่งงานอยู่ดี” นานยากล่าว
“คงดีกว่าเป็พระชายาของเ้าชายทาซิสน่ะ ไม่ต้องคิดมากหรอกนานยา” พิวซากล่าว
“ฉันคงทำได้เพียงขอให้เธอมีความสุขนะ” นานยาอวยพร
“เธอแต่งตัวแบบนี้แสดงว่าเธอเป็สนมขององค์รัชทายาทงั้นหรอ” พิวซาเริ่มสังเกต
“มันก็แค่การแสดงน่ะ” นานยายอมเผย
“งั้นเธอรีบไปเถอะ เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า อาจเข้าใจผิดคิดว่าเธอจะมาพาฉันหนีอีกก็ได้นะ” พิวซากลัวเพื่อนได้รับความผิด
“นั่นสิ เธอจะมาพาว่าที่เ้าสาวของฉันหนีไม่ได้นะ” นายพลลอซากล่าว
“นายพลลอซา!” นานยาใ
นายพลโอบว่าที่เ้าสาวของเขาอย่างอ่อนโยน แล้วกล่าว “ฉันสัญญาว่าจะดูแลและปกป้องพิวซาเป็อย่างดี”
“ฉันจะลองเชื่อคุณค่ะ ท่านนายพล งั้นฉันขอตัวก่อน” นานยาเห็นสายตาที่จริงใจของท่านนายพล เลยยอมจากไปแต่โดยดี
“คุณห้ามบอกใครนะคะ ว่านานยามาที่นี่” พิวซาเป็ห่วงเพื่อน
“ผมไม่ทำร้ายเพื่อนรักของคุณหรอกครับ รีบแต่งตัวให้เสร็จเถอะนะ แขกมารอเต็มไปหมดแล้ว” นายพลลอซากล่าว
ว่าที่เ้าสาวพยักหน้า
เ้าบ่าวเ้าสาวจึงเข้าร่วมพิธีงานแต่งงานอย่างราบรื่น นานยาเห็นเ้าสาวยิ้มได้ เธอก็แอบโล่งใจ ตอนนี้เธอคิดว่าเธอไม่จำเป็ต้องปลอมเป็สนมอีกแล้ว กะว่าจะหนีไปทันที แต่ทว่าเธอดันเดินไปชนกับพิลานีเข้า
“ขอโทษค่ะ คุณพิลานี” นานยารีบพูด
“จะไปไหนงั้นหรอ เจนน่า องค์รัชทายาทยังอยู่ภายในงานแต่งอยู่เลยนะ” พิลานีจับผิด
“ฉันหลงทางค่ะ” นานยาพูดกลบเกลื่อน
“ต่อไประวังหน่อยนะ เธอยิ่งเคยเป็นางระบำเก่าเสียด้วย คนอื่นอาจคิดว่าเธอใช้นิสัยเก่ามาขโมยของมีค่าก็เป็ได้” พิลานีกล่าวอย่างดูถูก
“คุณยังไม่ได้รู้จักฉันดีพอเลยนะคะ ตัดสินกันแบบนี้จะดีหรอคะ” นานยาพูดอย่างเอาเื่
“มีอะไรกันงั้นหรอ” องค์รัชทายาทตรัส
“ไม่มีอะไรหรอกเพคะ หม่อมฉันเห็นเจนน่าทำตัวลับๆล่อๆ แถมเดินผิดทางก็เลยเดินมาสอบถาม” พิลานีกล่าว
“จะไปไหนหรอเจนน่า หรือว่าหลงทาง” องค์รัชทายาททรงสงสัย
“ใช่ค่ะ หลงทาง” นานยายิ้มเจื่อนๆ
“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ขอตัวก่อนนะ พิลานี” องค์รัชทายาทกล่าวอำลาพิลานี
“เพคะ” พิลานีพยักหน้ากล่าวรับ
**************************************************
องค์รัชทายาทดึงแขนขอเจนน่าไปที่รถทันที พอถึงที่รถ นานยาหรือเจนน่ารีบกล่าวท้วง
“หม่อมฉันเจ็บนะเพคะ” นานยากล่าว
“จะแอบหนีล่ะสิ” องค์รัชทายาททรงรู้ทัน
“ก็ในเมื่อพิวซาปลอดภัย แล้วเธอก็แต่งงานแล้ว ไม่มีความจำเป็ที่หม่อมฉันต้องอยู่ที่นี่อีกนี่เพคะ” นานยากล่าว
“เราจะไปพบพ่อของเธอที่ชายแดน จะไปกับเรามั้ย” องค์รัชทายาททรงนำเื่นี้มาล่อ
“จริงหรอเพคะ” นานยาดีใจ
“ถ้าอยากไป ก็อยู่กับเราในฐานะเจนน่าไปก่อน” องค์รัชทายาทตรัส
“ก็ได้เพคะ” นานยาอยากพบพ่อ เลยยอมทำตามข้อตกลง
คืนนี้นานยาเริ่มรู้แล้วว่าองค์รัชทายาทจะทรงงานดึกๆดื่นๆทุกวัน เธอก็เลยยกน้ำซุปบำรุงไปให้ก่อนที่เธอจะเข้านอน
“ขอบใจมาก ยังไม่ง่วงก็อยู่คุยเป็เพื่อนเราก่อนสิ” องค์รัชทายาทตรัส
“หม่อมฉันง่วงแล้วเพคะ งั้นหม่อมฉันขอตัว” นานยาไม่อยากอยู่กับองค์รัชทายาทสองต่อสอง เลยรีบตัดบท
นานยารู้สึกอ่อนเพลียเลยนอนหลับไป แต่ทว่าพอกลางดึกเธอสะลึมสะลือรู้สึกเหมือนมีคนเข้ามาจูบหน้าผากและหอมแก้มเธอ จากนั้นบุคคลนั้นก็เดินออกไปจากห้อง
เมื่อนานยาตื่นขึ้นมาเพื่อออกมารับประทานอาหารพร้อมกับองค์รัชทายาท นานยานึกสงสัยเื่เมื่อคืนเลยเผลอมององค์รัชทายาทเข้า
“มีอะไรงั้นหรอ” องค์รัชทายาทตรัสทักทันที
“เปล่านี่เพคะ” นานยาไม่กล้าถาม
“เมื่อเช้านี้ พิลานีโทรมาบอกว่าจะขอไปชายแดนด้วยนะ” องค์รัชทายาทตรัส
“งั้นให้หม่อมฉันไปนั่งอีกคันสิเพคะ พระองค์จะได้เสด็จไปพร้อมกับพระคู่หมั้น” นานยากล่าว
“พิลานีจะขับตามไปเองน่ะ” องค์รัชทายาทตรัส
รถทั้งห้าคันรวมรถของพิลานีด้วย ไปจอดที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง นานยาจึงขอตัวเข้าห้องน้ำ ในระหว่างที่นานยาล้างหน้าล้างตาอยู่นั่นเอง ก็มีเสียงทักว่า
“ที่แท้ก็เป็เธอ นานยา องค์รัชทายาททรงสงสารเธอมากสินะ ถึงขั้นรับเธอมาเป็สนม เพื่อดูแลเธอแทนพี่สาวนี่เอง” พิลานีกล่าวอย่างเยาะเย้ย
“พี่พิลานี มันไม่ใช่…” นานยาพูดไม่จบ
“เอาเถอะ ในเมื่อเธอก็เป็เมียบำเรอไปแล้ว ฉันก็ไม่ถือสาหรอกนะ อีกห้าวันฉันก็จะเข้าพิธีอภิเษกกับพระองค์แล้ว ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยก็แล้วกัน” พิลานีหันหลังกลับแล้วเดินจากไปด้วยความโมโหเพราะนึกไม่ถึงว่าศัตรูหัวใจจะเป็น้องสาวของนียาลัส
นานยาเห็นว่าความจริงเปิดเผยแล้ว เธอเลยไม่สวมผ้าคลุมแล้ว เมื่อเสร็จกิจก็รีบเดินไปหาองค์รัชทายาททันที
“มันเกิดอะไรขึ้น” องค์รัชทายาททรงสงสัยเพราะนานยาไม่ได้ปิดบังตัวตน
“พระคู่หมั้นทรงทราบแล้วว่าเป็หม่อมฉัน ดังนั้นหม่อมฉันไม่จำเป็ต้องปลอมตัวอีกแล้วเพคะ” นานยากล่าว
“นั่นก็หมายความว่า เป็การเปิดเผยแล้วว่านานยาเป็สนมของเรา” องค์รัชทายาทตรัสยิ้มๆ
“หม่อมฉันไม่จำเป็ต้องแสดงละครอีกแล้วเพคะ ดังนั้นหม่อมฉันขอตัว” นานยาเดินหนีพระองค์ทันที
องค์รัชทายาทกำลังจะตามไป แต่ถูกพิลานีดักไว้ก่อน
“มันหมายความว่ายังไงหรอเพคะ ทำไมสนมของพระองค์ถึงเป็นานยา” พิลานีรีบถาม
“เื่มันยาวน่ะ พิลานี หวังว่าเธอคงจะไม่ถือสาหรอกนะ” องค์รัชทายาทตรัส
“ไม่หรอกเพคะ หม่อมฉันกลับยินดีเสียมากกว่า เพราะหม่อมฉันก็นึกสงสารนานยาเช่นกัน เธอต้องมาตกอยู่ในสภาวะบ้านแตกสาแหรกขาดเช่นนี้” พิลานีแกล้งพูด
“งั้นพวกเรารีบเดินทางต่อกันเถอะ” องค์รัชทายาทตรัสเพราะเห็นซีนาศส่งสัญญาณว่าพร้อมออกเดินทาง
นานยาจึงไปนั่งรถคันเดียวกันกับเพื่อนทหารองครักษ์แทน เพราะเธอไม่อยากแสดงตัวว่าเป็พระสนมอีกแล้ว
**************************************************
เมื่อแวะร้านอาหาร พิลานี องค์รัชทายาท ศรันญาและซีนาศนั่งรับประทานอาหารโต๊ะเดียวกัน ในขณะที่นานยาไปนั่งร่วมวงกับเพื่อนทหารองครักษ์ที่สนิทและคุ้นเคย
นานยาพูดจาเป็กันเองกับเพื่อนผู้ชายจนกระทั่งทุกคนในโต๊ะนั้นพากันหัวเราะคิกคัก
“ดูนานยาจะสนิทกับทหารองครักษ์มากเลยนะเพคะ แต่มันดูไม่เหมาะสม เนื่องจากนางเป็ถึงพระสนมของพระองค์” พิลานีกล่าว
องค์รัชทายาททรงกริ้วเพราะความหึงหวง ดังนั้นหลังเสวยพระกระยาหารเสร็จ พระองค์ก็รีบมาดึงตัวนานยาไปขึ้นรถด้วยกัน
“ปล่อยหม่อมฉันนะเพคะ หม่อมฉันเจ็บนะ” นานยาพยายามขืนตัว
“เราบอกเธอกี่ทีแล้วว่า จะทำอะไรก็ขอให้รักษาเกียรติของเราบ้าง” องค์รัชทายาทตรัส
“มันเป็เพียงแค่การแสดง อีกไม่นานความจริงก็ต้องเปิดเผย ดังนั้นพระองค์ทรงบอกความจริงกับคนอื่นจะดีกว่านะเพคะ” นานยากล่าว
องค์รัชทายาททรงหมดความอดทนจึงดึงตัวนานยาเข้าไปจูบทั้งเล้าโลมจนนานยาสู้แรงไม่ไหว ทำได้แต่ร้องไห้ออกมาและรอให้พระองค์ทรงหยุด
“เราขอโทษนานยา” องค์รัชทายาททรงเช็ดน้ำตาและพยายามปรับอารมณ์
นานยากำลังจะเปิดประตูรถเพื่อหนีพระองค์ แต่องค์รัชทายาททรงกอดไว้แน่นมาก
“ปล่อยนะเพคะ หม่อมฉันไม่ใช่ของเล่นของพระองค์” นานยาพูดด้วยน้ำเสียงอย่างสะอึกสะอื้น เพราะเธอร้องไห้
อยู่ดีๆองค์รัชทายาทก็สวมสร้อยที่มีจี้รูปนกอินทรีย์ให้กับนานยา แต่นานยาพยายามจะถอดมันออก
“หยุดนะนานยา! เอาอย่างนี้พวกเรามาทำข้อตกลงกันดีกว่า” องค์รัชทายาททรงพยายามเจรจา
“ข้อตกลงอะไรเพคะ” นานยาสงสัย
“หากวันใดก็ตามที่เธอถอดสร้อยเส้นนี้ออกไป เราจะถือว่าเธอยอมเป็ภรรยาโดยพฤตินัยของเราทันที เมื่อถึงตอนนั้นเรามีสิทธิ์ทำอะไรกับเธอก็ได้” องค์รัชทายาททรงตรัส
“หม่อมฉันไม่…” นานยาไม่ยอมรับข้อตกลงและกำลังจะถอดสร้อยคอออก
“อะ อะ อย่าลืม ถ้าถอดออกตอนนี้ พวกเราจะทำกันที่นี่” องค์รัชทายาททรงขู่
“ก็ได้เพคะ หม่อมฉันยอมทำตามข้อตกลง แต่พระองค์อย่าทำแบบนี้กับหม่อมฉันอีกนะเพคะ” นานยากล่าวสีหน้าจริงจัง
แต่พอหลังจากที่นานยาสวมสร้อยประจำตัวขององค์รัชทายาท ทหารองครักษ์ก็ไม่กล้ายุ่งเกี่ยวกับนานยาอีกเลย เพราะนั่นหมายถึงนานยาได้เป็ผู้หญิงของพระองค์โดยแท้จริง
ในใจนานยาคิดว่า “แย่แล้ว หลงกลพระองค์แล้ว การสวมสร้อยเส้นนี้ก็ยิ่งเป็การประกาศว่าฉันเป็ผู้หญิงของพระองค์แล้วน่ะสิ”
นานยาจำต้องขึ้นรถคันเดียวกันกับองค์รัชทายาท เพราะไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เธออีก
**************************************************
พอมาถึงชายแดน นานยาวิ่งเข้าไปกอดพ่อด้วยความคิดถึง
“พ่อดีใจที่ลูกปลอดภัยดี” อดีตองคมนตรีกล่าว
“พ่อสบายดีมั้ยคะ” นานยารีบถาม
“พ่อมาทำงานด้านเอกสารที่ค่ายทหารแห่งนี้ พ่อสบายดีลูก” อดีตองคมนตรีกล่าว
“เอาล่ะ สองพ่อลูกค่อยคุยกันทีหลังนะ ขอเราประชุมร่วมกันกับท่านเสียก่อน” องค์รัชทายาทตรัส
นานยาและศรันญาจำต้องออกไปจากห้อง เธอเลยพาศรันญาไปหาทานุ ซึ่งเขาเป็คนสนิทของพ่อ ทานุเป็ผู้ชายมีอายุมากกว่านานยาห้าปีและเติบโตมาด้วยกันกับนานยา
“ศรันญา ขี่ม้าเป็มั้ย” นานยาถาม
“พอได้ค่ะ” ศรันญากล่าว
“งั้นพวกเราไปขี่ม้าเล่นกันดีกว่า” นานยาหาเื่ทำแก้เบื่อ
ทานุทำหน้าที่เป็ไกด์นำเที่ยว ทั้งสามพากันขี่ม้าแล้วมุ่งตรงไปที่ตลาดแถวชายแดน เพราะที่นั่นจะมีสินค้าของต่างชาติด้วย สินค้าจึงมีความแปลกใหม่น่าสนใจ หญิงทั้งสองซื้อของที่ระลึกมาพอสมควรแล้วก็พากันกลับไปที่พักของพ่อ พอทั้งสามขี่ม้ามาถึง ซีนาศรีบมาพาตัวภรรยาสาวไปขึ้นรถทันที ในขณะที่นานยายังคงคุยกับทานุด้วยความคุ้นเคย
“ดูนานยาจะสนิทกับทานุมากเลยนะเพคะ” พิลานีกล่าว
องค์รัชทายาทไม่ได้กล่าวอะไร แต่รู้สึกไม่พอพระทัยขึ้นมาอีก
“พวกเขาเติบโตมาด้วยกันน่ะ” อดีตองคมนตรีกล่าว
“อย่างนี้นี่เอง แต่พวกเราจะต้องรีบเดินทางกลับเมืองหลวงแล้วนะคะ คงรอนางไม่ได้หรอก” พิลานีกล่าว
องค์รัชทายาทรีบเสด็จไปหาคนทั้งสอง พร้อมกับกล่าวว่า “พวกเราต้องไปกันแล้วนะ นานยา”
“ก็ในเมื่อพ่อของหม่อมฉันอยู่ที่นี่ หม่อมฉันก็ต้องคอยปรนนิบัติดูแลพ่ออยู่ที่นี่สิเพคะ” นานยาตั้งใจจะอยู่ที่นี่
“ลูกกลับไปเถิด ไหนๆลูกก็เป็ถึงสนมขององค์รัชทายาทแล้ว อยู่ที่นี่มันไม่เหมาะ ดีไม่ดีอาจถูกครหานินทาได้” อดีตองคมนตรีกล่าว
นานยามองไปที่องค์รัชทายาทอย่างเอาเื่ เพราะไม่คิดว่าพระองค์จะบอกพ่อของเธอแบบนี้ “พ่อคะ มันไม่ใช่…”
องค์รัชทายาททรงรีบตัดบททันที “งั้นขอตัวก่อนก็แล้วกัน การเดินทางยังอีกยาวไกล” องค์รัชทายาททรงไม่ปล่อยให้นานยาพูดอะไรได้อีก พระองค์ทรงลากแขนนานยาไปขึ้นรถ
นานยาพยายามจะขืนตัวแต่ก็สู้แรงของพระองค์ไม่ได้ เลยจำต้องขึ้นรถแต่โดยดี
“ทำไมต้องพาหม่อมฉันกลับไปด้วยเพคะ” นานยาสงสัย
“ข่าวที่เธอเป็สนมของเราได้แพร่มาถึงที่นี่แล้วต่างหาก” องค์รัชทายาทตรัสตามจริง
“ทุกคนที่อยู่ที่นี่ก็รู้หรอเพคะ” นานยาใ
“ใช่ ดังนั้นเราจำเป็ต้องรับผิดชอบเธอด้วย” องค์รัชทายาทตรัส
“พระองค์ทรงแสดงละครว่าขับไล่หม่อมฉันไปแล้ว ก็ได้นี่เพคะ” นานยากล่าว
“แต่เราอยากให้เธออยู่ด้วยนี่” องค์รัชทายาททรงเผยความรู้สึก
นานยาไม่มีอะไรจะพูด เธอก็เลยหันไปมองที่หน้าต่างประตูรถเพื่อดูทิวทัศน์ข้างนอกแทน
“วันนี้พระาาทรงแต่งตั้งองค์ราชินีใหม่แล้วนะ” องค์รัชทายาททรงเปลี่ยนเื่เพื่อให้นานยาหันมาคุย
“พระองค์เป็ใครหรือเพคะ” ด้วยความอยากรู้ นานยาเลยยอมหันไปคุย
“เป็พระมาตุจฉา (น้าหญิง) ของเรา” องค์รัชทายาทตรัส
“แล้วจะกลับไปร่วมพิธีทันหรือเพคะ” นานยาสงสัย
“คงไม่ทันหรอก แต่เสด็จพ่อทรงตรัสกับเราทางโทรศัพท์แล้ว เราจะพาเธอไปเข้าเฝ้าองค์ราชินี”
“ทำไมล่ะเพคะ พระองค์ก็ทรงทราบว่าหม่อมฉันไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับคนในราชวงศ์รวมถึงพระองค์ด้วย”
“เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าต้องทำยังไง มีข่าวว่าเธอเป็สนมของเรา ก็มีบางกลุ่มพากันคัดค้าน เพราะเธอเป็น้องสาวของฆาตกรที่พรากชีวิตเสด็จแม่ของเราไป การที่เธอไปเข้าเฝ้าองค์ราชินีองค์ปัจจุบัน อาจไปเพื่อขอขมาด้วยกระมัง” องค์รัชทายาทตรัส
“พี่ของหม่อมฉันโดนป….” นานยาอยากชี้แจ้งเื่พี่สาว แต่ดูเหมือนพระองค์จะทรงรู้ทัน
“เื่นี้พูดปากเปล่าไม่ได้หรอก ต้องมีหลักฐานมาหักล้างเท่านั้น” องค์รัชทายาททรงรู้ดีแก่ใจว่านียาลัสถูกปรักปรำแต่ก็ไม่มีหลักฐาน
“ก็ได้เพคะ หม่อมฉันจะเข้าเฝ้าองค์ราชินี” นานยานึกไม่ถึงว่าตนต้องอยู่กับองค์รัชทายาทต่อไปเพื่อรอเข้าเฝ้าองค์ราชินีองค์ใหม่
**************************************************
แต่ตลอดการเดินทางสามวันเพื่อไปเมืองหลวงนั้น องค์รัชทายาททรงดูแลพระคู่หมั้นเป็อย่างดี จนนานยานึกหมั่นไส้ ยังดีที่นานยามีเพื่อนอย่างศรันญา เลยอาศัยว่าคุยกับเพื่อนคนนี้ทำให้เธอไม่เหงา
“องค์รัชทายาทกับพิลานีดูรักกันดีนะ แล้วเธอไม่รู้สึกอะไรหรอนานยา” ศรันญาสงสัย
“มันก็สมควรแล้วนี่ ที่องค์รัชทายาทจะต้องดูแลพระคู่หมั้น” นานยากล่าวและทำเป็ไม่สนใจ
“แต่แววตาขององค์รัชทายาทมองมาที่เธอตลอดเลยนะ นานยา” ศรันญาสังเกต
“เข้าใจผิดแล้วล่ะ ว่าแต่พวกเราคุยกับเื่อื่นเถอะนะ” นานยาอยากเปลี่ยนเื่
“ว่าแต่ทำไมเธอถึงช่วยพาพิวซาหนีการอภิเษกล่ะ” ศรันญาสงสัย
“เอ่อ ก็เพราะว่า พิวซาไม่ได้รักเ้าชายทาซิสน่ะสิ” นานยารีบแก้ตัวเพราะไม่อาจเผยความจริงได้
“เป็เพราะพระองค์พิการงั้นหรอ” ศรันญาลองคาดเดา
“มันมีอะไรมากกว่านั้นอีก” นานยากล่าว
“มันคืออะไรน่ะ” ศรันญาอยากรู้
“สาวๆ คุยกันสนุกเชียวนะ ขอร่วมวงด้วยคนสิคะ” พิลานีกล่าวอย่างเป็มิตร
“ไม่มีอะไรหรอกคะ เื่สัพเพเหระทั้งนั้น” นานยากล่าว
และแล้วขบวนเสด็จขององค์รัชทายาทก็พากันเดินทางต่อเพื่อเข้าสู่เมืองหลวงเสียที ดังนั้นในวันนี้องค์รัชทายาทจึงพานานยาและพิลานีเข้าไปพักในวังหลวง
**************************************************
องค์รัชทายาทพาซีนาศและหญิงสาวทั้งสองไปเข้าเฝ้าพระาาและองค์ราชินี
“เธอยอมรับได้งั้นหรอพิลานี ที่องค์รัชทายาททรงมีพระสนม” พระาาตรัสถาม
“มันเป็เื่ธรรมดาของผู้ชายนี่เพคะ” พิลานีกล่าว
“เธอเป็คนใจกว้างมากจริงๆ เราขอนับถือในตัวเธอ” จากนั้นองค์ราชินีหันไปตรัสกับนานยาทันที “ต่อไปเธอจงจำไว้ว่าเธอเป็แค่สนมเท่านั้น ต้องให้ความเคารพพิลานีด้วยล่ะ”
“ทราบแล้วเพคะ” นานยากล่าวอย่างนอบน้อม
“ส่วนเื่นั้น เราจะถือซะว่าเธอไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความผิดของพี่สาว และจงทำตัวดีๆด้วยล่ะ นานยา” พระาาตรัส
“เพคะ” นานยารู้สึกอึดอัด เธออยากอธิบายว่าพี่สาวถูกปรักปรำ แต่ก็อย่างว่ามันไม่มีหลักฐานมาหักล้าง เลยพูดอะไรไม่ได้
“งั้นพวกเธอออกไปก่อนเถิด พระาาทรงมีเื่ตรัสกับองค์รัชทายาทเป็การส่วนพระองค์” องค์ราชินีตรัส
**************************************************
พิลานีและนานยาจึงออกไปนอกท้องพระโรง และไปรอองค์รัชทายาทที่อุทยาน
“ฉันสงสารครอบครัวของเธอจริงๆเลยนะ นานยา ทั้งพี่และน้องไม่มีใครได้เป็พระชายาเลยสักคน” พิลานีกล่าวเยาะเย้ย
นานยาเริ่มเห็นธาตุแท้ของพิลานี เธอโกรธกับคำพูดนั้น แต่ทว่าเธอเห็นบางอย่างที่สะดุดตาเธอมาก นั่นก็คือลูกกุญแจที่ใช้เปิดกล่องลับที่ตอนนี้ได้ทำเป็จี้และสวมอยู่ที่คอของพิลานี
“พูดไม่ออกหรือ นานยา แต่ก็อย่างว่านะ มีพี่สาวเป็ฆาตกรก็ต้องรู้สึกแย่เป็ธรรมดา” พิลานีกล่าวอีก
“คุณคงรู้สึกภูมิใจมากเลยสินะ ที่ได้เป็พระคู่หมั้นแทนพี่นียาลัส” นานยากล่าว
“จะว่ายังไงดีล่ะ มันอยู่ที่ความเหมาะสมต่างหาก ใครๆก็บอกว่าฉันเหมาะกับตำแหน่งนี้ แต่พี่สาวของเธอสิ…” พิลานีแสดงสีหน้าดูถูก แต่พูดไม่จบ
“คุณสมบัติของพี่สาวของฉันเพียบพร้อม คุณต่างหากสู้ไม่ได้” นานยากล่าวอย่างเอาเื่
“555 เพียบพร้อมหรือเปล่านะ แต่ เอ เขาว่ากันว่านียาลัสทำตัวสำส่อนด้วยนะ” พิลานีพูดอย่างสะใจ
นานยาฟิวส์ขาด เธอโมโหสุดขีดจนลืมตัว เลยเข้าไปทำร้ายพิลานีอย่างบ้าคลั่ง ส่วนพิลานีก็แกล้งร้องขอความช่วยเหลือ
นานยาเริ่มรู้ตัวว่าหลงกลเข้าแล้ว แต่เธอจะไม่ยอมให้เสียเปล่า ในระหว่างที่ตบตีพิลานี เธอก็ถือโอกาสขโมยลูกกุญแจที่ติดอยู่กับสร้อยของพิลานี
องค์ราชินีออกมาดูความเรียบร้อย เพราะฝ่าายังตรัสกับองค์รัชทายาทไม่จบ
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ! นานยา เธอบังอาจมาก ถึงขั้นกล้าทำร้ายพระคู่หมั้นขององค์รัชทายาทเชียวรึ” องค์ราชินีตรัสด้วยน้ำเสียงกริ้วโกรธ
นางในพากันช่วยกันจับกุมตัวนานยาไว้
องค์ราชินีเสด็จเข้าไปตบนานยาเพื่อสั่งสอน จากนั้นก็มีรับสั่งให้ทหารนำตัวนานยาไปคุมขังฐานทำร้ายพิลานี
“ให้กระหม่อมจัดการเองเถอะพะย่ะค่ะ เสด็จแม่” องค์รัชทายาทตรัส
“ลูกให้ท้ายภรรยามากไปนะ” องค์ราชินีตรัส
“กระหม่อมขอลงโทษนางเองพะย่ะค่ะ” องค์รัชทายาทเสด็จไปหานานยา แล้วได้กระทำในสิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิด พระองค์ทรงตบหน้านานยาอย่างแรง
นานยานำมือมากุมหน้าไว้ เพราะความเจ็บ ทำให้นานยาน้ำตาไหลออกมาโดยไม่มีเสียงสะอื้นสะอื้นหรือเสียงร้องใดๆ
“ทหารพานานยากลับตำหนักเราเดี๋ยวนี้” องค์รัชทายาททรงสั่งทหาร
“พะย่ะค่ะ” ทหารทุกคนรับคำ
**************************************************
หลังจากนั้นองค์รัชทายาทก็ประคองพิลานีพร้อมกับสวมกอดอย่างทะนุถนอม “ไม่เป็อะไรใช่มั้ย พิลานี ไม่เจ็บตรงไหนใช่มั้ย”
“หายเจ็บแล้วเพคะ” พิลานีกล่าวยิ้มๆ
“งั้นกลับตำหนักเราก่อนเถอะ เรามีเื่จะคุยด้วย” องค์รัชทายาทตรัส
“เพคะ” พิลานีกล่าวพร้อมพยักหน้า
“เอาล่ะ ในเมื่อลูกจัดการได้ แม่ก็จะไม่ยุ่งก็แล้วกัน” องค์ราชินีตรัส
“ขอบพระทัยพะย่ะค่ะ” องค์รัชทายาทตรัส
องค์รัชทายาททรงพาพิลานีนั่งรถคันเดียวกันเพื่อไปที่ตำหนักขององค์รัชทายาท ส่วนนานยานั้นขึ้นรถคันเดียวกับซีนาศ
ซีนาศรู้สึกเห็นใจ เลยปล่อยให้ภรรยานั่งข้างหลังเพื่อคอยปลอบนานยา ส่วนเขาก็นั่งข้างคนขับ
ทุกคนในรถพากันเงียบ เพราะไม่รู้จะปลอบยังไง แต่นานยากอดศรันยา โดยเธอมีน้ำตาไหลพรากไม่ขาดสาย แต่ไร้เสียงร้องหรือเสียงสะอื้นใดๆ
ซีนาศกับภรรยาขอตัวกลับก่อนเพราะมีภารกิจสำคัญต้องไปจัดการ เลยทำได้แค่ไปส่งนานยาที่ตำหนักองค์รัชทายาท
นานยาเดินเกือบถึงห้องโถง แต่ตนดันไปเห็นองค์รัชทายาททรงกอดพิลานีอยู่ เลยรีบไปแอบก่อนเพราะไม่อยากขัดจังหวะ
องค์รัชทายาททรงคลายอ้อมกอดแล้วจูบกับพิลานีอย่างดูดดื่มโดยไม่สนพระทัยอะไรทั้งสิ้น
นานยาอึ้งมาก แล้วอยู่ดีๆตนก็รู้สึกแน่นหน้าอกและปวดใจขึ้นมา “นี่เราแอบรักองค์รัชทายาทไปแล้วงั้นหรอ” นานยาเริ่มทนไม่ไหวเลยรีบเลี่ยงอ้อมไปทางด้านหลังตำหนักแล้วเข้าไปในห้องพักของตน
ผ่านไปราวหนึ่งชั่วโมง องค์รัชทายาททรงเคาะประตู นานยาต้องรีบล้างหน้าล้างตาแล้วทำตัวให้ปกติมากที่สุด ค่อยมาเปิดประตู
“ทำอะไรอยู่ ทำไมเปิดช้านักล่ะ” องค์รัชทายาททรงสงสัย
“ทรงอยากลงโทษยังไง ก็เชิญเพคะ” นานยากล่าวอย่างน้อยใจ
“แล้วทำไมต้องทำร้ายพิลานีด้วยล่ะ หรือว่าหึง” องค์รัชทายาทตรัสถาม
“พระองค์กับหม่อมฉันไม่ได้เป็อะไรกัน จะหึงได้ยังไงเพคะ” นานยากล่าว
“ไม่ตอบก็ไม่เป็ไร แล้วตอนนี้ยังเจ็บมั้ย” องค์รัชทายาททรงเป็ห่วง
“ไม่เจ็บแล้วเพคะ หากพระองค์ไม่มีอะไรแล้ว งั้นหม่อมฉันขอเดินทางกลับไปหาพ่อนะเพคะ” นานยากล่าว
“จะไปหาทานุน่ะสิ” องค์รัชทายาทตรัสอย่างไม่พอพระทัย
“ไปหาหรือไม่ ก็ไม่เกี่ยวกับพระองค์นี่เพคะ” นานยากล่าว
“เราไม่ยอมให้เธอไป เธอยังเป็สนมของเราอยู่” องค์รัชทายาททรงแสดงความเป็เ้าของ
“มันเป็แค่การแสดงนี่เพคะ และหม่อมฉันก็ไม่มีความจำเป็ต้องอยู่ที่นี่อีกแล้วด้วย” นานยากล่าว
“งั้นก็ทำให้เป็จริงเลยก็แล้วกัน”
นานยาใมากเพราะองค์รัชทายาททรงผลักเธอไปนอนที่เตียง แล้วทรงคร่อมร่างของเธอไว้ไม่ให้เธอหนีไปไหนได้
“ปล่อยหม่อมฉันนะเพคะ พระองค์ไม่มีสิทธิ์ทำกับหม่อมฉันแบบนี้ อื้อ”
องค์รัชทายาททรงจูบพรมไปทั่ว นานยาเองก็ดิ้นสุดฤทธิ์ เธอทั้งผลักทั้งข่วนเพื่อให้พระองค์ทรงหยุดกระทำ เสื้อผ้าของเธอถูกฉีก จนนานยาไม่มีทางเลือกจึงคว้ามีดสั้นที่พกติดตัว หมายทำร้ายองค์รัชทายาท
พระองค์ทรงมีสัญชาตญาณดีเยี่ยม จึงหลบทัน แล้วลุกขึ้นมาจากเตียงทันที
นานยารีบจับเสื้อเอาไว้เพื่อไม่ให้โป๊ อีกมือก็ถือมีดสั้นไว้ให้มั่น
“นี่ถึงขั้นจะฆ่ากันเลยงั้นหรอ” องค์รัชทายาทตรัสถาม
“หม่อมฉันมิกล้าหรอกเพคะ เพราะแค่ความผิดพี่สาว หม่อมฉันก็รับไม่ไหวแล้ว หากฆ่าพระองค์อีก พ่อของหม่อมฉันก็จะมีความผิดไปด้วย” นานยากล่าว
“แล้วไง คิดหรอว่าแค่มีดสั้นจะขู่เราได้ อย่าลืมสินานยา เราเป็คนสอนศิลปะการต่อสู้กับเธอเอง เราย่อมรู้ดีว่าเธอสู้เราไม่ได้หรอก” องค์รัชทายาทตรัส
“หม่อมฉันรู้ตัวดีเพคะ แต่หากพระองค์เข้าใกล้หม่อมฉันอีก หม่อมฉันจะฆ่าตัวตาย” นานยานำมีดมาจ่อที่คออย่างไม่กลัวตาย
องค์รัชทายาทใช้ชั้นเชิงศิลปะการต่อสู้ที่เหนือกว่า รีบแย่งมีดสั้นมาจากมือของนานยาทันที
นานยาไม่รู้จะทำยังไง นางจึงร้องไห้อย่างไม่อาย
องค์รัชทายาททรงถอนพระทัย แล้วตรัสว่า “เอาล่ะ ก็ได้ เราจะไม่ทำอะไรเธออีก เลิกร้องเถอะ รีบอาบน้ำแต่งตัวแล้วลงไปทานอาหารได้แล้ว” องค์รัชทายาทรีบเสด็จออกจากห้องของนานยาทันที
นานยาคิดแล้วว่าอยู่ที่นี่ไม่ได้แล้ว อีกอย่างเธอเพิ่งได้กุญแจไขกล่องลับมาจากพิลานี จึงต้องหาทางหลบหนีไปจากที่นี่ ดังนั้นนานยาจึงใช้อุบาย
นางในได้ยินเสียงร้องจากในห้องของนานยา จึงรีบเข้าไปดู แต่ทว่านางในคนนั้นถูกโปะยาสลบ นานยานำชุดนางในมาสวม และจัดให้นางในคนนั้นสวมชุดของเธอแต่มีการสวมผ้าปิดครึ่งหน้าด้วย แล้วค่อยๆลากนางไปนอนที่เตียงดีๆ
นานยาพอรู้ช่องทางเข้าออกตำหนักแล้ว เลยหนีออกจากตำหนักขององค์รัชทายาทได้อย่างราบรื่น
เวลาผ่านไปราวสองชั่วโมง องค์รัชทายาททรงเห็นว่ามันผิดสังเกต เลยรีบเสด็จเข้าไปดูในห้องของนานยา
นางในคนนั้นฟื้นขึ้นมาพอดี พร้อมกับรีบคุกเข่าทันที “หม่อมฉันขออภัยเพคะ คุณนานยาหนีไปแล้ว”
“ลุกขึ้นเถอะ ไว้เราจัดการเอง ออกไปได้แล้ว” องค์รัชทายาทตรัส
“ขอบพระทัยเพคะ” สาวใช้คนนั้นรีบกลับออกไปเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที
“ในที่สุด เราก็รั้งเธอไว้ไม่ได้สินะ” องค์รัชทายาททรงพึมพำ
**************************************************
นานยากลับมาที่บ้านเช่า เธอเลยรีบดำเนินการไขกุญแจเปิดกล่องใส่สารลับ โชคดีที่หยิบลูกกุญแจมาถูก กล่องเปิดอย่างง่ายดาย แต่ทว่าพอหยิบสารลับมาอ่านกลับอ่านไม่ออก เพราะมันเป็ภาษากัวอาลีย่า นานยาไม่มีทางเลือกจึงแอบนำสารลับไปถ่ายเอกสาร แล้วนำตัวจริงไปให้ซีนาศ
“ตอนนี้องค์รัชทายาททรงตามหาเธอเสียทั่วเลยนะ นานยา” ซีนาศกล่าว
“อย่าเพิ่งพูดเื่นี้เลยนะซีนาศ ฉันมีเื่สำคัญจริงๆ” นานยากล่าว
“ว่ามาเถอะ” ซีนาศรอฟัง
“พิลานีและเ้าชายทาซิสร่วมมือกันก่อการฏ โดยมีนายพลท่านหนึ่งจากประเทศกัวอาลีย่าให้การสนับสนุนอย่างลับๆ” นานยาเล่า
“มีหลักฐานงั้นหรือ” ซีนาศถาม
“นี่เป็สารลับที่นายพลท่านนั้นแอบลอบติดต่อกับเ้าชายทาซิส” นานยายื่นจดหมายให้
ซีนาศรับจดหมายมาอ่าน แต่มันเป็เื่สำคัญและด่วนมาก จึงว่า “งั้นเราขอนะ นานยา ส่วนเธอควรไปหลบในที่ปลอดภัยเสียก่อน หรือจะไปพบองค์รัชทายาทก็ได้ พระองค์จะทรงปกป้องเธอเอง”
“ฉัน้าอิสระน่ะซีนาศ งั้นขอตัวก็แล้วกัน” นานยากล่าว
นานยารู้ดีว่าซีนาศไม่ยอมอ่านให้เธอฟัง ก็เลยจำต้องจากไปแต่โดยดี ในระหว่างออกตำหนักขององค์รัชทายาทนั้น เธอได้เห็นฉากเลิฟซีนระหว่างองค์รัชทายาทกับพิลานีอีกแล้ว ทั้งสองจูบกันในอุทยาน นานยาทนดูไม่ได้ เลยรีบหนีออกไปจากตำหนักทันที
**************************************************
ณ พระราชวัง
และแล้ววันอภิเษกระหว่างองค์รัชทายาทกับพิลานีก็มาถึง ขุนนางทุกคนมากันอย่างพร้อมพรั่ง
นานยาสงสัยว่าในเมื่อซีนาศรู้แล้วว่าพิลานีกำลังก่อการฏ เหตุใดยังปล่อยให้เธอเข้าพิธีอภิเษก ในใจคิดว่า “หรือว่าองค์รัชทายาททรงรักพิลานีมาก เลยยอมประทานอภัยโทษให้แก่เธอ” ถึงกระนั้นนานยาก็ปลอมเป็นางในเข้าไปในพระราชวังเพื่อสังเกตการณ์
พิธีการยังคงดำเนินไปตามปกติ องค์รัชทายาทรงจับมือของพิลานีเดินไปที่ท้องพระโรง ทุกคนตบมือแสดงความยินดี ต่างพากันพึมพำว่าทั้งสองเหมาะสมกันมาก
สักพักไม่นาน อยู่ดีๆสาวใช้คนหนึ่งที่อยู่ในตำหนักของเ้าชายทาซิสก็เดินออกมาพร้อมกับคุกเข่าแล้วกล่าวว่า “พิลานีไม่เหมาะจะเป็พระชายาเพคะ ในเมื่อนางลักลอบมีอะไรกับเ้าชายทาซิสหลายครั้ง”
“บังอาจ นี่เ้ากล้าปรักปรำพิลานีได้ยังไง อีกอย่างเ้าชายทาซิสก็พิการ มันเป็ไปได้ไม่ได้ ใครเป็ผู้บงการให้เ้ามาทำแบบนี้ บอกมาเดี๋ยวนี้นะ” พระาาตรัส
“ไม่มีคนบงการเพคะ เ้าชายทาซิสไม่ได้พิการจริงๆ ส่วนพิลานีนั้นก็เป็ผู้หญิงของเ้าชายทาซิสไปแล้ว ถ้าพระองค์ทรงไม่เชื่อก็เปิดหลังของพิลานีดูได้เลย นางมีรอยสักรูปงูเห่าซึ่งเป็ตราประจำตัวของเ้าชายทาซิสเพคะ” สาวใช้กล่าว
“บังอาจ อยากตายหรือยังไง ทหารจับกุมนางเดี๋ยวนี้” องค์ราชินีตรัส
“มันก็แค่รอยสัก จะบอกว่าพิลานีลับลอบได้เสียได้ยังไง” องค์รัชทายาทตรัสบ้าง
“หม่อมฉันก็มีรอยสักนั้นเหมือนกับนางเพคะ อีกอย่างให้หมอหลวงตรวจความบริสุทธิ์ของนางได้เลย หม่อมฉันมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่านางไม่บริสุทธิ์แล้ว” สาวใช้กล่าว
“เ้ากล้าลบหลู่เราถึงเพียงนี้ ทหารจับกุมนางไปลงโทษเดี๋ยวนี้” พิลานีโกรธมากจึงรีบสั่งทหาร
“ช้าก่อน พิลานี แต่ถ้าพิสูจน์ มันก็ไม่เสียหลายนี่” ซีนาศกล่าว
“นี่ท่านกล้าล่วงเกินเรางั้นหรอซีนาศ นี่เราถูกมองว่าเป็ผู้หญิงแบบนั้นไปแล้วงั้นหรอ ทำไมถึงยอมเชื่อกับอีแค่คำพูดของสาวใช้คนนึง” พิลานีกล่าว
“ถึงกระนั้น มันก็ทำให้ทุกคนเกิดความรู้สึกคลางแคลงใจไปแล้ว ถ้าเธอยอมพิสูจน์ ทุกคนก็จะได้มั่นใจในตัวเธอไง” ซีนาศกล่าว
พิลานีเม้มปาก แล้วมองไปที่เ้าชายทาซิสทันทีเป็การส่งสัญญาณว่าได้เวลาแล้ว
ทหารติดอาวุธของฝ่ายเ้าชายทาซิสบุกเข้ามาในวังหลวงแล้วล้อมจับขุนนางทันที ในขณะที่ซีนาศได้นำกองกำลังเข้าคุ้มกันพระาาเช่นกัน
“เราไม่คิดว่า นายจะเตรียมการเป็อย่างดีแบบนี้ แต่ไม่มีประโยชน์อีกแล้ว เราได้วางะเิไว้แล้ว ขอเพียงแค่กดรีโมต พระาาก็ตแล้ว” เ้าชายทาซิสตรัส
“นั่นคือเสด็จพ่อของพวกเรานะพี่” องค์รัชทายาทตรัสและพยายามเตือนพี่ชาย
“เสด็จพ่อที่ระแวงเราตลอดเวลางั้นหรอ เราอุตส่าห์เฝ้ารอโอกาสนี้มานานมากแล้ว อดทนแกล้งทำเป็พิการเพื่อให้เสด็จพ่อทรงยอมไว้วางพระทัย เพื่อที่พระองค์จะได้ประมาทเราไง” เ้าชายทาซิสตรัส
“พี่มักใหญ่ใฝ่สูงจนเกินไป” ซีนาศกล่าว
“อย่าพูดมาก รีบวางอาวุธแล้วยอมแพ้ซะ อย่าให้เกิดการนองเืเลยนะ ซีนาศ” เ้าชายทาซิสตรัส
“ฉันไม่เชื่อหรอกว่า พี่จะกล้าวางะเิใส่พระบิดาของตนเอง” ซีนาศกล่าว
“555 ขนาดพระมารดายังถูกพิษเพราะเราเลย” เ้าชายทาซิสทรงยอมเผย
“ที่แท้พี่ก็อกตัญญู ทำทุกอย่างเพื่อหวังครองบัลลังก์” องค์รัชทายาทนึกไม่ถึงว่าพี่ชายจะชั่วร้ายถึงเพียงนี้
“รู้ก็ดีแล้ว และไม่มีใครสามารถขัดขวางเราได้อีก” เ้าชายทาซิสตรัสอย่างมีชัย
ถึงกระนั้นซีนาศก็ไม่ยอมวางอาวุธ แต่เข้าโจมตีกับทหารฝ่ายเ้าชายทาซิส ขุนนางและผู้หญิงทุกคนไปหลบในที่ที่ปลอดภัย
พิลานีใช้โอกาสที่องค์รัชทายาทเผลอ รีบจับกุมตัวองค์รัชทายาทแล้วใช้ปืนพกจ่อที่พระเศียรของพระองค์ทันที
“ปล่อยองค์รัชทายาทเดี๋ยวนี้นะ พิลานี นี่เ้าก่อการฏด้วยงั้นหรอ” ซีนาศกล่าว
“มันช่วยไม่ได้ หม่อมฉันไม่อยากสนับสนุนเ้าชายอ่อนแออย่างพระองค์นี่เพคะ” พิลานียอมเผย
แต่พิลานีนั้นได้ประมาทเกินไป เพราะเ้าชายซาลัสรีบแย่งปืนพกมาอย่างง่ายดาย พร้อมกับจับกุมพิลานีไว้ และสั่งให้ทหารจับพิลานีไปขังไว้ก่อน
เ้าชายทาซิสโมโหเลยกดปุ่มรีโมตเพื่อจุดชนวนะเิ แต่ทว่า เวลาผ่านไปสิบนาทีแล้ว ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย
“555 พวกเรารู้แผนการของพี่หมดแล้ว เมื่อวานทหารแนวหน้าได้ทำการกู้ะเิได้ทั้งหมดแล้ว พี่ยอมแพ้เสียเถิด” ซีนาศกล่าวอย่างมีชัย
เ้าชายทาซิสทรงเจ็บพระทัยมาก แต่พระองค์ก็วางอาวุธปืน แล้วยกมือขึ้นแสดงทีท่าว่าขอยอมแพ้ แต่ทว่าที่ข้อมือของเ้าชายทาซิสมีอาวุธสำหรับยิงลูกดอก
นานยาจำได้ว่าเ้าชายทาซิสทรงเคยฆ่าสาวใช้ด้วยลูกดอกนั่น นางสังเกตเห็นว่าเ้าชายทรงทอดพระเนตรมาที่องค์รัชทายาท เพื่อปกป้องพระองค์ไว้ เลยรีบวิ่งไปหาองค์รัชทายาทแล้วเอาตัวไปบังไว้ และแล้วเป็ไปตามที่นานยาคาดการณ์ไว้ ลูกดอกปักตรงที่ไหล่ของนางจนล้ม
องค์รัชทายาททรงตกพระทัยอย่างมาก เลยรีบสั่งให้ทหารจัดการฏทั้งหมด ส่วนพระองค์ทรงรีบประคองนานยาไว้
“เธออย่าเป็อะไรนะ นานยา” องค์รัชทายาททรงพยายามเรียกสติของนาง
นานยาสลบไปทันที องค์รัชทายาทเรียกหมอหลวงให้มาดูอาการของนาง พระองค์เห็นว่าตรวจอาการที่นี่ไม่สะดวก พระองค์ทรงอุ้มนางไปที่ห้องปฐมพยาบาล
ศรันญารีบตามมาช่วยหมอหลวงตรวจดูอาการให้นานยา หมอหลวงดึงลูกดอกออก แล้วรีบทำการห้ามเืไว้
“นางเสียเืมาก ต้องรีบให้เืเพคะ” ศรันญากล่าว
องค์รัชทายาทไม่อาจเฝ้าหญิงคนรักได้ เลยจำต้องไปจัดการเื่ของฏให้เรียบร้อย ซีนาศให้ทหารจับกุมตัวเ้าชายทาซิส แต่เพราะทาซิสเป็คนเ้าเล่ห์ทำให้เขาสามารถหลบหนีออกจากวังหลวงไปได้
“ขออภัยพะย่ะค่ะ เสด็จพี่ทรงหนีไปได้” ซีนาศกล่าว
“เรานึกไม่ถึงจริงๆ ว่าลูกชายคนโตจะเลวร้ายอำมหิตขนาดนี้ ฆ่าได้แม้กระทั่งแม่ของตนเอง” พระาาทรงเสียพระทัย
“เป็เพราะอำนาจบังตาพะย่ะค่ะ” ซีนาศกล่าว
. “อย่าโทษอำนาจเลย ต้องโทษความหลงผิดของเขาต่างหาก” พระาาตรัส
“กระหม่อมจะหาทางจับกุมเสด็จพี่ให้ได้พะย่ะค่ะ” องค์รัชทายาทตรัส
“ขอบใจมากซาลัส ซีนาศ ที่ยอมต่อสู้เพื่อปกป้องเรา” พระาาตรัส
“เป็หน้าที่ของพวกเราอยู่แล้วพะย่ะค่ะ” องค์รัชทายาทตรัส
“แล้วตอนนี้ นานยาเป็อย่างไรบ้าง” พระาาตรัสอย่างห่วงใย
“หมอกำลังให้เืพะย่ะค่ะ” องค์รัชทายาทตรัส
“ก็หวังให้นางปลอดภัย เรารู้สึกผิดกับครอบครัวของนางจริงๆ พี่สาวของนางถูกปรักปรำ คนในครอบครัวก็ต้องพลัดพรากจากกันอยู่กันคนละทิศคนละทาง” พระาาทรงรู้สึกผิด
“นางเข้าใจพระองค์พะย่ะค่ะ” องค์รัชทายาทตรัส
“นึกไม่ถึงว่า ลูกสาวท่านนายกฯจะร่วมมือกับเ้าชายทาซิสด้วย” พระาาตรัสเพราะนึกไม่ถึง
“ตอนนี้นางถูกจับกุม กำลังสอบปากคำนางอยู่พะย่ะค่ะ” ซีนาศกล่าว
“จงไต่สวนให้ดี ต้องรู้ให้ได้ว่าท่านนายกฯได้ร่วมมือด้วยหรือไม่” พระาาตรัส
“ทราบแล้วพะย่ะค่ะ” ซีนาศรับคำ
กว่าจะเสร็จภารกิจ ก็ปาไปสี่ทุ่ม องค์รัชทายาททรงกระวนกระวายหนักมาก เพราะทรง้าไปเฝ้านานยา
“ศรันญา นานยาเป็อย่างไรบ้าง” องค์รัชทายาทตรัสถาม
“นางปลอดภัยแล้วเพคะ แต่ยังไม่ฟื้นเท่านั้น” ศรันญากล่าว
องค์รัชทายาทเข้าไปจับมือของนานยาแล้วจูบที่หลังมือของนาง “ตื่นเถอะนะ นานยา ห้ามทิ้งเราไปไหนเด็ดขาด”
**************************************************
และแล้วเช้าวันรุ่งขึ้นนานยาก็ยังไม่ฟื้น ศรันญามาที่ตำหนักองค์รัชทายาทเพื่อดูแลนานยาอย่างใกล้ชิด เพราะองค์รัชทายาทและซีนาศต้องเข้าเฝ้าพระาาเพื่อหารือเื่ราชกิจและตัดสินโทษของฏ
เวลาสายๆ นานยาค่อยๆฟื้น นางลืมตาตื่นขึ้นมา จนศรันญาดีใจมาก
“ฟื้นแล้วหรอ นานยา” ศรันญารีบจับมือนานยาไว้
“ที่นี่ที่ไหนน่ะ” นานยาพูดอย่างแ่เบา
“ตำหนักองค์รัชทายาทไง เธอเป็สนมยังไงก็ต้องอยู่ที่นี่” ศรันญากล่าว
นานยาฉุกคิดในใจคิดว่า เื่อะไรจะอยู่เป็สนมที่นี่ ในเมื่อองค์รัชทายาทก็มีพิลานีเป็พระชายาอยู่แล้ว เลยกล่าวว่า “หิวจังเลย ขอทานอาหารจะได้มั้ย”
“งั้นสักครู่นะ เดี๋ยวจะรีบไปที่ครัวให้ คงต้องทานอาหารอ่อนๆไปก่อน” ศรันญากล่าว
“ขอบคุณมาก ศรันญา” นานยากล่าวยิ้มๆ
นานยาถือโอกาส ฝืนตัวเองลุกขึ้นจากเตียงแล้วหนีไปอีกแล้ว เธอเดินโซซัดโซเซ จนกระทั่งหลบหนีไปได้อีก
ศรันญากลับมา พบว่าเตียงว่างเปล่าจึงรีบติดต่อซีนาศทันที ซีนาศแจ้งองค์รัชทายาท ทำให้พระองค์ทรงกริ้วมาก
“ทำไมไม่ดูแลนานยาให้ดี” องค์รัชทายาทตรัส
“คงโทษหมอศรันญาไม่ได้หรอก พระองค์ก็รู้ว่านานยาไม่อยากอยู่ตำหนักของพระองค์เสียมากกว่าพะย่ะค่ะ” ซีนาศกล่าวตามจริง
“คงจะจริง เราคงบังคับนางอยู่กับเราไม่ได้” องค์รัชทายาทตรัส
“เอาไว้กระหม่อมจะช่วยสืบให้พะย่ะค่ะ ไม่นานก็คงเจอ” ซีนาศกล่าว
**************************************************
นานยาไปที่หลุมศพของนียาลัส
“ในที่สุดก็ปราบฏได้แล้วนะคะพี่ พี่ไปสู่สุคติเถิดนะคะ” นานยากล่าว
แต่แล้วสิ่งไม่คาดฝันก็คือ นานยาถูกโปะยาสลบ ภาพสุดท้ายที่เธอเห็นก็คือ เ้าชายทาซิสที่ทรงยิ้มอย่างเ้าเล่ห์
เสียงมือถือดัง องค์รัชทายาททรงทอดพระเนตรก็พบว่าเป็เบอร์ไม่คุ้นเคย
“555 สวัสดีน้องชายที่รัก ยังจำเราได้หรือเปล่า”
“พี่ทาซิส! นี่พี่อยู่ที่ไหน” องค์รัชทายาททรงตกพระทัย
“ก่อนจะถามว่าพี่อยู่ไหน ทำไมไม่ถามว่านานยาอยู่ที่ไหน” เ้าชายทาซิสตรัส
“พี่จับนานยาไปงั้นหรอ” องค์รัชทายาทตรัสอย่างกังวล
“นานยาเป็หญิงในดวงใจของนายสินะ” เ้าชายทาซิสตรัสอย่างเป็ต่อ
“เราจะรู้ได้ยังไงว่านานยาอยู่กับพี่จริงๆ” องค์รัชทายาททรงกลัวว่าจะเป็กลลวง
“อย่า! ออกไปนะ พระองค์ไม่ควรทำแบบนี้นะเพคะ” ในตอนนี้นานยาถูกจับมัดติดกับเก้าอี้ และอยู่ดีๆเ้าชายทาซิสซึ่งโทรศัพท์อยู่ พระองค์พยายามจะจูบพรมไปทั่วใบหน้าของเธอ จนเธอนึกขยะแขยงขึ้นมา เลยพยายามหลบเลี่ยงและกล่าวเช่นนั้น
“พี่้าอะไรก็ว่ามา” องค์รัชทายาททรงจดจำเสียงของนานยาได้
“ชีวิตนายแลกชีวิตนานยาเป็ไง” เ้าชายทาซิสตรัส
“ได้ พี่ห้ามทำอะไรเธอเด็ดขาด ให้ไปที่ไหนก็ว่ามา” องค์รัชทายาทตรัส
“ฉันแชร์โลเคชั่นให้แล้ว จงมาคนเดียว ไม่เช่นนั้นนานยาคงได้ตายตามพี่สาวไปอย่างแน่นอน” เ้าชายทาซิสรีบตัดสายทันที พอวางสาย เ้าชายทาซิสพยายามที่จะหอมแก้มนานยา
นานยาพยายามเบี่ยงตัวหลบสุดฤทธิ์
สักพักเ้าชายก็ทรงนำผ้ามารัดปากเธอไว้ แล้วรีบบอกลูกน้องให้ทำตามแผน
ระยะเวลาผ่านไปหนึ่งชั่วโมง องค์รัชทายาททรงเสด็จมาเพียงผู้เดียวตามสัจจะที่ให้ไว้
“ดีมากน้องชาย แสดงว่าผู้หญิงคนนี้มีความสำคัญต่อนายมากเลยสินะ” เ้าชายทาซิสตรัส
“ปล่อยเธอไป เธอไม่ได้เกี่ยวข้องกับเื่ความบาดหมางระหว่างพวกเราเลยนะ” องค์รัชทายาทตรัส
“ฉันก็แค่อยากพิสูจน์ว่า นายรักผู้หญิงคนนี้จริงหรือเปล่า” เ้าชายทาซิสนำมีดสั้นมาจ่อที่คอของนานยา
“ทำยังไงพี่ถึงจะยอมปล่อยเธอไป” องค์รัชทายาททรงห่วงความปลอดภัยของนานยา
“นายก็ฆ่าตัวตายสิ ฉันถึงจะยอมปล่อยนานยาไป” เ้าชายทาซิสตรัส
“อื้อๆๆๆๆๆ” นานยาพูดไม่ได้ แต่พยายามห้ามปราม
“ได้ พี่ต้องสัญญาว่าจะไม่ทำร้ายนานยาล่ะ” องค์รัชทายาททรงคุกเข่าแล้วคว้ามีดสั้นที่พกติดตัวตลอดเวลา มองดีๆแล้วนั่นเป็มีดสั้นของนานยานั่นเอง
องค์รัชทายาทกำลังแทงไปที่หัวใจ แต่ซีนาศรีบเข้ามาห้ามไว้ได้ทันเวลาพอดี
“องค์รัชทายาท! นี่นายกล้าตระบัดสัตย์งั้นหรอ ตายเสียเถิดนานยา” เ้าชายทาซิสทรงกำลังปาดคอของนานยา
“อย่า…” องค์รัชทายาทรีบตรัสห้าม
ทหารองครักษ์ยิงไปที่พระหัตถ์ของเ้าชายทาซิส แล้วรีบเข้าไปจับกุม ส่วนอีกคนก็วิ่งเข้ามาแก้มัดให้กับนานยา
“นายมาได้ยังไงซีนาศ” องค์รัชทายาททรงแปลกพระทัย
“กระหม่อมเดาจากสีหน้าของพระองค์ ว่าต้องมีเื่อย่างแน่นอน เลยแอบตามมาพะย่ะค่ะ” ซีนาศกล่าว
เ้าชายทาซิสและลูกน้องถูกจับทันควัน ซีนาศจึงสั่งลูกน้องให้กุมตัวพวกเขาไปเพื่อรอการตัดสินโทษ แต่ทว่า อยู่ดีๆทหารนายหนึ่งได้ทำในสิ่งที่ไม่คาดคิด เ้าชายทาซิสถูกแทงอย่างไม่ยั้ง ทหารผู้นั้นใช้มีดแทงพระองค์อย่างบ้าคลั่ง จนเพื่อนทหารต้องรีบเข้ามาห้ามปรามและจับตัวทหารคนนั้นไว้ทันที
เ้าชายทาซิสทรงาเ็อย่างสาหัส พระองค์ทรงกระอักเืและสิ้นพระชนม์ทันที
ซีนาศเข้ามาดูอาการของพี่ชาย พบว่าพระองค์ได้กลายสภาพเป็ร่างอันไร้ิญญาไปเสียแล้ว
“เหตุใดถึงทำแบบนี้ รู้มั้ยว่ามีความผิดมากเพียงใด” องค์รัชทายาทตรัสกับทหารผู้นั้น
“น้องสาวของกระหม่อมเป็สาวใช้ที่ตำหนักเ้าชายทาซิส ผ่านไปเพียงหนึ่งเดือนเท่านั้น น้องสาวของกระหม่อมก็หายสาบสูญไป กระหม่อมเลยเข้าไปสืบด้วยตนเอง ก็พบว่ามีสาวใช้หลายคนได้ถูกเ้าชายทาซิสที่แกล้งพิการย่ำยี และทำการสักตราประจำพระองค์ซึ่งเป็รูปงูเห่าเอาไว้ หากเ้าชายทาซิสทรงไม่พอพระทัยผู้ใด ก็ทำการฆ่าทิ้งอย่างไร้ปราณี พระองค์ทรงสั่งทหารให้ทำการเผาศพแล้วนำกระดูกไปฝังรวมกัน กระหม่อมแอบถามเพื่อนของน้องสาวที่ทำงานอยู่ที่นั่นเหมือนกัน พวกนางสารภาพว่าน้องสาวของกระหม่อมก็เป็เหยื่อเช่นกัน กระหม่อมแค้นใจมากจริงๆ จะปะากระหม่อมเดี๋ยวนี้เลยก็ได้พะย่ะค่ะ” ทหารคนนั้นกล่าว
“เอาล่ะ เื่นี้เราจะทูลให้พระาาทรงทราบ แล้วให้พระองค์ทรงตัดสินก็แล้วกัน ทหารพาตัวเขาไปได้” องค์รัชทายาทตรัส
องค์รัชทายาททรงเช็ดน้ำตาให้กับนานยา พระองค์ทรงแกะผ้าปิดปากและแก้เชือกให้กับนานยา หลังจากนั้นพระองค์ก็คุกเข่าแล้วกอดนานยาที่กำลังนั่ง ทำให้นานยาใ
“อยู่กับเราได้มั้ยนานยา อย่าหนีไปไหนอีกจะได้มั้ย” องค์รัชทายาทตรัส
“ทำไมต้องทำถึงเพียงนี้เพคะ หม่อมฉันไม่ได้มีค่ากับพระองค์ถึงเพียงนั้นเลย” นานยากล่าวทั้งน้ำตา
องค์รัชทายาททรงจูบหน้าผากของนานยาแล้วตรัสว่า “นี่เรายังแสดงออกไม่พออีกหรอ ว่าเรารักเธอมากเพียงใด”
องค์รัชทายาททรงประคองนานยาไปที่รถ เพราะนานยายังคงาเ็จากแผลที่ถูกแทง พระองค์ทรงสั่งให้คนขับรถไปจอดที่หน้าผาแห่งหนึ่ง
“พาหม่อมฉันมาที่นี่ทำไมเพคะ” นานยาสงสัย
“ก่อนวันที่เราได้รับการแต่งตั้งให้เป็องค์รัชทายาท เราได้มาที่นี่ เธอรู้มั้ยว่าในตอนนั้นเรากลัวมากแค่ไหน เราเฝ้าถามตนเองว่า เราจะปกครองประชาชนทั้งประเทศได้จริงหรอ เราก็เป็เพียงแค่ผู้ชายคนหนึ่งเท่านั้น และในวันนั้นเองเสด็จพ่อของเราทรงติดตามเรามาถึงที่นี่ พระองค์ตรัสกับเราว่า เราสามารถกลัวได้ แต่ต้องไม่ทิ้งประชาชน การที่พวกเราได้เป็ผู้นำ ต้องนึกไว้เสมอว่าจะทำอย่างไรประชาชนถึงอยู่ดีมีสุขและอยู่อย่างสงบไม่ก่อา เสด็จพ่อทรงขอร้องให้เรารับหน้าที่นี้ไว้เพื่อประชาชนเท่านั้น เราก็เป็คนหนึ่งที่ไม่อยากเป็ผู้นำและไม่อยากมีอำนาจเหมือนกับเธอนะนานยา แต่เพราะหน้าที่ที่เสด็จพ่อทรงมอบหมายให้กับเรา บีบบังคับให้เรากลายเป็ผู้ใช้อำนาจ ดังนั้นก่อนใช้อำนาจ เราจะคิดพิจารณาให้ดีก่อนและคำนึงถึงประชาชนของเราเสมอ” องค์รัชทายาททรงระบายความในใจ
“แต่พระองค์มีขุนนางที่ดีที่คอยสนับสนุนพระองค์อยู่นะเพคะ” นานยากล่าว
“ขุนนางเ่าั้รวมถึงพี่สาวของเธอด้วย นียาลัสยอมทำทุกอย่างเพื่อสนับสนุนเราจริงๆ” องค์รัชทายาทตรัส
“พระองค์ก็เลยจะตอบแทนพี่นียาลัส ด้วยการดูแลหม่อมฉันใช่มั้ยเพคะ ซึ่งความจริงแล้ว ไม่จำเป็เลยนะเพคะ ปล่อยหม่อมฉันไปเถอะ อีกอย่างพระองค์ก็มีพิลานีอยู่แล้ว จะมีมือที่สามอย่างหม่อมฉันทำไม” นานยากล่าว
“เราคงทำใจอภิเษกกับคนที่ฆ่าเสด็จแม่ของเราและยังเป็ผู้หญิงของเ้าชายทาซิสไม่ได้หรอกนะ นานยา” องค์รัชทายาทตรัส
“พระองค์ทรงทราบแล้วหรอเพคะ” นานยากล่าว
“เราได้ให้ซีนาศไปสืบอย่างลับๆ เลยพบทั้งพยานและหลักฐาน แต่ต้องเก็บงำไว้ก่อนเพื่อที่ว่าในวันก่อการฏ เราจะได้รวบตัวพวกมันทีเดียว” องค์รัชทายาทตรัส
“ถ้าเช่นนั้นพี่ของหม่อมฉันก็ได้รับความเป็ธรรมแล้วสิเพคะ” นานยากล่าวอย่างดีใจ และถามต่อว่า “แล้วพระองค์ทรงทราบได้อย่างไร ว่าพิลานีเป็ผู้หญิงของเ้าชายทาซิสเพคะ”
“นียาลัสสารภาพทุกอย่างหมดแล้ว ว่าเธอถูกเ้าชายทาซิสย่ำยีโดยมีพิลานีเป็นางนกต่อ ทำให้เราได้รู้ว่าพี่ชายของเราไม่ได้พิการและพิลานีแอบลอบคบกับพี่ชายของเรามานานแล้ว นียาลัสตั้งใจจะถอนหมั้นและสารภาพทุกอย่างกับพระาา แต่ถูกเราห้ามไว้เสียก่อน ดังนั้นเรากับนียาลัสจึงตกลงคบกันในฐานะเพื่อน นางยอมช่วยงานเราทุกอย่างเพื่อบ้านเมืองและประชาชนเท่านั้น” องค์รัชทายาททรงเล่า
“แสดงว่าพระองค์ทรงทราบแล้วสิเพคะว่า…” นานยาพูดไม่จบ
“นียาลัสรักซีนาศ เธอจึงขอแค่ว่าได้ทำงานร่วมกันกับซีนาศเท่านั้น แต่ซีนาศกลับเห็นนียาลัสเป็เพื่อนคนนึงเช่นกัน จนนียาลัสเข้าใจว่าซีนาศไม่สนใจเื่รักๆใคร่ๆ แต่ทว่าพอศรันญาเข้ามาในชีวิตของซีนาศและกลายเป็คนที่ซีนาศรักมาก จึงทำให้นียาลัสรู้สึกเจ็บใจ พี่สาวเธอจึงแอบส่งคนไปลอบฆ่าหมอศรันญาทันที” องค์รัชทายาทตรัส
“พระองค์ทรงทราบหรือเพคะ” นานยานึกไม่ถึง
“เรารู้ทุกอย่างนั่นแหละ ดังนั้นนียาลัสจึงไม่ได้หวังตำแหน่งพระชายาและไม่หวังจะเป็พระราชินีอย่างที่เธอเคยคิดหรอกนะ” องค์รัชทายาทตรัสเพื่อให้นานยาเข้าใจพี่สาวมากขึ้น
“หม่อมฉันเสียใจที่เข้าใจพี่สาวผิดไปเพคะ แต่พระองค์ไม่จำเป็ต้องดูแลหม่อมฉันหรอกเพคะ” นานยากล่าว
“เรารักเธอมานานแล้วนะ นานยา รักมาั้แ่ครั้งที่เธอไปฝึกเป็ทหารองครักษ์หญิงนั่นแล้ว ในตอนนั้นเราปกปิดฐานะที่แท้จริง ทำให้เธอเคารพเราและเห็นเราเป็พี่ชายที่สนิทมากคนนึง แต่แล้วพอเธอรู้ฐานะที่แท้จริงของเราแล้ว เธอก็ทำตัวออกห่างและคอยหลบหน้าหลบตาเราตลอดเวลา เรารู้สึกคาใจมาโดยตลอด แต่พอเราเห็นเธอพกมีดสั้นที่เราเป็คนมอบให้ติดตัวตลอดเวลา เราก็เข้าใจทันทีว่า ที่แท้เธอก็มีใจให้เรานั่นเอง” องค์รัชทายาทตรัส
“พระองค์ทรงหลงตัวเองนี่เพคะ” นานยาหน้าแดง
องค์รัชทายาททรงโอบกอดนานยาแล้วตรัสว่า “เราแสดงออกไม่เก่งหรอกนะ นานยา อยู่กับเราในฐานะชายาของเราเถิดนะ”
“แต่หม่อมฉันห่วงพ่อนี่เพคะ ท่านต้องไปอยู่ถึงชายแดน” นานยากล่าว
“ตอนนี้พระาาทรงรื้อคดีสังหารองค์ราชินีองค์ก่อนแล้ว และล้างมลทินให้พี่สาวเธอได้แล้วด้วย เมื่อไม่ใช่ความผิดของนียาลัส พ่อของเธอก็จะได้กลับมารับตำแหน่งเป็องคมนตรีดังเดิม” องค์รัชทายาทตรัส
“เป็ความจริงหรอเพคะ” นานยาดีใจมาก
“งั้นกลับไปกับเราก่อนนะ รอพ่อของเธอเดินทางมาถึงเมืองหลวง เราค่อยไปส่งเธอที่คฤหาสน์” องค์รัชทายาทตรัส
“ขอบพระทัยเพคะ” นานยายอมตกลงทุกอย่าง
**************************************************
ใน่สามวัน นานยาใช้ชีวิตอยู่ในตำหนักขององค์รัชทายาท โดยพักอยู่ห้องเดิม ซึ่งวิถีชีวิตก็เป็ปกติเหมือนวันก่อนๆ นั่นก็คือ องค์รัชทายาททรงงานดึกๆดื่นๆทุกวัน ดังนั้นก่อนนอน นานยาจึงปรุงน้ำซุปไปถวายพระองค์ทุกคืน แล้วกลับเข้านอนตามปกติ
แต่ในวันที่สี่ที่อยู่ในตำหนักองค์รัชทายาท อยู่ดีๆองค์รัชทายาทก็รีบไปทูลพระาาเพื่อขอประทานพิธีอภิเษกสมรสกับนานยาอย่างเร่งด่วน
นานยาถูกเรียกตัวให้ไปเข้าเฝ้า ทำให้นานยาแปลกใจมาก
“เอาล่ะในวันพรุ่งนี้พ่อของเธอก็จะมาถึงเมืองหลวงแล้ว ดังนั้นเราจะจัดพิธีอภิเษกสมรสระหว่างเธอกับองค์รัชทายาทให้ในวันพรุ่งนี้เลยก็แล้วกัน” พระาาตรัส
“อะไรนะเพคะ ทำไมถึงเร็วนักล่ะเพคะ” นานยายังไม่ทันเตรียมตัว
“ตกลงตามนี้เลยก็แล้วกันนะ” พระาาตรัส
**************************************************
พิธีอภิเษกสมรสถูกจัดอย่างสายฟ้าแลบ ท่ามกลางความยินดีของเหล่าราชวงศ์และขุนนางน้อยใหญ่ เนื่องจากพวกเขาเพิ่งประสบกับวิกฤติก่อการฏของเ้าชายทาซิส การมีเื่มงคล จะได้ทำให้พวกเขาคลายความตึงเครียดในเื่การเมืองการปกครองไปได้บ้าง
นานยาเดินเคียงคู่กับองค์รัชทายาท เธอไม่นึกไม่ฝันเลยว่า เธอจะได้เป็ถึงพระชายา ทั้งสองได้แลกแหวนและจุมพิตกัน
นานยาขอตัวไปเข้าห้องน้ำ เธอก็พบศรันญาอาเจียน จึงเดินเข้าไปช่วยลูบหลังให้
“เป็อะไรหรือเปล่า ศรันญา” นานยาสงสัย
“ไม่ได้เป็อะไรมากหรอก แค่แพ้ทองเท่านั้นเอง” ศรันญากล่าวยิ้มๆ
นานยายิ้มดีใจ แล้วกล่าวว่า “ดีใจด้วยนะ ถือเป็ข่าวดีจริงๆ”
“แต่ว่าฉันกับซีนาศต้องกลับไปไทยเพื่อแต่งงานกันตามประเพณีไทย กลายเป็ว่าฉันท้องก่อนแต่งนี่สิ” ศรันญากล่าว
“แค่ท้องอ่อนๆเอง ยังไงเธอก็ยังเป็เ้าสาวที่สวยมากอยู่ดี” นานยากล่าว
“ฉันดีขึ้นแล้วล่ะ งั้นขอตัวกลับไปที่โต๊ะก่อนก็แล้วกัน รีบตามมาล่ะ เดี๋ยวองค์รัชทายาททรงส่งคนออกตามหา มันจะวุ่น” ศรันญากล่าว
“ทราบแล้วค่ะคุณหมอ” นานยากล่าว
นานยากับองค์รัชทายาทเข้าหอกันจนถึงเช้า แต่สภาพร่างกายของเ้าสาวถึงขั้นหมดแรงแล้วหลับไป
**************************************************
สายจนเกือบเที่ยง องค์รัชทายาทโอบกอดพระชายาอย่างรักใคร่
“ทำไมพระองค์ทรงกระทำรุนแรงอย่างนั้นล่ะเพคะ” นานยากล่าวอย่างเขินๆ
“เราเก็บกดน่ะ” องค์รัชทายาตรัส
“เป็เพราะพระองค์ทรงสนพระทัยแต่เื่งาน เลยไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงหรอเพคะ” นานยาสงสัย
“เปล่า เราเก็บกดเพราะเธอต่างหาก” องค์รัชทายาททรงเผย
“หมายความว่ายังไงเพคะ” นานยางง
“งั้นดูเองเถอะ” องค์รัชทายาททรงเปิดคลิปในมือถือให้พระชายาดู
ในคลิป เป็ฉากที่นานยาเดินละเมอออกจากห้องนอนแล้วเดินไปที่ห้องทรงงานขององค์รัชทายาท อยู่ดีๆนานยาก็ละเมอเต้นระบำหน้าท้องบ้าง ละเมอทำท่ายั่วยวนต่อหน้าพระพักตร์บ้าง
“นี่อาการละเมอกำเริบอีกแล้วหรือนี่” นานยาใมากและพึมพำขึ้นมา
“เราชอบนะ แต่เธอเต้นยั่วแบบนี้ติดต่อกันสามวัน จนเราทนไม่ไหวจริงๆ เราเลยรีบไปทูลขอให้พระาาทรงประทานงานอภิเษกให้โดยด่วนน่ะ” องค์รัชทายาทตรัส
“ไม่ได้การแล้วเพคะ ต้องรีบรักษาแล้ว หม่อมฉันจะไปปรึกษาหมอศรันญา” นานยากล่าว
“ซีนาศพาภรรยากลับไทยแล้ว ยังไม่ต้องรักษาก็ได้ เราชอบดู” องค์รัชทายาทตรัสยิ้มๆ
“น่าอายจะตายเพคะ ไม่ได้แล้วหม่อมฉันต้องรีบรักษา” นานยากล่าว
องค์รัชทายาทกอดหญิงสาวอย่างเอ็นดู แล้วกล่าวว่า “งั้นเราจะเรียกหมอหลวงมาตรวจให้ก็แล้วกัน เพราะต่อไปเธอจะต้องเข้าไปเรียนรู้ธรรมเนียมในวังกับองค์ราชินี หากพระองค์ทรงทอดพระเนตรเห็นเธอเป็แบบนี้ คงได้ตกพระทัยมากเป็แน่”
“ขอหม่อมฉันรักษาหายก่อน ค่อยเริ่มเรียนรู้ธรรมเนียมนะเพคะ หม่อมฉันอาย” นานยากล่าว
“ได้สิ งั้นพวกเรารีบไปเยี่ยมพ่อของเธอกันเถอะ อยากเจอพ่อไม่ใช่หรอ” องค์รัชทายาทตรัส
นานยายิ้มเพราะนึกไม่ถึงว่าองค์รัชทายาททรงรู้ความในใจเธอ
แม้ว่านานยาจะไม่หวังในอำนาจ ลาภ ยศ สรรเสริญ แต่ด้วยชะตากรรมของเธอทำให้เธอตัวพัวพันในสิ่งยั่วยวนเหล่านี้อย่างเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นนานยาจำต้องใช้ประโยชน์จากอำนาจที่มี โดยไม่ทำให้ใครเดือดร้อน และดำเนินชีวิตอย่างมีสติโดยไม่หลงกับสิ่งยั่วยวนเ่าั้มากจนยอมทำทุกอย่างเพื่อทำให้ตนมีอำนาจมากขึ้นหรือคงรักษาอำนาจที่มีอยู่ไว้
ในตอนนี้นานยาได้เข้าใจแล้วว่า พ่อและพี่สาวของเธอกระทำทุกอย่างเพื่อบ้านเมืองจริงๆ ดังนั้นเธอจึงภูมิใจในตัวท่านทั้งสองมาก ในตอนที่เธอได้ไปเยี่ยมพ่อ สิ่งแรกที่เธอกระทำ นั่นก็คือ การขอขมาพ่อ เนื่องจากเธอได้เคยทำการต่อต้านพ่อและพี่สาวตัวเองตลอดมา เพราะความเข้าใจผิดแท้ๆ
และสุดท้ายนานยาได้รู้แล้วว่าองค์รัชทายาททรงเป็ผู้นำที่ดีและกระทำทุกอย่างเพื่อประชาชน ดังนั้นนานยาถึงยินยอมส่งเสริม สนับสนุน ช่วยเหลือ และแบ่งเบาภาระของพระองค์ อีกทั้งคอยร่วมทุกข์ร่วมสุขกับพระองค์ตลอดมา
จบบทที่ 18