ตอนที่ 83 หารือการแต่งงาน
ตกเย็นท้องฟ้าข้างนอกเริ่มมืดลงจนโดยรอบนั้นเริ่มมีแสงสว่างจากทางเดินที่มีหลอดไฟตามทางแอนนาเบ็ธลงไปส่งผู้เป็นพ่อของเธอที่ป้ายรถเมลที่อยู่ใกล้ ๆ ส่วนเด็ก ๆบ้านแจ็กสันก็ช่วยพากันจัดห้องนั่งเล่นนำโซฟา โต๊ะเล่น ชั้นต่าง ๆให้ห้องนั่งเล่นหลบไปไว้โซนห้องเก็บของของคนเป็นย่าแต่ระหว่างเก็บของมีทะเลาะกันเล็ก ๆ น้อย ๆ
“เฮ้! มาร์โค อย่ายกแต่ของเบาสิเฟ้ย!!”
“เรื่องสิ! จะยกอ่ะ!” มาร์โคไม่สนใจแล้วเดินไปต่อพร้อมกับโต๊ะเล็กเอาไปเก็บ
สองแฝดตัวเท่ากันเดินมาหาคนเป็นพี่ชายด้วยการที่กำลังช่วยขนหมอนผ้าห่มมาให้อย่างไม่บ่นอะไร ก่อนจะมาอยู่ข้าง ๆ พี่ชาย
“พี่โอราอุสค่ะ พวกเรายกผ้าห่มมาแล้วค่ะ!” น้ำเสียงอันสดใสของโพรทาเลียกล่าวพูดกับพี่ชายด้วยการเงยหน้ามองเขา
“หนูหยิบหมอนมาให้ค่ะ”
โอราอุสก้มมองน้องสาวทั้งสองคนที่ตอนนี้ตัวเท่ากันแล้วโพรทาเลียกลับร่างเดิมระหว่างที่เพอร์ซีย์กำลังอธิบายเรื่องพ่อของลูกโพรทาเลียเธอก็กลับร่างจนทุกคนตกใจเล็กน้อยตอนนั้นเลยต้องพาไปเปลี่ยนเสื้อใหม่จนทั้งสองคนเหมือนกันมากขึ้นโอราอุสฉีกยิ้มอย่างมีความสุขก่อนจะรับของจากน้อง ๆ
“ขอบใจทั้งสองคนมาก ๆ เลยนะ” โอราอุสวางของแล้วลูบหัวน้องสาวทั้งสองคน
“คิก ๆ” ทั้งสองมองหน้ากันแล้วได้แต่ยิ้มให้กันและกัน
ระหว่างที่กำลังจัดที่นอนกันนั้นโพรทาเลียก็หันไปเห็นคนเป็นพ่อโดนเทพทั้งสองเรียกลงไปข้างล่างด้วยท่าทางที่ซีเรียลสักเล็กน้อยว่าพวกเขามีเรื่องอะไรกันจนพวกเขาออกไปตรงทางเดินที่มีทางออกลงไปข้างล่างชั้นหนึ่งจนโพรทาเลียเอ่ยถามพี่ชายที่อยู่ข้างๆ
“พี่ค่ะ คุณปู่กับคุณยายพาพี่ ๆ ไปกันนะ?”
“หือ?” โอราอุสหันไปมองทางที่น้องสาวมองเมื่อกี้แต่เขาก็ไม่เห็นแล้ว ”คงจะไปคุยธุระกันละมั้ง?”
“อ๋อ...เหรอ?” แต่สายตาของโพรทาเลียก็แอบสงสัยอยู่ดีว่าผู้ใหญ่ทำอะไรกันจนเธอคิดบางอย่างใด
ชั้นล่างที่เป็นร้านอาหารพวกโพไซดอนเรียกเพอร์ซีย์มาจับกลุ่มนั่งจุดหนึ่งในร้านไม่นานแอนนาเบ็ธก็กลับมาหลังจากส่งคนเป็นพ่อของเธอ เธอมานั่งข้าง ๆ สามีของเธอ พวกเขาคุยเรื่องเหตุการณ์ก่อนหน้าว่ามีพวกปีศาจแฝงมาให้ค่ายเกือบครึ่งหนึ่งแล้วเป็นครั้งแรกที่เกิดเรื่องนี้ ทำเอาพวกเทพแตกตื่นตอนที่ได้ยินแล้วบางคนเศร้าใจที่ลูกของตนบางคนเสียชีวิต เพราะพวกปีศาจพวกนั้นเลยทำให้ต้องมาแจ้งให้เพอร์ซีย์ที่เป็นคนดูแลค่ายช่วยจัดการให้มากกว่าแล้วเดียวเฮเฟตัสจะมาจัดการเรื่องความปลอดภัยมากขึ้นกว่าเดิมแต่เรื่องทุกอย่างที่โพไซดอนกับอาธีน่าเอามาบอกก็เป็นคำสั่งของซุสเมื่อรู้ว่าเขาจะลงมาโลกมนุษย์เพื่อหาหลานๆ ทำเอาเขาเหมือนคนส่งสาส์นไม่มีผิด
“เรื่องที่คุยก็เท่านี้ล่ะ เพอร์ซีย์หลังจากนี้ก็ดูแลดี ๆ ละทั้งสองคน”
“ครับ/ค่ะ” ทั้งสองคนตอบรับคำสั่ง
พอพูดคุยถึงเรื่องสำคัญเสร็จนั้น โพไซดอนก็รู้สึกเหมือนมีเรื่องจะคุยกับลูกชาย
“เพอร์ซีย์...”
“ครับ?” เพอร์ซีย์หันไปมองคนเป็นพ่อที่เรียกเขา
“ไม่สนใจให้เจ้าเด็กจูปิเตอร์นั้นแต่งงานกับโพรทาเลียหรือ?”
“!!”
สองสามีภรรยาต่างตาลุกวาวกับคำพูดของเทพโพไซดอนที่เสนออะไรที่มันไม่เข้าท่าเลยก่อนที่เพอร์ซีย์จะลุกขึ้นทุบโต๊ะอย่างไม่ชอบใจ
“นี่พ่อพูดอะไร? ให้โพรทาเลียแต่งงานกับเด็กเปรตนั้นเนี่ยนะ?”
“ทำไมล่ะ? เจ้าไม่ได้คิดถึงจุดหนึ่งเลยสินะว่าถ้าโพรทาเลียโดนแซเทิร์นจับตัวไปอีกครั้งแล้วแซเทิร์นให้ลูกของมันทำมิดีมิร้ายกับเด็กคนนั้นเจ้าจะรู้สึกยังไง?”
“อึ้ก!!”
โพไซดอนพูดแบบนั้นทำให้เพอร์ซีย์เข้าใจในสิ่งที่อีกฝ่ายสื่อถึงสิ่งที่เคยเห็นในความทรงจำของลูกสาวว่าเจ้าลูกชายของแซเทิร์นจ้องจะเขมือบลูกเขาไปเป็นเมียของมันตั้งกี่ครั้งพอนึกถึงภาพพวกนั้นทำให้เขาโกรธมาก เขายอมนั่งลงกับที่เหมือนเดิมโพไซดอนจ้องมองลูกชาย เขาก็เข้าใจว่าอีกฝ่ายโกรธเรื่องที่เขาเสนอแต่มันก็เป็นทางเดียวทำให้หลานสาวปลอดภัยด้วย
“ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ชอบใจ เพอร์ซีย์แต่ถ้าเป็นแบบนั้นโพรทาเลียก็เหมือนศพตายทั้งเป็นเลยนะ”
“ผมจะไม่ยอมให้ลูกสาวเป็นแบบนั้นแน่ ๆ”
“งั้นก็ลองเอาไปคิดดูว่าเด็กคนนั้นผูกมัดกับใครสักคนเจ้าพวกนั้นก็ไม่สามารถมายุ่งได้ ถ้าการผูกมัดเกิดจากการสาบานต่อแม่น้ำสติ๊กซ์”
“จริงด้วย...!”
เพอร์ซีย์นึกถึงคำสาบานต่อแม่น้ำสติ๊กซ์ทันทีเพราะพวกเทพชอบใช้กัน แล้วก็ถ้าผิดสัญญามันก็มีหลายอย่างที่ส่งผลต่อตัวเองเช่นกันมันก็ลำบากจุดหนึ่งสำหรับคนที่จะสาบานต่อสิ่งที่ทำผิดได้เช่นกันอาธีน่าได้ฟังก็คิดถึงสิ่งที่อีกฝ่ายพูดก็จริงของโพไซดอน คำสาบานดี แต่ไม่ดีเสนอไป
“ฉันก็ค้าน! โพไซดอน”
“อะไรกัน? อาธีน่าความคิดของข้าก็ดีออก”
“คำสาบานนั้นก็สามารถแหกกฎได้เหมือนที่พวกท่านทำเนี่ยนะ!?”
โพไซดอนสะดุ้งขึ้นมาในทันใดที่อีกฝ่ายพูดถึงกับไม่พูดต่อเลย
“แม่คิดว่าควรใช้วิธีไหนแทนหรือคะ?”
“ก็...” อาธีน่าคิดอยู่สักระยะก่อนจะนึกบางอย่างได้ “การสาปแช่งไง”
“สาปแช่ง!?”
“ใช่ แต่ก็ไม่เชิงเป็นการสาปแช่งแต่เป็นการอวยพรในเชิงข้อห้าม เทพอวยพรทีไรก็มีปัญหาเหมือนกันนั้นล่ะ อย่างตอนสาบานตอนแต่งงานก็ให้พวกเทพจัดการอย่างอวยพรว่าอย่าให้มิผู้ใดมาแตะต้องพวกเขาทั้งสองใครมาแตะต้องจะร้อนเหมือนโดนเผาไหม้ แบบนี้ก็น่าสนใจนะ”
“โอ้...เป็นความคิดที่เจ๋งดีนะ!” โพไซดอนพูดอย่างถูกใจเลย
“ก็ยังดีกว่าความคิดของเทพบ้า ๆ แถวนี้ละกัน”
โพไซดอนหันขวับไปมองคนข้าง ๆ ที่พูดแบบนั้นกับเขา “เจ้าว่าไงนะว่าเทพบ้าเหรอ?”
“เปล่านี่”
อาธีน่าหันหน้าหนีอย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไรว่าตัวเองว่าอีกฝ่ายโพไซดอนไม่ชอบใจเลยที่นั่งอยู่ข้าง ๆ คนที่ไม่ชอบใจอยู่แล้วยังจะมาโดนด่าอีกทำเอาคนเป็นลูกทั้งสองจ้องมองคนเป็นพ่อแม่ที่กำลังจะทะเลาะกันเป็นใครจะไปเชื่อว่าเทพทั้งสองมานั่งข้างกันได้แบบนี้ถ้าไม่ใช่เพราะเพอร์ซีย์กับแอนนาเบ็ธแต่งงานกัน คงไม่ได้มาเห็นภาพนี้บ่อย ๆ แน่โพไซดอนจะเตรียมตัวกลับเขาก็เตรียมลุกขึ้น
“เอาล่ะ ๆ พวกเราคงต้องกลับไปมั้งแล้วล่ะต้องทำงานของตนเองที่ถูกส่งมาอีก”
“ใช่ งั้นพวกเราไปก่อนนะ”
อาธีน่าลุกขึ้นออกจากเก้าอี้แล้วมายืนตรงจุดที่ไม่มีอะไรแล้วหันมาโบกมือให้ลูกสาว แอนนาเบ็ธโบกมือตอบกลับก่อนที่จะเกิดแสงสว่างแล้วเทพีก็หายไปโพไซดอนพอเห็นว่าอีกฝ่ายไปแล้วเขายังไม่ไปไหนก่อนจะเดินไปหาลูกชายและลูกสะใภ้
“ข้าว่าจะให้พวกเจ้าก็ลืมไปหลายครั้ง”
“หือ? จะให้อะไรนะ พ่อ?”
“จริงด้วยค่ะ? ท่านจะให้อะไรเรากัน?”
โพไซดอนตวัดมือลงแล้วขึ้นมามีสิ่งที่บางเหมือนกระดาษโผล่มาก่อนที่เขาจะส่งให้ลูกชายรับไป
“หือ?” เพอร์ซีย์จ้องมองกระดาษที่พ่อให้มาก่อนจะเห็นว่าสิ่งนี้คือตั๋วปริศนาสองใบเพอร์ซีย์ชูขึ้นมาแล้วยกคิ้วขึ้นอย่างสงสัยว่ามันคืออะไร “นี่คือ...?”
“เห็นว่า 20 ปีมานี่พวกเจ้าไม่ได้พักผ่อนมานานแล้วนี่น่าหรือว่าเป็นของเล็ก ๆ น้อย ๆ จากพ่อสามีละกันนะ”
“ตายจริง!นี่มันโรงแรมระดับห้าดาวในกรุงกรีซเลยนะ เพอร์ซีย์”
“ห๊า? นี่พ่อจองไว้ให้พวกเราเหรอ?”
“เปล่า พวกเจ้าว่างเมื่อไรก็ไปละกันนะตั๋วพวกนี้ไม่มีกำหนดว่าจะหมดอายุเมื่อไรนะ”
“ว้าวววว ขอบคุณค่ะ ท่านโพไซดอน” แอนนาเบ็ธยิ้มอย่างชอบใจในทันที
“พ่อสามี ๆ สิ ลูกสะ-”
“เจ้า!กล้าดียังไงให้ของขวัญสองคนนั้นก่อนข้ากัน!?”
อาธีน่าโผล่ออกมาจากไหนก็ไม่รู้เมื่อสัมผัสได้ว่าโพไซดอนทำแต้มให้ลูกตัวเองและลูกสาวของนางทำให้คนที่กลับไปแล้วต่างแตกตื่นจนต้องรีบย้อนกลับมา
“เปล่าซะหน่อย” โพไซดอนทำหน้าอย่างไม่รู้ไม่เห็น
อาธีน่ากำหมัดอย่างไม่พอใจเจ้าเทพขี้ประจบคนนี้จริง ๆก่อนจะตกดิ่งไปอย่างสายฟ้าแลบไปหาลูกสาว
“แอนนาเบ็ธ!!”
“ค่ะ!!”
อาธีน่าส่งตั๋วให้กับมือของลูกสาวทันที “นี่ตั๋วของแม่เอาไว้พักผ่อนที่กรีซมีตั้งแต่ร้านนวดร้านอาหาร ร้านอะไรอีกมากที่แม่อยากให้เจ้าได้พักมั้ง!”
แอนนาเบ็ธฟังสิ่งที่แม่พูดออกมาทำเอาเธอน้ำตาซึมไปเลยครั้งแรกที่แม่ของเธอหันมาสนใจกันตั้งแต่เกิดเธอไม่เคยมีแม่อยู่ข้างกายเลยสักครั้งแต่มาตอนนี้เริ่มที่จะได้อยู่ข้าง ๆ กัน หลังจากปลดล็อคกฏที่ห้ามเจอลูกหลานเทพบางองค์ก็แอบไปหาลูกของตน บางองค์ไม่สนใจเลยด้วยซ้ำถึงจะปลดล็อกแล้วก็ตามทีแต่ยังดีที่แม่ของเธอห่วงลูกทุกคนถึงจะไม่ค่อยมาหาแต่ก็มาพร้อมกับคำห่วงใยเสมอจนพวกเขาเหล่าสายเลือดอาธีน่าก็ยังรักคนเป็นแม่ไม่เปลี่ยนแปลง
“ขอบคุณค่ะ คุณแม่”
คำขอบคุณของลูกสาวทำให้ผู้เป็นแม่ยิ้มแก้มปริจนทำให้คิดเลยว่าคนที่เอาแต่ขมวดคิ้วต่อหน้าลูกเขยนั้นจะยิ้มได้แบบนี้ทำเอาเพอร์ซีย์ที่อยู่ข้าง ๆ แอบยิ้มไม่ได้เลยจนต้องยิ้มออกมาแต่ทว่าสายตาของเทพีก็จ้องเขาจนต้องหุบยิ้มไปเลย พอจบธุระอาธีน่ากำลังจะกลับแต่เธอก็ยื่นมือไปจับหูของโพไซดอน
“เจ้ารีบกลับไปเดียวนี่!อย่าคิดจะมาทำแต้มอะไรอีกนะ!!”
“โอ๊ย! โอ๊ย!ใครมันจะทำแต้มกัน เจ้าบ้าหรือเปล่าเนี่ย!?” โพไซดอนโวยวาย
อาธีน่าดูไม่สนใจอะไรก่อนจะลากอีกฝ่ายให้กลับไปยังท้องทะเลที่เป็นอาณาเขตของอีกฝ่ายก่อนที่นางจะหันกลับมาโบกมือลาอีกครั้งแล้วก็หายตัวไปเหมือนไม่อะไรเกิดขึ้น
‘ทำไมมองแล้วเหมือนภรรยาลากสามีกลับบ้านกัน?’เพอร์ซีย์กับแอนนาเบ็ธคิดพร้อมกัน
เพอร์ซีย์ถอนหายใจเหนื่อยกับเทพทั้งสองคนที่ชอบแซงความดีความชอบตลอดจริงๆ พอเรื่องทุกอย่างจบลงแล้วเขาหันไปมองภรรยาที่กำลังจ้องมองตั๋วทั้งสี่ใบที่คนเป็นพ่อสามีและผู้เป็นแม่ให้จนเธอยิ้มกริบจนอย่างมีความสุขที่เธอได้รับของขวัญที่ดีมาก ๆเพอร์ซีย์เห็นใบหน้าของภรรยาเขาก็มีความสุขแล้วเขาเขยิบเข้าหาภรรยาแล้วโอบเอวของเธอ
“มีความสุขมากเลยนะได้ตั๋วไปเที่ยวแบบไม่ต้องจ่ายแบบนี้นะ”
“แหม ๆ เราไม่มีเวลาได้ไปเที่ยวนี่น่า~”แอนนาเบ็ธหันไปยิ้มอย่างมีความสุข
“หึ ๆ ก็จริงนะ เราค่อยหาโอกาสหนีลูก ๆไปเที่ยวละกันนะ” เพอร์ซีย์หอมแก้มอีกฝ่ายเบา ๆ ”เอาล่ะเราก็กลับขึ้นข้างบนไปพักผ่อนเลยดีกว่านะ เดียวพรุ่งนี้เราจะได้เดินทางกลับกัน”
“อืม ๆ ฉันฝากค่ายไว้กับเจสันด้วยเนี่ยสิ” แอนนาเบ็ธนึกถึงก่อนเดินทางมาว่าตัวเองขอให้เจสันดูแลค่ายให้
“หือ? เจ้าบ้านั้นดูแลค่ายเหรอ?”เพอร์ซีย์ยกมือขึ้นมาลูบปลายคางที่มีหนวดสักเล็กน้อยก่อนจะคิดบางอย่างขึ้นมาแล้วฉีกยิ้มอย่างคนบ้า “งั้นให้หมอนั้นดูแลค่ายสักสองสามวันละกัน!!!”
“หือ? นี่จะโยนหน้าที่ตัวเองให้หมอนั้นเลยเหรอ?”
“แหม ๆ เราไม่ได้ออกมาข้างนอกนานแล้วนะสักวันสองวันคงไม่มีปัญหาเนอะ” เพอร์ซีย์ยิ้มให้ภรรยามีความสุข
“โธ่ นายนี่น่า ตามใจละกันโดนเจสันว่าอะไรฉันก็ไม่เกี่ยวนะ”
“เธอนี่เปลี่ยนไปเยอะจริง ๆ”
เพอร์ซีย์มองภรรยาที่เปลี่ยนไปเยอะกว่าแต่ก่อนมาก ๆตั้งแต่นิสัยที่จะรับผิดชอบทุกอย่างแต่ตอนนี้ปล่อยวางอะไรหลายอย่างจนไปถึงรูปลักษณ์ภายนอกของอีกฝ่ายเมื่อก่อนแค่สาวผิวแทนเหมือนสาวแคลิฟอร์เนียคนคนหนึ่งแต่ตอนนี้กลายเป็นสาวผิวขาวหิมะเหมือนสาวอเมริกามากกว่าเดิมอีกแต่ถึงจะเปลี่ยนไปยังไงเขาก็รักอีกฝ่ายมากกว่าเดิมเป็นเท่าตัว
“นายก็ด้วยล่ะ พ่อหนุ่มซื่อบื้อ”
แอนนาเบ็ธได้ยินคำพูดของสามีเธอก็เงยหน้ามองอีกฝ่ายที่เปลี่ยนไปมากกว่าครั้งแรกที่เธอเจอเขาที่เป็นเด็กตัวเล็กไม่ชอบฟังใครทำอะไรก็ต้องทำให้ได้ แล้วเป็นเด็กผู้ชายที่เธอไม่ชอบขี้หน้าตั้งแต่วันแรก ๆแต่เธอไม่นึกว่าวันนี้เธอได้จะเป็นภรรยาและแม่ของลูกอีกฝ่ายยิ่งตอนนี้เพอร์ซีย์มีความรับผิดชอบมากขึ้นถึงบางครั้งจะทำตัวเป็นเด็กอยู่บ้างแล้วเรื่องรูปลักษณ์ของอีกฝ่ายทำเอาเธอเขินสักเล็กน้อยที่เขาตัวสูงร่างกำยำกว่าแต่ก่อนจนทำให้เด็กสาวในค่ายต่างพากันชื่นชอบจนเธอก็มีหึงบางแต่ยังไงก็ตามที
“ถึงจะหล่อขึ้นยังไง แต่ก็เป็นสามีของฉันล่ะนะ”แอนนาเบ็ธยิ้มเยาะอย่างมีความสุข
แต่คนที่อยู่ข้าง ๆ กับเขินขึ้นมาเพราะความคำพูดของภรรยานี่ล่ะ เขาก็โอบกอดเธอในทันที
“เธอก็เหมือนกัน สวยขึ้นทุกวันเธอก็ยังเป็นภรรยาของฉันนะ” เพอร์ซีย์หอมแก้มภรรยาอย่างรักใคร่
“ตายจริง~ เพอร์ซีย์ไม่เอานะ” แอนนาเบ็ธตีสามีสักเล็กน้อย
ทั้งสองมองหน้ากันก็แสดงความรักสักเล็กน้อยจนทำให้คนที่เห็นนั้นถึงกับมองด้วยสายตาที่เบื่อหน่ายกับสองสามีภรรยาคู่นี้ที่อายุตั้งขนาดนี้แต่ยังมาแสดงความรักที่หวานจนน่าอิจฉาทุกครั้งจริงๆ พวกเขามาดูเนื่องจากก่อนหน้านั้น โพรทาเลียแอบทำท่าทางแปลก ๆด้วยการเอาหูแนบกับพื้นทำให้พวกเขาสงสัยจนต้องถามเลยได้รู้อะไรบางอย่างว่าโพรทาเลียจะโดนจับแต่งงานกับใครสักคนที่เป็นสายเลือดของจูปิเตอร์ทำเอาเธอหน้าแดงจนสงสัยว่าคนที่ว่าเป็นใคร พวกเขาที่ได้ยินจึงจะลงมาจะพูดกับพ่อแม่แต่ทว่ามาเห็นภาพที่ไม่ควรเห็นเขาจนสองสามีภรรยากำลังจะเตรียมหันกลับไปที่บันไดก็ต้องตกใจสิ่งที่เห็นนั้นก็คือลูกชายทั้งสี่กำลังมองพวกเขาด้วยสายตาเบื่อหน่ายสุด ๆ
“เห้ย!! เด็ก ๆ มาทำอะไรกันนะ?” เพอร์ซีย์ถึงกับตาค้างเลยที่เห็นลูกๆ สี่คนกำลังนั่งอยู่ตรงบันได แถมมองเขาด้วยสายตาเบื่อหน่ายอะไรกันสักอย่าง
“เฮ้อ...จะมาถามอะไรสักหน่อย แต่มาเห็นสภาพนี้ไม่อยากถามต่อเลย...ขึ้นไปหาอลิซ่าเบ็ธดีกว่า”โอราอุสลุกขึ้นเปิดประตูเข้าบ้านไปหาแฟนสาวดีกว่า
“ไม่อายฟ้าตอนค่ำคืนเลยนะ พ่อแม่”
“อายุตั้งเลขสี่ยังรักกันก็คือว่าดีแล้วนี่น่าแต่รักให้พอดีนะครับพ่อแม่ เดียวมีน้องเพิ่มเราจะต้องมารับบทพี่ ๆ อีกนะครับ”
“บ้า! ลูก ๆ นี่มัน! กลับขึ้นข้างบนไปเลย!”แอนนาเบ็ธหน้าแดงทันทีที่ลูกๆ พูดแบบนั้นออกมา
พวกเด็กต่างรีบเดินหนีกันขึ้นข้างบนไปในทันใดเพอร์ซีย์ส่ายหัวเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยพูดขึ้น
“เจ้าพวกนี้ตั้งแต่เด็กจนโตก็เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะ”
“ก็ดีกว่าลูกเปลี่ยนไปจนไม่เข้าหาเรานะ” แอนนาเบ็ธจ้องมองลูก ๆที่กำลังเดินขึ้นไป
“ก็จริงนะ...แต่ว่า...โพรทาเลียตอนนี้กำลังรับบททดสอบอะไรอยู่นะ?”
“ไม่รู้สินะ...แต่ฉันห่วงลูกว่าไม่อยู่กับเรานานๆ แกจะจิตตกอีกนะ”
เพอร์ซีย์ฟังที่อีกฝ่ายพูดเขาก็ยกมือขึ้นมาโอบไหล่ภรรยาเบา ๆ “ลูกเข้มแข็งจะตายไม่มีทางเป็นอย่างที่เธอพูดแน่ๆ”
“เฮ้อ...ก็ให้เป็นแบบนั้นละกันงั้นเราขึ้นข้างบนกันเถอะ”
“อืม ไปกันเถอะ”
ทั้งสองคนต่างพากันขึ้นไปข้างบนก็เห็นเด็ก ๆกำลังนั่งดูหนังกันอย่างมีความสุขบนเตียงที่มาวางตรงข้างหน้าแล้วพ่อแม่เห็นก็มีความสุขที่ลูก ๆ กำลังมีความสุขกันแต่ที่ทำให้จ้องมองก็คือพ่อแม่ของเพอร์ซีย์กำลังเอาใจเหลนกันด้วยการป้อนขนมให้อย่างมีความสุขจนพวกเขาสองคนที่เป็นตายายอิจฉาขึ้นมาในทันที ก่อนจะเข้าร่วมวงด้วยในทันที
ทางด้านนอกกำลังมีความสุขกับช่วงเวลาอันแสนสงบสุขยกเว้นคนที่อยู่ส่วนลึกของจิตใจอย่างโพรทาเลียที่กำลังวิตกกังวลกับการสร้างเมล็ดพันธุ์เธออุตส่าห์สร้างเมล็ดพันธุ์ของกระบองเพชรสำเร็จ แต่โดนปฏิเสธว่าง่ายไปทำเอาโพรทาเลียโกรธเคืองเป็นอย่างมากก่อนจะมานั่งร้อนฉ่าอยู่ในทะเลในร่างเด็กวัยสิบขวบทำให้เธอรู้ว่ายาที่เธอกินอาจจะหมดฤทธิ์ไปแล้วนั้นเองแต่เสื้อผ้าเธอก็ตัวใหญ่จนเกินไปจนเธอต้องถอดออก
“อากาศก็ร้อน...ยังมาเจอเสื้อผ้าผู้ใหญ่ที่ตัวใหญ่จนร้อนอีก...อยากได้ชุดเด็กจริงๆ”
โพรทาเลียพูดไม่กี่นาทีก็มีชุดที่โผล่มาจากไหนก็ไม่รู้โพรทาเลียประหลาดใจที่จู่ ๆ ก็มีเสื้อผ้าโผล่ออกมา
“หรือว่า...เจ้ารัลส่งมา...หรือ...”
เธอจ้องมองก่อนจะหลับตาแล้วนึกถึงพิซซ่าที่อยากกินก่อนที่อาหารจะออกมา โพรทาเลียเห็นก็ตกใจจริง ๆ
“อ๋อ...นี่ร่างเรานี่น่าอาจจะจินตนาการได้ตลอดนี่น่า...เหอะ ๆ นั่งกินอาหารก่อนดีกว่า”
โพรทาเลียเปลี่ยนจากการปวดหัวมาใส่ใจกับอาหารการกินตอนนี้ยังจะดีกว่าแต่เธอจ้องมองพื้นทะเลทรายเธอนึกถึงตอนที่รัลปฏิเสธการสร้างเมล็ดพันธุ์ของเธอไปครั้งหนึ่งก่อนที่จะตะโกนออกมา
“อ๊ากกกกกกกกกกก ร้อนแบบนี้จะปลูกอะไรกัน!!กระบองเพชรก็ไม่ได้ ไปตายซะ รัลลลลลลลลลลลลลลลลล!!”
จบตอนที่ 83 โปรดติดตามตอนที่ 84ต่อไป