เมื่อภาพตรงหน้าได้ปรากฏขึ้นก็ทำให้ฉันจำได้ดีว่าในวันนั้นห้องสมุดได้หนังสือที่ฉันสนใจมากมาใหม่ทำให้ฉันนั่งจมอยู่กับมันนานพอควรจนตาเริ่มล้า ก่อนที่ตัวเองจะเผลอถอดแว่นออกอย่างไม่ได้คิดว่าจะมีใครมาเห็นหรือมาถ่ายรูปไปแบบนี้ เพราะโดยปกติแล้วฉันจะไม่ค่อยถอดแว่นและมักจะฝังใบหน้าที่ตอนเด็ก ๆ ใคร ๆ ก็มักจะบอกว่าฉันมีความสวยเป็ทรัพย์สมบัติที่น่าอิจฉาติดกายมาั้แ่เกิด
แต่ด้วยสภาพที่อยู่อาศัยสิ่งแวดล้อมของสังคมที่ฉันต้องอยู่ร่วมด้วยมันช่างไม่เหมาะที่จะให้ดอกไม้งามได้เฉิดฉายเลยสักนิดเดียว ดังนั้นนี่จึงเป็อีกหนึ่งปราการที่ฉันใส่เอาไว้เพื่อใช้ปกป้องตัวเองนอกเหนือจากเสื้อผ้าที่มักจะใส่มิดชิดเรียบร้อยไม่ให้เป็ที่สะดุดตาแม้จะรู้ดีว่าสักวันมันอาจจะไม่ช่วยอะไรเลยก็ตามทีแต่ก็ยังดีกว่าไม่ป้องกันอะไรเลย
“ขนาดตอนพี่เห็นครั้งแรกนะพี่ยังอึ้งเลย หนอนนะหนอนน่าจะไปประกวดนางงามหรือไม่ก็ไปเป็ดารานะ ไม่น่ามาอุดอู้อยู่ที่นี่เลยว่าไหมหนอน”
น้ำเสียงปนเสียดายถูกส่งออกมาจากคนด้านข้างด้วยเพราะเธอคิดแบบนั้นกับเพื่อนร่วมงานรุ่นน้องจริง ๆ
“...หนอน...”
“คิดเหมือนพี่ไหมหนอน”
“คะ...ค่ะ...พี่วิมลว่าอะไรนะคะ”
ฉันที่จมอยู่ในภวังค์และความคิดมากถึงความวุ่นวายที่อาจจะตามมาในอนาคตพลันหลุดออกมาหลังจากที่รุ่นพี่ด้านข้างทั้งเรียกทั้งเขย่าแขน
“พี่ว่าเราน่ะน่าจะไปเป็ดาราไม่น่ามาทำงานที่นี่เลย” พี่วิมลย้ำคำอีกครั้ง
“ไม่เอาหรอกค่ะหนอนไม่ค่อยกล้าแสดงออก”
ฉันตอบพร้อมกับส่งยิ้มกลับไป เพียงแต่คนด้านข้างจะรู้ไหมว่านอกจากเหตุผลที่ฉันไม่กล้าแสดงออกแล้ว มันยังเป็เพราะว่าฉันรักงานนี้ ฉันชอบที่จะอยู่กับหนังสือมากกว่าผู้คน และที่สำคัญไปกว่านั้นงานนี้มันทำให้ฉันไม่ต้องมีปฏิสัมพันธ์หรือต้องไปเสี่ยงัักับใครซึ่งมันจำเป็กับฉันมาก ๆ ยามที่ฉันยังต้องตกอยู่ใต้พลังวิเศษพิลึกพิลั่นแบบนี้...
ณ มหาวิทยาลัย X
ลมหายใจที่ถูกสูดเข้าลึก ๆ อีกทั้งเหงื่อเย็นที่เริ่มซึมไหลออกมาเปียกเต็มฝ่ามืออย่างคนประหม่า เพราะนับั้แ่ที่ตัวเองรับรู้ว่าตนนั้นได้มีพลังพิเศษที่แปลกประหลาดแบบนี้แล้วก็ไม่เคยปล่อยให้ถุงมือป้องกันภัยคู่ใจที่เป็เสมือนอวัยวะที่สามสิบสามของร่างกายห่างกายเลย...เพียงแต่วันนี้กลับถูกลืมไว้ที่บ้านเพราะรีบมาทำงานเมื่อเช้า...
“ถ้ารู้ว่ายังไงก็ต้องมาทำงานสายแบบนี้รู้งี้เอาถุงมือพระอาจารย์มาด้วยดีกว่าอย่างน้อยก็ไม่ต้องมาเสี่ยงอ้วกแตกกลางงานเขา...เฮ้ออออ ~~ ไอ้หนอนนะไอ้หนอนไม่รู้ไปก่อกรรมทำเข็ญอะไรไว้ทำไมถึงต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วยว่ะ”
สีหน้าและคำพูดที่พ่นออกมาอย่างคนหัวเสียอีกทั้งยังพานนึกไปถึงถุงมือลงคาถากันภูตผีปีศาจที่หาซื้อที่ไหนไม่ได้เพราะเ้าตัวขอให้ป้าเนียนไปบีบเอามาจากพระอาจารย์ที่เป็เ้าอาวาสวัดที่สนิทกัน หลังจากที่ฉันกลิ้งตกบันไดคราวนั้นแล้วนิมิตเห็นภาพแบบอุจาดตา
“เฮ้ออออ ~~ ไม่รู้จะกลั่นแกล้งอะไรกันนักกันหนา...โอ้ยยยย...!!”
คำบ่นพึมพำพร้อมกับเสียงถอนหายใจที่ยังถูกส่งออกมาจากเรียวปากสวย ก่อนอดไม่ได้ที่จะค้อนสายตาขึ้นไปมองอะไรบางอย่างบนท้องฟ้าอย่างเอาเื่พร้อมกับในใจที่อยากจะท้าตีท้าต่อยกับสิ่งใดหรือใครที่อยู่บนนั้นที่ดันจัดสรรเื่ราวเหล่านี้ส่งมาให้ชนิดที่ว่าให้มันรู้ดำรู้แดงกันไปข้างหนึ่งเลยทีเดียว
คนร่างเล็กที่พลันไหล่ตกเพราะอับจนในชะตาชีวิตของตน ก่อนจะนึกย้อนไปถึงต้นสายปลายเหตุที่ทำให้ตนเองได้รับถุงมือกันภาพอุจาดมาจากพระอาจารย์ มันเป็เื่ราวหลังจากที่ฉันรู้ตัวว่าตัวเองได้รับพรอุบาทว์มาและเริ่มเห็นมันบ่อยขึ้นจนทนไม่ไหวหรือจะเรียกได้ว่าเข้าขั้นใกล้สติแตกเต็มที
จนเมื่อการเห็นภาพเ่าั้ถี่ขึ้นเรื่อย ๆ อาการโวยวายกรีดร้องว่าตัวเองเจอผี (ใครจะไปกล้าบอกว่าเจอจุ๊ดจู๋) จนป้าเนียนที่ตอนแรกยังหาว่าฉันเป็เด็กเลี้ยงแกะก็เริ่มจะสงสารแถมทุกครั้งที่ฉันออกจากบ้านไปพบปะผู้คนกับแกฉันก็มักจะทำตัวลีบเล็กหลบหลังป้าเนียนพร้อมกับทำท่าทีหวาดผวาอยู่ตลอดเวลา
และด้วยอาการหวาดผวาของฉันที่แสดงออกมานั้นก็ทำให้ป้าเนียนที่นึกว่าฉันคงโดนผีเฝ้าบันไดวัดตามรังควานจนกลัวว่าฉันจะเป็บ้าขึ้นมาจริง ๆ ก็ได้บุกไปยังกุฏิของพระอาจารย์ซึ่งเป็เ้าอาวาสวัดที่ฉันไปกลิ้งตกลงมาและยังเป็พระที่เรานับถือ ก่อนจะกึ่งแกมบังคับให้ท่านส่งของขลังเอามาไว้ให้คุ้มกายฉันจนได้ โดยคำพูดที่ป้าเนียนแกไปอ้างกับพระอาจารย์ท่านเพื่อให้ได้มาก็คือคำกล่าวหาว่าเป็เพราะฉันมาตกบันไดที่วัดก็เลยถูกผีตามรังควาน และนั่นจึงทำให้พระอาจารย์แม้จะอยากปฏิเสธว่าสิ่งที่ฉันต้องเผชิญมันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับบันไดวัดของท่านเลยแต่ก็จำต้องยอมในท้ายที่สุดเพราะไม่อยากมีปัญหากับป้าเนียนเกลอเก่าหลานสาวของตัวเอง
รอยยิ้มบาง ๆ ผุดขึ้นบนใบหน้าเนียนใสเล็กน้อยยามนึกไปถึงการบุกตะลุยของป้าเนียนจนได้ของขลังมา และแม้ในวันนั้นฉันจะรู้สึกแปลกใจอยู่เนือง ๆ ถึงของขลังที่ว่าทำไมถึงไม่ใช่พระเครื่อง สายสิญจน์ เบี้ยแก้หรือแม้กระทั่งน้ำมนต์แต่ดันเป็ถุงมือแทน...ถุงมือที่ดูจะธรรมดาเป็สีขาวทั่วไปอีกทั้งยังไม่หนาไม่บางจนเกินไป ฉันยังจำได้ว่าตอนที่ได้รับถุงมือมาฉันยังแอบยิ้มเยาะในใจว่าพระอาจารย์ท่านคงอยากจะช่วยแบบขอไปทีมากกว่าถึงให้ถุงมือนี้มา...
เพียงแต่ว่า...สิ่งที่น่าแปลกไปกว่านั้นก็คือไอ้ถุงมือที่พระอาจารย์เ้าอาวาสวัดให้มานั้นมันกลับทำให้ฉันแคล้วคลาดปลอดภัยจากภาพสยิวมาได้จริง ๆ อีกทั้งยังใส่สบายให้ความรู้สึกอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก และถ้าหากใครจะคิดว่าฉันเป็บ้ากะไอ้ถุงมือที่เหมือนโดนปาหี่หลอกแล้วล่ะก็ ฉันก็อยากจะบอกว่าฉันเองก็เคยคิดแบบนั้นเหมือนกันและเคยแม้กระทั่งซื้อถุงมืออันใหม่มาใส่ด้วย เพียงแต่ว่านอกจากจะไม่สามารถกันไม่ให้เห็นภาพที่จะทำให้เป็ตากุ้งยิงได้แล้วมือทั้งสองของฉันก็มักจะมีอาการคันขึ้นมาอย่างน่าประหลาดแถมมันยังคันคะเยอชนิดที่ว่าไม่เป็อันทำการทำงานได้เลยอีกทั้งบางครั้งก็ยังมีตุ่มหนองเล็ก ๆ ขึ้นเต็มมือจนดูน่าเกลียดอีกด้วย
และด้วยความลึกลับของถุงมือที่ฉันััได้มันจึงทำให้ฉันทั้งรักทั้งหวงแหนถุงมือคู่นี้มาก และถ้าไม่เป็เพราะความประมาทของตัวเองที่เผลอทำน้ำก๋วยเตี๋ยวแกงกระเด็นใส่แล้วละก็...ฉันก็คงไม่ต้องถอดเอาไปซักก่อนเวลาจนเผลอลืมเอาไว้กับที่หนีบผ้าแล้วต้องมาคร่ำครวญเสียดายเอาเวลานี้หรอก...