ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    เล่มที่ 3 บทที่ 63 คนผู้นี้รู้จักรับส่งบทกับนางเสียจริงๆ

            หลินเสวี่ยจู๋แอบมองหยวนซิว

            การที่นางพูดตรงไปตรงมาเช่นนี้คงจะทำให้เขาเสียศักดิ์ศรีความเป็นชายกระมัง? ถึงต้องพูดจาแดกดันเพื่อทดสอบนาง

            เฮอะๆเช่นนั้นก็ลองดูสิว่านางจะรับมืออย่างไร

            หลินเสวี่ยจู๋กอดแขนหยวนซิวใบหน้าประดับไปด้วยรอยยิ้มหวานละมุน ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงไร้เดียงสา “สามีท่านมาช่วยข้าใช่หรือไม่เจ้าคะ?”

            หยวนซิวไม่ทันตั้งตัวที่นางเข้ามาใกล้อย่างกะทันหันจึงขยับตัวหลบไปด้านข้างโดยไม่รู้ตัว แม้ว่าใบหน้าจะแสดงออกว่ารังเกียจ แต่สีแดงกลับลามจากใบหน้าไปถึงลำคอ

            หลินเสวี่ยจู๋ไม่ถอยกลับรุกคืบเข้าไปอีก“สามีไม่พูด ข้าจะถือว่าท่านยอมรับแล้วนะ”

            “หลินเสวี่ยจู๋เจ้าทำตัวให้มันปกติหน่อยจะได้หรือไม่?” หยวนซิวขบฟันเอ่ย

            หลินเสวี่ยจู๋เงยหน้ามองท้องฟ้าด้วยท่าทางของเด็กสาวที่กำลังมีความรักจากนั้นก็เอ่ยออกมาด้วยท่าทีสบายๆ “สามีรักข้ามากเกินไป จะทำอย่างไรดี?ถึงขั้นลากขาที่บาดเจ็บ ไม่ยอมให้คนแบกมา ดั้นด้นมาปกป้องข้าด้วยตนเองข้าซาบซึ้งใจยิ่งนัก ปรารถนาที่จะถวายตัว…”

            “เลิกแสดงได้แล้ว”หยวนซิวมีสีหน้าทนไม่ไหวแล้วพูดอย่างจริงจัง “แสดงเท่าไรก็ไม่เหมือน”

            ไอ๊หยา! หลินเสวี่ยจู๋ทนไม่ได้ที่มีคนมาสงสัยในฝีมือการแสดงของนางจึงเถียงกลับอย่างไม่ยอมแพ้ “ตรงไหนที่ไม่เหมือนเจ้าคะ?”

            “นิสัย”หยวนซิวตอบอย่างจริงจัง

            สตรีที่เขาแต่งเข้าจวนแม้จะนั่งนิ่งๆ ก็ยังทำให้ผู้คนรังเกียจได้ ส่วนสตรีผู้นี้บางครั้งที่ทำตัวจริงจังก็ดูน่ารักดี

            เมื่อเกิดความคิดเช่นนี้หยวนซิวก็กระแอมไอออกมาทันที

            เขาผิดปกติหรือไม่?เหตุใดถึงรู้สึกว่าสตรีที่เต็มไปด้วยคำโกหกคนนี้น่ารักได้?

            หลินเสวี่ยจู๋ไม่สังเกตเห็นความว้าวุ่นใจภายใต้ท่าทางที่สงบนิ่งของหยวนซิวเมื่อเห็นเขานิ่งเงียบและขมวดคิ้วเล็กน้อย นางก็คิดว่าวันนี้ตนเองล้อเล่นมากพอแล้วหากยังล้อเล่นต่อไปอีก เกรงว่าค่าความชั่วร้ายของพระเอกคงจะพุ่งสูงขึ้นแน่

            ดังนั้นนางจึงเปลี่ยนไปพูดเรื่องจริงจัง“ฮ่องเต้สุนัขส่งท่านไปชายแดนเหนือก็เพื่ออยากจะเห็นท่านต้องทนทุกข์ทรมานและเผชิญกับความอัปยศอดสูในดินแดนที่เคยเจริญรุ่งเรืองเรียกได้ว่าฆ่าคนไม่เท่าทำลายจิตใจ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ท่านคิดใช่หรือไม่?”

            คำถามที่เกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัวของนางทำให้ความคิดของหยวนซิวถูกดึงกลับมาจากความสับสนวุ่นวาย

            ดวงตาของเขาลุ่มลึกก่อนจะเอ่ยอย่างเย้ยหยัน “การสร้างชายแดนเหนือขึ้นมาใหม่เองกับมือเกรงว่าคงจะเป็นการลงโทษที่เบาที่สุดของข้าแล้ว”

            หลินเสวี่ยจู๋อดไม่ได้ที่จะชื่นชมทัศนคติของพระเอก

            จะเห็นได้ว่าไม่ว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้ายเพียงใดขอเพียงแค่เปลี่ยนมุมมองในการพิจารณา ปัญหาก็จะคลี่คลายทันที

            “ท่านไม่รู้สึกกดดันเลยหรือ?” หลินเสวี่ยจู๋ถาม

            หยวนซิวยิ้มเยาะ“คนที่ควรกดดันเกรงว่าจะเป็นเสด็จพี่ของข้ามากกว่ากระมัง”

            หลินเสวี่ยจู๋รู้สึกว่าคำกล่าวนี้มีเหตุผลตราบใดที่หยวนซิวยังไม่ตาย บัลลังก์ของฮ่องเต้สุนัขก็จะไม่สงบสุขสักวัน

            สุภาษิตที่ว่าวิญญูชนมักมีจิตใจกว้างขวางส่วนคนที่จิตใจแคบมักคิดเล็กคิดน้อยคงหมายถึงสองพี่น้องคู่นี้แล้ว

            ยิ่งไปกว่านั้นยังมีนางที่เป็นคนนอกเข้ามาแทรกแซงเนื้อเรื่องอีก

            เมื่อฮ่องเต้สุนัขรู้ว่าเหมืองเหล็กและค่ายสรรพาวุธที่เขาอุตส่าห์ปกปิดเอาไว้ถูกปล้นจนเกลี้ยง เกรงว่าจะต้องโมโหจนคลั่งเป็นแน่!

            เมื่อคิดถึงภาพนั้นหลินเสวี่ยจู๋ก็รู้สึกสะใจ แต่สะใจไปก็เท่านั้น นางมองดูท้องฟ้าแล้วมองไปที่หยวนซิวที่ใช้แท่งไม้ไผ่ค้ำยันเดินไปข้างหน้าทีละก้าวก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเป็นห่วงเล็กน้อย

            เช่นนี้แล้วเมื่อไหร่จะถึงค่ายพักแรมเล่า?

            ไม่รู้จริงๆว่าหยวนซิวตามนางมาตลอดทางได้อย่างไร

            “สามีให้ข้าแบกท่านดีหรือไม่?”หลินเสวี่ยจู๋กัดฟันเอ่ย ตัดสินใจอย่างแน่วแน่

            หยวนซิวรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดของนางแต่พอนึกถึงว่าสตรีผู้นี้ล่าสัตว์ได้ ทั้งยังช่วยเหลือเหล่าคนงานจำนวนมากเพียงลำพังคาดว่าการแบกคนคงจะไม่ใช่เรื่องยากอะไร ดังนั้นเขาจึงพยักหน้าตกลง

            หลินเสวี่ยจู๋คิด‘ท่านไม่รังเกียจสักหน่อยหรือ?’

            เมื่อเห็นว่าหยวนซิวยืนรอให้นางแบกอย่างว่าง่ายนางจึงกัดฟันแล้วก้มตัวลง

            หลังจากแบกหยวนซิวขึ้นหลังแล้วนางก็แอบหยิบยาบำรุงหยวนชี่ออกมาจากมิติ แล้วใส่เข้าปากอย่างเงียบๆ

            รสชาติของยาแผ่ซ่านไปทั่วปากนางสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเร่งฝีเท้าเดินไป

            บางทีหยวนซิวคงรู้ว่านางไม่มีเรี่ยวแรงจะพูดคุยจึงเงียบมาตลอดทาง

            ระหว่างที่หลินเสวี่ยจู๋กำลังเดินอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงกีบเท้าม้าดังขึ้นเป็นระยะ เสียงระฆังดังขึ้นในใจนางทันที

            นางมองหาพงหญ้าแล้วเข้าไปซ่อนตัวอย่างเงียบงัน ก่อนจะวางหยวนซิวลง

            เสียงกีบเท้าม้าดังเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆในเวลาเดียวกัน นางก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยตะโกนเรียกหลินเหนียงจื่อ

            เป็นหม่าซิง!

            หลินเสวี่ยจู๋โล่งอกผู้ช่วยชีวิตของนางมาแล้ว!

            “ข้าอยู่ตรงนี้ช่วยด้วย!” นางคลานออกมาจากพงหญ้า พยายามโบกมือไปมา

            ไม่นานนักหม่าซิงและหลิวขุยที่ถือคบเพลิงก็ปรากฏตัวขึ้น เมื่อเห็นหลินเสวี่ยจู๋กับหยวนซิวหม่าซิงก็ดูโล่งอกอย่างเห็นได้ชัด

            เมื่อเทียบกับการทำนักโทษในการดูแลของตนเองหายไปแล้วถูกลงโทษเขากลับเป็นห่วงความปลอดภัยของหลินเสวี่ยจู๋มากกว่า ยามนี้เมื่อรู้ว่านางปลอดภัยเขาก็เบาใจ

            หลิวขุยตะโกนด้วยน้ำเสียงหยาบกระด้าง“ผู้ใดอนุญาตให้พวกเจ้าแยกตัวจากขบวนโดยพลการ?”

            “ท่านผู้คุม”หลินเสวี่ยจู๋ทำท่าทางน่าสงสาร “ไม่ใช่ข้าแยกตัวจากขบวนโดยพลการแต่ข้าถูกคนร้ายทำร้ายจนเกือบจะเอาชีวิตไม่รอดต่างหากเจ้าค่ะ”

            สีหน้าของหลิวขุยยังคงไม่ดีขึ้นแต่ท่าทางดูนุ่มนวลขึ้นเล็กน้อย เขาถามว่า “เกิดเรื่องอันใดขึ้น?”

            หลินเสวี่ยจู๋ฟ้องพลางร้องไห้น้ำหูน้ำตาไหล“เดิมทีวันนี้ข้าอยากจะเดินไปให้ไกลกว่าเดิมหน่อย เพื่อดูว่าจะหาอาหารเพิ่มได้หรือไม่ผลลัพธ์คือบ่าวรับใช้ของหมอเทวดานั่นกลับพุ่งเข้ามาพยายามจะฆ่าข้า ข้าตกใจมากจึงวิ่งเข้าไปในป่า ต่อมาก็ปีนขึ้นไปหลบบนต้นไม้ จึงหนีรอดจากเขามาได้ผลปรากฏว่าเมื่อข้าลงจากต้นไม้ก็หาทางกลับค่ายไม่เจอแล้วเจ้าค่ะ”

            หลิวขุยเห็นนางมีสีหน้าน้อยอกน้อยใจก็ทนมองไม่ไหวหันไปถามหม่าซิง “ตอนที่พวกเราออกเดินทาง บ่าวรับใช้ของหมอเทวดาผู้นั้นยังอยู่หรือไม่?”

            หม่าซิงรีบส่ายหน้า“ไม่อยู่ขอรับ”

            เช่นนั้นคำพูดของหลินเสวี่ยจู๋ก็มีความน่าเชื่อถือขึ้นมาสามส่วน

            หลิวขุยใช้แส้ชี้ไปที่หยวนซิว“เช่นนั้นเกิดอันใดขึ้นกับเขา?”

            หลินเสวี่ยจู๋หันกลับไปมองเห็นเพียงหยวนซิวนอนหลับตาอยู่ในพงหญ้าราวกับสลบไป

            นางลอบขำในใจ‘คนผู้นี้รู้จักรับส่งบทกับนางเสียจริงๆ’

            ดังนั้นนางจึงพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เศร้าโศกยิ่งกว่าเดิม“สามีเคยผ่านสนามรบย่อมมีสัญชาตญาณที่เฉียบคมกว่าคนทั่วไป เขาเห็นบ่าวรับใช้คนนั้นเดินตามข้ามาจึงกลัวว่าเขาจะทำเรื่องเลวร้ายกับข้า เขาจึงติดตามมาโดยไม่สนใจขาที่บาดเจ็บ แต่สองขาของเขาไม่เหมือนกับขาของคนธรรมดากว่าเขาจะหาข้าพบก็กลายเป็นเช่นนี้ไปแล้วเจ้าค่ะ”

            เมื่อพูดจบนางก็แสร้งทำเป็นเช็ดน้ำตาอีกครา

            หลิวขุยมองหยวนซิวด้วยสายตาเคลือบแคลงแล้วพูดว่า “พาสองคนนี้กลับไปก่อน ความจริงเป็นอย่างไรยังต้องสืบสวนกันต่อไป”

            “ขอรับ!”หม่าซิงลงจากหลังม้าทันที

            หลินเสวี่ยจู๋รีบพูดด้วยท่าทางอ่อนแอ“ระวังขาของสามีข้าด้วยนะเจ้าคะ เขาจะได้รับบาดเจ็บไม่ได้อีกแล้ว”

            หม่าซิงพยักหน้าแล้วส่งสายตาให้ผู้คุมอีกคนจากนั้นพวกเขาก็ช่วยกันแบกหยวนซิวขึ้นหลังม้าอย่างระมัดระวัง

            ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่นจนกระทั่งเสร็จสิ้น ผู้คุมคนนั้นถึงได้ชะงักฝีเท้าด้วยความสงสัย

            ไม่สิเหตุใดเขาถึงต้องเชื่อฟังสตรีผู้นั้นด้วย?

            ขาของสามีนางจะเป็นอย่างไรแล้วเกี่ยวอะไรกับเขาด้วย?

            .............................

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ] ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508