หนิงเหมยจากที่ได้รับของมาจากสาวใช้คนนั้นนางก็นำไปเก็บไว้ในครัวเล็กๆของตนเองและจัดของทุกอย่างเอาไว้อย่างเป็ระเบียบนางมองออกไปด้านนอกเห็นแสงแดดรำไรสายลมพัดชวนให้รู้สึกเย็นสบายก็อยากให้งีบหลับสักพัก นางทั้งขุดดินทำแปลงผักและจัดของภายในบ้านจนเหนื่อยแล้ว นางคิดนำขนมกับน้ำชาไปนั่งกินที่โต๊ะกับพี่ใหญ่ดีกว่านางอมยิ้มอย่างอารมณ์ดีก่อนจะเดินไปหยิบกาน้ำชามาเพื่อต้มชาดอกไม้ที่นางเก็บมาจากด้านนอกที่ขึ้นจนเต็มไปหมดดีที่มีดอกไม้หลายชนิดสามารถนำมาต้มเป็ชาดื่มได้
ดอกไม้ที่นางนำทำชาก็คือดอกกุหลาบสีชมพูอ่อนที่ดูบอบบางและสวยงาม เห็นนางร้ายกาจเช่นนี้แต่นางก็มีข้อดีคือสามารถจดจำในสิ่งที่เรียนรู้และผ่านตาได้อย่างรวดเร็วนี่คงจะเป็ข้อดีของนางอย่างเพียงไม่กี่อย่างของนางกระมัง ดอกกุหลาบเมื่อนำมาทำชาจะช่วยบำรุงหัวใจให้แข็งแรง, บำรุงการขับถ่าย, บำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใสขึ้น, ช่วยให้ร่างกายสดชื่น แก้อาการอ่อนเพลียได้ง่าย, ทำให้การไหลเวียนเืทำงานได้ดีและคล่องขึ้น, ช่วยให้จิตใจสงบ ผ่อนคลายความเครียด เสียดายที่นางไม่มีโอกาสทำให้ท่านแม่ได้ลองดื่ม เฮ่อ...
หนิงเหมยส่ายหัวไล่ความหม่นหมองออกจากหัวแล้วจัดเตรียมถาด น้ำชาและขนมไปนั่งกินที่โต๊ะด้านนอก บรรยากาศที่แสนสบายเช่นนี้ข้าจะปล่อยให้สูญเปล่าไปได้อย่างไร เมื่อก่อนนางต้องชิงดีชิงเด่นกับบรรดาพี่น้องในตระกูลทำให้นางไม่มีเวลาผ่อนคลายเลยสักวัน คราวนี้แหละที่นางจะทำตัวี้เีให้เต็มที่ นางเดินนำถาดมาวางที่โต๊ะแล้วเดินอ้อมไปนั่งเก้าอี้อีกฝั่ง มือหนึ่งรินน้ำชาขึ้นมาจิบพร้อมกับยิ้มละไม อีกมือจับขนมเข้าปากอย่างไม่รักษาท่าทีสักนิดภาพลักษณ์เอื่อยเฉื่อยคล้ายคนี้เีไม่ระมัดระวังตัวของนางตกอยู่ในสายตาของซีซวนทั้งหมด
ต้นไม้น้อยใหญ่ต่างโบกสะบัดบางเบาเป็การทักทาย นางลูบลำต้นพี่ใหญ่และส่งยิ้มทักทายบรรดาบุปผาโดยรอบอย่างสบายอารมณ์ กลิ่นหอมของบุปผา และสายลมที่พัดพาให้สดชื่นทำให้หนิงเหมยอยากจะเอนตัวลงนอนจริงๆ ระหว่างที่กำลังนั่งเพลินๆ นางก็คิดว่าจะหาเงินยังไง ออกไปก็ไม่ได้ คนช่วยรึก็ไม่มี รั่วซีก็หายไปหลายวันแล้วถ้าของหมดจะเอาอะไรกิน ทำงานก็ไม่เก่งชีวิตข้าช่างรันทดนักเมื่อก่อนทำไมไม่เรียนรู้การค้าขายไว้สักหน่อยนะนางคิดอย่างขัดใจ เอ๋...อยู่ๆหนิงเหมยก็ตาโตยิ้มออกมาคล้ายคนเห็นสิ่งถูกใจ
"ข้าสามารถวาดแบบชุด และเครื่องประดับได้นินาดอกไม้พวกนี้มีหลายแบบแค่วาดส่งไปสักรูปหนึ่งก็คงได้เงิน อืม ๆ"
หนิงเหมยพึมพำและพยักหน้างึกงักอยู่ผู้เดียว ซีซวนที่ได้คำสั่งมาเฝ้าดูคุณหนูสามก็ยกมือเกาหัวแกรกๆ แล้วรีบดึงสายตากลับมาจากคุณหนูสามภาพตรงหน้าทำองค์ครักษ์หนุ่มจนปัญญาและหน้าแดงตอนที่คุณหนูไม่แต่งหน้าหนาเตอะสวมชุดฉูดฉาดกลับดูงดงามยิ่งมองยิ่งสบายตาดูสดใสและสูงส่งกิริยาที่ไม่สำรวมถุงเท้าไม่ใส่สาบเสื้อหละหลวมถ้าบุรุษไดมาเห็นจะทำอย่างไร เขาคิดและเหล่มองแบบใช้หางตา
"หืม มีอะไรหรือเ้าตัวเล็ก"
หนิงเหมยกำลังนอนกระดิกเท้าเพลินก็รู้สึกถึงแรงสะกิดตรงข้างแก้มพอหันมองก็เห็นเ้าตัวเล็กน่ารักๆกำลังส่ายกิ่งเล็กๆไปมาคล้ายเด็กกำลังฟ้องด้วยความโกรธเคืองนางขมวดคิ้วสงสัยก่อนจะแปลกใจ
"โดนคนน่าเกลียดปัดกระเด็นหรือ ใครกันไหนบอกข้ามาสิ"
นางมองเ้าตัวเล็กที่ชี้มือชี้ไม้ไปทางกำแพงด้านหน้าที่มีกิ่งไม้ยื่นเข้าบดบังทัศนียภาพนางเพ่งมองก่อนจะเห็นชายชุดสีน้ำตาลคลิปดำโผล่ห้อยออกมารำไร นางใก่อนจะรีบหดเท้าแล้วดึงคอเสื้อจนมิดก่อนจะรีบลุกขึ้นแล้วเดินไปที่ที่ซีซวนอยู่ทันที ซีซวนที่ไม่ได้มองเพราะภาพที่ไม่เหมาะสมอยู่นั้นก็ต้องขมวดคิ้วเมื่อได้ยินฝีเท้าที่ใกล้เข้ามาทางเขาอยู่เรื่อยๆด้วยความเร็วก่อนที่เขาจะ..
"นั่นใคร!"
"ฟุ่บ พรวด อ๊าก! โครม"
พอนางเอ่ยเสียงดังเถาวัลย์ประจำบ้านก็จัดการพุ่งเข้ามัดข้อเท้าของซีซวนอย่างรวดเร็วและจัดการลากเขาลงมาอย่างแรง ซีซวนเป็องค์ครักษ์ขั้นสองฝีมือแม้ไม่อาจเทียบกับองค์ครักษ์ขั้น 1 ที่เป็เงาของท่านแม่ทัพแต่ฝีมือก็ไม่ด้อยกว่ากันมากนักแต่ตอนนี้กลับถูกโจมตีโดยไม่รู้ตัวจนเปิดเผยตัว เขาอดรู้สึกหวั่นเกรงไม่ได้ฝีมือใครกัน
"โอ้ย ๆ ตัวกัดอะไรกัดข้า โอ้ย"
หนิงเหมยยืนมองด้วยสีหน้าปลาตายเ้าตัวเล็กกำลังกัดเข้าที่คอของชายผู้ที่ถูกลากลงมาจากกำแพงด้วยสภาพที่น่าอายเล็กน้อยแต่ตอนนี้เ้าตัวเล็กที่ลำตัวเล็กเพรียวใช้สองกิ่งแทนมือเกาะเกี่ยวคอของเขาอย่างเหนียวแน่นแล้วใช้ฟันเล็กๆกัดเอาๆด้วยความแค้นที่โดนปัดเมื่อคราก่อน พี่ใหญ่และบุปผาต่างๆพากันโบกสะบัดคล้ายส่งเสียงร้องด้วยความพอใจนางมองความวุ่นวายอยู่ชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยปากปรามเ้าตัวเล็กให้หยุดปะทุษร้ายผู้บุกรุกสักที
"หยุดได้แล้ว เดี๋ยวเขาก็ตายพอดี"
(ชิ! ถือว่าเ้าโชคดีไม่งั้นข้าจะกัดให้คอขาดเลย หึ)
ตัวเ้าเล็ก ปากก็เล็กอวดดีนักเชียวน่าตีจริงๆ เ้าตัวเล็กลอยละลิ่วมานั่งแหมะที่ไหล่ของนางพลางส่ายหัวไปมา เหมือนอวดเล็กๆ และแสดงท่าทางว่า ชมข้าสิ ๆ หนิงเหมยหัวเราะเล็กน้อยก่อนจะยื่นมือไปลูบหัวอย่างแ่เบาและเผื่อแผ่ไปยังเถาวัลย์ด้วยพวกมันดีใจกันยกใหญ่ก่อนจะหันไปมองบุรุษที่อยู่ที่พื้นก่อนจะเอ่ยปากถามอีกรอบ
"เ้าเป็ใคร ทำไมมาแอบมองข้าแบบนี้"
ซีซวนเห็นว่าปิดไม่ได้แล้วจึงคุกเข่าลงพร้อมกับใช้มือซ้ายกุมาแเอาไว้
"ข้าน้อย ซีซวนขอรับเป็องค์ครักษ์ที่ท่านแม่ทัพจัดให้มา เอ่อ...ดูแลคุณหนูขอรับ"
หือ ดูแลหรือ หึ ไปโกหกไก่เถอะ
"ดูแลข้าหรือ เ้าล้อข้าเล่นหรือ หึ เขาผู้นั้นให้มาจับตาดูข้าละสิ"
คุณหนูสามไม่ได้โง่ดังที่ใครๆ พูดวันนี้เขาเห็นด้วยตาแล้วแค่คำพูดไม่กี่คำก็เดาทางออกทั้งหมด แต่ท่านแม่ทัพไม่ได้บอกว่าห้ามดูแลหรือช่วยเหลือ เช่นนั้นเมื่อถูกจับได้เขาก็คล้ายเป็คนข้างกายคุณหนูไปแล้วไว้ไปรายงานท่านแม่ทัพอีกทีแล้วกัน
"ขอรับเป็เช่นคุณหนูกล่าวมา ตะ แต่ถ้าคุณณหนูมีอะไรให้ข้ารับใช้ก็สามารถบอกข้าได้นะขอรับข้าสามารถไปรายงานท่านแม่ทัพให้คุณหนูได้"
"หือ เช่นนั้นหรือ ถ้างั้นเ้า..."
"คุณหนูสาม ข้าน้อยหวังตงขออนุญาตเข้าไปนะขอรับ"
เสียงพ่อบ้านดังขึ้นมาหน้าประตู นางที่กำลังจะฝากคำพูดไปบอกเขาผู้นั้นก็จำเป็ต้องหยุดเอาไว้ก่อนก่อนที่จะหันกายเดินไปทางพ่อบ้านแทน ซีซวนเห็นเช่นนั้นก็เดินตามไปห่างๆ
"มีอะไรหรือท่านพ่อบ้าน"
หวังตงจากที่เรียกคุณหนูสามก็ยืนรอและสำรวจบริเวณโดยรอบอย่างละเอียดแต่ก่อนที่นี่ไม่ร่มรื่นเช่นนี้เกิดอะไรขึ้นหรือคุณหนูสามเป็คนทำ เขาสงสัยเงียบๆ พอได้ยินเสียงก็เลยหน้าขึ้นทันทีก่อนจะตกตะลึง คุณหนูสามที่คิดว่าจะต้องมีสภาพที่ลำบากกลับมีสภาพที่ดูปกติเป็อย่างมากถึงจะดูผอมไปหน่อยแต่ยังคงงดงามกว่าแต่ก่อนมากโข
"นายท่านได้ยกเลิกคำสั่งกักบริเวณคุณหนูแล้วขอรับจากนี้คุณหนูสามารถออกจากจวนนี้ได้แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้ไปยังเรือนหน้าขอรับนอกจากจะมีเหตุสำคัญที่คุณหนูต้องไปร่วมด้วย"
นางฟังที่พ่อบ้านบอกด้วยสีหน้าเรียบเฉยไม่มีคำถามเพียงพยักหน้ารับรู้แล้วเดินหันหลังกลับทันที
"ข้ารู้แล้ว เ้ากลับไปเถอะ"
"ขอรับ"
หวังตงทำความเคารพก่อนจะหันกายเดินจากไป จากนั้นก็ไม่มียามเฝ้าหน้าประตูอีกทั้งแม่กุญแจ และโซ่เส้นใหญ่ก็ถูกถอดออกไป ไม่ให้นางไปเรือนหน้า หึ เวลานางเข้าออกจวนต้องอ้อมไปออกเรือนข้างแทนช่างดีจริงๆนางต้องเดินไกลขึ้นอีกสองเค่อถึงจะถึงประตูข้าง เพราะนางเป็ลูกอนุสินะ ช่างเถอะรอข้าร่ำรวยข้าจะเชิ่ดหน้าจากไปแบบไม่เหลียวหลังให้ดูเ้าพวกคนไร้หัวใจ
ซีซวนเห็นคุณหนูเดินกลับมาด้วยสีหน้าเรียบเฉยเ็าก็คิดว่าจะต้องมีเื่อะไรแน่นอน และเขาก็สงสัยถึงสิ่งมีชีวิตที่กัดเขาไม่หายว่ามันคือตัวอะไรกันแน่ แต่เขาก็ไม่กล้าถามเื่ส่วนตัวได้แต่ยืนเงียบๆ เมื่อนางเดินมานั่งโต๊ะก็นึกได้ว่ามีคนคนหนึ่งอยู่ด้วยนางหันไปมองอย่างชั่งใจในเมื่อเขาสามารถไปแจ้งเขาผู้นั้นได้นางก็จะฝากเขาไปบอกแล้วกัน เขาผู้นั้นรักหน้าตาเป็อย่างยิ่งจะต้องช่วยให้นางสะดวกสบายขึ้นได้ไม่มากก็น้อยอย่างแน่นอน
"ข้าจะฝากคำพูดให้เ้าไปรายงานสักสองสามคำ ถ้าไม่นำอาหารดีดีมาให้ข้า ข้าก็จะออกไปซื้อข้างนอกแล้วให้พวกร้านค้ามาเก็บเงินที่เรือนหน้าแล้วกัน และเงินที่ข้าควรได้ด้วยพอดีไม่รู้ใครขโมยไปบางทีข้าอาจจะออกไปยืมใครมาใช้ก่อนแล้วให้มาทวงที่เรือนหน้า ด้วยก็ได้"
ซีซวนนั่งคุกเข่านิ่งๆ นี่หรือ สองสามคำของคุณหนู ท่านช่าง เฮ่อ แต่ก่อนไม่เคยเห็นคุณหนูพูดเก่งเช่นนี้ครานี้เพราะได้รับความกระทบกระเทือนจิตใจอย่างรุนแรงกระมังถึงได้เปลี่ยนไปขนาดนี้ เขามองหน้าคุณหนูที่ไม่มีสีหน้าไดได สักครู่ก่อนจะรับปากและเดินจากไป หนิงเหมยนั่งพ่นลมหายใจอย่างเบื่อหน่ายอยากทรมานนางนางก็จะส่งคืนให้ ให้หายแสบหายคันแล้วกันคิดว่าจะทำให้นางคลุ้มคลั่งหรือกะอีแค่อาหารเน่าๆ เงินที่ไม่เคยถึงมือสักอิแปะชิ! น่ารำคาญจริงๆ
ซีซวนหลังจากเดินกลับมาถึงก็รีบแจ้งว่ามีเื่จะรายงานทันที ลู่เสียนิรู้ก็ให้เข้ามารายงานที่ศาลาด้านนอกแทน ซีซวนเดินเข้าไปแล้วทำความเคารพก่อนจะรายงานทุกอย่างให้ท่านแม่ทัพทราบไม่ตกหล่น
"อะไรนะ อาหารและเงินเช่นนั้นหรือ นี่ข้ายกเลิกบทลงโทษแต่นางกลับกล้าฝากเ้ามาขู่ข้า"
"เอ่อ.. ท่านแม่ทัพขอรับแต่ระหว่างที่ข้าเฝ้าดูคุณหนูสามก็ได้แต่อาหารที่คล้ายเศษเหลือเน่าๆเท่านั้นจริงๆนะขอรับและไม่เคยเห็นใครนำเงินที่คุณหนูสามควรจะได้เนื่องจากเป็บุตรของท่านมาให้คุณหนูจริงๆเลยขอรับ"
ซีซวนรีบรายงานตามความจริงก่อนที่นายท่านจะเข้าใจผิด
"ข้าไม่เคยมีคำสั่งแบบนี้ออกไปใครมันกล้าทำเกินหน้าที่ถ้ารู้ออกไปด้านนอกผู้คนจะมองข้าเช่นไร ไปตามแม่ครัวมา"
เขาคิดอย่างอารมณ์เสียลงโทษนางไม่สนใจนางนั่นเพราะเขาเป็คนสั่งแต่ทรมานนางเช่นนี้เขาไม่เคยสั่งการไดได ถึงจะเกลียดชังเช่นใรผู้คนก็รับรู้ว่านางคือบุตรสาวคนที่สามของเขาแล้วเกิดเื่ แบบนี้ผู้คนรู้จะไม่ว่าร้ายว่าเขาอำมหิตคิดกำจัดทั้งแม่ทั้งลูกหรอกรึ ลู่เสียนินั่งทำหน้าดำอยู่ในศาลาหวังตงรีบไปนำแม่ครัวและคนใช้ในครัวมาตามคำสั่งทันที เมื่อทุกคนมาถึงก็เห็นท่านแม่ทัพอารมณ์เสียนั่งรออยู่ในศาลาแล้วต่างคนต่างหวาดกลัวว่าทำอะไรผิดอีกหนอ
"ใครเป็คนคอยส่งอาหารไปยังเรือนท้ายจวน" ท่านแม่ทัพเอ่ยถามเสียงเข้ม
สาวใช้นามว่าจูหลัน สะดุ้งก่อนจะค่อยๆยกมือเอ่ยเสียงเบา
"ข้าเ้าค่ะ"
"เ้ารึ ใครเป็คนสั่งให้นำเศษอาหารเน่าไปให้ลู่หนิงเหมย" เขาถามเสียงดังก็ว่าเดิม
จูหลันใก่อนจะนิ่งอึ้งนางจะบอกอย่างไรว่าทั้งฮูหยินและคุณหนูใหญ่ คุณหนูรองต่างกำชับลงมานางตัวสั่นนิ่งเงียบไม่เอ่ยอะไรออกมา
"บอกมา"
ทุกคนต่างก้มหน้างุดหวาดกลัวกับโทสะของท่านแม่ทัพกันหมด เสี่ยวจางแม่นมของฮูหยินเห็นว่าท่านแม่ทัพรู้เื่จึงรีบกลับไปบอกฮูหยินทันที
"เ้าจะบอกหรือไม่ น้ำหน้าอย่างเ้าจะใจกล้าขนาดนี้เชียวรึ จวนข้าไม่เลี้ยงข้ารับใช้ที่ไม่รู้ที่ต่ำ!ที่สูงเช่นนี้"
จูหลันก้มหน้าตัวสั่นกว่าเดิมบอกไปก็ตายไม่บอกก็อาจตายได้ ทุกทีไม่เคยเห็นท่านแม่ทัพจะใส่ใจคุณหนูสามทำไมวันนี้ถึงมาใส่ใจได้กันเล่า
"มีอะไรหรือเ้าค่ะท่านพี่"
ชิงหนี่เดินเข้ามาเห็นว่าสามีตนเองกำลังโกรธก็รีบเอ่ยถามพลางเดินเข้าไปนั่งข้างๆ ลูบมือเพื่อให้เขาใจเย็นลง ลู่เสียนิเห็นเช่นนี้ก็เล่าให้ภรรยาฟังอย่างละเอียดพลางถามว่านางรู้เห็นด้วยหรือไม่ ชิงหนี่สะอึกเงียบไปสักพักก่อนจะหาเหตุผลให้เื่นี้ไม่บานปลาย
"ข้าไม่รู้เ้าค่ะถ้ารู้คงไม่ให้เกิดเหตุเช่นนี้แน่นอน แต่ก่อนลูกสามร้ายกาจไม่เบาทำร้ายตบตีสาวใช้ไปก็ไม่น้อยแต่ก็ไม่อาจจะเอามาเป็ข้ออ้างเพื่อทำแบบนี้กับลูกสามข้าไม่คิดว่าสาวใช้คนนี้จะแค้นลูกสามขนาดนี้นะเ้าค่ะ"
จูหลันกลืนก้อนสะอื้นลงคอสุดท้ายฮูหยินก็ทิ้งนาง แต่ด้วยได้เงินฮูหยินจึงทำให้ครอบครัวไม่ลำบากนางจึงทำใจรับโทษ
"ข้าผิดไปแล้วเ้าค่ะขอท่านแม่ทัพลงโทษ เพราะบ่าวถูกคุณหนูสามทำร้ายมานานจึงผูกใจเจ็บขอท่านแม่ทัพลงโทษด้วยเ้าค่ะ"
ลู่เสียนิมองสาวใช้คนนั้นนิ่ง ก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาอย่างแรงและหันมองหน้าภรรยาตนเองด้วยสายตาสับสนก่อนจะเอ่ยเื่เงินที่ลู่หนิงเหมยสมควรได้รับ ชิงหนี่สะอึกอีกรอบวันนี้มันวันอะไรทำไมท่านพี่ถึงรู้เื่พวกนี้ได้นางยิ้มอ่อน
"ข้าเก็บไว้ให้เองเ้าค่ะเพราะแต่ก่อนลูกสามชอบออกไปข้างนอกใช้จ่ายฟุ้มเฟือยจึงได้จัดการตรงส่วนนี้ให้เ้าค่ะ"
"เช่นนั้นก็คืนให้นางไปเสีย และอาหารการกินก็ควรทำตามกฏ อย่าได้ริอาจทำเกินหน้าที่เข้าใจหรือไม่"
"เ้าค่ะ"
ทุกคนตอบรับอย่างพร้อมเพรียงก่อนที่ท่านแม่ทัพจะสั่งลงโทษจูหลันโบย 15 ไม้พร้อมสั่งให้ไปทำหน้าที่ซักล้างแทน จูหลันน้อมรับด้วยน้ำตา ชิงหนี่นั่งมองนางจนลับสายตาก่อนจะพยายามสงบจิตสงบใจที่แทบะเิออกมาของตนเอง เมื่อท่านพี่จากไป นางก็สั่งให้แยกย้ายทันที
"หมดเื่แล้ว มีอะไรก็ไปทำกันซะ"
"เ้าค่ะ"
ชิงหนี่เดินมาจนถึงเรือนตนเองก่อนจะเข้าไปด้านในห้องพอนั่งลงไม่ทันหายใจก็หยิบแจกันทุ่มลงพื้นทันทีด้วยอารมณ์โกรธเกรี้ยว
"เพล้ง! ว้ายฮูหยินเ้าค่ะทำอะไรเ้าค่ะระวังมือตนเองจะาเ็เอาได้นะเ้าค่ะ"
เสี่ยวจางรีบพุ่งเข้าไปดูมือนายของตนเองทันทีด้วยความเป็ห่วง
" หึ ใคร ใครหน้าไหนเอาเื่นี้ไปบอกท่านพี่กันข้าจะให้นางอยู่อย่างทรมานแต่ท่านพี่กลับรู้เื่ได้อย่างไร"
"ข้าก็ไม่ทราบเ้าค่ะ แต่ว่าฮูหยินท่านจะคืนเงินนังเด็กนั่นจริงๆหรือเ้าค่ะ"
"ถ้าข้าไม่คืนท่านพี่ได้มองข้าแปลกไปกว่านี้แน่วันนี้เขาก็ชักสีหน้าใส่ข้า แม่นมไม่เห็นหรือ ข้าดูแลจวนอย่างดีไม่เคยมีเื่แบบนี้ให้ท่านพี่รับรู้วันนี้ดันความแตกซะได้ ท่านพี่รักหน้าตาตระกูลยิ่งกว่าอะไรเ้าไม่รู้รึไง"
" เอ่อ..เ้าค่ะ"
"เดี๋ยวให้สาวใช้ด้านนอกเอาไปให้นางแล้วกัน หึ อย่าให้ข้ารู้นะว่
าใครที่บอกท่านพี่ข้าไม่เอาไว้แน่ "
เสี่ยวจางรีบนำน้ำมันหอมให้ฮูหยินดมเพื่อผ่อนคลายทันที เรือนหน้าวุ่นวายอึมครึมเรือนท้ายจวนกลับเงียบสงบสบายใจอย่างที่สุด หนิงเหมยไม่รู้ว่าคลื่นที่นางก่อจะกำจัดแมลงน่ารำคาญไปได้หนึ่งตัวถ้ารู้นางก็จะดีไม่น้อยเลยทีเดียว