่ปิดเทอมที่เด็ก ๆหลายคนเฝ้ารอก็มาถึงบางคนใช้เวลาในการปิดเทอมเพื่อพักผ่อนอยู่ที่บ้านพร้อมกับการบ้านกองโตส่วนบางครอบครัวก็พาลูก ๆ ไปเที่ยวต่างจังหวัด และสำหรับครอบครัวเจริญทรัพย์มหาศาลหลังจากโครงการก่อสร้างโรงแรมใหญ่ของธุรกิจครอบครัวผ่านไปด้วยดี จันทร์วิมลก็เสนอให้ไตรภพพาครอบครัวไปเที่ยวพักผ่อนที่บ้านพักตากอากาศริมชายทะเลซึ่งเป็บ้านพักตากอากาศที่เธอเคยซื้อไว้
หลายเดือนมาแล้วที่จันทร์วิมลดูจะวางตัวดีและไม่เคยมีปากเสียงทั้งกับสามีและนิสา ไตรภพเองก็ทำดีกับเธอมากขึ้นเพราะเห็นว่าเธอคงจะนึกได้แล้วว่าควรต้องวางตัวอย่างไร
แต่แน่นอนว่าความเ็ปที่เธอต้องทนทุกข์ทรมานจากการโดนสามีนอกใจมาเป็เวลาสิบกว่าปีไม่มีทางที่เธอจะทำใจยอมรับหรือลืมมันไปได้ง่าย ๆ
และด้วยนิสัยอยากเอาชนะของจันทร์วิมลการที่ต้องทนเห็นสามีแสดงความรักกับหญิงอื่นต่อหน้าต่อตา นับเป็ความพ่ายแพ้อย่างยิ่งสำหรับเธอแต่เธอจะไม่มีวันยอมให้มันเป็แบบนี้ไปตลอดหรอก
ก่อนวันเดินทางทุกคนวุ่นกับการเตรียมกระเป๋าสำหรับการเดินทางไปพักผ่อนครั้งนี้ซึ่งต้องไปค้างคืนเป็เวลาเกือบ 10 วันนี่นับเป็การไปเที่ยวแบบครอบครัวครั้งแรกของพวกเขาและเป็การเที่ยวพักผ่อนที่ยาวนานที่สุดเลยก็ว่าได้
คนที่ดูจะตื่นเต้นและมีความสุขมากที่สุดก็คงจะเป็นิสาเพราะตลอดเวลาสิบกว่าปีที่ผ่านมา เธอใช้ชีวิตอยุ่กับลูกชายเพียงสองคน ซึ่งนาน ๆ ทีไตรภพถึงจะแวะไปเยี่ยมเยียนพวกเขา
นิสาไม่สามาถใช้ชีวิตครอบครัวกับไตรภพแบบเปิดเผยได้เพราะไม่อยากให้ไตรภพต้องเดือดร้อนกับเื่ของเธอ แต่ครั้งนี้แตกต่างออกไปจันทร์วิมลดูเหมือนจะยอมรับในตัวเธอบ้างแล้ว
จันทร์วิมลเข้ามาในห้องของนิสาและช่วยเธอตระเตรียมข้าวของสำหรับที่ต้องใช้ระหว่างการไปพักผ่อนตากอากาศไม่เพียงแค่นั้น เขายังช่วยนิสาเลือกชุดว่ายน้ำ และให้คำแนะนำอีกหลาย ๆ อย่าง
เมื่อวันเดินทางมาถึงเลขาของไตรภพโทรมาบอกว่ามีงานด่วนที่เขาจะต้องรีบเข้าไปที่ออฟฟิศจึงทำให้เขาต้องเดินทางไปจัดการธุระให้เรียบร้อยก่อนที่จะเดินทางตามไป
ส่วนคนอื่นในบ้านก็ลงมาพร้อมกันที่ห้องโถงของบ้านรถยนต์ Alphard สีดำ และ BMW สีดำที่เตรียมไว้สำหรับเดินทางในครั้งนี้จอดรออยู่หน้าบ้านแล้วแม่บ้านและคนขับรถช่วยกันยกกระเป๋าไปขึ้นรถก่อนที่จันทร์วิมลจะบอกให้นิสาและลูกชายเขาขึ้นรถ Alphardส่วนเธอและลูกชายก็นั่ง BMW ไป
รถทั้งสองคันเดินทางมาถึงบ้านพักตากอากาศที่จันทร์วิมลเตรียมไว้ก็เป็เวลาเกือบหกโมงเย็นแล้ว
บรรยากาศหน้าบ้านที่ติดริมชายทะเลมองออกไปก็เห็นวิวพระอาทิตย์กำลังตกดินท้องฟ้าเป็สีครามอมส้มให้ความรู้สึกสดชื่นและอบอุ่น ชวนให้ผ่อนคลายเป็อย่างยิ่ง
“คุณถึงไหนแล้วตอนนี้ฉันกับลูกมาถึงที่พักเรียบร้อยแล้วนะคะ”จันทร์วิมลโทรหาสามีทันทีที่เขามาถึง
“น่าจะได้ครึ่งทางแล้วคงไปถึงดึก ๆ บอกทุกคนว่าไม่ต้องรอผมนะ ทานข้าวกันก่อนเลย”ปลายสายตอบกลับก่อนจะวางสายไป
“เดี๋ยวเอาของเข้าไปเก็บแล้วรีบเตรียมอาหารด้วยนะ” จันทร์วิมลหันไปบอกแม่บ้านก่อนที่เธอจะเดินเข้าไปในบ้าน
บ้านพักตากอากาศ 2 หลังในรั้วเดียวกัน ซ้ายมือเป็บ้าน 2 ชั้นหลังใหญ่กว่าเล็กน้อยจันทร์วิมลเตรียมไว้สำหรับพักผ่อนกับสามีและลูกชายด้านล่างของบ้านมีห้องพักสำหรับแม่บ้านและคนขับรถ
ส่วนอีกหลังด้านขวาเป็บ้านทรงเดียวกันแต่มีขนาดเล็กกว่าไม่มากนักเตรียมไว้สำหรับให้นิสาและลูกชายของเขา
หลังจากทานมื้อค่ำกันแล้วนิสาและลูกชายก็ขอตัวกลับไปที่บ้านพักของเธอจากนั้นทุกคนก็แยกย้ายกันเข้าไปพักที่ห้องของตัวเอง ตอนนี้เป็เวลา 4 ทุ่มแล้วลูกชายของนิสาผลอยหลับไปหลังจากที่เหน็ดเหนื่อยกับการเดินทางที่ใช้เวลานานพอสมควรในขณะที่นิสากำลังจัดของที่อยู่ในกระเป๋าเดินทางออกมาไว้ที่ตู้เสื้อผ้าบรรยากาศรอบบ้านเงียบสนิท เพราะเป็บ้านพักตากอากาศส่วนตัวจึงไม่มีเสียงรบกวนใด ๆ
“ออกมาเจอกันหน่อยฉันจะมีเื่จะคุยด้วย” เสียงข้อความในมือถือของนิสาดังขึ้นเป็จันทร์วิมลที่ส่งข้อความมาหาเธอ
เขามีอะไรจะคุยกับเธอกันนะถึงได้เรียกเธอไปหาในเวลาดึกดื่นเช่นนี้ คงจะเป็เื่สำคัญเป็แน่นิสารีบปิดกระเป๋าเดินทางและเดินออกไปหน้าบ้าน
นิสาเดินออกมาหน้าบ้านก็พบกับจันทร์วิมลที่ยืนรอเธออยู่ก่อนแล้ว
“พี่มลมีเื่อะไรจะคุยกับสาเหรอคะทำไมถึงเรียกออกมาดึก ๆ แบบนี้”
“พี่ว่าเราไปเดินเล่นแล้วค่อยคุยกันเถอะ” พูดจบเธอก็เดินนำหน้านิสาไป
ทั้งคู่เดินเลาะริมชายหาดมาห่างจากบ้านพักไกลพอสมควรจันทร์วิมลหยุดเดินและหันกลับมามองหน้านิสา
“พี่ขอพูดตรง ๆ นะเธอช่วยเลิกกับคุณภพได้มั๊ย”
แววตาวิงวอนของจันทร์วิมลที่เธอไม่เคยเห็นทำให้นิสานึกประหลาดใจว่าเขาจะมาไม้ไหนกันแน่
“พี่มลว่าอะไรนะคะ” นิสาอึ้งกับคำพูดของจันทร์วิมล นี่มันหมายความว่ายังไงที่ผ่านมาที่จันทร์วิมลทำดีกับเธอ ไม่ใช่เพราะว่าเขายอมรับในตัวเธอแล้วเหรอแล้วทำไมเขาถึงได้บอกให้เธอเลิกกับไตรภพอย่างนั้นล่ะ
“พี่กับคุณภพรักกันดีจนเธอเข้ามาในชีวิตของเรา และเพราะว่าเธอมีลูกกับเขา เขาถึงไม่กล้าทิ้งเธอแต่ถ้าเธอเป็คนเดินออกไปเอง คุณภพก็คงไม่ต้องลำบากใจ”
“แต่สากับคุณภพเรารักกันนะคะไม่ใช่แค่เพราะว่ามีลูกด้ยกัน”นิสาพยายามอธิบายกับจันทร์วิมล
“พี่จะให้เงินเธอก้อนนึงรับรองว่าเธอกับลูกจะไม่ลำบากแน่ ๆ แต่พี่ขอให้เธอไม่ติดต่อกับคุณภพอีก” จันทร์วิมลพยายามโน้มน้าวให้นิสาเลิกกับสามีของเธอ
“สาไม่ได้้าเงินค่ะสารักคุณภพจริง ๆ ไม่ใช่เพราะเงิน”
เมื่อรู้ว่าการขอร้องให้นิสายอมถอยจากเื่นี้ไม่เป็ผลจันทร์วิมลก็ไม่ยื้ออีก
“เธอคงรักคุณภพมากสินะเอาล่ะ พี่ไม่บังคับเธอแล้วก็ได้ เธอกลับไปเถอะ พี่ขอเดินเล่นอีกสักพัก”
ถึงแม้ว่านิสาจะรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยว่าทำไมจันทร์วิมลถึงยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ แบบนี้ แต่เธอก็ไม่พูดอะไร และหันหลังเดินกลับมา
รอบข้างมืดสนิท ยิ่งดึกยิ่งเงียบนิสาเดินจากจุดที่แยกกับจันทร์วิมลเพื่อจะกลับไปยังบ้านพักซึ่งห่างกันเกือบสองกิโลเมตร ระหว่างที่เธอเดินอยู่ จู่ ๆก็มีชายลึกลับโผล่เข้ามาประชิดตัวเธอจากด้านหลังเขาใช้มือซ้ายปิดปากของเธอไม่ให้ส่งเสียงดังและในมือข้างขวาที่ถือปืนอยู่ก็จ่อเข้าที่ข้างลำตัวของเธอ
นิสาใมากเธอใช้ปากกัดเข้าไปที่มือของชายคนนั้นอย่างแรง ก่อนที่จะสะบัดมือเขาออกและวิ่งหนีพร้อมกับส่งเสียงขอความช่วยเหลือแต่นี่มันเป็พื้นที่ส่วนตัว นอกจากบ้านพักตากอากาศของจันทร์วิมลสองหลังนั่นแล้วก็ไม่มีใครอยู่แถวนี้เลย
นิสาออกแรงวิ่งสุดชีวิตเพื่อจะหนีคนร้ายให้พ้นแต่ความมืดที่ปกคลุมโดยรอบไม่มีแม้แต่แสงไฟ มีเพียงแสงจันทร์ริบหรี่ในคืนเดือนมืดที่พอจะทำให้มองเห็นทางบ้าง ก็ทำให้เธอต้องสะดุดล้มเพราะก้อนหินที่อยู่บนหาด
คนร้ายที่วิ่งตามเธอมาติด ๆเมื่อเห็นเธอล้มลงที่พื้น เขาก็ค่อย ๆ เดินเข้าหาเธอพร้อมกับถือปืนจ่อมาที่หัวของเธอ
“คุณภพช่วยสาด้วยสายังไม่อยากตาย”นิสานึกภาวนาให้มีใครก็ได้มาช่วยเธอในเวลาคับขันเช่นนี้
ปังงงงงงงงงง!! เสียงปืนดังสนั่นไปทั่วทั้งชายหาด