จอมยุทธ์ซุปตาร์

    ตอนที่ 184 รายการซุปตาร์จำแลง 2 Re

            “ได้เวลาแล้ว  เหลาหู่  ลงไปทานข้าวกัน” จางหมิงมองนาฬิกาข้อมือก็พบว่าได้เวลาที่ทีมงานส่วนใหญ่จะลงไปทานข้าวกันแล้ว  ยกเว้นก็แต่พวกดาราที่เจ้ายศเจ้าอย่าง  ต้องสั่งอาหารขึ้นไปกินบนห้องเท่านั้นที่จะไม่โผล่หน้าลงไป


            “ได้ครับ” ไป่ฉีกล่าวพร้อมกับทุกคนลุกขึ้นจากเตียงแล้วออกจากห้องและไปที่ลิฟต์พร้อมกัน


            “โย่ว  น้องหมิง  นั่นเด็กใหม่ใช่ไหม” ชายคนหนึ่งทักทายจางหมิงมาแต่ไกล


            “ครับ  พี่เป่า” จางหมิงกล่าว  ก่อนจะหันมาบอกไป่ฉีว่าคนนี้คือผู้กำกับซีรีส์


            “สวัสดีครับ  ผมชื่อจางเหลาหู่  ฝากตัวด้วยครับ” ไป่ฉีกล่าว


            “โอ้  ไม่ต้องเกรงใจ  ฉันก็แซ่จาง  ทำตัวตามสบายกับฉันได้ถ้าไม่ใช่เวลางาน  แต่ถ้าเป็นเวลางานฉันดุนะจะบอกให้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า” จางเป่าหัวเราะ


            'บัดซบ  นี่มันกองถ่ายคนแซ่จางรึไงกัน' ไป่ฉีสบถในใจ


            “ถ้าผมทำอะไรผิดพลาด  ขอให้ผู้กำกับชี้แนะด้วยนะครับ” ไป่ฉีกล่าว


            “ได้ ๆ แต่ในกองฉันอาจจะใช้น้ำเสียงดุหน่อยนะ” จางเป่ากล่าว


            “ไม่เป็นไรครับ  ผมเข้าใจ” ไป่ฉีกล่าว


            สหายแซ่จาง 4 คน กับสหายแซ่จาง (ปลอม) อีก 1 คนลงลิฟต์ไปยังชั้นที่เป็นห้องอาหารของโรงแรม  ที่นั่นไป่ฉีได้พบกับกลุ่มคนที่มองมาทางพวกเขา  ก่อนที่คนกลุ่มนั้นจะกวักมือเรียก  บางคนก็เดินมาทางกลุ่มของเขา


            “ผู้กำกับ  พวกเรากำลังรอคุณอยู่เลย” ชายคนหนึ่งในกลุ่มนั้นเดินเข้ามาหาจางเป่า


            “รออะไร  เห็นอยู่ว่าพวกนายกินกันไปบ้างแล้ว  มา ๆ เดี๋ยวจะพาเด็กใหม่ไปทำความรู้จักกับพวกนาย” จางเป่าเสียงเข้มขึ้นทันที  ชายที่เข้ามาหาผู้กำกับมองชายหนุ่มแปลกหน้าที่เพิ่งเคยพบ  ก่อนจะพยักหน้า


            จางเป่านำไป่ฉีไปหากลุ่มคนที่นั่งรวมกันเป็นกลุ่มใหญ่  ทุกคนที่เห็นผู้กำกับเดินมาพร้อมกับคนที่พวกเขาไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน  จึงได้ให้ความสนใจผู้มาใหม่ทันที


            “อะ แฮ่ม ฉันขอแนะนำพนักงานฝึกหัดที่จะมาทำงานร่วมกับพวกเราตั้งแต่วันนี้  จางเหลาหู่” ผู้กำกับผลักเบา ๆ ไปที่ไป่ฉี


            “ขอฝากตัวด้วยครับ” ไป่ฉีก้มตัวลงทำความเคารพทุกคนในฐานะรุ่นพี่ทันที


            “ยินดี ๆ” ชายคนหนึ่งกล่าว


            ส่วนทีมงานผู้หญิงนั้นไป่ฉีสังเกตเห็นว่าพวกเธอไม่แม้แต่จะมองเขาด้วยซ้ำ  น่าจะเพราะใบหน้าที่ไม่ได้หล่อหรือดูดี  ทำให้พวกเธอไม่แม้แต่จะมองเขาสักนิด


            'เยี่ยม  พวกมือปลาหมึกพวกนั้นไม่มองมาก็ดี  จะได้ทำงานง่ายขึ้น' ไป่ฉีคิด  นี่เป็นสาเหตุที่เขาใช้ใบหน้าที่ดูจืดชืด  ด้วยไม่อยากมีปัญหาเรื่องผู้หญิงในที่ทำงาน  อีกอย่างการเป็นที่นิยมในหมู่สาว ๆ มักจะถูกกลุ่มผู้ชายด้วยกันเหม็นขี้หน้าและกลั่นแกล้ง  การถูกเมินจะเป็นผลดีกว่าตรงที่ได้รับความเห็นใจจากผู้ชายด้วยกัน  แน่นอนว่าไป่ฉีทำงานกับเพื่อนร่วมงานผู้ชาย  ดังนั้นการไม่เป็นศัตรูกับคนพวกนี้จะทำให้เขาทำงานง่ายขึ้น


            การต้อนรับเป็นไปอย่างเรียบง่าย  จากที่ได้ฟังทีมงานกองถ่ายคุยกัน  ทำให้ไป่ฉีได้รู้ว่ารายได้ของพวกเขานั้นหากเฉลี่ยทั้งปี  ค่อนข้างน้อย  เพราะไม่ใช่ว่าจะมีงานตลอด  เขาแอบไปยังห้องที่ทางทีมงานรายการซุปตาร์จำแลงจัดไว้ให้  เพื่อบอกถึงความรู้สึกเมื่อได้รู้ถึงรายได้ของทีมงานในกองถ่ายซีรีส์


            เมื่อกลับมาถึงห้อง  จางหมิงล้มตัวลงนอน ก่อนจะเรอเสียงดัง  ปากก็บ่นว่าอิ่มจนท้องจะแตก  ส่วนจางต๋าขึ้นมาก็เปิดเบียร์ดื่มอีก 1 กระป๋อง  และจางหยวนหยิบเอานิยายขึ้นมาอ่าน  ซึ่งมันเป็นนิยายของไป่ฉีนั่นเอง  แถมยังเป็นเล่ม 3 ที่เพิ่งออกวางจำหน่ายอีกด้วย


            “อ่านอะไรอยู่ครับ  พี่หยวน” ไป่ฉีถาม


            “อ้อ นี่เหรอ  นิยายที่กำลังโด่งดังอยู่ตอนนี้ไงล่ะ  ฉันต้องสั่งจองล่วงหน้าเชียวนะถึงได้มาอ่านก่อนแบบนี้น่ะ” จางหยวนกล่าว


            “นายรีบอ่านให้จบ  ฉันจะอ่านบ้าง” จางต๋ากล่าว


            “เรื่องอะไรฟะ 2 เล่มที่แล้วนายก็ไม่ยอมซื้อ  ยืมฉันอ่านตลอด  แถมครั้งก่อนยังทำเบียร์หกใส่ด้วย” จางหยวนกล่าว


            “พวกนายสองคนนี่หยุดทะเลาะกันเถอะน่า  เดี๋ยวฉันจะไปแปรงฟันแล้วจะมานอน  เบาเสียงด้วยล่ะ” จางหมิงกล่าว


            “ได้คร้าบ  ว่าแต่เหลาหู่  นายอยากอ่านไหม  ฉันมีเล่ม 1 กับ 2 อยู่ในกระเป๋าน่ะ  แต่สกปรกหน่อยนะ” จางหยวนกล่าว


            “ไม่เป็นไรครับ  ผมอ่าน 2 เล่มนั้นไปแล้ว  เดี๋ยวผมว่าจะแปรงฟันแล้วนอนเหมือนกัน” ไป่ฉีกล่าว


            “ได้ ๆ” จางหยวนกล่าวก่อนจะก้มหน้าอ่านหนังสือต่อ


            คืนนั้นไป่ฉีถึงกับต้องนอนฝึกปราณแทนที่จะหลับ  ด้วยเสียงกรนของ 3 สหายแซ่จางที่อยู่ร่วมห้องกับเขา  ทำให้ยากแก่การจะข่มตาหลับ  อีกอย่างคือเขาคิดถึงเมิ่งชิงชิง  ถ้าเขาไม่อยู่แบบนี้  พี่ชิงชิงของเขาจะนอนหลับรึเปล่านะ


            ตอนตี 4 ไป่ฉีลุกขึ้นมา  ขณะที่อีก 3 คนยังหลับอยู่  วันนี้กองถ่ายต้องไปถ่ายทำนอกสถานที่แต่เช้า  ตอนตี 5 ครึ่งทุกคนต้องลงไปรอที่โถงด้านหน้าของโรงแรมแล้ว  ไป่ฉีเข้าไปอาบน้ำทันที  พอออกมาก็เห็นว่าจางหมิงเริ่มรู้สึกตัวแล้ว


            “หือ  เหลาหู่  นี่ตื่นเช้าขนาดนี้  ตื่นเต้นกับงานวันแรกจนนอนไม่หลับรึไง” จางหมิงถามขณะที่ยังงัวเงียอยู่บนเตียง


            “อะไรกัน  ตื่นแล้วเหรอ” จางต๋ากล่าว  ขณะที่กำลังเกาพุงตัวเองดัง  แกรก ๆ


            “เริ่มงานวันแรกก็แบบนี้แหละ  เดี๋ยวคืนนี้ก็หลับเป็นตายเหมือนพวกเรา” จางหยวนกล่าว


            หลังจากอาบน้ำแต่งตัวกันเรียบร้อย  ไป่ฉีกับสหายทั้ง 3 ก็ลงลิฟต์มารอทีมงานคนอื่น ๆ จากนั้นก็นั่งรถตู้กันไปยังสถานที่ถ่ายทำ  โดยรถตู้คันที่ไป่ฉีนั่งไปนั้นมีจางหมิงเป็นคนขับ  ส่วนเขากับอีก 2 คนนั่งบนพื้น  เพราะรถตู้คันนี้ด้านหลังไม่มีที่นั่ง  ใช่แล้วมันเป็นรถสำหรับขนของและอุปกรณ์ต่าง ๆ นั่นเอง


            “เอ้า  ถึงแล้ว  ลงมา ๆ รีบ ๆ หน่อย  ก่อนที่พวกนักแสดงจะมาถึง  สถานที่ต้องจัดเสร็จแล้ว” จางหมิงรีบสั่งงานทันที  เขาให้จางต๋ากับจางหยวนสอนงานให้ไป่ฉี

            “เหลาหู่  นายไปประกอบเต็นท์ทางนั้นรอไว้  เดี๋ยวพอทางฉันประกอบเสร็จแล้วจะได้ไปช่วยกันยกขึ้นทีละหลัง” จางต๋ากล่าว


            “ได้ครับ” ไป่ฉีรับคำ  เขาเริ่มประกอบมันอย่างคล่องแคล่วราวกับคนที่ทำมันมาเป็นแรมปี


            “ไวใช้ได้นี่  มาฉันช่วย” จางหมิงกล่าว  เขาอดทึ่งกับความสามารถของเด็กใหม่ไม่ได้  ทั้งที่ควรจะเก้ ๆ กัง ๆ ทำอะไรไม่ถูก  ไม่ก็ชักช้าจนเสียเวลา  แต่เด็กใหม่คนนี้กลับชำนาญพอ ๆ กับพวกจางต๋ากับจางหยวนเลย  แถมยังแรงดีกว่าซะด้วย  ทำให้เขารีบมาช่วยเด็กใหม่ก่อน  ในส่วนของการติดตั้งเสาเต็นท์


            “อะไรวะ  นี่เสร็จแล้วเหรอ” จางหยวนที่หันไปเห็นจางหมิงกับเหลาหู่กำลังช่วยกันประกอบเสาเต็นท์ก็ตะโกนถาม  ทำให้จางต๋าหันไปมองตาม


            “พวกนายอายุก็พอ ๆ กับเหลาหู่  ทำไมถึงทำงานเหมือนคนแก่ฟะ  เร่งมือหน่อย  อายเด็กมันไหม” จางหมิงแซว


            “เออ ๆ ขอให้ทำให้ได้ตลอดรอดฝั่งนะโว้ย  วันนี้ใช้แรงทั้งวัน  กลับไปได้สลบคาผ้าเช็ดตีนแน่ ๆ ฮ่า ฮ่า ฮ่า” จางต๋ากล่าว


            “อย่าไปใส่ใจเลย  ปากพวกมันก็แบบนี้แหละ” จางหมิงกล่าวพร้อมกับยิ้มนิด ๆ


            “ผมชอบนะ  มันตรงดี” ไป่ฉีกล่าว


            “เป็นงั้นไป ฮ่า ฮ่า ฮ่า” จางหมิงหัวเราะ


            การตั้งเต็นท์กับขนย้ายอุปกรณ์เสร็จเรียบร้อย  ทีมงานที่ทำเกี่ยวกับด้านประกอบอุปกรณ์ไฟฟ้าเข้ามาดำเนินการต่อ  ตอนนี้ก็เป็นเวลาที่ไป่ฉีกับ 3 สหายแซ่จางได้นั่งพักเพื่อกินข้าวเช้ากัน


            “ขอไปปลดทุกข์เบาแปปนะพี่” ไป่ฉีกล่าวก่อนจะขอตัวแยกออกไป


            “เออ ระวังงูด้วยล่ะ” จางหยวนเตือน  เพราะสถานที่ถ่ายทำวันนี้เป็นชายป่า  ดังนั้นพวกสัตว์มีพิษก็มีอยู่บ้าง


            “ครับ  ผมจะระวัง” ไป่ฉีกล่าว


            เมื่อเข้ามาที่ชายป่า  ไป่ฉีไปยังต้นไม้ต้นหนึ่ง  ซึ่งมีกล้องที่ทางทีมงานรายการซุปตาร์จำแลงติดเอาไว้ และมีอุปกรณ์สื่อสารไว้ให้ไป่ฉีด้วย


            [ว่ามาเลยไป่ฉี  เป็นยังไงบ้างหลังจากซักถุงเท้าไปเมื่อคืน] ผู้กำกับรายการแซว


            “กลั้นหายใจอย่างเดียวเลยครับ  นึกว่าจะตายซะแล้ว” ไป่ฉีกล่าว


            [วันแรกของการทำงานราบรื่นไหม] ผู้กำกับถาม


            “ดีมากเลยครับ  หัวหน้างานกับเพื่อนร่วมงานเป็นคนตรง ๆ เข้าถึงง่ายครับ  งานกางเต็นท์เหนื่อยเอาเรื่องเลยครับ  มันยากตอนที่ต้องยกมันเพื่อต่อเสาเข้าไป” ไป่ฉีกล่าว


            [เห็นเพื่อนรวมงานนายที่ชื่อจางหยวนอ่านนิยายของนายด้วย  รู้สึกยังไงบ้าง] ผู้กำกับถาม


            “ก็ต้องดีใจสิครับ  แทบอยากจะไปเซ็นลายเซ็นบนปกให้เขาเดี๋ยวนั้นเลย” ไป่ฉีกล่าว


            [ฮ่า ฮ่า ฮ่า เห็นนายเข้ากับเพื่อนร่วมงานได้ไม่มีปัญหาฉันก็สบายใจ] ผู้กำกับกล่าว


            “งั้นผมไปก่อนนะครับ  มีอะไรจะมาหาใหม่นะครับ” ไป่ฉีกล่าวก่อนจะเก็บอุปกรณ์สื่อสารเข้าที่เดิมของมันและกลับไปร่วมมื้อเช้ากับเพื่อนร่วมงานของเขาต่อ


            หลังมื้อเช้า  พวกช่างแต่งหน้า  ฝ่ายเสื้อผ้า  เริ่มมากันแล้ว  ไป่ฉีมีไปช่วยยกของบ้างเป็นระยะ ๆ บางครั้งมีการแจ้งของชำรุด  อย่างพวกเก้าอี้หรือโต๊ะ  ก็ได้จางต๋ากับจางหยวนช่วยกันซ่อม  โดยมีไป่ฉีเป็นลูกมืออีกแรง


            ช่วงสาย  เหล่าดารานักแสดงก็เริ่มเดินทางมาถึง  พอกลุ่มดารา 3 คนที่มาช้าที่สุดลงมาจากรถตู้  สีหน้าของทีมงานหญิงหลายคนบิดเบี้ยวราวกับเจอกลิ่นถุงเท้าไม่ได้ซักมา 3 ปี


            “มานี่เลยเหลาหู่  อย่าไปจ้อง  เดี๋ยวได้มีปัญหาหรอก” จางหมิงรีบคว้าคอเสื้อแล้วกระชากเขาออกมาจากตรงนั้นทันที


            “นี่มันอะไรกันครับ  พี่หมิง” ไป่ฉีถาม


            “3 คนนั้นเป็นดาราที่มีชื่อเสียง หรือจะเรียกว่าชื่อเสียก็ได้   ถึงจะยังดูเป็นวัยรุ่นอายุ 18-19 ปีก็เถอะ  แต่พวกนี้เข้าวงการมาตั้งแต่ 5 ขวบ  แถม 1 ในนั้นยังมีแม่เป็นดาราใหญ่ที่มีชื่อเสียงและมีอิทธิพลมากในวงการบันเทิงของประเทศ  ถ้าไปทำให้ทางนั้นไม่พอใจล่ะก็  อนาคตในวงการทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังนายได้จบแน่” จางหมิงอธิบายสถานการณ์ให้ฟัง


            “แล้วทำไมสีหน้าของพวกทีมงานหญิงถึงเป็นแบบนั้นล่ะครับ” ไป่ฉีถาม


            “ก็พวกนั้นต้องคอยรับใช้  รองมือรองตีน  ทั้ง 3 คนนั้นน่ะสิ  ก่อนนายจะมาก็เกิดเรื่องขึ้นหลายครั้งแล้ว  กาแฟถ้าร้อนไม่พอใจ  พวกนั้นก็สาดเลย  แถมสาดใส่คนที่เสิร์ฟให้ซะด้วย  ร้ายไหมล่ะ” จางหมิงกล่าว


            “อื้อหือ  แรงส์มาก” ไป่ฉีกล่าว


            “บางครั้งชงมาร้อนเกิน  พวกนั้นก็สาดใส่คน  แล้วถามว่านี่จะแกล้งให้ลวกปากพวกเขาใช่ไหมอีก” จางหมิงกล่าว


            “งั้นผมจะพยายามอยู่ห่าง ๆ พวกนั้นแล้วกันครับ” ไป่ฉีกล่าวยังไม่ทันขาดคำก็มีเสียงโวยวายขึ้นที่เต็นท์สำหรับใช้เป็นที่แต่งหน้าและเปลี่ยนเสื้อผ้าของนักแสดง


            “ฉันบอกว่ายังไงหา  น้ำส้มที่จะนำมาให้ฉันต้องกรองกากออก  แล้วนี่อะไร  แถมฉันยังเจอเม็ดด้วย” นักแสดงหญิงวัยรุ่นคนเดียวในกลุ่ม 3 คนนั้นโวยวายขึ้น  เธอสาดน้ำส้มใส่ทีมงานหญิงที่นำน้ำส้มมาเสิร์ฟให้ทันที  ก่อนจะปาแก้วลงพื้น  ทำให้แก้วแตก  ทีมงานหญิงได้แต่กำมือเพื่อระงับอารมณ์เอาไว้


            “ฮึ่ย  มากี่รอบ  ต้องให้พวกเราหาเรื่องด่าให้ได้ถึงจะพอใจรึไง  ต้องให้พูดให้บอกกันทุกวัน” นักแสดงชายวัยรุ่นกล่าว


            “ก็เพราะมีแต่แรงไม่มีสมองไง  ถึงได้มาทำงานกรรมกรชั้นต่ำแบบนี้” นักแสดงหญิงวัยรุ่นอีกคนกล่าว


            ทีมงานชายและหญิง  รวมถึงผู้กำกับต่างกำหมัดแน่น  เพราะพวกเขาไม่มีอำนาจมากพอที่จะสู้กับแม่ของ 1 ในนั้น  จึงได้แต่ต้องข่มกลั้นอารมณ์โกรธเอาไว้


            ‘พวกบัดซบนี่ทำให้ข้านึกถึงพวกคุณชายกับคุณหนูตระกูลใหญ่  ที่ถูกเลี้ยงตามใจเหมือนไข่ในหิน  ที่คิดว่าตนเองเป็นจุดศูนย์กลางของโลก  โลกนี้หมุนรอบตัวเอง  ข้าเกลียดยิ่งนัก  แต่หากทำอะไรไปตอนนี้คนในกองถ่ายจะเดือดร้อนกัน’ ไป่ฉีคิด  ก่อนจะนึกอะไรบางอย่างออกและยกยิ้มขึ้น

    _________________________________

    ณ ศาลใครงง        เสียงกลองถูกตีรัว ทำให้ท่านเปาส่งเจ้าหน้าที่ไปสอบถาม ก็ทราบความว่าเป็นจางหนี่หวังที่มาตีกลองร้องทุกข์ ท่านเปาจึงให้เจ้าหน้าที่นำจางหนี่หวังจางหนี่หวัง : ข้าน้อยจางหนี่หวัง คารวะใต้เท้าเปาท่านเปา : ลุกขึ้นนั่งที่เก้าอี้เถอะจางหนี่หวัง : ขอบคุณใต้เท้าท่านเปา : ไม่ทราบว่าวันนี้มามีเรื่องทุกข์ร้อนอะไร หรือว่ามีลูกน้องข้าคนไหนเผลอไปทำลายข้าวของ ๆ ร้านเจ้าอีกจางหนี่หวัง : เปล่าเจ้าค่ะ ที่ข้ามาวันนี้เพราะลูกค้าของข้าถูกลักพาตัวเจ้าค่ะท่านเปา : เจ้าจำลักษณะ รูปร่าง หน้าตาคนร้ายได้หรือไม่จางหนี่หวัง : จำได้เจ้าค่ะ เป็นชายหนุ่ม 2 คน ใบหน้าหล่อเหลาน่าจับทำผัว เอ้ย น่ามองเจ้าค่ะ ส่วนรูปร่างทั้ง 2 คนกล้ามแขนกล้ามขาเป็นมัด ๆ กล้ามอกแน่นมาก กล้ามหน้าท้องเรียงกัน 8 ลูก ทั้ง 2 คนเป็นฝาแฝด แต่ต่างกันตรงที่เจ้าโลกเหมือนชื่อของพวกเขาเจ้าค่ะท่านเปา : แล้วเจ้ารู้ได้ยังไงว่า....เอ่อ.....เจ้าโลกของทั้ง 2 คนนั้นต่างกันจางหนี่หวัง : ก็ข้าเคยกิน เอ้ย เคยเห็นแวบ ๆ ตอนที่พวกเขาอาบน้ำแล้วข้าเอาผ้าเข้าไปให้เจ้าค่ะท่านเปา : เช่นนั้นเอง ดูท่าทางเจ้าจะสนิทกับพวกเขานะจางหนี่หวัง : เรียนใต้เท้า ทั้ง 2 เองก็เป็นลูกค้าที่ร้าน มักแวะเวียนมาประจำ ข้าเลยจำได้เจ้าค่ะท่านเปา : งั้นเจ้ารู้จักชื่อของพวกเขาหรือไม่จางหนี่หวัง : รู้เจ้าค่ะ แฝดชายคนพี่ชื่อหัวหลิม คนน้องชื่อหัวอัน เจ้าค่ะท่านเปา : แล้วคนที่โดนลักพาตัวไปล่ะจางหนี่หวัง : เป็นหญิงสาวชาวบ้าน หน้าตาสวยน้อยกว่าข้ามาก มีดีแค่นมใหญ่ไปหน่อยเท่านั้น ส่วนชื่อข้าได้ยินคนร้ายเรียกนางว่า แม่นางฉี่ฉุนท่านเปา : แล้วแม่นางฉี่ฉุนมีจุดสังเกตบ้างไหมจางหนี่หวัง : ฉี่ของนางมีกลิ่นแรงเจ้าค่ะ

    ท่านเปา : ..................+ฝากเพจนิยายด้วยครับ+

    คล้ายกับเรื่องจอมยุทธ์ซุปตาร์ ที่คุณอ่าน

    เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    864K 380
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    นิยาย แฟนตาซี
    282K 1440
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    มหามรรคาไร้เทียมทาน

    มหามรรคาไร้เทียมทาน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    423K 812
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    781K 869
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258