หลินเสวี่ยจู๋แอบมองหยวนซิว
การที่นางพูดตรงไปตรงมาเช่นนี้คงจะทำให้เขาเสียศักดิ์ศรีความเป็นชายกระมัง? ถึงต้องพูดจาแดกดันเพื่อทดสอบนาง
เฮอะๆเช่นนั้นก็ลองดูสิว่านางจะรับมืออย่างไร
หลินเสวี่ยจู๋กอดแขนหยวนซิวใบหน้าประดับไปด้วยรอยยิ้มหวานละมุน ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงไร้เดียงสา “สามีท่านมาช่วยข้าใช่หรือไม่เจ้าคะ?”
หยวนซิวไม่ทันตั้งตัวที่นางเข้ามาใกล้อย่างกะทันหันจึงขยับตัวหลบไปด้านข้างโดยไม่รู้ตัว แม้ว่าใบหน้าจะแสดงออกว่ารังเกียจ แต่สีแดงกลับลามจากใบหน้าไปถึงลำคอ
หลินเสวี่ยจู๋ไม่ถอยกลับรุกคืบเข้าไปอีก“สามีไม่พูด ข้าจะถือว่าท่านยอมรับแล้วนะ”
“หลินเสวี่ยจู๋เจ้าทำตัวให้มันปกติหน่อยจะได้หรือไม่?” หยวนซิวขบฟันเอ่ย
หลินเสวี่ยจู๋เงยหน้ามองท้องฟ้าด้วยท่าทางของเด็กสาวที่กำลังมีความรักจากนั้นก็เอ่ยออกมาด้วยท่าทีสบายๆ “สามีรักข้ามากเกินไป จะทำอย่างไรดี?ถึงขั้นลากขาที่บาดเจ็บ ไม่ยอมให้คนแบกมา ดั้นด้นมาปกป้องข้าด้วยตนเองข้าซาบซึ้งใจยิ่งนัก ปรารถนาที่จะถวายตัว…”
“เลิกแสดงได้แล้ว”หยวนซิวมีสีหน้าทนไม่ไหวแล้วพูดอย่างจริงจัง “แสดงเท่าไรก็ไม่เหมือน”
ไอ๊หยา! หลินเสวี่ยจู๋ทนไม่ได้ที่มีคนมาสงสัยในฝีมือการแสดงของนางจึงเถียงกลับอย่างไม่ยอมแพ้ “ตรงไหนที่ไม่เหมือนเจ้าคะ?”
“นิสัย”หยวนซิวตอบอย่างจริงจัง
สตรีที่เขาแต่งเข้าจวนแม้จะนั่งนิ่งๆ ก็ยังทำให้ผู้คนรังเกียจได้ ส่วนสตรีผู้นี้บางครั้งที่ทำตัวจริงจังก็ดูน่ารักดี
เมื่อเกิดความคิดเช่นนี้หยวนซิวก็กระแอมไอออกมาทันที
เขาผิดปกติหรือไม่?เหตุใดถึงรู้สึกว่าสตรีที่เต็มไปด้วยคำโกหกคนนี้น่ารักได้?
หลินเสวี่ยจู๋ไม่สังเกตเห็นความว้าวุ่นใจภายใต้ท่าทางที่สงบนิ่งของหยวนซิวเมื่อเห็นเขานิ่งเงียบและขมวดคิ้วเล็กน้อย นางก็คิดว่าวันนี้ตนเองล้อเล่นมากพอแล้วหากยังล้อเล่นต่อไปอีก เกรงว่าค่าความชั่วร้ายของพระเอกคงจะพุ่งสูงขึ้นแน่
ดังนั้นนางจึงเปลี่ยนไปพูดเรื่องจริงจัง“ฮ่องเต้สุนัขส่งท่านไปชายแดนเหนือก็เพื่ออยากจะเห็นท่านต้องทนทุกข์ทรมานและเผชิญกับความอัปยศอดสูในดินแดนที่เคยเจริญรุ่งเรืองเรียกได้ว่าฆ่าคนไม่เท่าทำลายจิตใจ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ท่านคิดใช่หรือไม่?”
คำถามที่เกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัวของนางทำให้ความคิดของหยวนซิวถูกดึงกลับมาจากความสับสนวุ่นวาย
ดวงตาของเขาลุ่มลึกก่อนจะเอ่ยอย่างเย้ยหยัน “การสร้างชายแดนเหนือขึ้นมาใหม่เองกับมือเกรงว่าคงจะเป็นการลงโทษที่เบาที่สุดของข้าแล้ว”
หลินเสวี่ยจู๋อดไม่ได้ที่จะชื่นชมทัศนคติของพระเอก
จะเห็นได้ว่าไม่ว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้ายเพียงใดขอเพียงแค่เปลี่ยนมุมมองในการพิจารณา ปัญหาก็จะคลี่คลายทันที
“ท่านไม่รู้สึกกดดันเลยหรือ?” หลินเสวี่ยจู๋ถาม
หยวนซิวยิ้มเยาะ“คนที่ควรกดดันเกรงว่าจะเป็นเสด็จพี่ของข้ามากกว่ากระมัง”
หลินเสวี่ยจู๋รู้สึกว่าคำกล่าวนี้มีเหตุผลตราบใดที่หยวนซิวยังไม่ตาย บัลลังก์ของฮ่องเต้สุนัขก็จะไม่สงบสุขสักวัน
สุภาษิตที่ว่าวิญญูชนมักมีจิตใจกว้างขวางส่วนคนที่จิตใจแคบมักคิดเล็กคิดน้อยคงหมายถึงสองพี่น้องคู่นี้แล้ว
ยิ่งไปกว่านั้นยังมีนางที่เป็นคนนอกเข้ามาแทรกแซงเนื้อเรื่องอีก
เมื่อฮ่องเต้สุนัขรู้ว่าเหมืองเหล็กและค่ายสรรพาวุธที่เขาอุตส่าห์ปกปิดเอาไว้ถูกปล้นจนเกลี้ยง เกรงว่าจะต้องโมโหจนคลั่งเป็นแน่!
เมื่อคิดถึงภาพนั้นหลินเสวี่ยจู๋ก็รู้สึกสะใจ แต่สะใจไปก็เท่านั้น นางมองดูท้องฟ้าแล้วมองไปที่หยวนซิวที่ใช้แท่งไม้ไผ่ค้ำยันเดินไปข้างหน้าทีละก้าวก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเป็นห่วงเล็กน้อย
เช่นนี้แล้วเมื่อไหร่จะถึงค่ายพักแรมเล่า?
ไม่รู้จริงๆว่าหยวนซิวตามนางมาตลอดทางได้อย่างไร
“สามีให้ข้าแบกท่านดีหรือไม่?”หลินเสวี่ยจู๋กัดฟันเอ่ย ตัดสินใจอย่างแน่วแน่
หยวนซิวรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดของนางแต่พอนึกถึงว่าสตรีผู้นี้ล่าสัตว์ได้ ทั้งยังช่วยเหลือเหล่าคนงานจำนวนมากเพียงลำพังคาดว่าการแบกคนคงจะไม่ใช่เรื่องยากอะไร ดังนั้นเขาจึงพยักหน้าตกลง
หลินเสวี่ยจู๋คิด‘ท่านไม่รังเกียจสักหน่อยหรือ?’
เมื่อเห็นว่าหยวนซิวยืนรอให้นางแบกอย่างว่าง่ายนางจึงกัดฟันแล้วก้มตัวลง
หลังจากแบกหยวนซิวขึ้นหลังแล้วนางก็แอบหยิบยาบำรุงหยวนชี่ออกมาจากมิติ แล้วใส่เข้าปากอย่างเงียบๆ
รสชาติของยาแผ่ซ่านไปทั่วปากนางสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเร่งฝีเท้าเดินไป
บางทีหยวนซิวคงรู้ว่านางไม่มีเรี่ยวแรงจะพูดคุยจึงเงียบมาตลอดทาง
ระหว่างที่หลินเสวี่ยจู๋กำลังเดินอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงกีบเท้าม้าดังขึ้นเป็นระยะ เสียงระฆังดังขึ้นในใจนางทันที
นางมองหาพงหญ้าแล้วเข้าไปซ่อนตัวอย่างเงียบงัน ก่อนจะวางหยวนซิวลง
เสียงกีบเท้าม้าดังเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆในเวลาเดียวกัน นางก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยตะโกนเรียกหลินเหนียงจื่อ
เป็นหม่าซิง!
หลินเสวี่ยจู๋โล่งอกผู้ช่วยชีวิตของนางมาแล้ว!
“ข้าอยู่ตรงนี้ช่วยด้วย!” นางคลานออกมาจากพงหญ้า พยายามโบกมือไปมา
ไม่นานนักหม่าซิงและหลิวขุยที่ถือคบเพลิงก็ปรากฏตัวขึ้น เมื่อเห็นหลินเสวี่ยจู๋กับหยวนซิวหม่าซิงก็ดูโล่งอกอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อเทียบกับการทำนักโทษในการดูแลของตนเองหายไปแล้วถูกลงโทษเขากลับเป็นห่วงความปลอดภัยของหลินเสวี่ยจู๋มากกว่า ยามนี้เมื่อรู้ว่านางปลอดภัยเขาก็เบาใจ
หลิวขุยตะโกนด้วยน้ำเสียงหยาบกระด้าง“ผู้ใดอนุญาตให้พวกเจ้าแยกตัวจากขบวนโดยพลการ?”
“ท่านผู้คุม”หลินเสวี่ยจู๋ทำท่าทางน่าสงสาร “ไม่ใช่ข้าแยกตัวจากขบวนโดยพลการแต่ข้าถูกคนร้ายทำร้ายจนเกือบจะเอาชีวิตไม่รอดต่างหากเจ้าค่ะ”
สีหน้าของหลิวขุยยังคงไม่ดีขึ้นแต่ท่าทางดูนุ่มนวลขึ้นเล็กน้อย เขาถามว่า “เกิดเรื่องอันใดขึ้น?”
หลินเสวี่ยจู๋ฟ้องพลางร้องไห้น้ำหูน้ำตาไหล“เดิมทีวันนี้ข้าอยากจะเดินไปให้ไกลกว่าเดิมหน่อย เพื่อดูว่าจะหาอาหารเพิ่มได้หรือไม่ผลลัพธ์คือบ่าวรับใช้ของหมอเทวดานั่นกลับพุ่งเข้ามาพยายามจะฆ่าข้า ข้าตกใจมากจึงวิ่งเข้าไปในป่า ต่อมาก็ปีนขึ้นไปหลบบนต้นไม้ จึงหนีรอดจากเขามาได้ผลปรากฏว่าเมื่อข้าลงจากต้นไม้ก็หาทางกลับค่ายไม่เจอแล้วเจ้าค่ะ”
หลิวขุยเห็นนางมีสีหน้าน้อยอกน้อยใจก็ทนมองไม่ไหวหันไปถามหม่าซิง “ตอนที่พวกเราออกเดินทาง บ่าวรับใช้ของหมอเทวดาผู้นั้นยังอยู่หรือไม่?”
หม่าซิงรีบส่ายหน้า“ไม่อยู่ขอรับ”
เช่นนั้นคำพูดของหลินเสวี่ยจู๋ก็มีความน่าเชื่อถือขึ้นมาสามส่วน
หลิวขุยใช้แส้ชี้ไปที่หยวนซิว“เช่นนั้นเกิดอันใดขึ้นกับเขา?”
หลินเสวี่ยจู๋หันกลับไปมองเห็นเพียงหยวนซิวนอนหลับตาอยู่ในพงหญ้าราวกับสลบไป
นางลอบขำในใจ‘คนผู้นี้รู้จักรับส่งบทกับนางเสียจริงๆ’
ดังนั้นนางจึงพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เศร้าโศกยิ่งกว่าเดิม“สามีเคยผ่านสนามรบย่อมมีสัญชาตญาณที่เฉียบคมกว่าคนทั่วไป เขาเห็นบ่าวรับใช้คนนั้นเดินตามข้ามาจึงกลัวว่าเขาจะทำเรื่องเลวร้ายกับข้า เขาจึงติดตามมาโดยไม่สนใจขาที่บาดเจ็บ แต่สองขาของเขาไม่เหมือนกับขาของคนธรรมดากว่าเขาจะหาข้าพบก็กลายเป็นเช่นนี้ไปแล้วเจ้าค่ะ”
เมื่อพูดจบนางก็แสร้งทำเป็นเช็ดน้ำตาอีกครา
หลิวขุยมองหยวนซิวด้วยสายตาเคลือบแคลงแล้วพูดว่า “พาสองคนนี้กลับไปก่อน ความจริงเป็นอย่างไรยังต้องสืบสวนกันต่อไป”
“ขอรับ!”หม่าซิงลงจากหลังม้าทันที
หลินเสวี่ยจู๋รีบพูดด้วยท่าทางอ่อนแอ“ระวังขาของสามีข้าด้วยนะเจ้าคะ เขาจะได้รับบาดเจ็บไม่ได้อีกแล้ว”
หม่าซิงพยักหน้าแล้วส่งสายตาให้ผู้คุมอีกคนจากนั้นพวกเขาก็ช่วยกันแบกหยวนซิวขึ้นหลังม้าอย่างระมัดระวัง
ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่นจนกระทั่งเสร็จสิ้น ผู้คุมคนนั้นถึงได้ชะงักฝีเท้าด้วยความสงสัย
ไม่สิเหตุใดเขาถึงต้องเชื่อฟังสตรีผู้นั้นด้วย?
ขาของสามีนางจะเป็นอย่างไรแล้วเกี่ยวอะไรกับเขาด้วย?
.............................