สภาพของไทเทพย่ำแย่ไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว นับเป็ปาฏิหาริย์อย่างหนึ่งเลยก็ว่าได้ที่เขายังมีลมหายใจอยู่
เมื่อสำรวจตัวเองคร่าวๆ เสร็จ ไทเทพก็เริ่มซีด ดูเหมือนอวัยวะภายในจะาเ็เหมือนกัน อาการบอบช้ำส่งผลให้รู้สึกอึดอัดเวลาหายใจเข้าลึกๆ แต่ทั้งหมดนี้ต้องกลายเป็เื่รอง เพราะความหิวทำเอาชายหนุ่มไร้เรี่ยวแรงลงไปอย่างรวดเร็วกะทันหัน
หลังจากพักรวบรวมสติจนััต่างๆ กลับมาชัดเจน เขายังไม่ทันลืมตาให้กว้างก็โดนบางสิ่งกระตุ้น
กลิ่นหอมเย้ายวนลอยอ้อยอิ่งมาแตะจมูก ความรู้สึกที่อ่อนเพลียและไม่อยากขยับลุกไปไหนถูกลบหายไปทันที สองตาของไทเทพเบิกโพลง ลืมความเ็ปทั่วร่างไปชั่วเสี้ยวขณะเพียงเพื่อจะดันร่างท่อนบนของตัวเองขึ้นมาอยู่ในท่านั่ง ตอนนี้มีแสงส่องทะลุแมกไม้ลงมาไม่มากนัก แต่ก็มากพอให้เขามองเห็นต้นเหตุที่เป็ตัวกระจายกลิ่นแล้ว
“โครกคราก”
ความกระหายอยากอันบ้าคลั่งบีบคั้นจนท้องส่งเสียง ไทเทพซี๊ดปากไปพร้อม ๆ กับที่น้ำย่อยในกระเพาะทำงาน
กระนั้นเวลาก็ผ่านไปเกือบห้านาทีแล้ว แต่ไทเทพยังคงลังเลไม่กล้าคลานเข้าไปคว้าสิ่งนั้นมากัดกิน เป็เพราะแถบนี้เกิดเื่วิปริตอาเพศ บางทีกลิ่นหอมที่สามารถทำคนเคลิ้มฝันนั้นอาจจะพยายามล่อลวงเขาอยู่ก็ได้
ถึงแบบนั้นแล้ว ไทเทพกลับเผยใบหน้าหดหู่สิ้นหวัง จากนั้นเปลี่ยนมาหัวเราะเยาะชีวิตของตัวเอง
สถานการณ์นี้ของเขาอยู่ในจุดที่ไม่มีทางเลือก ไทเทพตกลงมาก้นหลุม ข้างบนปากหลุมยังโดนเศษหินเศษไม้ปิดทับไว้จนแทบจะไร้หนทางกลับออกไป ทำให้นอกจากเ้าสิ่งที่มีกลิ่นหอมแผ่ฟุ้งออกมาเบื้องหน้านั่นแล้ว ไทเทพก็ไม่มีโอกาสอื่นใดอีกที่จะใช้ยื้อชีวิตต่อไปได้
ขุดหาไส้เดือนหรือหนอนแมลงขึ้นมากินประทังชีวิต?
ไทเทพปัดความคิดชวนคลื่นไส้เ่าั้ทิ้งในพริบตา ชั่วชีวิตนี้ของเขาไม่เคยต้องตกยากอะไรขนาดนั้นมาก่อน
คิดแล้วคิดอีกมันคงไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่านี้ ต่อให้ตายจริง ๆ ก็ถือซะว่าหมดเวรหมดกรรมกันไป!
ไทเทพไม่สามารถอดทนอดกลั้นต่อสิ่งเร้าได้อีก ความกระหายมีแต่จะยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
ระหว่างที่พยายามตะเกียกตะกาย สายตาของไทเทพก็จดจ้องอยู่กับสิ่งที่ดูเหมือน ‘ผอบ’ ด้วยแรงปรารถนาซึ่งค่อยๆ แผ่ซ่าน ท่ามกลางฝุ่นผงดินทรายคละคลุ้ง แต่ผอบที่สะท้อนประกายราวกับเพชรนั่นไม่แปดเปื้อนเลยสักนิด ใต้ผอบถูกรองด้วยกลีบดอกไม้ประหลาดเป็แฉกราวกับกงจักรและยังใสประหนึ่งแก้ว
‘ดูยังไงมันก็ไม่ใช่ของกินเลยว่ะ แต่ทำไมถึงได้หอมเหมือนอาหารแบบนี้’ ชายหนุ่มคิดในใจเรื่อยเปื่อยจนไม่รู้สึกเลยว่ายิ่งเข้าใกล้สติก็ยิ่งเลือนราง ไม่สนใจหลักเหตุผลใด ๆ อีกต่อไป เหลือแต่เพียงความตั้งใจที่จะเขมือบเ้าสิ่งนั้นลงท้อง
ขณะเดียวกัน ด้านนอกหลุม
สัตว์ประเภทนกตัวสูงใหญ่เกือบห้าเมตรกำลังพุ่งแหวกอากาศตรงมา มันดูเหมือนอีกาจริง ๆ ถ้าไม่ใช่เพราะขนาดตัวกับการที่มันมีถึงสองหัวสี่ปีก ดวงตาสีแดงก่ำ สร้างความสยองขวัญให้ทุกชีวิตที่บังเอิญพบเห็นได้ไม่ยากเลย บริเวณปีกยังมีแผลสดใหม่ ๆ อยู่ด้วย จึงมีหยาดเืสาดไปทั่วฟ้าทุกครั้งที่มันสะบัดปีก
สัตว์ร้ายจำนวนมากที่แอบซุ่มอยู่ภายในพุ่มไม้มาหลายวันหรือใต้บึงน้ำใกล้ๆ ยังต้องผวาสั่น แค่ได้ยินเสียงอีกาปีศาจกรีดร้อง เสียงกระพือปีกหนัก ๆ กระแทกจิตใจพวกมันจนอยากจะถอนตัวออกไปจากที่นี่
แต่กลิ่นหอมที่ฟุ้งขึ้นมาจากภายในหลุมช่างวิเศษ กระทั่งความตายคืบคลานมาใกล้ยังไม่ทำให้สัตว์ร้ายตัวไหนตัดใจไปจากมันได้ลง
ยิ่งวันนี้ สิ่งที่ถูกเก็บรักษาเอาไว้ในผอบคล้ายสุกงอมเต็มที่ กลิ่นของมันจึงยิ่งทรงอำนาจถึงขั้นชักจูงสิ่งมีชีวิตทั้งหมดให้คลุ้มคลั่งได้
จนตอนนี้ยังไม่มีสัตว์ร้ายตัวใดรับรู้เลยว่า ใต้หลุมยังมีมนุษย์ที่ใกล้ตายอยู่ด้วย พวกมันเฝ้าระวังกันเองอย่างหน้ามืดตามัว ไม่ทันสังเกตเห็นพลังชีวิตอ่อนแอที่กำลังพลุ่งพล่าน แต่ย่อมไม่ใช่กับอีกาปีศาจที่โผบินเข้ามาอย่างดุร้าย
ััของนกั์เฉียบคมเกินจะหยั่งวัด เพราะความจริงแล้วมันสะดุ้งตื่นตัวมาั้แ่จับได้ว่าปรากฏคลื่นพลังชีวิตแ่เบาหลบซ่อนอยู่ภายในหลุมกับอาหารทิพย์
สิ่งที่มันเฝ้าหมายตา รอคอยวันที่เมล็ดพันธุ์สุกงอมอยู่ทุกลมหายใจเข้าออก กำลังจะโดนฉกฉวยไปทั้งแบบนี้หน้าตาเฉยได้อย่างไร?
อีกาปีศาจค่อยมานึกเสียใจเอาตอนนี้
มันเลือกหลบออกไปเฝ้ารออยู่ที่ไกลก็เพื่อปล่อยให้กลิ่นหอมจากอาหารทิพย์ล่อลวงสิ่งมีชีวิตอื่นเข้ามาใกล้ โดยไม่ต้องหวาดกลัวการคงอยู่ของมันจนรีบหนีหายไปหมดเสียก่อน ความตั้งใจเหล่านี้ก็เพื่อที่จะกินรวบในคราวเดียว ความตะกละของอีกาปีศาจกลับกลายเป็ช่องโหว่ที่จะทำให้สิ่งสำคัญมากที่สุดสำหรับมันถูกแย่งชิงไปแล้ว
ระหว่างที่้ากำลังปั่นป่วนเพราะการมาถึงของอีกาปีศาจ ไทเทพก็คว้าจับลงที่ผอบไว้ได้อย่างทุลักทุเล
“ของกินอยู่ข้างในงั้นเหรอ” ไทเทพเพิ่งสังเกตเห็นว่าแท้จริงแล้วมันคือกล่อง สิ่งที่กระตุ้นเขาจริง ๆ นั้นอยู่ภายในต่างหาก จึงไม่รอช้า แง้มเปิดผอบออกกว้างด้วยความกระหายที่ไม่อาจทนหิวได้อีกแม่แต่วินาทีเดียว
ชั่วขณะที่ผอบถูกเปิด กลิ่นหอมก็ทะลักทลายราวเขื่อนแตก สร้างความตื่นตระหนกให้เหล่าสัตว์ร้าย้าอย่างรุนแรง หัวใจของพวกมันคล้ายแตกสลาย สติหลุดคลุ้มคลั่ง พากันโถมพุ่งออกมาจากที่ซ่อนแบบไม่กลัวตาย
กระนั้นผู้ที่ลงมือรวดเร็วกว่าย่อมประสบผลสำเร็จก่อน!
ไทเทพไม่เหลือสติให้สงสัยอะไรอีกแล้ว แม้สิ่งที่อยู่ภายในผอบจะเป็เพียงแค่ ‘ไข่มุกสีขาว’ ซึ่งทอประกายระยิบระยับไม่ต่างกับเพชรก็ตาม เขาหยิบมันขึ้นมากลืนลงไปทั้งที่ไม่รู้สึกตัวเลยด้วยซ้ำ
จากนั้นไทเทพยังฉีกทำลายกลีบดอกไม้และตัวผอบเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย กลายเป็คนเสียสติไปแล้วโดยแท้จริง และจัดการคว้าทุกอย่างใส่ปากกลืนลงท้องไปทั้งหมด
“อร่อยเกินไปแล้ว!”
ไทเทพรู้ตัวอีกครั้งก็เมื่อทุกอย่างสิ้นสุด รสอันโอชะยังติดตรึงหอมกรุ่นอยู่ในปาก ลำคอ และความรู้สึกที่ท้องอิ่มหนำแผ่ซ่านกระแสอบอุ่นไปทั่วร่างกายนี้เอง จึงกระตุ้นให้เขาเปล่งเสียงออกมา
โครม!!!
แต่ชั่วพริบตาเดียวกันนั้น อีกาปีศาจก็ถลาร่อนลงกระแทกใส่หลุมทั้งตัว กรงเล็บคว้านไปทั่วพื้นที่ด้วยเจตนาสังหารทุกสิ่ง ไม่อาจละเว้นแม้หนอนแมลง ก้อนหินดินทรายแตกทลายเป็ริ้ว ๆ พร้อมกับร่างของไทเทพที่ถูกกระชากอย่างโเี้จนขาดกระจาย เืสาดเปื้อนไปทั่วหลุม
ไทเทพสับสันมาก เพราะดันมองเห็นแขน ขา และส่วนลำตัวของเขาเองแยกกันอยู่คนละที่ จากนั้นยังโดนก้อนหินซากไม้ร่วงทับถมหายไปหมดสิ้น
เมื่อสองตาที่ใกล้จะไร้ประกายแห่งชีวิตสะท้อนภาพของอีกาปีศาจ ไทเทพก็ขวัญกระเจิงหวาดผวาสุดขีด แต่ทำอย่างไรก็ไม่สามารถขยับร่างกายหนีออกห่างจากมันได้ มีเพียงเสียงร้องแหบแห้งที่น่าสังเวช
ท่ามกลางวิกฤตของชีวิต แสงสว่างริบหรี่พลันมาในรูปแบบของเสียงประหลาดพิกลนั้นเอง
“ท่านได้รับพลังเอกลักษณ์ และ 1แต้มสกิล”
ราวกับเวลาได้หยุดนิ่งลง กระทั่งอีกาปีศาจที่แข็งแกร่งสะท้านโลกยังถูกอำนาจลี้ลับนี้ครอบไว้อย่างเด็ดขาด
“ด้วยสถานการณ์เป็ตาย ทางระบบขอถืออำนาจเลือกใช้หนึ่งแต้มสกิลของท่านกับสกิล‘วาตะนิรันดร์’…ยินดีด้วย ท่านเรียนรู้สกิลติดตัว [วาตะนิรันดร์] สำเร็จแล้ว ขอให้สันติภาพคงอยู่กับท่าน”
ห้วงเวลาที่ประกายชีวิตจะดับสูญ ไทเทพไม่เหลือสตินึกคิดให้ทำความเข้าใจกับเหตุการณ์เหล่านี้ได้เลย
ทุกอย่างกลับคืนสภาพ การทำลายล้างของอีกาปีศาจดำเนินต่อไป นั่นรวมถึงการเสียชีวิตอย่างกะทันหันของชายหนุ่มผู้เคราะห์ร้ายคนนี้ด้วย
อีกาปีศาจใช้จะงอยปากที่แหลมคมดุจเหล็ก จิกทึ้งเนื้อหนังของสิ่งมีชีวิตเล็กจ้อยซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อระบายโทสะ หัวใจของมันเ็ปรวดร้าว ดวงตาที่แดงก่ำพลันมีหยาดเืรินไหล มันกรีดร้องคำรามจนอากาศสั่นะเื จากนั้นเริ่มหันไปไล่กินสิงสาราสัตว์รอบ ๆสถานที่แห่งนี้อย่างคลุ้มคลั่ง
หายนะสัตว์ปีศาจคงอยู่นานเกือบครึ่งชั่วโมง เมื่อไม่หลงเหลือสิ่งใดให้มันทำลายล้างอีกจึงค่อยโผบินหายลับไปบนฟ้า
สภาพของจุดเกิดเหตุย่อยยับสุดประมาณ แต่ยังสามารถพบเห็นชิ้นส่วนมนุษย์ที่เหวอะหวะหลุดกระจายอยู่ทั่วบริเวณได้ชัดเจน ส่วนรอบด้านก็เต็มไปด้วยซากของสัตว์ร้ายกองพะเนิน เืเจิ่งนอง เปลี่ยนพื้นที่นี้ให้เป็แม่น้ำสายธารย่อม ๆ
ความเงียบวังเวงยิ่งชวนให้ขนหัวลุก สายลมพัดหวีดหวิวหอบเอากลิ่นเหม็นเน่าของศพนับร้อยไปด้วย
แต่สิ่งที่หักล้างกฎของโลกได้บังเกิด หลังจากสายลมพัดพลิ้วผ่านซากของไทเทพ ก็พลันส่งให้ทั้งหมดนั้นค่อย ๆคืนสภาพเข้าหากัน าแและความเ็ป ทั้งหมดทั้งมวลล้วนถูกเยียวยารักษา ทุกส่วนประกอบของร่างกาย ทุกอวัยวะต่อสมานราวกับไม่เคยประสบเหตุร้ายใด ๆมาก่อน
แม้แต่รอยข่วนเล็กน้อยยังไม่มี!
“เฮือก”
ไทเทพสะดุ้งตื่นขึ้นมาท่ามกลางแม่น้ำเื แววตาที่ว่างเปล่าเริ่มส่องประกายแห่งชีวิตอย่างเปี่ยมล้นยิ่งกว่า่28 ปีทั้งหมดของเขารวมกันเสียอีก
“ฉันฝันร้าย? แต่มันไม่สมจริงเกินไปหน่อยเหรอ…”
ไทเทพยกฝ่ามือขึ้นลูบใบหน้า ทำให้ััเหนียวหนืดของเืช่วยสะกิดเรียกสติเขาขึ้นมาจนครบถ้วนสมบูรณ์
เมื่อมองดูมือของตัวเองและกวาดตาสำรวจไปรอบๆ ครู่หนึ่ง ความรู้สึกหนาวเหน็บก็แล่นวาบ ความทรงจำอันเลวร้าย ประสบการณ์ที่ต้องพบเห็นชิ้นส่วนร่างกายของตัวเองขาดกระจุยเริ่มถาโถมกลับมา
ชัดเจนราวกับฉายภาพย้อน
ตอนนี้เสื้อผ้าของชายหนุ่มหลุดวิ่นไม่เป็ชิ้นเป็อัน แต่ใครจะสน เขาได้แต่ตื่นตระหนกและรีบกึ่งคลานกึ่งวิ่ง หลบหนีเข้าไปในป่าเพื่อหวังจะใช้ความรกครึ้มช่วยปกป้องชีวิตตัวเองจากสายตาของอีกาปีศาจ
แม้สติแตก ไทเทพยังรู้จักคิดหน้าคิดหลัง ถึงร่างกายจะสั่นเทาดูอ่อนแอไม่ต่างอะไรกับทารกแรกคลอด เขายังคงลากร่างกึ่งเปลือยของตัวเองเข้าไปหาที่หลบสักที่ก่อน