“ในเมื่อทุกคนเลือกอาวุธของตัวเองได้แล้ว ถ้างั้นเรามาจับคู่กันเถอะครับ”
ทันทีที่เสียงของอาจารย์อาร์ตดังขึ้น เหล่านักเรียนก็เริ่มหาคู่กันอย่างรวดเร็ว หลายคนดูเหมือนจะมีคนที่รู้จักอยู่ก่อนแล้ว ขณะที่บางคนก็เดินเข้าไปชวนคนอื่นแบบตรง ๆ
แน่นอน—ในกลุ่มคนจำนวนมากขนาดนี้ ก็ต้องมีคนที่ไม่มีคู่เหลืออยู่บ้าง ส่วนผมเองนั้น…
ก็คงไม่มีใครอยากจับคู่กับคนดังแบบผมหรอก ผมหันไปมองเหล่านักเรียนที่อยู่ใกล้ ๆ แต่ทันทีที่สายตาของผมสบเข้ากับพวกเขา ทุกคนต่างก็รีบหันหน้าหนีราวกับไม่ได้เห็นอะไร
แหม—ได้รับความสนใจมากเกินไปมันก็ลำบากเหมือนกันสินะ ผมมองไปรอบ ๆ อีกครั้งและก็พบว่า—
มาริเองก็อยู่ในสถานการณ์ไม่ต่างจากผม ด้วยนิสัยที่ไม่ค่อยพูดกับใคร อีกทั้งบรรยากาศรอบตัวของเธอก็ดูเข้าถึงยากสุด ๆ จึงไม่มีใครกล้าเดินเข้าไปชวนเธอแถมก่อนหน้านี้เริ่มเธอไปสร้างศัตรูตัวประกอบกลุ่มของเธอก่อนหน้านั้นไว้ด้วยถึงเธอจะไม่ได้ทำอะไรผิดก็เถอะ ส่วนคนที่เมื่อกี้ยังหันหน้าหนีผมอยู่—ตอนนี้พวกเขากลับเริ่มจับคู่กันเองอย่างรวดเร็วแถมดูเหมือนว่าจะเริ่มสนิทกันขึ้นมาแล้วด้วย
ในเมื่อเหลือแค่ชายอีกคนเธอกและก็ผม งั้นก็ช่วยไม่ได้ในฐานะผู้มีจิตใจเมตตา ผมคงต้องเสียสละอีกครั้งสินะ
หมอนั้นยกให้เธอก็แล้วกัน
“อาจารย์ครับช่วยคู่กับผมทีนะครับ”
“...เอ๊ะ?”
ผมหันไปมองอีกครั้ง คุณตัวประกอบ A คนนั้น—เขาวิ่งเข้าไปจับคู่กับอาจารย์แล้วววววววว!
แย่แล้ว...แบบนี้ถ้าไม่มีใครเหลืออยู่—ผมก็ต้องจับคู่กับตัวละครมีชื่อสินะ!
ผมค่อย ๆ หันไปมองมาริที่ยืนอยู่ตรงขอบสนาม
แล้วต้องทำยังไงล่ะเนี่ย? ผมต้องเป็ฝ่ายเดินเข้าไปทักเธอก่อน? หรือควรยืนอยู่ตรงนี้นิ่ง ๆ ทำท่าทางลึกลับราวกับตัวละครลับที่ไม่มีใครรู้จัก แล้วรอให้เธอเป็ฝ่ายเดินเข้ามาหาผม?
ใช่แล้ว! แบบหลังมันเท่กว่าเห็น ๆ!
ผมยืนกอดอกขึ้นทันที
แต่—
“...”
“...”
ทำไมเธอไม่เดินมาหากันล่ะ!? หรือว่า—
เธอกำลังรอเหมือนกัน?! มาริยังคงยืนอยู่ตรงขอบสนาม ไม่แม้แต่จะหันมามองผมด้วยซ้ำ สีหน้าของเธอยังคงนิ่งสงบ ราวกับกำลังเกิดการต่อสู้ทางจิตใจระดับสูงอยู่ระหว่างพวกเรา หากใครเป็ฝ่ายขยับก่อน—
คนนั้นแพ้
หึ...คิดว่าคนอย่างผมจะแพ้ให้กับการต่อสู้ทางจิตใจแบบนี้อย่างนั้นเหรอ? ผมคือคนที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างยาวนาน เื่แค่นี้ไม่มีทางทำให้ผม—
สุดท้าย—ผมก็ไม่มีทางเลือก ร่างของผมค่อย ๆ ขยับออกจากจุดเดิม ก่อนจะเดินตรงเข้าไปหามาริอย่างช้า ๆ ศึกครั้งนี้...ผมแพ้อย่างสมบูรณ์แบบ
“เมื่อได้คู่กันครบแล้ว ผมจะให้พวกเธอทั้งคู่ ฝึกการต่อสู้แบบทีมโดยไม่ใช้พลังเวทย์กันครับ โดยใช้อาวุธที่เลือกมาในการฝึกนะครับและหลังจากนี้สองสัปดาห์ ผมจะเป็คู่ต่อสู้ให้ครับ เพื่อดูพัฒนาของพวกเธอ”
“แบบนี้ก็เหมือนกันกับเรียนด้วยตัวเองสินะ”
“ไม่หรอกครับ ถ้าใคร้าความช่วยเหลือมาถามผมได้เลยเพราะผมก็มั่นใจในการใช้อาวุธหลายอย่างอยู่เหมือนกัน หรือจะท้าสู้เลยก็ได้นะครับ ส่วนเธอที่มาขอจับคู่กับอาจารย์เมื่อกี้ ผมจะให้กลุ่มหนึ่งมีสามคนแล้วกันนะครับ”
“เอ๊ะ?”
“เนื่องจากผมไม่ได้รับอนุญาตให้ลงฝึกในฐานะนักเรียนครับ”
ผมหันไปมองมาริ เธอยังคงยืนอยู่ข้าง ๆ โดยไม่ได้พูดอะไรออกมา ส่วนมาริก็—
“...”
เธอหันมามองผมอยู่ก่อนนานแล้วไม่เหมือนไม่ได้มองมาที่ตัวผมแต่เป็อาวุธในมือของผมมากกว่า
“งั้นพวกเรา...”
“…”
แต่มาริไม่ได้ตอบอะไร เธอเพียงเดินนำออกไปยังพื้นที่ว่างบริเวณหนึ่งของสนาม ผมมองตามแผ่นหลังของเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินตามไปโดยไม่ลังเล
ฟุบ!
มาริยกดาบฝึกขึ้นเล็กน้อย จากนั้นเธอก็เริ่มฝึกทันที ผมยืนมองอยู่ครู่หนึ่งท่วงท่าของเธอมั่นคงทุกการเคลื่อนไหวไม่มีความลังเล ทั้งการจับดาบ การก้าวเท้า และจังหวะของการฟาดฟัน—
แม้จะอยู่ห่างผมก็ยังได้ยืินเสียงดาบตัดผ่านอากาศ ความหนักแน่นของการฟาดนั้นถือว่าผ่าน ถึงผมจะไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเื่ดาบมากมายก็เถอะ ได้เรียนมาจากโลกก่อนเพราะอยากลอง แต่ดูจากท่าทางแล้ว—
ผมก้มมองอาวุธในมือของตัวเอง แต่ผมเองก็ต้องไม่น้อยหน้า
จงดูและรับรู้ซะ— ความสามารถที่ผมฝึกฝนมาเกือบทั้งชีวิต! ถึงฉายา ดาบพันเล่ม ที่ผมเคยได้รับถึงจะเป็แค่ฉายาในเกมก็เถอะ
...แต่นั่นก็ไม่สำคัญ ผมชักดาบออกจากฝักทั้งๆที่มันก็ไม่ได้มีฝักหรอก
ช่างมันเถอะ ของแบบนี้อยู่ที่อารมณ์
ผมหมุนดาบในมือหนึ่งรอบ ก่อนจะก้าวเท้าไปข้างหน้า ดาบในมือค่อย ๆ ยกขึ้น ผมพุ่งออกไป ร่างกายเคลื่อนไหวไปตามสิ่งที่เคยฝึกฝนมาในอดีต ปลายดาฟาดฟันผ่านอากาศอย่างต่อเนื่อง จากหนึ่งกลายเป็สอง จากสองกลายเป็สาม—จังหวะการก้าวเท้าสลับไปมาราวกับกำลังเต้นรำดาบในมือฟาดผ่านอากาศครั้งแล้วครั้งเล่าโดยไม่หยุดชะงัก
และ—
ฉัวะ!
ปลายดาบหยุดนิ่งอยู่ตรงหน้า ลมที่เกิดจากเวทย์มนต์เมื่อครู่ค่อย ๆ พัดเส้นผมของผมให้ปลิวไหว ไม่มีใครสามารถััถึงเวทย์ของผมได้ถ้าผมไม่โชว์มันออกมา นี้ก็เป็ผลจากการฝึกการซ่อนพลังเวทย์!
ผมยังคงยืนอยู่ในท่านั้น นิ่ง สงบ และแน่นอน—
เท่สุด ๆ
ผมเหลือบสายตาไปทางมาริ ดวงตาของเธอเบิกกว้างเล็กน้อย เธอ— หยุดฝึกไปแล้ว
อาจารย์อาร์ตที่กำลังเดินดูการฝึกของนักเรียนคนอื่นเองก็หยุดอยู่ที่ผม
“...?”
“เมื่อกี้...”
อาจารย์อาร์ตพึมพำออกมาเบา ๆ
“เธอเคยเรียนการใช้ดาบตะวันออกมาก่อนงั้นเหรอ?”
ผมยิ้มออกมาเล็กน้อย
“ความลับครับ”
อาจารย์อาร์ตเงียบไปก่อนจะยิ้มออกมาดูเหมือนเขาจะเข้าใจอะไรบ้างอย่างแล้ว
“ถ้างั้นก็เชิญต่อได้เลยผมขอตัวไปดูนักเรียนคนอื่นต่อแล้วกัน”
ผมหันข้างให้เล็กน้อยพร้อมกับรอยยิ้มที่เหมือนได้รับชัยชนะแล้วจากศึกครั้งนี้
“เมื่อกี้...นายใช้วิชาอะไร? นายเป็คนจากตะวันออกเหมือนกันงั้นหรอ?!”
สีหน้าของเธอดูจริงจังกว่าปกติเล็กน้อย ดวงตาคู่นั้นยังคงจับจ้องมาที่ผม—หรือให้พูดให้ถูกก็คือ กำลังมองดาบในมือของผม
“ก็ตามที่บอกไป ความลับ ยังไงก็ช่างเถอะ เรามาฝึกกันเถอะ”
“...อืม”
ถึงสีหน้าของเธอจะยังดูจริงจังอยู่มาก แต่ผมก็คิดคำอธิบายดี ๆ ให้ไม่ได้จริง ๆ เพราะงั้น—ต้องเปลี่ยนเื่โดยเร็วที่สุด
“อย่างที่อาจารย์บอก การฝึกครั้งนี้จะเป็การต่อสู้แบบทีม เพราะงั้นพวกเราควรแบ่งหน้าที่กันให้ชัดเจน คนหนึ่งทำหน้าที่โจมตี ส่วนอีกคนคอยสนับสนุนอยู่ด้านหลัง”
ดูเหมือนเธอจะสนใจกับคำพูดของผมมากกว่าก่อนหน้านี้เสียอีก ผมเองก็ไม่แน่ใจว่าทำไมถึงเป็แบบนั้น
แต่ก็ดีแล้ว อย่างน้อยบรรยากาศระหว่างพวกเราก็ไม่อึดอัดเหมือนตอนแรกอีกต่อไป ราวกับว่าเธอกำลังคุยกับคนที่รู้จักกันมานานอย่างนั้นแหละ
“ถ้าอย่างนั้น ผมขอรับหน้าที่เป็แนวหลังแล้วกันครับ เพราะยังไงผมก็ไม่ได้เก่งอะไรอยู่แล้ว... ผมอยู่อันดับที่ 499 เอง”
“เข้าใจแล้ว”
เธอพยักหน้าทันที
“...”
อะไรเนี่ย? เชื่อฟังง่ายเกินไปแล้ว สภาพของเธอตอนนี้ทำให้ผมนึกถึงสุนัขที่ได้เจอเ้าของเลย เห็นแล้วก็ทำให้ผมนึกถึงสมัยอยู่โลกก่อนขึ้นมาตอนเด็ก ๆ ผมเคยเลี้ยงกระต่ายตัวหนึ่งเอาไว้ มันชื่อ มิคัง เป็กระต่ายสีส้มที่เชื่องอย่างไม่น่าเชื่อ
เหมือนมันจะเข้าใจสิ่งที่ผมพูดได้เกือบทุกอย่างเวลาผมบอกให้มันทำอะไร มันก็มักจะทำตามอย่างว่าง่าย ถึงขั้นว่าบางวันที่ผมี้เีลุกไปปิดไฟเอง ผมยังเคยเรียกมันมาแล้วชี้ไปที่สวิตช์
แล้วมันก็ะโเข้าไปเตะสวิตช์จนไฟดับจริง ๆ
“...”
ในขณะที่ผมกำลังพูดคุยกับ มาริอยู่นั้นก็มีคนไปท้าทายอาจารย์ แต่อาจารย์ก็จบการต่อสู้นั้นได้อย่างรวดเร็ว ผมหันไปมองที่ มาริก่อนจะถามขึ้น
“เธอไม่ไปลองหน่อยหรอ”
“แล้วแต่นายเลย”
“…..”
ถึงบรรยากาศมันดีกว่าก่อนหน้าก็เถอะแต่แบบนี้มันลำบากใจสุดเลย
“งั้นอย่าพึ่งดีกว่า”
และแล้วบรรยากาศที่่ลำบากใจนี้ก็ยังคงดำเนินต่อไปจนหมดคลาส ถึงแม้เราจะไม่ได้คุยอะไรกันมากมายแต่ดูเหมือนผมจะยังคงรักษาภาพลักษณ์ของตัวเองเอาไว้ได้
ถึงแม้พวกเราจะได้ฝึกกันบ้างแต่ส่วนใหญ่แล้ว มาริมากกว่าที่เธอกำลังพยายามทุมเทสุดๆ เหมือนว่าเธอกำลังพยายามทำท่าทางที่ผมแสดงให้ดูก่อนหน้านี้ด้วยความตั้งใจสุดๆ แต่ด้วยประสบการณ์ของเธอนั้นที่มากอยู่แล้วก็เหมือนจะทำได้ไม่ยากเลย และดวงตาของเธอก็เหมือนว่าได้เจอเส้นทางใหม่แห่งดาบเลย