ภาพนิมิตที่ลี่มี่เห็นทำให้นางรีบดึงมือออกจากมือใหญ่ทันที ท่าทีร้อนรนและสีหน้าที่ใ ทำให้อี้หานอดสงสัยมิได้
“เ้าเห็นสิ่งใด เลวร้ายหรือ”
“มะ มะ มิได้เ้าค่ะ ข้าเห็นเช่นเดิม มิ- มิมีสิ่งใดเปลี่ยนแปลง” ใบหน้ากลมสวยแดงก่ำขึ้น เมื่อชายหนุ่มเคลื่อนขยับเข้ามาใกล้
‘ขะ ข้าต้องถูกบังคับเป็แน่ แต่…ใบหน้าข้าก็ดูมีความสุขนะ ฮื่อ~’ ลี่มี่ใช้มือทุบตีศีรษะตนเองที่มิอาจลบเลือนภาพน่าอายเ่าั้ออกไปได้ จนผู้ที่อยู่ในห้องนั้นถึงกับงุนงงในท่าทีของนางกันหมด
“เ้าเป็อันใดของเ้า”
‘จริงสิ ใช่ว่าเราจะเปลี่ยนนิมิตไม่ได้ ต้องหนี ต้องหนีให้ห่าง! แล้ว…ข้าจะหนีไปที่ใดอีกเล่า ฮื่ออออ’ ตากลมเดี๋ยวก็เบิกกว้าง เดี๋ยวก็เศร้าสร้อย เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา จนอี้หานนึกสงสัยว่าหญิงสาวกำลังทำหน้าตาเช่นใดอยู่
มือใหญ่เอื้อมเข้าไปดึงผ้าปิดหน้าของลี่มี่จนหลุดติดมือมา ใบหน้าน่ารักของหญิงสาวที่พึ่งพ้นวัยปักปิ่น ทำเอาดวงใจที่แข็งแกร่งดั่งหินผาของท่านเ้าเมืองสั่นไหวไม่น้อย ดวงตากลมโต ปากแดงเล็กเป็กระจับ ปลายจมูกรั้นขึ้นพอน่ารัก
“ทะ ท่านทำสิ่งใด” ลี่มี่ที่ถูกดึงผ้าปิดหน้าออกก็มิสติขึ้นมา
“อะแฮ่ม ข้า- มิมีอันใด ว่าแต่เ้าเห็นสิ่งใดกันแน่” ริ้วสีแดงเคลื่อนผ่านใบหน้าคมเพียงชั่วครู่ เ้าตัวก็รีบปรับสีหน้าของตนเองให้เรียบเฉยเช่นเดิม
“มะ มิเห็น”
“เช่นนั้นข้ากลับก่อน หากว่าเื่ราวมิได้เป็ไปตามนิมิตของเ้า ข้าจะกลับมารับตัวเ้าไปอยู่ในคุกสักสิบวัน อ่อ! แล้วข้าจะเรียกเงินเป็เท่าตัวจากที่ข้าเสียไป” ว่าแล้วชายหนุ่มก็พยักหน้าให้ผู้ช่วยเ้าเมืองวางถุงเงินในขัน แล้วรีบลุกพรึบออกไปโดยมิได้สนใจผู้ใต้บัญชาทั้งสอง ทำเอาหรงจีและฉือกงถึงกลับมึนงงในท่าทีของท่านเ้าเมือง จึงรีบขอตัวกลับออกไป
หลังจากที่ทั้งสามคนออกไปแล้ว ลี่มี่ก็ทรุดตัวลงนอน ในหัวมิได้สนใจคำขู่ของชายหนุ่มแม้แต่น้อย เฝ้าแต่นึกถึงเื่ภาพนิมิตแสนน่าอาย ร่างบางยกมือขึ้นปิดหน้าปิดตา ทั้งยังดีดดิ้นไปมาดั่งไส้เดือนพรวนดิน ลี่ิที่พึ่งเข้ามาในห้องก็งุนงง จนเ้าตัวเล็กถึงขั้นยกมือเกาหัว
“มี่เอ๋อร์เป็อันใดหรือ หลานยาย” เหมาไป่สงสัยั้แ่ที่ลี่มี่รีบดึงมือออกจากฝ่ามือของท่านเ้าเมือง ท่าทีเช่นนั้นคงจะเห็นเื่ที่ไม่ดีเป็แน่
“เอ่อ อาิ พี่อยากดื่มน้ำ เ้าไปเอาให้พี่ทีได้หรือไม่” ลี่มี่ตั้งใจโป้ปดน้องชาย เพราะนางมิอยากให้น้องชายได้ยินเื่น่าอายเช่นนั้น
“ได้ขอยับ” เมื่อน้องชายออกไปแล้ว ลี่มี่จึงขยับเข้าใกล้ท่านยาย พลางเอ่ยเล่าสิ่งที่นางเห็น
“ท่านยาย หลานเห็นท่านเ้าเมืองกำลังควบขี่…”
“ขี่ม้าหรือ”
“มิใช่เ้าค่ะ”
“แล้วขี่สิ่งใดเล่า หรือจะเป็กระบือ วัว ลา-” หญิงชราเมื่อเห็นว่าหลานสาวส่ายหัวตอบก็คาดเดาไปเรื่อย
“มิใช่เ้าค่ะ ข้าเห็นเขากำลังควบขี่สตรี แบบว่า ทำแบบว่า…” เห็นสีหน้าหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออกของหลานสาว เหมาไป่ก็เข้าใจทันทีว่าหลานสาวคงจะเห็นท่านเ้าเมืองมีสัมพันธ์ทางกายกับหญิงสาว
“คิๆ นั่นเป็เื่ธรรมชาติของชายหนุ่ม เ้าก็ลืมๆ ไปเสียเถิด ฮ่าๆ”
“แต่สตรีผู้นั้นเป็ข้านะเ้าคะ”
“!!? แค่กๆ หลานว่าอย่างไรนะมี่เอ๋อร์”
“ฮื่อออ เป็ข้าเ้าค่ะ ที่อยู่ใต้ร่างของท่านเ้าเมือง” คำพูดของหลานสาวทำให้เหมาไป่ร้อนใจขึ้นมาทันใด แม้ว่าท่านเ้าเมืองคนนี้จะเป็ที่ชมชอบของชาวเมือง แต่ผู้คนก็เล่าลือว่าโจวอี้หานผู้นี้ถือเป็เอกบุรุษ ที่สตรีทั่วทั้งเมืองซูโจวหมายปอง เหมาไป่จึงมิคิดว่าภาพนิมิตที่ลี่มี่เห็นจะเป็ภาพการเข้าหออย่างถูกต้องตามม่านประเพณี เพราะมีสตรีที่เหมาะสมกับตำแหน่งฮูหยินท่านเ้าเมืองอยู่มากมาย หรือว่า…
“ในนั้น ในนิมิตนั่น เ้าถูกบังคับหรือไม่”
“ขะ ข้าคิดว่า…ไม่เ้าค่ะ” ลี่มี่ยกมือขึ้นมาปิดหน้าอย่างเขินอาย
“พู่ว เช่นนั้นยายก็สบายใจ”
“สบายใจได้อย่างไรเ้าคะท่านยาย ต้องหนีเ้าค่ะ ต้องหนี ฮื้อออ” ใหญ่โตถึงเพียงนั้น นางต้องตายก่อนแน่
“ใจเย็นๆ ก่อนเถิด เื่ราวในภาพนิมิตใช่ว่าจะเปลี่ยนแปลงมิได้ ไม่แน่ว่าหลังจากนี้ท่านเ้าเมืองอาจจะมิมาที่นี่อีกแล้ว เ้าอย่าได้วิตกเกินเหตุไปเลย”
“จะ เ้าค่ะ แต่หากเขามาอีก ท่านยายต้องไล่เขากลับไปเลยนะเ้าคะ”
“ได้ ได้ แต่เื่เช่นนี้เป็เื่ปกติของชายหญิง ต่อไปเ้าต้องเรียนเื่การร่วมหอไว้เสียบ้าง จะได้มิเขินอายยามปรนนิบัติสามี” หลานสาวของนางพ้นวัยปักปิ่นมาแล้ว สมควรจะรู้เื่เหล่านี้ไว้บ้าง
“พี่มี่เอ๋อร์น้องนำน้ำมาให้”
“ขอบใจเ้ามาก น้องรักของพี่” ลี่มี่รับน้ำจากน้องชายมาดื่ม
“ที่ว่าสามี คือผู้ใดหยือขอยับ”
“แค่กๆ มิมีสิ่งใด ผู้ใดก็ไม่รู้ เราไปทานมื้อเย็นกันเถิดเ้าค่ะ” ลี่มี่รวบรัดพายายและน้องชายไปทานมื้อเย็นแล้วจึงรีบเข้านอน เพราะวันพรุ่งท่านยายได้จ้างช่างมาซ่อมแซมหลังคาที่รั่วั้แ่เช้าตรู่
วันเวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า คงเป็เพราะลี่มี่เฝ้าแต่กลัวว่าท่านเ้าเมืองจะมาข้องแวะกับนางอีก ยามที่ตรวจดูดวงชะตาของผู้ศรัทธาจนครบแล้ว นางก็รีบปิดประตูเรือนทันที จะออกไปที่ใดก็สวมผ้าคลุมหน้าไปด้วย เพราะกลัวว่าท่านเ้าเมืองจะจดจำนางได้
“พี่มี่เอ๋อร์จะไปปล้นคนหยือขอยับ”
“นั่นสิมี่เอ๋อร์ ยายว่าแต่งกายเช่นนี้ ยิ่งจะเป็ที่สนใจมากกว่าเดิมเสียอีก” เหมาไป่อดขำกับท่าทีตื่นกลัวท่านเ้าเมืองของหลานสาวมิได้ เพียงจะไปตลาดในตัวเมือง ยังเอาผ้ามาปิดบังหน้า ทั้งยังโพกผ้าเสียมิดชิด จนนึกว่าเป็โจรผู้ร้าย
“แหะๆ มากไปหรือเ้าคะ”
“มากไป เอาผ้าปิดหน้าออกเถิด มีเพียงผ้าคลุมศีรษะก็เพียงพอแล้ว” ลี่มี่ดึงผ้าคลุมหน้าออกตามที่ท่านยายเอ่ยบอก แล้วทั้งสามจึงพากันไปเช่าเกวียน เพื่อไปตลาดในตัวเมือง
วันนี้ลี่มี่ตั้งใจพาท่านยายและอาิไปเลือกซื้อวัตถุดิบปรุงอาหาร เนื่องจากนางเปิดสำนักทุกวัน มิได้ออกไปเก็บของป่า ทำให้อาหารที่กักตุนไว้เริ่มหมดลง ทั้งลี่มี่ยังตั้งใจจะซื้ออาภรณ์ผืนใหม่ไว้ให้ท่านลุงชุนไห่และท่านพี่ชุนเต๋อใส่ยามอากาศหนาวเย็น แม้ว่านางจะตัดขาดจากสกุลชุนแล้ว แต่ทั้งสองก็ยังดีกับนางและน้อง อย่างไรก็ต้องตอบแทน
“ท่านยาย ข้าว่าเราไปนั่งดื่มน้ำชาให้ท่านหายเมื่อยก่อนดีหรือไม่” ลี่มี่พยุงท่านยายลงจากเกวียน ท่าทีปวดเมื่อยทำให้ลี่มี่นึกกังวล
“มิต้องๆ ยายพึ่งจะได้ลุกยืน จะให้นั่งอีกคงมิไหว เราไปเลือกซื้ออาหารกันก่อนเถิด”
“เช่นนั้นก็ได้เ้าค่ะ อาิจับมือท่านยายไว้ ประเดี๋ยวจะหลงเอาได้” ลี่มี่พาท่านยายและน้องชายเดินไปซื้อของสด ที่ชาวบ้านเอามาตั้งร้านขายตามรายทาง มีทั้งผัก ผลไม้ ปลา หรือแม้แต่สัตว์ทะเล
ั้แ่เปิดสำนักแม่หมอ ลี่มี่ก็มีเงินใช้จ่ายอย่างคล่องมือ มิต้องประหยัดจนอดอยาก แต่นางก็มิได้ฟุ่มเฟือย เครื่องประดับงดงามนางก็ยังมิคิดจะซื้อใส่ แต่สิ่งใดจำเป็จะต้องกินต้องใช้ นางก็จะซื้อโดยมิเสียดาย
“ท่านยายเอาปูตัวใหญ่ด้วยได้หยือไม่ขอยับ”
“ได้ๆ เอาตัวนี้ดีหรือไม่” สายตาออดอ้อนจากน้องชาย ทำให้พี่สาวและท่านยายมิอาจปฏิเสธได้ จึงซื้อปูทะเลตัวใหญ่กลับเรือนไปทำอาหารให้น้องชายกิน
“ประเดี๋ยวได้ของครบแล้ว ท่านยายกับอาิไปรอข้าที่เหลาอาหารก่อนนะเ้าคะ ข้าจะนำของไปไว้ที่เกวียน แล้วจะไปซื้ออาภรณ์ให้ท่านลุงเสียก่อน”
“เอาอย่างนั้นหรือ ให้ยายกับอาิไปช่วยดีหรือไม่”
“มิเป็ไรเ้าค่ะ หากว่าท่านยายไปด้วยข้าเกรงว่าจะเมื่อยขบเอาได้”
“ยายตามใจเ้า ป่ะอาิ ยายจะพาไปทานขนมรอพี่สาวเ้า”
“พี่มี่เอ๋อร์ยีบมานะขอยับ” เด็กชายโบกมือลาพี่สาว พร้อมกำชับให้พี่สาวรีบตามตนไป
เมื่อแยกจากท่านยายและน้องชายแล้ว ลี่มี่ก็นำข้าวของที่ซื้อมาไปเก็บที่เกวียนก่อน วันนี้นางเหมาเกวียนของท่านลุงฉู่มาทั้งวัน ดังนั้นจึงมีเพียงครอบครัวนางที่นั่งเกวียนมา หลังจากเก็บข้าวของเรียบร้อย ลี่มี่ก็ตรงไปที่ร้านขายอาภรณ์ร้านประจำของนาง นั่นคือร้านของท่านป้าที่นางเคยเอ่ยเตือนเื่บันไดเอาไว้
“วันนี้ข้าขออาภรณ์สำหรับชายวัยกลางคนและชายหนุ่มอย่างละสองชุดเ้าค่ะ เอาเนื้อผ้าที่หนาเสียหน่อยนะเ้าคะ”
“ได้เลยมี่เอ๋อร์”
“ข้ามาซื้อบ่อยเช่นนี้ ท่านป้าคงใจดีลดราคาให้ข้าบ้าง คิๆ”
“ฮ่าๆ ตัวเท่านี้ก็รู้จักต่อรองแล้วหรือ ป้าย่อมต้องลดราคาให้เ้า”
“ท่านป้าล่ะก็ ข้าโตแล้วนะเ้าคะ พ้นวัยปักปิ่นแล้วด้วย”
“ได้ๆ ป้าจะรีบไปเตรียมให้” ว่าแล้วหญิงวัยกลางคนก็เร่งไปจัดเตรียมของ ลี่มี่เองก็เดินดูผ้าในร้านไปเรื่อย ทั้งเนื้อผ้าและลวดลายผ้าของร้านนี้งดงามยิ่งนัก นางเองก็มีฝีมือปักผ้าอยู่บ้าง แต่ก็มิได้งามถึงเพียงนี้ ร่างบางดูผ้าจนมิทันระวัง ถอยหลังชนเข้ากับหญิงวัยกลางคนที่ดูเหมือนจะมาจากสกุลใหญ่ ดูจากผ้าเนื้อดีที่ร่างท้วมสวมใส่ ใบหน้าที่ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องประทินผิวสีแดงก่ำ ทั้งยังมีเครื่องประดับอยู่บนคอระหงมากมาย
“โอ๊ย!” หญิงร่างท้วมหันมามองลี่มี่ตาขวาง
“ขะ ขออภัยเ้าค่ะ ข้ามิได้ตั้งใจ” ลี่มี่รีบเข้าไปพยุงหญิงผู้นั้นขึ้นมา แต่ทันใดนั้น ภาพนิมิตมากมายก็ไหลเข้ามาในศีรษะเล็ก จนมือบางต้องรีบปล่อยมือจากแขนอวบ
“ฮูหยินเป็อันใดบ้างเ้าคะ เ้าเดินอย่างไร! มิดูทางเสียบ้าง” เสียงของสาวใช้ผู้นี้มิได้เข้าหูของลี่มี่แม้แต่น้อย ร่างบางเฝ้าแต่คิดว่าจะเอ่ยเตือนหญิงตรงหน้าถึงเื่ราวที่จะเกิดขึ้นดีหรือไม่
“เ้า! ได้ยินหรือไม่” หญิงอวบยกพัดขึ้นมาโบกด้วยอารมณ์ขุ่นมัว
“ขออภัยฮูหยิน ข้าขอถามท่านสักเื่ได้หรือไม่ เอ่อ…หากสามีท่านมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับน้องสาวของท่าน ท่านจะทำอย่างไรหรือ” ลี่มี่ลองหยั่งเชิง แต่ดูเหมือนว่าคำถามของลี่มี่จะตรงจนเกินไป
“เ้าหมายความว่าอย่างไร น้องสาวกับสามีข้าอย่างนั้นหรือ” หญิงปากแดงแผดเสียงขึ้นมา จนท่านป้าเ้าของร้านต้องรีบเข้ามาดู
“มีอันใดหรือเ้าคะ ฮูหยินอัน”
“หญิงผู้นี้ อยู่ๆ ก็เอ่ยเื่น่ารังเกียจขึ้นมา จะให้ข้าอยู่เฉยได้อย่างไร” ฮูหยินอันยกพัดขึ้นชี้หน้าของลี่มี่
“ข้าเพียงอยากเตือนฮูหยินว่า น้องสาวกับสามีของท่านมีสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกัน หากท่านมิเชื่อก็สุดแล้วแต่ท่าน” ลี่มี่เอ่ยทิ้งท้าย พลางเอื้อมมือไปหยิบห่อผ้าจากท่านป้าเ้าของร้านมา เมื่อจ่ายเงินเสร็จก็เดินออกจากร้านทันที
แต่เดินออกมาจากร้านมาได้มิถึงยี่สิบก้าว ฮูหยินอันที่นางพบในร้านขายอาภรณ์ก็ตามมาดักหน้านางไว้
“เ้าเอ่ยสิ่งที่เ้าเห็นมาให้หมด” คำพูดและสีหน้าที่บึ้งตึงของฮูหยินอัน ทำให้ลี่มี่เข้าใจทันที ว่าฮูหยินคงได้รู้เื่นางจากท่านป้าร้านขายผ้ามาแล้ว
“ข้าเห็นท่านกลับเรือนแล้วเจอว่าทั้งสองมีสัมพันธ์กัน ท่านเกรี้ยวโกรธจนเข้าไปทุบตีสามี แล้วเขาก็พลั้งมือผลักท่านจนล้มหัวฟาดกับพื้น” เื่ราวถูกเล่าออกไปเป็ฉากๆ มิขาดแม้แต่ตอนเดียว
“พวกมันกล้าทำถึงเพียงนี้เลยหรือ เ้าไปกับข้า หากว่าที่เ้าเอ่ยมาเป็จริง ข้าจะตกรางวัลให้เ้าอย่างงาม” ลี่มี่ลังเลอยู่สักพัก แต่เมื่อเห็นถุงเงินที่สาวใช้ของฮูหยินถือ นางก็ตัดสินใจได้ทันทีว่ามิควรพลาดโอกาสนี้
“ได้เ้าค่ะ” ร่างบางร้อนรนวิ่งตามฮูหยินสกุลอัน ที่บัดนี้เร่งฝีเท้ากลับเรือน โดยมิทันสังเกตว่ามีบุรุษผู้หนึ่งกำลังเดินตามหลังพวกนางมาด้วยเช่นกัน