อีกด้านนึงห่างไกลจากป่าที่ทีโออยู่ไม่กี่พันกิโลเมตรมีสำนักเซียนสำนักนึงตั้งอยู่สำนักหยกขาว
ยามค่ำคืนพื้นที่ห่างไกลจากหมู่บ้านสำหรับศิษย์นอกของสำนักหยกขาวมีกระท่อมหลังนึงทั่วบวิเวณที่เต็มไปด้วยป่าไม้และต้นหญ้าสูงมีแค่กระท่อมหลังนี้หลังเดียวตั้งอยู่มองดูแล้วให้ความรู้สึกแปลกแยกและโดดเดี่ยวเหลือเกินตัวกระท่อมสภาพเก่าคร่ำครึและเต็มไปด้วยร่องรอยเสียหายมันไม่สมควรจะมีคนอยู่ได้ด้วยซ้ำกำแพงแตกราวกับว่าเพียงเอามือไปตบเบาๆสักสองสามทีคงล้มครืนลงมาหลังคาผุๆที่พร้อมถล่มใส่หัวทุกเมื่อยามที่คุณนอนหลับได้มีชายหนุ่มผอมแห้งดูซื่อสัตย์คนนึ่งกำลังหลับตานั่งสมาธิอยู่ รอบตัวมีกระแสลมปราณไหลเวียนโคจรรอบตัวชายหนุ่มจนเห็นได้ด้วยตาเปล่าฝุ่นที่อยู่ตามพื้นและในอากาศหมุนเวียนรอบๆชายหนุ่มราวกับชายหนุ่มเป็ตาพายุ
“พี่เฟย!”หลังจากชายหนุ่มผู้นั้นได้ยินเสียงเรียกชื่อตัวเองก็รีบหยุดนั่งสมาธิฝุ่นที่อยู่รอบตัวฟุ้งกระจายเต็มห้องจนชายหนุ่มไอออกมา
“ค่อกแค่กๆ” เฟยหลงสำลักฝุ่นที่กระจายอยู่เต็มห้องจากนั้นก็มีหญิงสาวงดงามคนนึงเปิดประตูเดินเข้ามานางอายุราว19ปีผมสีดำหน้าทรงไข่ได้รูป ดวงตาโฉบเฉี่ยวเป็ประกายใครที่ได้จ้องดวงตานางก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่าถ้าได้จ้องดวงตาของนางไปตลอดชีวิตก็คงดีเมื่อแสงจันทร์กระทบผิวของนางที่ขาวราวกับไข่มุกทำให้นางดูราวกับเทพธิดาแสนซุกซนที่ลงมายังโลกมนุษย์
เฟยหลงมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาเหม่อลอยและหลงไหล
“พี่เฟยทำอะไรอยู่น่ะฝุ่นกระจายทั่วห้องไปหมดแล้ว”หญิงสาวมองไปทั่วห้องแล้วก็บ่นออกมาแล้วก็หยิบผ้าที่วางอยู่ตรงพื้นเริ่มเช็ดเครื่องใช้ต่างๆให้เฟยหลง
“ข้าพยายามย้ายของในห้องน่ะ” เฟยหลงแก้ตัวอย่างขัดเขินแล้วก็รีบไปดึงผ้าขี้ริ้วที่อยู่ในมือหญิงสาวมา
“อวี้เอ๋อ ปล่อยให้ข้าทำเองเถอะมือเ้าเลอะไปหมดแล้วเห็นไหม” เฟยหลงดึงผ้าสะอาดจากกระเป๋าเสื้อตัวเองจากนั้นก็เช็ดมือให้ไป๋อวี้
“มือเลอะแล้วไงไม่เห็นจะเป็อะไร” ไป่อวี๋ยิ้มแจ่มใสมองเฟยหลงที่กำลังเช็ดมือตัวเองอย่างตั้งใจ
“แล้วเ้ามาทำอะไรที่นี้ล่ะเดี๋ยวก็โดนพวกศิษย์นอกนินทาเอาหรอก”หลังจากเช็ดมือเสร็จแล้วเฟยหลงก็รีบปล่อยมือจากมือของไป่อวี้ทำให้นางแอบขุ่นเคืองเล็กน้อย
"เพราะข้ามีข่าวดีมาบอกน่ะสิ” ไป่อวี้ยิ้มซุกซนทำหน้าราวกับว่า อยากรู้ล่ะสิๆ
“อะไรรึ”เฟยหลงเห็นนางทำหน้าตาน่ารักอย่างงั้นก็อดรู้สึกหมั่นเขี้ยวไม่ได้ อยากหยิกแก้มนางเหลือเกิน
“หุหุ อยากรู้ต้องทำอย่างไรก่อนเอ่ย” ไป่อวี้ยิ้มเ้าเล่ห์
“แม่นางไป่อวี้ผู้งดงามขอรับโปรดบอกข้าน้อยผู้นี้เถิด”เฟยหลงพูดด้วยน้ำเสียงล้อเลียนแล้วทำท่าทางเหมือนข้ารับใช้หนุ่มผู้ภักดี
“ฮิฮิ ถ้าขอร้องกันขนาดนี้ข้าบอกก็ได้” ไป่อวี้หัวเราะคิกคัก เฟยหลงมองหญิงสาวผู้น่ารักตรงหน้าก็ถอนหายใจคนสวยทำอะไรก็งดงามจริงๆ
“ข้าได้ข่าวลือว่ามีสมุนไพรระดับสูงปรากฏขึ้นในป่าเมฆาทมิฬเมื่อข้าไปเอามันมาได้พี่เฟยก็จะหายจากโรคประหลาดนี้แล้วกลับมาทรงพลังเหมือนเมื่อก่อนยังไงล่ะ” ไป่อวี้พูดด้วยสีหน้าตื่นเต้น แต่พอเฟยหลงได้ยินดังนั้นก็รีบห้ามเสียงแข็ง
“ไม่ได้!ป่าเมฆาทมิฬนั้นอันตรายอย่างมากขนาดเ้าสำนักยังต้องระวังเมื่อเข้าไปในนั้นยังไงเ้าก็ห้ามเข้าไปเด็ดขาด”
“แต่ว่าพลังบ่มเพาะของท่านไม่พัฒนามา5ปีแล้วนะถ้าข้าได้สมุนไพรระดับสูงนั้นมาข้าก็จะสามารถนำไปแลกยาหวนคืนขั้นกลางให้พี่ได้” ไป่อวี้พูดอย่างไม่ยินยอมนางไม่อยากจะเห็นพี่เฟยของนางต้องทนทุกข์ทรมานแบบนี้อีกแล้ว
“ข้ายอมบ่มเพาะพลังไม่ได้ยอมโดนเยาะเย้ยทุกวันดีกว่าให้เ้าเข้าไปในป่านั่น!” เฟยหลงทำหน้าขรึมปฎิเสธอย่างเด็ดขาด
“ข้าเข้าใจแล้ว พี่เฟยอย่าโกรธข้าเลย” ไป่อวี้พูดเสียงอ่อยนางไม่อยากให้เฟยหลงโกรธเลยเพราะโลกใบนี้เฟยหลงคือคนสุดท้ายที่นางไม่อยากให้โกรธเกลียดนาง
เฟยหลงที่เห็นนางทำหน้าเหมือนกับลูกแมวโดนดุก็รู้สึกเสียใจที่ตัวเองตะคอกใส่นางทั้งที่นางพยายามช่วยเขาฟื้นฟูลมปราณพิการของเขาแท้ๆ
“ข้าขอโทษอวี้เอ๋อ ข้าแค่เป็ห่วงเ้า” เฟยหลงเดินไปจับมือไป่อวี้
“ไม่เป็ไรข้าเข้าใจท่าน” ไป่อวี้เงยหน้าขึ้นมามองเฟยหลงแล้วกุมมือตอบทั้งสองยืนกุมมือกันสักพักก็รู้สึกขัดเขินขึ้นมาจนไม่กล้าสบตากัน
“อะแฮ่ม”เฟยหลงแสร้งทำเป็ไอแก้เขินแล้วปล่อยมือไป่อวี้ส่วนไป่อวี้ตอนนี้ก้มลงมองพื้นด้วยใบหน้าแดงก่ำไม่กล้าแม้แต่จะมองเฟยลงจากนั้นก็รีบพูดตัดบทขึ้นมา
“เอาล่ะ ข้าไม่คิดเื่สมุนไพรระดับสูงแล้วก็ได้แต่ข้าไม่ยอมแพ้หรอกข้าต้องหาวิธีช่วยพี่เฟยให้ได้!”จู่ๆไป่อวี้ก็ะโขึ้นมา แล้วก็หันหลังเดินออกไปแต่ก็ไม่ลืมที่จะร่ำลาเฟยหลงโดยเสียงสดใส
“งั้นข้าไปก่อนนะพี่เฟยดูแลสุขภาพด้วย”ไป่อวี้หันกลับมาโบกมือให้เฟยหลงแล้วก็รีบวิ่งออกไปด้วยใบหน้าที่ร้อนผ่าว