ลิขิตฟ้าให้มารัก

    44. อยากเป็นแฟน

    44....

            สิปปกร พา เอมี่ มาถึงห้องที่คอนโดก็พบว่าคุณประภาวรรณกลับมาแล้วและกำลังนั่งดูโทรทัศน์อยู่ที่ห้องรับแขก  เอมี่รีบเข้าไปเล่าให้มารดาของเขาฟังทันทีว่าวันนี้เขาพาเธอไปที่ไหนมาบ้างคุณประภาวรรณรับฟังด้วยความสนใจ สิปปกร จึงรีบถือโอกาสขอตัวเข้าห้องเพื่อที่จะได้โทรศัพท์ไปหานัฏนรีแต่มารดาของเขาก็เรียกให้เขานั่งอยู่ก่อน

            “คุณแม่มีอะไรหรือครับ”

            “พรุ่งนี้ ปอนด์ช่วยขับรถพาหนูเอมี่ไปเยี่ยมญาติที่ภูเก็ตด้วยนะ..พอดีแม่ก็ลางานเอาไว้เรียบร้อยแล้วจะได้ถือโอกาสไปเที่ยวพักผ่อนกับหนูเอมี่ด้วย”

            “พรุ่งนี้หรือครับ..”

            “จ๊ะ..ที่จะบอกก็แค่นี้แหละไปอาบน้ำอาบท่าพักผ่อนเถอะ  พรุ่งนี้ออกจากที่นี่สักแปดเก้าโมงก็ได้”

            สิปปกรได้แต่พยักหน้ารับรู้ก่อนจะเดินอย่างรวดเร็วเข้าห้องของเขาไปปล่อยให้มารดากับเอมี่พูดคุยกันตามลำพัง

            “หนูเอมี่มาเหนื่อย ๆก็อาบน้ำนอนเถอะจ๊ะ”

            คุณประภาวรรณหันมาบอกกับลูกสาวของเพื่อนที่เสียชีวิตไปไม่นาน

            “เอมี่ มีเรื่องอยากจะถามคุณป้าสักหน่อยจะได้ไหมคะ”

            เอมี่ยังไม่ยอมเข้าห้องไป ทำให้คุณประภาวรรณลดเสียงทีวีลงหันมามองหน้าเด็กสาว

            “ได้สิจ๊ะ หนูเอมี่จะถามอะไรลูก”

            “คือ..วันนี้หนูได้เจอเพื่อนพี่ปอนด์ที่ร้านอาหารด้วยค่ะชื่อพี่ลิลลี่”

            “อ๋อจ๊ะ..ลิลลี่ เป็นเพื่อนสนิทในกลุ่มของพี่ปอนด์เขา”

            “รวมทั้งพี่ดรีมด้วยใช่ไหมคะ”

            “จ๊ะ..หนูเอมี่ถามทำไมจ๊ะ”

            “เอมี่ ได้ยินพี่ลิลลี่ บอกว่าพี่ดรีมเป็นเพื่อนคนพิเศษของพี่ปอนด์น่ะค่ะเอมี่ก็แค่อยากรู้จักเพื่อน ๆ ของพี่ปอนด์ด้วย ก็เท่านั้นเองค่ะคุณป้า”

            เอมี่รีบบอกจุดประสงค์เอาไว้ก่อนเพื่อไม่ให้คุณประภาวรรณคิดเป็นอย่างอื่น

            “หนูดรีมเป็นเพื่อนพิเศษตรงที่ปอนด์จะต้องดูแลเป็นพิเศษไงจ๊ะ”

            คุณประภาวรรณบอกยิ้ม ๆ

            “ทำไมต้องดูแลเป็นพิเศษด้วยคะ”

            “พี่ดรีมเพิ่งจะเสียคนรักจากอุบัติเหตุจ๊ะแล้วตัวพี่ดรีมก็ได้รับบาดเจ็บ พี่ปอนด์ในฐานะที่เป็นเพื่อนในกลุ่มสนิทกับพี่ดรีมแล้วก็พี่วินก็เลยต้องดูแลเอาใจใส่พี่ดรีมเป็นพิเศษไงจ๊ะ”

            “แล้วพี่วินล่ะคะใครกัน”

            “เป็นแฟนของพี่ดรีมที่เสียชีวิต”

            เอมี่ พยักหน้ารับรู้ คุณประภาวรรณจึงคิดว่าเอมี่คงจะหยุดสนใจเรื่องของเพื่อน ๆ ลูกชายแต่เพียงเท่านั้น แต่หาได้เป็นเช่นนั้นไม่เมื่อเอมี่ซักถามเรื่องของนัฏนรีแบบละเอียดยิบจนคุณประภาวรรณชักจะรู้สึกแปลก ๆ ขึ้นมาในใจ แต่มารดาของสิปปกรก็เล่าให้ฟังอย่างระมัดระวัง

              

            นัฏนรีนั่งเหม่อลอยอยู่สนามหญ้าหน้าบ้านโดยมีเจ้าดุ๊กดิ๊กกับเจ้าหมีพู วิ่งคาบสิ่งของที่ป้าสมใจโยนให้มันช่วยกันคาบมาส่งให้ป้าสมใจเป็นการฝึกทักษะให้กับสุนัข และให้พวกมันได้ออกกำลังกายไปในตัว เจ้าหมีพูเล่นไปได้เพียงไม่นานก็เริ่มเบื่อปล่อยให้ดุ๊กดิ๊กเล่นกับป้าสมใจไปตัวของหมีพูกลับวิ่งมาหานัฏนรีที่นั่งเหม่ออยู่คนเดียว

            “ดรีมจ๋า...เป็นอะไรหรือเปล่าทำไมหน้าเศร้าจัง”

            ชวินร่างหมีพูถามไถ่ด้วยการเลียขาผู้เป็นนายแต่ก็ไม่ได้ทำให้ร่างที่นั่งนิ่งอยู่นั้นรู้สึกตัวแต่อย่างใด  จนหมีพู ต้องเห่าติดกันยาวเพื่อเรียกสติหญิงสาวให้กลับคืน

            “อุ๊ย!..หมีพูมาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย ไม่เล่นกับป้าสมใจแล้วเหรอ”

            นัฏนรีก้มลงไปพูดกับสุนัขตัวโปรด

            “ดรีมเล่นกับวิน สิ จะได้ไม่ต้องนั่งเหงาแบบนี้”

            เสียงเห่าของเจ้าหมีพู พร้อมกระโดดเหย็งๆ ขึ้นลงเป็นการเชื้อเชิญให้เจ้านายเล่นด้วย

            นัฏนรียิ้มขึ้นมาได้ เธออุ้มเจ้าหมีพูขึ้นมานั่งบนตักแล้วก็ลูบหัวลูบหลังด้วยความรักเอ็นดู

            “หมีพูจ๋า..รู้ไหมว่าตอนนี้วินจะเป็นยังไงบ้างยายกันยาเคยบอกว่าบางที  วินอาจจะเกิดมาเป็นลูกของผู้หญิงชื่อต่ายนั่นก็ได้ถ้าน้องต่ายคลอดเมื่อไหร่ฉันจะพาหมีพูไปดูนะ อยากรู้จังว่าจะใช่วินมาเกิดจริงหรือเปล่า”

            นัฏนรีรำพึงรำพันให้เจ้าหมีพูรับรู้ไปด้วยชวินในร่างหมีพู นั่งซึมด้วยความเศร้าใจ รู้สึกสงสาร คนพูดท่วมท้นแต่เขาก็ไม่สามารถที่จะพูดออกมาได้

            “วินอยู่นี่แล้วนะดรีม..ทำอย่างไงดรีมถึงจะรู้ว่าหมีพูก็คือวิน” 

            เจ้าหมีพู บอก ทว่าเสียงนั้นก็เห่าออกมาแทน

            “หมีพู ฟังฉันเข้าใจใช่ไหมจ๊ะ..ถึงได้เห่าตอบรับได้”

            นัฏนรีโน้มตัวพูดกับหมีพูซึ่งเจ้าหมีพูก็ทำให้เธอมั่นใจยิ่งขึ้นด้วยการเห่าแผ่ว ๆ พร้อมกับซุกหน้าเข้ากับอ้อมกอดของนัฏนรี

            “เธอฟังฉันเข้าใจจริง ๆ ด้วยขอบใจนะหมีพูที่เกิดมาเพื่อเป็นเพื่อนที่ดีของฉัน รู้ไหมว่าฉันมีความสุขแค่ไหนที่หมีพูมาช่วยเยียวยาจิตใจของฉันในตอนนี้ ตอนที่ฉันไม่มีใครเลย”

            “ดรีม มีวินอยู่ด้วยไงจ๊ะ” 

            ชวินร่างหมีพูพยายามจะพูด แต่นัฏนรีได้ยินเป็นเสียงครางหงิงๆ แบบรับรู้

            “ตอนที่วินเสียใหม่ ๆหมีพูรู้ไหมจ๊ะว่าฉันทำใจแทบไม่ได้ อยากจะตายตามวินไปด้วย แต่ฉันก็ผ่านชีวิตช่วงนั้นมาได้  เพราะมีพ่อแม่ แล้วก็เพื่อนรักทั้งสามคอยให้กำลังใจโดยเฉพาะเพื่อนที่น่ารักอย่างปอนด์ ฉันก็เพิ่งรู้ว่าปอนด์ดีกับฉันมากแค่ไหน  เขาคอยดูแลฉันตลอดเวลาที่นอนรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลเขายอมทิ้งอนาคตไม่ไปเรียนต่อเมืองนอกอย่างที่ตั้งใจไว้  เขาเลือกที่จะอยู่ดูแลฉันแทนมาถึงทุกวันนี้เขาเข้ามาพูดคุยอยู่เป็นเพื่อนทุกวัน จนฉันรู้สึกว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต  แต่เพียงแค่เขาไม่แวะมาหาสองสามวันมานี้  ฉันกลับรู้สึกว้าเหว่โดดเดี่ยวเหลือเกินฉันกลัวนะหมีพู.กลัวว่าปอนด์ จะทิ้งฉันไปเหมือนกับที่วินทิ้งฉันไป”

            นัฏนรี พูดระบายความรู้สึกทุกอย่างโดยไม่รู้เลยว่าเจ้าหมีพูนั้นสามารถซึมซับความรู้สึกทั้งมวลของเธอเอาไว้ได้

            “ดรีม...วินสงสารดรีมเหลือเกิน”

            เจ้าหมีพูครางหงิง ๆรับฟังความในใจอย่างเข้าใจ

            “แต่บางที ฉันอาจจะคิดมากไปเองก็ได้นะหมีพู  ฉันไม่อยากเป็นคนเห็นแก่ตัว  ยึดตัวปอนด์เอาไว้ตลอดเวลา เขาก็ต้องมีธุระส่วนตัวของเขาบ้างสิ  ใช่ไหมจ๊ะหมีพู”

            เจ้าหมีพู หอนรับ ทำให้นัฏนรีพูดระบายความรู้สึกต่อ

            “ตอนนี้ปอนด์ไปทำธุระที่ต่างจังหวัดไม่รู้ว่าจะกลับเมื่อไหร่แต่เขาก็ยังโทรหาฉันทุกวันเหมือนเดิมเพียงแต่...ไม่ได้โทรบ่อยเหมือนเมื่อก่อนเท่านั้นเอง  แค่นี้ฉันก็น่าจะดีใจแล้วนะว่าปอนด์ไม่ได้ทอดทิ้งฉันไปไหน”

            “มิน่าล่ะนายปอนด์ไปต่างจังหวัดนี่เองถึงได้หายหน้าหายตาไปเลย ปล่อยให้นายพีเจ.แวะมาหาดรีมอยู่ได้   อีกหน่อยดรีมก็ใจอ่อนเป็นแฟนนายพีเจ.นั่นหรอก..เฮ้ย!..ไม่ได้การซะแล้ว เราจะยอมให้ดรีมใจอ่อนเป็นแฟนกับนายพีเจ.ไม่ได้เด็ดขาดคนที่คู่ควรกับดรีมมากที่สุดตอนนี้มีเพียงนายปอนด์เท่านั้น ฉันจะต้องทำให้นายกับดรีมรักกันให้ได้เพราะฉันไว้ใจนายมากกว่านายพีเจ.”

            ชวิน ร่างหมีพูครุ่นคิดด้วยความกลัดกลุ้มแต่เขาก็ยิ่งกลุ้มหนักเข้าไปอีก เมื่อเห็นปัญจพลมาพร้อมกับลูกสุนัขสี่ตัวซึ่งมีฐานะเป็นน้องๆ ครอกเดียวกับตัวเขาเอง

            “ตายยากฉิบ!..กำลังคิดจะกำจัดอยู่พอดีก็ดันโผล่หน้ามาหมั่นไส้นักหน้าระรื่นเชียวนะนายพีเจ.” ชวินหมั่นไส้

            “สวัสดีครับคุณดรีม พาลูก ๆของดุ๊กดิ๊กมาเยี่ยมครับ”

            ปัญจพล ยกกล่องใหญ่ที่มีลูกสุนัขสี่ตัวลงมาจากรถและค่อย ๆ วางลงกับพื้นทำให้เจ้าสี่ตัวรีบกระโดดออกจากกล่องอย่างรวดเร็วแล้วก็ออกเดินทันที

            “ไง!..เจ้าหมีพู ดีใจไหมที่ฉันพาน้องๆ มาเยี่ยม”

            ปัญจพลหันไปพูดทักทายกับเจ้าหมีพู

            “หนอย..ทำมาอ้างเอาหมามาบังหน้ารู้ทันนะโว้ยว่าคิดจะมาจีบดรีมของฉันมากกว่า..หมั่นไส้อยากจะกระโดดกัดนัก แต่ทำอะไรหมอนี่ลงไปต้องโดนดรีมต่อว่าแน่เลยเอาไว้ตอนเผลอไม่มี ดรีมอยู่ด้วยก่อนเถอะน่าดู..ฝากไว้ก่อนเถอะ”

            ชวินร่างหมีพูสะบัดตูดวิ่งไปกับบรรดาน้องๆ สุนัขที่ต่างก็ระริกระรี้เมื่อเห็นแม่ดุ๊กดิ๊กวิ่งมาหาตอนนี้เป็นเวลาของครอบครัว เจ้าหมีพูจึงขอเวลานอกก่อน

            “ไม่ชวนลิลลี่มาด้วยหรือคะ”

            นัฏนรีเอ่ยถามแขกหนุ่มผู้มาเยือน

            “วันนี้คุณลิลลี่ ไปหาลูกค้ากับคุณสายใจครับ  เห็นว่าจะตามมาที่บ้านคุณดรีม..สักเดี๋ยวก็คงจะมาแล้วล่ะครับ”

            “อ๋อ..นี่นัดกับลิลลี่ไว้แล้วใช่ไหมคะเนี่ย”

            นัฏนรีแซว เพราะรู้ว่าปัญจพลกำลังมาสนใจลิลลี่โดยใช้เธอเป็นสะพานเชื่อมให้ซึ่งเรื่องนี้ไปรยาก็ทราบดี แล้วก็คอยประสานงานกับนัฏนรีให้ช่วยเหลืออีกแรง ไปรยาบอกว่าปัญจพลเหมาะสมกับลิลลี่มากที่สุด  นัฏนรีก็เห็นว่าเป็นเช่นนั้น

            “ผมบอกลิลลี่ว่าจะแวะมาทำคะแนนจีบคุณดรีมไงครับลิลลี่ก็เลยอยากจะตามมาขัดขวาง”

            เขาพูดติดตลก

            “นี่คุณยังไม่ได้บอกความจริงลิลลี่อีกหรือคะว่าคุณกำลังจีบเธออยู่ไม่ใช่ฉันหรือว่ายัยยาอย่างที่คุณสร้างเรื่องขึ้นมาให้เธอเข้าใจผิด”

            นัฏนรีถามด้วยความรู้สึกขบขัน

            “ขืนผมบอกความจริงคงโดนด่าจนหูอักเสบแน่ครับ”

            เขาบอกอย่างอารมณ์ดี ทั้งสองหัวเราะให้แก่กันอย่างมีความสุขโดยไม่รู้เลยว่ามีเจ้าหมีพู แอบซุ่มมองอยู่ที่พุ่มไม้ไม่ไกลนัก ชวินในร่างหมีพูไม่ได้ยินถ้อยคำสนทนานั้นเขาจึงเข้าใจว่าทั้งคู่เริ่มที่จะสานสัมพันธ์กันมากขึ้น

            “งั้นเย็นนี้ถ้าคุณไม่พาลิลลี่ไปทานข้าวข้างนอกก็ทานที่บ้านดรีมก็ได้นะคะ”

            “ผมตั้งใจว่าจะชวนคุณลิลลี่ไปทานข้าวที่บ้านผมครับ..แต่ผมไม่แน่ใจว่าเธอจะยอมไปหรือเปล่า  ผมจึงอยากจะขอให้คุณดรีมช่วยพูดให้น่ะครับ”

            “ช่วยพูดให้หรือคะ..จะพูดยังไงดีล่ะคะ”

            “ก็ทำนองว่าให้ช่วยดูแลลูกหมาสี่ตัวระหว่างที่มันนั่งในรถผมจะเอากล่องทิ้งไว้ที่บ้านคุณ

    ดรีมก่อน”

            “แหม..คุณวางแผนเอาไว้หมดแล้วนี่คะ..แบบนี้ไม่ต้องหาตัวช่วยอย่างดรีมก็ได้”

            “แต่ถ้าคุณดรีมช่วยพูดจะเพิ่มน้ำหนักขึ้นไปอีกครับคุณลิลลี่เชื่อคุณดรีมจะตาย”

            “ก็ได้ค่ะ..งั้นเข้าไปในบ้านก่อนค่ะป้าสมใจมีของว่างให้ทานด้วยค่ะ”

            ปัญจพลพยักหน้าเดินตามเจ้าของบ้านเข้าไป  เขาถอดรองเท้าเอาไว้ที่ข้างประตูทางเข้าห้องรับแขกโดยไม่รู้เลยว่ามีสายตาประสงค์ร้ายกับรองเท้าคู่โปรดราคาแพงของเขาจ้องมองอยู่ด้วยใจจดจ่อ

     


    คล้ายกับเรื่องลิขิตฟ้าให้มารัก ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808