ตอนที่ 10
อองทีกำลังอยู่ระหว่างวางแผนหารือกับผู้ใช้ไสยเวทย์ที่มาร่วมสมทบจากที่อื่น
ไคจาเดินเข้ามายังห้องประชุมรีบเร่ง สีหน้าของเขากระวนกระวายอย่างผิดปกติ อองทีพลันแปลกใจเพราะตอนนี้เขาควรอยู่ดูแลเกาลัดมิใช่หรือ..
ชายหนุ่มติดตามไคจาออกมาด้านนอก จนรับรู้ว่าบ่าวรับใช้และคนคุ้มกันที่อยู่ในเรือนพักเกาลัดถูกวางยานอนหลับ และเกาลัดก็หายตัวไป พื้นที่ทางเข้าออกม่านอำพรางก็ไม่ร่องรอย
เขาประมาทเกินไป..
อองทีขบกรามแน่น เกาลัดคงวางแผนที่จะหนีั้แ่แรกอยู่แล้ว หญิงสาวจะต้องมีคนช่วยเหลืออย่างแน่นอน และคนนอกที่เคยเข้ามาในม่านอำพรางและน่าสงสัยที่สุด ก็คงจะมีแต่ผู้ใช้ไสยเวทย์ที่มาจากเผ่ามังคาสองคนนั้น
อองทีแววตาดุดัน กลิ่นอายสังหารเข้มข้น หากเทธานปรากฏตัวเพลิงดำย่อมรับรู้ได้ทันที แต่หากผู้ใช้ไสยเวทย์สองคนนั้นหักหลังพาเกาลัดหนี พวกเขาจะเข้าออกม่านอำพรางอย่างไร้ร่องรอยได้อย่างไร
ระหว่างนั้นข้อมืออองทีสั่นรัวเล็กน้อย ไอควันสีดำพุ่งออกมาอย่างรวดเร็ว จากนั้นมันก็รวมร่างกลายเป็หมาป่าสีดำตัวใหญ่ ั์ตาสีดำหมึกของมันราวจะกัดกินศัตรูได้ในคำเดียว
อองทีเสียงเข้ม “ไปตามหานาง..”
เพลิงดำกระโจนร่างข้ามกำแพงออกไปด้านนอก ได้ยินแต่เสียงฝูงชนร้องแตกตื่นเมื่อเห็นหมาป่าดำตัวใหญ่มาวิ่งเพ่นพ่านในเมือง มันตรงไปตามเส้นทางเพื่อติดตามกลิ่นที่คุ้นเคย ทางด้านอองทีเขารีบสั่งให้ไคจารวบรวมคนเพื่อตามหลังเพลิงดำไป
อารันและเกาลัดมุ่งหน้ามายังเส้นทางลัดเพื่อไปยังแม่น้ำสายรอง พวกเขาไม่ได้ไปท่าเรือลำเพา เพียงแต่มีแผนจะขึ้นเรือสำเภาเล็กในท่าเรือของชาวบ้าน เพื่อตรงไปแม่น้ำสายใหญ่ในการเดินทางลงใต้
อารันว่าจ้างเ้าของเรือไว้แล้ว หากพวกเขาไปถึงก็สามารถออกเรือได้ทันที
เกาลัดยังไม่ค่อยเชื่อใจอารันเท่าใดนัก เพียงแต่หากเขาทำเื่ผิดปกติเมื่อไหร่ นางก็คงต้องหนีเหมือนกัน เผ่าพยัคฆ์ดำที่เขาเอ่ยถึงก็ไม่รู้ว่าจะมีตัวตนจริงหรือไม่
พยัคฆ์ดำ..
พยัคฆ์ขาว..
เกาลัดเริ่มคิดทบทวนในใจ จนป่านนี้แล้วพยัคฆ์ขาวยังไม่ยอมปรากฏตัวอีก หากเผ่าพยัคฆ์ดำมีจริง พวกเขาจะต้องรู้เื่ของพยัคฆ์ขาวเป็แน่
นางไม่อยากสอบถามอารันเื่พยัคฆ์ขาว เพราะไม่รู้ว่าเขาจะเป็ศัตรูหรือเป็มิตร หรือบางทีในความเป็จริงเสือขาวที่อยู่ในความฝันของเกาลัดก็อาจไม่มีตัวตนจริงๆก็เป็ได้
เมื่อมาถึงริมแม่น้ำ เกาลัดสังเกตเห็นว่ามีเรือสำเภาขนาดเล็กจอดอยู่ริมท่า ภายในเรือพบลุงชราคนหนึ่งและเด็กหนุ่มอีกคนกำลังขึงเชือกบนเสากระโดงเรือ
เมื่ออารันและเกาลัดมาถึงพวกเขาถึงกับยิ้มอย่างดีใจ ลุงชราพบว่าชายหนุ่มที่ว่าจ้างเขาพาหญิงงามมาด้วยคนหนึ่ง จึงคิดว่าพวกเขาทั้งสองเป็หนุ่มสาวที่หนีตามกันมา
ในขณะที่ทั้งสองกำลังจะขึ้นเรืออยู่นั้น มีกลุ่มคนขี่ม้าตรงมาหาพวกเขา อารันเมื่อเห็นดังนั้นก็รีบให้เกาลัดขึ้นเรือไปก่อน ชายคนหนึ่งขี่ม้าสีดำปลอดควบม้าเข้ามาประกบอารันก่อนจะเอ่ยปากขึ้นว่า
“ก่อนพวกเ้าจะออกเดินทาง ต้องจ่ายค่าพื้นที่ก่อน รู้หรือไม่ว่าแถวนี้พวกข้าดูแลอยู่”
ลุงชราเ้าของเรือเอ็ดตะโรใส่อีกฝ่ายไปว่า “ถุย! พวกกากเดน จะไปไหนก็ไป”
ครั้นลุงชรากล่าวจบพลันก็มีลำแสงสีฟ้าผ่านหน้าอารันไป จากนั้นลุงชราก็ล้มฟุบไปกับพื้นอย่างรวดเร็ว เด็กหนุ่มร้องเสียงหลงพลางวิ่งเข้ามาประคองปู่ของตนไว้ เขาจ้องหน้าผู้กระทำอย่างโกรธแค้น
ฝั่งชายร่างท้วมที่ขี่ม้าอีกคนยกมือขึ้นเล็กน้อยคล้ายยอมรับว่าเขาเป็ผู้ทำ
ผู้ใช้ไสยเวทย์..
อารันไม่อยากใช้อาวุธเวทย์กับพวกเขา หากมีคนติดตามมาย่อมหมายถึงเขาจะต้องทิ้งร่องรอยไว้ ชายหนุ่มไม่รู้ระดับไสยเวทย์ของคนผู้นั้น เขาไม่มีทางเอาชนะด้วยมือเปล่าได้แน่
สักพักเสียงนุ่มเล็กของเกาลัดก็ดังลอยมา หญิงสาวลงเรือมาั้แ่เมื่อไหร่ไม่รู้ นางเข้ามาดูอาการของลุงชราอย่างเป็ห่วง เมื่อรู้ว่าเขาแค่สลบไปก็หันกลับมายืนข้างๆอารัน
ชายที่ขี่ม้าดำสังเกตหญิงสาวมาั้แ่ต้น นาง.. นางช่างงามถูกใจเขายิ่งนัก
เกาลัดะโด่ากลับอีกฝ่ายเสียงดัง “รังแกคนแก่แบบนี้ใช้ได้ที่ไหน!”
อารันโน้มตัวเข้ามากระซิบให้นางรีบพาลุงชราขึ้นเรือไปก่อน หญิงสาวขบริมฝีปากแน่น นางสงสัยเหลือเกินว่าเขามีอาวุธประหลาดๆมากมายเต็มกระเป๋า ทำไมต้องมาเกรงกลัวคนพวกนี้ด้วย
“สาวน้อย..ไปกับข้าเถิด เ้าอยากได้อะไรข้าจะหามาให้ทุกอย่าง” ชายขี่ม้าดำควบม้าเข้ามาใกล้อีกครั้ง เขาชำเลืองมองดวงตาเป็ประกายหญิงสาวอย่างพอใจ ก่อนจะเลื่อนสายตามายังอารันที่กำลังทำท่าทางเหมือนงูจงอางหวงไข่
“อย่ายุ่งกับนาง..” อารันเสียงแข็งกร้าว จนกลุ่มคนด้านหลังชายขี่ม้าดำหัวเราะครืน
เกาลัดถอยหลังมาเล็กน้อยพลางพูดเสียงเบาให้อารันรีบใช้อาวุธเวทย์ หากเขาถ่วงเวลาไว้นางกับเด็กหนุ่มจะรีบพาลุงชราขึ้นเรือได้ทันที
ยังไม่ทันที่อารันจะขยับตัว ทุกคนก็พบว่าอากาศบริเวณนี้เริ่มหนาวเย็นลงอย่างกะทันหัน ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็สีคล้ำดำคล้ายกำลังก่อตัวของพายุฝน ไม่นานก็พลันปรากฏเสียงฟ้าร้องแผดดังมาหลายครั้ง
เกาลัดเริ่มขนลุกซู่ขึ้นมาทันใด พอหันมาอีกทีก็พบว่าเด็กหนุ่มแบกลุงชราขึ้นเรือไปแล้ว กลุ่มคนขี่ม้าเริ่มหัวเสีย เพราะม้าของตนกำลังพยศ มันใร้องแล้วยกขาหน้าขึ้น จนบางคนถลันตกจากอานม้าอย่างไม่ทันตั้งตัว
ฉับพลันนั้นปรากฏเงาร่างของใครคนหนึ่ง พุ่งเข้ามาสังหารคนขี่ม้าทีละคนอย่างรวดเร็ว จนพวกนั้นนอนจมกองเือย่างสยดสยอง ไม่เว้นแม้แต่ผู้ใช้ไสยเวทย์คนนั้นที่ทำร้ายลุงชรา
ทันทีที่ฉากสังหารจบลง ฝูงม้าก็รีบวิ่งเตลิดไปคนละทิศทาง เพชฌฆาตผู้มาใหม่ยืนยิ้มอย่างพอใจเมื่อเห็นฝีมือของตน
อีกฝ่ายเป็สตรีผมแดงคนหนึ่ง ดวงตาของนางสีเพลิง ใบหน้างดงาม นางปรายตามองมายังสองหนุ่มสาวที่กำลังยืนตื่นตะลึงอยู่ข้างหน้า อารันไม่มีโอกาสที่จะกลับขึ้นเรือแล้ว หากพวกเขาไปต่อลุงชราและเด็กหนุ่มอาจจะต้องมารับเคราะห์กับพวกเขาด้วย
สตรีผมแดงคนนั้นแววตาเหี้ยมเกรียม
“ข้ามารับตัวเ้าไปส่งให้นายท่าน” นางเหลือบมองเกาลัดด้วยสายตาชิงชัง
อารันสังเกตว่าสตรีผมแดงน่าจะเป็ถึงระดับผู้ใช้ไสยเวทย์ขั้นสูงคนหนึ่ง ชายหนุ่มพลันยกแขนป้องหญิงสาวให้หลบหลังเขา เกาลัดที่กำลังหน้าซีดเผือด ทั้งตัวของนางยังสั่นเทาไม่หายกับเหตุการณ์น่าสะพรึงกลัวเมื่อครู่นี้
อารันเชิดหน้าถาม “เ้าเป็ใคร”
สตรีผมแดงสำรวจรูปร่างหน้าตาของบุรุษอยู่ที่ตรงหน้า เขาเป็แค่พวกไร้เวทย์ ไม่อาจเทียบชั้นนายท่านของนางได้
จังหวะนั้นนางพลันรู้สึกว่ามีบางอย่างอันตรายกำลังคืบคลานมา จึงได้ใช้เวทย์อาคมของตนพุ่งใส่อารันอย่างรวดเร็ว
สตรีผมแดงโยนร่างชายหนุ่มตกลงไปใกล้ๆท่าน้ำ จากนั้นนางก็คว้าตัวเกาลัดเพื่อจะหลบหนีไปก่อน
แววตาของสตรีผมแดงก็พลันวูบไหว เงาร่างใหญ่สีดำคล้ายสัตว์ดุร้ายทะยานตรงเข้ามา มันพุ่งเข้ากัดหัวไหล่สตรีผมแดงอย่างบ้าคลั่ง จากนั้นพลังประหลาดแทรกเข้ามาในร่างของนางอย่างรวดเร็ว
พลังนั้นมันกำลังกัดกินพลังเวทย์ในตัวนาง..
เกาลัดล้มตัวนั่งลงกับพื้นมองดูหมาป่าดำกระทำการอุกอาจ มันชายตามองมายังเกาลัดก่อนชูคอเห่าหอนเสียงดัง
ทางด้านอารันที่ร่างจมลงไปในน้ำ เขาก็ถูกเด็กหนุ่มะโลงไปช่วยขึ้นฝั่งอย่างรวดเร็ว เขาหมดสติ เนื้อตัวเย็นเฉียบ อาการสาหัสเป็ตายแทบเท่ากัน
ขณะที่ท้องฟ้าปกคลุมไปด้วยเงาเมฆดำ ลูกไฟทรงกลมประหลาดหลายสิบลูกพุ่งดิ่งลงมาจากชั้นเมฆนั้นอย่างรวดเร็ว มันตกลงพื้นที่โดยรอบบริเวณนั้น จนป่าด้านข้างมีไฟลุกไหม้เป็แนวยาว
เงาร่างทะมึนดำโผล่ออกมาจากเปลวเพลิง อสูรร่างั์เริ่มปรากฏ กายของมันขรุขระ โครงใบหน้าใหญ่ ดวงตาปูดโปน เพลิงดำหรี่ตามองศัตรูที่อยู่ตรงหน้าก่อนมันจะร้องเตือนไปยังเกาลัด
“พาพวกเขาขึ้นเรือหนีไปก่อน!!”
“มะ หมาพูดได้!!..”
เกาลัดมองหมาป่าดำตัวใหญ่ตาปริบๆ เพลิงดำรีบสลายร่างเป็กลุ่มควันสีดำมหึมาตรงเข้าโจมตีอสูรร่างั์เ่าั้ทันที
ทว่าหญิงสาวยังไม่ทันได้วิ่งไปหาเด็กหนุ่มกับอารันที่ท่าเรือ ก็ถูกพลังบางอย่างยึดเกาะสองขาเอาไว้
สตรีผมแดงร่างกายซูบซีดลง ไม่เหลือเค้าความงดงามเหมือนเดิมแล้ว นางยังเหลือพลังเฮือกสุดท้ายเพื่อที่จะหยุดเกาลัดลัดไว้
ขณะที่เพลิงดำต่อสู้กับพวกอสูรร่างั์อยู่นั้น กลุ่มของอองทีกับไพรสีควบม้าติดตามมาถึงก็พบว่าที่นี่กลายเป็าขนาดย่อมไปแล้ว
อสูรร่างั์มาจากที่ไหนไม่รู้ พวกมันบุกเข้ามาโจมตีพวกเขาอย่างรวดเร็ว ผู้ใช้ไสยเวทย์ที่ติดตามมาด้วยก็รีบร่ายเวทย์อาคมสู้กลับพวกมันทันที
อองทีลอบประเมินสถานการณ์เงียบๆ ไกลออกไปนั้นเขาสังเกตพบว่ามีเรือสำเภาจอดเทียบท่าอยู่ ส่วนอีกด้านเพลิงดำกำลังต่อสู้กับพวกอสูรร่างั์ อีกฝั่งหนึ่งก็พบเงาร่างบางของใครคนหนึ่ง ที่กำลังเริ่มมีปัญหากับการยืนทรงตัว
เกาลัด..
อองทีมั่นใจว่าตนคิดไม่ผิด จึงรีบบังคับม้าออกตัวไปให้เร็วที่สุด
ในขณะที่จวนจะถึงบริเวณที่เกาลัดยืนอยู่ ม่านหมอกหนาทึบปรากฏอยู่ด้านหลังนาง แขนเรียวยาวคู่หนึ่งโอบกอดหญิงสาวเอาไว้จากด้านหลัง เกาลัดหนังศีรษะชาวาบ ใจเต้นสั่นรัว คนที่โอบกอดนางจากด้านหลังหัวเราะแ่เบา เกาลัดรับรู้ทันทีว่าเป็เขา..
เทธานโผล่ร่างเต็มออกมาจากหมอกหนาทึบนั้น แววตาชายหนุ่มนิ่งลึกยากจะคาดเดา เขาทอดมองอองทีที่กำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ พลางกล่าวกับเกาลัดด้วยเสียงแ่เบาอีกครั้ง
“เ้ารักมันมากใช่หรือไม่”
เกาลัดดิ้นไปมาในอ้อมกอดเขา นางไม่กล้าแม้แต่จะหันมามองอีกฝ่าย
“ปล่อยนะ! ข้าไม่ได้ชอบใครทั้งนั้น”
“คนอย่างแก..ไม่มีทางได้ตายดีแน่”
เทธานหัวเราะในลำคอ “หึๆ ข้าไม่ใช่คนจะตายได้อย่างไร”
พลันเมื่ออองทีเข้ามาใกล้ ก็พบว่าเงาร่างบางส่วนของเกาลัดหายเข้าไปในหมอกทึบด้านหลังแล้ว
เทธานจ้องมองอีกฝ่าย แววตาเกลียดชังวาบผ่าน เขาแสยะยิ้มเย้ยหยันอองทีคล้ายส่งสัญญาณว่า เขาเป็ฝ่ายชนะ..
กระทั่งเงาร่างทั้งสองคนพลันหายลับไป พร้อมกับหมอกหนาที่กำลังค่อยๆเลือนราง
อองทีรีบะโจากหลังม้า เขายืนจับจ้องความเคลื่อนไหวเบื้องหน้า เพลิงโทสะในดวงตาเปล่งรัศมีอำมหิต เขาเดินมาคว้าร่างของสตรีผมแดงขึ้นมา ชายหนุ่มบีบคอเหี่ยวแห้งของนางไว้แน่นก่อนบีบคั้นให้อีกฝ่ายพูด
“มันจะพานางไปที่ไหน!”
สตรีผมแดงอึกอักในลำคอ มุมปากเหยียดออกอย่างมีเลศนัย นางเป็ทาสรับใช้เทธาน ย่อมตายแทนผู้เป็นายได้
“เ้าเองก็เก็บนังเด็กนั่นไว้เพื่อผลประโยชน์เหมือนกัน มันจะต่างกันตรงไหน ฮ่าๆ..”
สตรีผมแดงหัวเราะลั่น ไม่นานนักทั้งร่างของนางคล้ายถูกสูบเืเนื้อออกจนหมด ิัเริ่มสีดำคล้ำ ก้อนทรงกลมสีเทาหม่นถูกดึงออกจากช่องอกนางอย่างช้าๆ
แก่นิญญาของนาง..
อองทีเพ่งมองสิ่งนั้นเหมือนไตร่ตรองบางอย่าง ก่อนที่ชายหนุ่มจะวางมันไว้ในฝ่ามือแล้วบีบทิ้งอย่างไม่คิดเสียดาย
จากนั้นร่างไร้ิญญาของสตรีผมแดงก็ถูกอองทีโยนทิ้งไปอีกด้าน
พวกอสูรร่างั์เมื่อเห็นว่าภารกิจลุล่วงแล้ว จึงพากันยกทัพถอยกลับ อุโมงค์อากาศถูกฉีกเปิดออกคล้ายว่ามันมีผู้ช่วยเหลืออยู่อีกฝั่ง เสียงคำรามของมันดังก้องไปทั่ว จากนั้นไม่นานทุกอย่างก็เริ่มสงบลง
โกรินกับโกรัง ผู้ใช้ไสยเวทย์จากเผ่ามังคาที่ติดตามมาด้วย พวกเขาเห็นอารันนอนาเ็อยู่ท่าเรือริมน้ำจึงรีบเข้าไปช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว อารันเป็คนของเผ่ามังคา พวกเขาย่อมไม่สามารถปัดความรับผิดชอบกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ได้
บนเรือสำเภาลำเล็ก.. ปรากฏเงาร่างของคนผู้หนึ่ง อีกฝ่ายกำลังแอบมองดูสถานการณ์ตรงหน้าอยู่เงียบๆ ใบหน้าอีกข้างของเขามีรอยสักสีดำลวดลายประหลาด คนผู้นั้นโค้งมุมปากเล็กน้อยก่อนจะถอยกลับเข้าไปในเงามืดอีกด้าน
เหตุการณ์อันน่าระทึกขวัญผ่านไป ชาวดุรงคาเริ่มเล่าลือกับเื่ที่เกิดขึ้นต่างๆนาๆ เพราะไม่เคยมีอสูรปีศาจบุกโจมตีมนุษย์มานานแล้ว มีหลายคนกังขาเพราะั้แ่ศิลาดำบางส่วนถูกขโมยไป
เหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้นบ่อยครั้ง บ้านเมืองไม่ปกติสุขอีกต่อไป หลายคนเริ่มคิดหนทางย้ายถิ่นฐาน บางคนต้องพึ่งผู้ใช้ไสยเวทย์ในการสร้างม่านอำพรางชั่วคราว
แต่การสร้างม่านอำพรางได้นั้นย่อมต้องจ่ายด้วยราคาสูง เพราะจะต้องเป็ผู้ใช้ไสยเวทย์ขั้นสูงเป็ต้นไป และต้องเป็ผู้มีพลังเวทย์ที่ควบคุมธาตุทั้งสี่ได้
กลุ่มของเ้าเมืองโกนิลไม่จำเป็ต้องอยู่ในม่านอำพรางต่อไปแล้ว ไพรสีจึงให้พวกเขามาพักที่เรือนรับรองแขกเพื่อที่จะเข้าไปหารือได้อย่างสะดวก
เมื่อรวบรวมผู้ใช้ไสยเวทย์ได้จำนวนหนึ่งแล้ว พวกเขาก็ออกเดินทางเป็การลับเพื่อออกค้นหาร่องรอยและแหล่งหลบซ่อนของเทธานทันที และเมืองศิลาขาวคือพื้นที่น่าสงสัยมากที่สุด
ผู้ใช้ไสยเวทย์าุโอย่างโกรินกับโกรังเข้าพบอองทีเพื่ออธิบายเื่ที่เกิดขึ้น พวกเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดกับแผนการของอารัน ที่อีกฝ่ายแอบพาเกาลัดออกมาจากม่านอำพราง
แต่กระนั้นพวกเขาขอรับผิดชอบ โดยการส่งผู้ใช้ไสยเวทย์ฝีมือดีพร้อมอาวุธเวทย์จากเผ่ามังคามาสมทบ หากกลุ่มของอองทีและไพรสี้ากำลังคนหรืออาวุธเวทย์
อองทีสืบทราบมาว่าอารัน้าพาเกาลัดมุ่งลงแดนทางใต้ เขาไม่รู้ว่าชายหนุ่มคนนี้มาเกี่ยวข้องกับเกาลัดั้แ่เมื่อไหร่ เขาเคยช่วยทลายม่านกั้นเวทย์ของเทธานมาแล้ว จึงอยากรู้ประวัติความเป็มาของเขาอย่างละเอียด
โกรินกับโกรังสองเฒ่าชราไม่อาจคิดจะปิดบังอองที เพียงแต่ว่าพวกเขามีกฎของเผ่าซึ่งจะไม่นำภูมิหลังของแต่ละคนมาเปิดเผยแก่คนภายนอก ยกเว้นได้รับอนุญาตจากคนผู้นั้นแล้ว ส่วนประเด็นที่ว่าอารันจะพาเกาลัดไปดินแดนทางใต้เพื่อสิ่งใด พวกเขาจึงจะขอจัดการเื่นี้เอง
อองทีไม่ขัดข้องจึงไม่ได้บีบบังคับให้พวกเขาพูด อันที่จริงนั้นพวกเขาในฐานะเป็ผู้าุโของเผ่าไม่จำเป็ต้องยึดถือกฎคร่ำครึนั่น แต่โกรินกับโกรังไม่อาจเล่าเื่ราวของอารันได้ชัดเจน ยกเว้นจะต้องฟังจากปากคนผู้หนึ่งเท่านั้น
อารันถูกพามารักษาตัวอยู่เรือนหลังเล็กด้านหลัง เขานอนหน้าซีดบนเตียง บนหน้าอกมีร่องรอยเหมือนแผลเป็จากไฟไหม้ โกรินเข้ามาเช็ดเนื้อตัวให้เขาโดยมีโกรังนั่งอยู่ใกล้ๆ
พวกเขาคุยกันอยู่พักหนึ่งอารันก็พลันฟื้นตื่นขึ้นมา ทั้งสองดีใจได้ไม่นานก็พลันหุบยิ้มลง เมื่อเห็นว่าอารันคล้ายยังไม่มีแววที่จะสำนักผิดกับเื่ที่เกิดขึ้น
อารันลุกขึ้นนั่ง พลางเอนตัวพิงหัวเตียงอย่างอ่อนเพลีย “พวกท่าน..”
“เ้าก่อเื่ร้ายแรงอะไรไว้ รู้หรือไม่!” โกรังชี้หน้าด่าเขาจนอีกฝ่ายเบนหน้าไปทางอื่นทันใด
โกรินบอกกล่าวกับอารันเพิ่มว่า ตอนนี้เกาลัดถูกเทธานจับตัวไปแล้ว ครั้นเมื่อเขารับรู้ถึงความผิดพลาดของตัวเอง ั์ตาสีเข้มของชายหนุ่มเริ่มดุดัน
เขาปกป้องเกาลัดไม่ได้..
โกรังพลันขึ้นเสียงต่ออีกว่า “คนอย่างเ้าไม่สมควรที่จะฟื้นจากความตาย ต่อจากนี้ข้าจะให้คนของเผ่ามารับตัวเ้ากลับไป และอย่าได้หวังว่าจะกลับออกมาได้อีก”
“ท่านกักขังข้าไม่ได้!” อารันสวนกลับ ดวงตาพลันมืดครึ้มลงทันใด
“พอเสียทีเถิด..” โกรินหันหน้ามาจับจ้องทั้งสองฝ่ายเพื่อให้คลายความโกรธลง
หญิงชราจับมืออารันไว้แน่นก่อนที่ชายหนุ่มจะสะบัดมือทิ้งไป นางสบตาเขาพลันเื่ราวในอดีตเริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง
โกรังถอนหายใจเฮือกใหญ่ พยายามสงบสติอารมณ์ของตนแล้วกล่าว “เ้าจะพานางไปแดนทางใต้เพื่อสิ่งใด”
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังนิ่งเงียบอยู่ โกรังคิดอยากจะร่ายเวทสั่งสอนเ้าหลานไม่รักดีนัก
“เผ่าพยัคฆ์ดำจะช่วยเกาลัดควบคุมไอพลังจันทราสีเื และกำจัดไอพิษของผู้ใช้ไสยเวทย์ปีศาจในตัวนางได้” อารันเงยหน้าอธิบาย ผู้ใช้ไสยเวทย์ทั้งสองใจหายวาบ ไม่คิดว่าชายหนุ่มจะมีความคิดที่เสี่ยงอันตรายเช่นนี้
โกรินสีหน้ากระวนกระวายเล็กน้อยพลันกล่าวแย้งอีกฝ่ายไปว่า “อารัน..เผ่าพยัคฆ์ดำไม่ใช่พวกที่จะไปคบหาได้นะ อีกอย่างต่อให้เ้าพลิกแผ่นดินทางใต้ค้นหาเมืองพวกเขา ก็ไม่มีทางเจอ”
โกรังยังโกรธเคืองอารันไม่หาย เขาช่วยเล่าเสริมเกี่ยวกับเผ่าพยัคฆ์ดำให้ชายหนุ่มฟัง เพราะเท่าที่อารันยังไม่ทราบ เผ่าพยัคฆ์ดำมีพันธสัญญาบางอย่างกับเมืองโกนิล จึงต้องปิดเมืองและซ่อนเร้นอยู่ในม่านอำพรางจนถึงทุกวันนี้ ไม่มีใครรู้ว่าบรรพบุรุษของทั้งสองฝ่ายมีพันธสัญญาเื่ใด
ในอดีตเผ่าพยัคฆ์ดำมีศาสตร์พลังเวทย์ลึกลับมากมาย และเผ่าเคยถือกำเนิดผู้ใช้ไสยเวทย์ปีศาจมาแล้ว แต่ก่อนที่ภายนอกจะรับรู้เื่นี้ คนผู้นั้นก็ถูกกำจัดไปเสียก่อน
โกรังกล่าวเตือนอารัน หากเขาสามารถพาเกาลัดเข้าไปยังเผ่าพยัคฆ์ดำได้จริง ไม่แน่ว่าพลังทั้งสองอย่างที่อยู่ในตัวหญิงสาวอาจจะถูกนำใช้ในทางที่ผิด หรือเผ่าพยัคฆ์ดำอาจใช้นางเป็ตัวทดลองกับศาสตร์ลับของเผ่าก็เป็ได้
เพราะฉะนั้นไม่ว่าเทธานหรือเผ่าพยัคฆ์ดำจะได้ตัวเกาลัดไป ย่อมอันตรายเท่ากัน..
อารันนั่งฟังอย่างสงบ แววตาคล้ายเต็มไปด้วยความสับสน ภายหลังจากทั้งสองออกจากห้องไป ชายหนุ่มพยุงตัวขึ้นมา ร่างกายของเขายังาเ็ โอสถชั้นดีหรือพลังเวทย์ใดก็ไม่อาจทำให้เขากลับมาเป็ปกติได้
ชายหนุ่มเป็เพียงผู้ไร้เวทย์ไร้ค่าคนหนึ่งที่ไม่สามารถฝึกไสยเวทย์ได้ เขาจึงจำเป็ต้องใช้สัญชาตญาณของตัวเอง และอาวุธเวทย์เป็ตัวช่วยเท่านั้น
อารันเดินออกมาจากเรือนพักเล็ก ด้านนอกมีคนคุ้มกันยืนเฝ้าอยู่เพียงสองคน เมื่อเห็นเขาออกมา อีกฝ่ายก็ถูกพวกเขาลากตัวมาพบอองทีในทันใด
ครั้นเมื่ออารันถูกคุมตัวมายังด้านหลังเรือนพักรับรอง บริเวณนั้นเป็พื้นที่สวนหย่อมขนาดเล็ก โดยรอบปรากฏรูปปั้นประหลาดวางเรียงราย บรรยากาศกลับให้ความเงียบสงบนัก
อองทีกำลังยืนรออารันอยู่ก่อนแล้ว แววตาประกายเยือกเย็นของอีกฝ่ายทำให้อารันมีอาการสั่นกลัวอย่างผิดปกติ ชายตาเดียวผู้นี้เหมือนเขารู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด
อองทีคลายสีหน้าลง แรงกดดันขุมหนึ่งพลันจางหายไปทันใด เขาเหลียวมองชายหนุ่มจากเผ่ามังคาั้แ่หัวจรดเท้า พอนึกถึงว่าเขาเคยนำอาวุธเวทย์มาช่วยในวันนั้น ก็ทำให้อองทีประเมินชายคนนี้ต่ำเกินไป
อาวุธเวทย์จากเผ่ามังคาล้วนร้ายกาจ แม้แต่ม่านกั้นเวทย์จากเวทย์อาคมขั้นสูงยังสามารถทำลายได้
“เ้าจะพาเกาลัดไปแดนทางใต้ด้วยเหตุใด” อองทีถามขึ้น
ขณะนั้นไอควันสีดำลอยอยู่ด้านหลังอารัน มันตรงเข้าจู่โจมอีกฝ่ายในระยะประชิด อารันล้มคุกเข่ากระแทกพื้นอย่างแรง ร่างของชายหนุ่มเริ่มสั่นกระตุก
เพลิงดำควบคุมร่างให้เขานั่งตัวตรง แต่อารันกลับสั่นศีรษะ ฟันบนล่างกระทบกันดังกึกกัก สายตาแข็งกร้าวของเขาไม่ยอมจำนน
“ไม่สำคัญว่าข้าจะทำอะไร..”
ผู้ควบคุมอย่างเพลิงดำกล่าวขึ้นว่า “เขาเคยเป็ผู้ใช้ไสยเวทย์ขั้นสูงระดับสูงสุดมาก่อน”
“เหอะ! มีคนบอกว่าเ้าเมืองโกนิลมีปีศาจอยู่ข้างกาย เห็นจะจริง..” อารันระงับสีหน้าอันตื่นตระหนก เมื่อเขารู้ว่ากำลังเจอะเจอกับตัวประหลาดเข้าแล้ว
ั้แ่ฟื้นตื่นขึ้นมาร่างกายของอารันก็อ่อนแอ เป็เพียงคนธรรมดาที่มีแต่คนในเผ่าดูถูก ผู้ใช้ไสยเวทย์ขั้นสูงเป็เพียงความทรงจำอันแสนเ็ปของเขา
เพลิงดำใช้พลังสำรวจร่างกายชายหนุ่มไปพร้อมกับการทรมานเขา ทั้งตัวของอารันเต็มไปด้วยาแเก่า ไม่รู้ว่าร่องรอยนี้จะเกิดตอนที่เขายังเป็ผู้ใช้ไสยเวทย์อยู่หรือไม่
ความทรงจำของอารันที่เพลิงดำเข้าถึงได้ก็มีอยู่เพียงน้อยนิด คล้ายกับว่าอารันเพิ่งเกิดมาชมโลกได้ไม่นาน
อองทียกมือเล็กน้อยให้เพลิงดำหยุดกระทำ เขานั่งยองขนานกับอารัน แววตาซีดจางของอีกฝ่ายเหมือนคนกำลังใกล้ตายในอีกไม่ช้า
“เพลิงดำ เ้ารักษาเขาได้หรือไม่”
“พลังชีวิตของเขาถูกทำลายมานาน อีกอย่างตอนนี้เขาก็เป็พวกไร้เวทย์ แม้แต่ข้าก็ช่วยเขาไม่ได้”
เพลิงดำตอบอย่างเรียบเฉย อองทีรู้สึกหงุดหงิด ไม่รู้ว่าตนทำไมถึงไม่อยากให้ชายคนนี้ตาย
ไอควันสีดำทิ้งร่างอารันลงกับพื้น อีกฝ่ายหายใจหอบเหนื่อย เขาเหลือบมองอองทีที่กำลังยืนมือไพล่หลังจ้องมองเขา
“หึๆ โชคชะตาของข้ามอบชีวิตครั้งที่สองให้ คงเหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว ข้ารู้ว่าจะติดตามเกาลัดได้ยังไง”
อารันเข้ามาปรึกษากับญาติาุโของตน โกรังเป็ผู้เชี่ยวชาญเื่การทำอาวุธเวทย์ เมื่ออารันบอกว่าเกาลัดสวมกำไลอำพรางเวทย์ หากมีกำไลคู่แฝดก็จะสามารถติดตามไปถึงตัวของเกาลัดได้
และอารันก็ถือกำไลคู่แฝดวงนั้นอยู่ด้วย..
ผู้ใช้ไสยเวทย์กลุ่มอื่นออกไปค้นหาร่องรอยของเทธานก่อนแล้ว อองทีจึงต้องรอผู้ใช้ไสยเวทย์จากเผ่ามังคามาสนับสนุน เมื่อคนของเผ่าตนเป็ต้นเหตุให้เกาลัดถูกจับตัวไป โกรินกับโกรังยินดีที่จะช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถ
อารันได้รับถุงย่ามที่ใส่อาวุธเวทย์ของตนคืน เขาสำรวจทีละชิ้นอย่างละเอียด ก่อนพบว่ามีมีดสั้นโบราณเล่มหนึ่งติดมาด้วย ชายหนุ่มไม่รู้ว่ามันมาจากไหน ก่อนที่เขาจะไปหาเกาลัดในม่านอำพราง เขาได้ตรวจดูแล้วว่าไม่มีเ้าสิ่งนี้ติดมา
หรือว่าอาจจะเป็ของเกาลัด..
เมื่อเวลาผ่านไปไม่นานนัก กลุ่มผู้ใช้ไสยเวทย์จากเผ่ามังคาก็มาถึง อองทีไม่อยากรบกวนไพรสี จึงจ้างวานกลุ่มทหารรับจ้างเอง แล้วทั้งหมดก็ออกเดินทางไปยังเป้าหมายตามที่กำไลอำพรางเวทย์อีกอันบอกเส้นทาง
อองทีแบ่งคนออกเป็หลายกลุ่มเพื่อเดินทางล่วงหน้าไปก่อน และส่งคนแจ้งข่าวให้กลุ่มผู้ใช้ไสยเวทย์กลุ่มแรกที่มาก่อนด้วย
อองทีสั่งไคจาเดินทางไปยังดินแดนเปลี่ยวร้างอีกครั้ง เขา้าพบใครบางคนเื่เหรียญคุมิญญา..
ส่วนโกรังเมื่อตรวจดูพลังเชื่อมโยงของกำไลอำพรางเวทย์ก็พบว่า เป้าหมายอยู่ที่เทือกเขาคีรีอา แนวสันเขาที่ทอดยาวหลายเมือง และผาดผ่านฝั่งตะวันตกเมืองศิลาขาวด้วย
แผนที่โบราณของเมืองศิลาขาวใช้ได้แค่บางส่วนเท่านั้น แต่ทุกคนรับรู้ว่าเทือกเขาแห่งนี้มีพวกสิ่งลี้ลับมากมาย อสูรร่างั์ที่ปรากฏวันนั้น พวกมันก็น่าจะมาจากสถานที่แห่งนี้เช่นกัน
ภายในวังหลวงของแคว้นวัตราคีรี สตรีผู้หนึ่งแต่งกายสูงศักดิ์ นางกำลังนั่งเฝ้าบุตรชายของตนมานานแล้ว
คีฑาถูกแช่น้ำในอ่างหินขนาดใหญ่ โดยรอบมีกลิ่นเหม็นสาบคละคลุ้ง เ้านางเพธาราเป็เพียงมารดาผู้ไม่อาจกล่าวเตือนบุตรชายของตนได้ คีฑากระทำการทุกอย่างตามใจตนเองมาั้แ่เด็ก โดยมีตูรัน ราชเลขาคนสนิทของคีฑาให้ท้ายมาโดยตลอด
คีฑาให้ความเคารพตูรันอย่างยิ่งยวด เพราะตูรันเป็คนแรกที่ถ่ายทอดวิชาไสยเวทย์ให้กับเขา ภายหลังจากเสนาบดีขษณะสิ้นชีพไปเมื่อหลายปีก่อน แม้จะมีการแต่งตั้งเสนาบดีคนใหม่มาแทน แต่ก็เหมือนกับว่าตูรันจะมีอำนาจควบคุมสั่งการมากกว่าคีฑาผู้เป็กษัตริย์เสียอีก
ตูรันเดินย่างเข้ามาให้ห้องก่อนเข้าจะไล่นางกำนัลรับใช้ออกไป เขาปรายตามองเพธาราก่อนจะดึงร่างของนางลุกขึ้น เขาโอบกอดนางที่กำลังร้องไห้ไว้แนบอก พลางกล่าวปลอบใจเบาๆ
“ตอนนี้อองทีกับไพรสีมันเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว ข้ากำลังส่งคนแอบติดตามไป หึๆให้พวกมันต่อสู้กันเองไปก่อน ไว้ข้าชิงตัวเด็กนั่นมาแล้ว แผ่นดินนี้จะไม่มีใครกล้าท้าทายแคว้นของพวกเราอีก”
เพธาราพลันสีหน้ากังวลกล่าวตอบไปว่า “เมื่อไหร่คีฑาจะหายดีเสียที เขาแช่ตัวมาเช่นนี้หลายวันแล้ว ข้ากลัวว่า..”
“อย่าได้กังวล สิ่งนี้จะทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้น คีฑาถูกพลังลึกลับของผู้ใช้ไสยเวทย์ปีศาจเล่นงาน ถึงมันจะลดระดับไสยเวทย์ของเขา แต่นั่นก็ทำให้คีฑามีโอกาสฝึกเวทย์ต้องห้ามให้สำเร็จได้”
เมื่อตู้รันอธิบาย เพธาราก็เริ่มร้อนวูบในใจ นั่นมิใช่เขาหมายถึงวิชาไสยเวทย์ต้องห้ามที่เคยบันทึกไว้ในตำราโบราณในวังหรืออย่างไร
“ตูรัน วิชาไสยเวทย์ต้องห้ามคือสิ่งที่อันตราย มีกฎข้อห้ามว่าผู้ใช้ไสยเวทย์ห้ามฝึกสิ่งนี้เป็อันขาด เ้าอย่าให้ลูกของเราแตะต้องมันเลยนะ ถือว่าข้าขอร้อง” นางบีบแขนอีกฝ่ายแน่น ดวงตาของนางพลันรื้นแดง
ตูรันหันมาจับข้อมือของนางให้ปล่อยแขนเขาออก อีกฝ่ายเก็บงำสายตาคมกริบ แผนของเขาไม่สามารถล้มเลิกได้กลางคัน เพราะสิ่งสำคัญตอนนี้คือการชิงตัวหญิงสาวผู้มีไอพลังจันทราสีเืในกายมาไว้ก่อนต่างหาก
เงาสะท้อนใบหน้าของเกาลัดปรากฏในถ้วยชามสีดำใบหนึ่ง ในนั้นมีน้ำสะอาดอยู่เกือบเต็มใบ ปีศาจรากไม้หุ่นสูงเพรียวนำสิ่งนี้มาส่งให้พร้อมผลไม้หนึ่งตะกร้าใหญ่
ผลไม้.. เกาลัดกินมันมาหลายวันแล้ว พอถามถึงอาหารที่มีเนื้อบ้าง พวกเขาเพียงบอกว่านายท่านเป็คนสั่งให้นางกินแต่สิ่งนี้ หากนางขาดสารอาหารขึ้นมา แล้วใครจะเป็ผู้รับผิดชอบเล่า หรือว่าจะเป็เ้าหนุ่มหน้าสวยคนนั้น..
เทธานจับนางมาไว้ในปราสาทหินสีดำแห่งหนึ่ง บริเวณโดยรอบพื้นที่เกาลัดย่อมไม่รู้จักแน่นอน เพียงแต่หากมองออกไปนอกหน้าต่าง ปรากฏพื้นหญ้าสีเขียวสดและแปลงดอกไม้
เกาลัดไม่ใช่นกน้อยในกรงทอง นางจึงสั่งให้บ่าวรับใช้หญิงที่ชื่อวารี ซึ่งร่างเดิมของนางเป็ปีศาจงู ให้นางไปแจ้งกับเทธานว่าตัวประกันอยากออกไปเดินเล่นข้างนอกบ้าง ชายหนุ่มจึงส่งสารมาทางคำพูด ตอบกลับมาว่า ‘ไม่ได้..’
เกาลัดจึงได้แต่นั่งๆนอนๆอยู่แต่ในห้อง แทะกินผลไม้น้ำตาลสูงจนตัวบวม
ปราสาทสีดำแห่งนี้น่าจะอยู่ในม่านอำพรางขั้นสูง จากคำที่วารีเล่า.. ปราสาทตั้งอยู่ใจกลางเทือกเขาซึ่งรายล้อมไปด้วยเหล่าอสูรปีศาจ พวกนี้จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับดินแดนของมนุษย์
ตอนที่อยู่ท่าเรือแห่งนั้น นับเป็ครั้งแรกในรอบหลายร้อยปีที่พวกอสูรร่างั์ไปเยือนถิ่นของมนุษย์ ถัดจากนี้ไปเทธานอาจจะเป็ผู้ปลุกปั่น ให้พวกมันทำาฆ่าล้างกับพวกมนุษย์ก็เป็ได้
ก่อนจะถึงานั่น เกาลัดต้องหาทางกลับบ้านให้ได้
หญิงสาวได้รับการดูแลเป็อย่างดี ส่วนวารีนางก็เป็คนช่างพูดและไม่ค่อยเกรงกลัวใคร แม้แต่บ่าวรับใช้ที่เป็ปีศาจรากไม้ นางยังใช้มีดไล่ฟันกิ่งก้านที่โผล่ออกมาจากตัวมันเล่น
จนกระทั่งปีศาจรากไม้ไปฟ้องจันทร์วาลา นางเป็มนุษย์ผู้ใช้ไสยเวทย์ขั้นกลางระดับสูง หญิงสาวเป็ทาสรับใช้ของเทธานอีกคน ส่วนสตรีผมแดงน่าจะตายอยู่ที่ท่าเรือนั้นแล้ว
เกาลัดหวนคิดถึงหมาป่าดำตัวนั้น มันมาช่วยนางได้ทันท่วงทีหรือแค่มาแย่งชิ้นเนื้อกันก็ไม่รู้ มันปราดเปรียว ว่องไว และดุร้าย ั์ตาของมันเป็ประกายคล้ายว่าเกาลัดเคยมองมันมาแล้วเป็สิบๆครั้ง
จันทร์วาลาไม่ค่อยชอบเกาลัดนัก แต่ก็ยังปั้นหน้าฝืนทนมาคอยเอาอกเอาใจนาง และยังมาบอกว่าเทธาน้าปกป้องเกาลัดจากผู้เป็ศัตรูอย่างอองที
เกาลัดย่อมไม่รู้ว่าเขาและอองทีเป็ศัตรูกันมาก่อน แต่คงเพราะพลังเวทย์แปลกประหลาดที่ติดตัวนางมาโดยบังเอิญ พวกเขาจึงถือโอกาสห้ำหั่นกันแย่งชิงเพื่อเอาชนะ
‘แล้วจะให้หนีไปที่ไหนได้อีก..’ เกาลัดคร่ำครวญกับตัวเอง
“ท่านเกาลัด ยังไม่นอนพักอีกหรือเ้าคะ”วารีเดินเข้ามาจัดของที่ชั้นวางอีกฝั่งของห้องนอน ครั้นไม่เห็นเกาลัดงีบหลับตอนกลางวันก็รู้สึกสงสัย เห็นอีกฝ่ายกำลังนั่งตัวตรงจัดดอกไม้ใส่แจกันอย่างขะมักเขม้น วารีจึงได้ค้อนมองและพร่ำบ่นในใจ
“ดอกไม้รอบปราสาทใกล้จะบานไม่ทันอยู่แล้วนะ..”
เกาลัดเหลียวมองนางผาดหนึ่งอย่างไม่พอใจ “บอกว่าอย่าเรียกข้าว่าท่าน..อีกไง”
“เรียกเช่นนี้ดีแล้วเ้าค่ะ ถ้าจันทร์วาลานางมาเห็นว่าข้าเรียกชื่อท่านตรงๆ นางจะทำโทษข้าได้” วารีก้มหน้าเรียกความสงสาร
ั้แ่มาอยู่ที่นี่เกาลัดได้แต่มองบนอยู่หลายครั้ง บ่าวรับใช้แต่ละคนนิสัยแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว บางครั้งนางก็นั่งฟังพวกเขาถกเถียงกันจนหลับคาโต๊ะ และทุกครั้ง..พวกเขาจะลงเอยด้วยกันลงไม้ลงมือกัน
“เื่ที่ข้าให้เ้าไปสืบได้เื่แล้วรึยัง?” เกาลัดถาม อีกฝ่ายส่ายหน้าอย่างไม่ลังเลจนเกาลัดยิ้มแห้งเพราะไม่รู้จะพูดอะไรต่ออีก
นางสั่งให้วารีไปสืบว่าเทธานชอบกินอะไร แต่วารีกลับยืดอกตอบมาว่า ‘นายท่านของข้าไม่เคยกินไม่เคยนอน’
เกาลัดไม่ยอมเชื่อ จึงให้วารีออกไปสืบมาอีกครั้ง พอกลับมานางก็ทำเป็ส่ายหน้าอีก
ชักจะหมดความอดทนแล้วนะ..
“งั้นข้าไปถามเขาเอง” เกาลัดทำทีลุกขึ้น จนวารีพุ่งตัวออกไปขวางทันใด
วารีตีหน้าเศร้าเอ่ยกับนางขึ้นว่า “ไม่ได้นะเ้าคะ ท่านเกาลัด จนกว่าจะมีคำสั่งจากนายท่าน ห้ามออกจากห้องนี้เด็ดขาด”
“นี่นายของเ้าเป็ผีรึไง ไม่กินไม่นอน เอ้..หรือว่าเขาดูดเืเป็อาหาร” เกาลัดผ่อนเสียงลง แววตาเริ่มสงสัยขึ้นมาบ้าง
“ต้องใช่แน่ๆ เ้าคนหน้าสวยเทธาน จะต้องเป็พวกปีศาจดูดเื อาจจะนอนกลางวัน หากินตอนกลางคืน ใครจะรู้...”
เมื่อวารีหันไปมองอีกด้านก็พบเทธานยืนสงบนิ่งอยู่ บ่าวรับใช้ตัวน้อยยืนขาสั่นระริก
เขายืนฟังเกาลัดพูดว่าร้ายตนเองมาครู่หนึ่งแล้ว เกาลัดเมื่อรู้ว่าบรรยากาศในห้องเริ่มหนาวเย็นลงผิดปกติ ก็ปรายตามองเงาที่อยู่ด้านหลังตน
หญิงสาวเหงื่อเย็นชื้นเต็มหน้าผาก ‘เข้ามาั้แ่เมื่อไหร่เนี่ย..’
“ข้ามารบกวนเ้าหรือไม่” เทธานเดินขึ้นหน้ามานั่งบนเก้าอี้ตรงโต๊ะจัดดอกไม้ เขาทำทีหยิบก้านดอกไม้ก้านหนึ่งมาปักลงแจกัน
ชายหนุ่มกดเสียงต่ำแล้วกล่าวต่อ “นั่งลง..”
เกาลัดพลันรู้สึกหวาดกลัวเขาไม่ต่างจากอองที เพียงแต่ตัวร้ายในละครย่อมมาจากปีศาจทั้งนั้น ตอนนั้นเทธานบอกเองว่าเขา..ไม่ใช่คน
เกาลัดทำหน้ามุ่ยยอมนั่งลงอย่างจำใจ นางเลื่อนสายตามาทางวารี พบว่าบ่าวรับใช้ของตนเดินออกไปทางประตูด้านหน้าแล้ว เทธานเพียงกล่าวลอยๆ ว่าเขาสั่งให้วารีไปจัดเตรียมอาหารสำหรับมื้อกลางวันมาที่นี่
เขากินข้าวเป็ด้วยหรอ..
สักพักใหญ่วารีกับปีศาจรากไม้ยกสำรับชุดใหญ่มาจริง และที่สำคัญหอมกลิ่นเนื้อย่าง!
หลังเก็บกวาดดอกไม้กองโตออกจากโต๊ะเรียบร้อยแล้ว สำรับอาหารก็ถูกจัดวางเต็มโต๊ะ นางรีบเปิดฝาครอบสานออก พบว่าถาดข้างในถูกประดับตกแต่งด้วยดอกไม้หลากสี นี่เป็อาหารเลิศรสของจริง
นอกจากจะมีเนื้อย่างแล้ว ยังมีเนื้อตุ๋น เนื้อต้ม เนื้อนึ่ง และเนื้อ..สด
เกาลัดจับจ้องเ้าหนุ่มหน้าสวยที่อยู่ตรงหน้า เขาพลันฉีกยิ้มแล้วจัดการตักอาหารขึ้นมากินอย่างเอร็ดอร่อย หญิงสาวเหลียวมองกองเนื้อสดที่อยู่อีกฝั่ง เขาจะเป็คนกินเองหรือจะให้นางกิน..
“ข้าไม่ได้กินอะไรแบบนี้มานานแล้ว ขอบใจเ้ามากที่อยู่ร่วมโต๊ะกับข้า” เทธานยังยิ้มไม่หยุด เขาเห็นเกาลัดวางสีหน้าไม่ถูก จึงกล่าวเพื่ออยากให้นางสบายใจ
เกาลัดมองหน้าเขาอย่างกระอักกระอ่วน พลางถามอย่างไม่คิดไปว่า “นานแค่ไหน”
เทธานหุบยิ้ม พลันแววตาหม่นลงคล้ายหมอกทึบเคลื่อนเข้ามาใกล้ จะดีแค่ไหนถ้าหากนาง..จดจำเขาได้
“เอ่อ.นานมาก นานจนข้าเกือบจะลืมหน้าเ้าไปแล้ว”
เทธานมองดวงหน้าคุ้นเคยของหญิงสาว ก็ยิ่งทำให้ชายหนุ่มรู้สึกสมเพชตัวเองขึ้นมา เขาอายุหกร้อยปีแล้ว แต่นางกลับเป็เพียงเด็กสาวอายุไม่ถึงยี่สิบปีคนหนึ่ง
เกาลัดพยักหน้างงๆกับคำว่าเกือบลืมหน้าเ้าไปแล้ว..
เขารู้จักกับอองทีและรู้จักนางด้วยหรือ ทำไมภาพความทรงจำประหลาดนั่นถึงไม่มีเขาอยู่ด้วยกันนะ
>โปรดติดตามตอนที่11<