“ได้เวลาแล้ว เหลาหู่ ลงไปทานข้าวกัน” จางหมิงมองนาฬิกาข้อมือก็พบว่าได้เวลาที่ทีมงานส่วนใหญ่จะลงไปทานข้าวกันแล้ว ยกเว้นก็แต่พวกดาราที่เจ้ายศเจ้าอย่าง ต้องสั่งอาหารขึ้นไปกินบนห้องเท่านั้นที่จะไม่โผล่หน้าลงไป
“ได้ครับ” ไป่ฉีกล่าวพร้อมกับทุกคนลุกขึ้นจากเตียงแล้วออกจากห้องและไปที่ลิฟต์พร้อมกัน
“โย่ว น้องหมิง นั่นเด็กใหม่ใช่ไหม” ชายคนหนึ่งทักทายจางหมิงมาแต่ไกล
“ครับ พี่เป่า” จางหมิงกล่าว ก่อนจะหันมาบอกไป่ฉีว่าคนนี้คือผู้กำกับซีรีส์
“สวัสดีครับ ผมชื่อจางเหลาหู่ ฝากตัวด้วยครับ” ไป่ฉีกล่าว
“โอ้ ไม่ต้องเกรงใจ ฉันก็แซ่จาง ทำตัวตามสบายกับฉันได้ถ้าไม่ใช่เวลางาน แต่ถ้าเป็นเวลางานฉันดุนะจะบอกให้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า” จางเป่าหัวเราะ
'บัดซบ นี่มันกองถ่ายคนแซ่จางรึไงกัน' ไป่ฉีสบถในใจ
“ถ้าผมทำอะไรผิดพลาด ขอให้ผู้กำกับชี้แนะด้วยนะครับ” ไป่ฉีกล่าว
“ได้ ๆ แต่ในกองฉันอาจจะใช้น้ำเสียงดุหน่อยนะ” จางเป่ากล่าว
“ไม่เป็นไรครับ ผมเข้าใจ” ไป่ฉีกล่าว
สหายแซ่จาง 4 คน กับสหายแซ่จาง (ปลอม) อีก 1 คนลงลิฟต์ไปยังชั้นที่เป็นห้องอาหารของโรงแรม ที่นั่นไป่ฉีได้พบกับกลุ่มคนที่มองมาทางพวกเขา ก่อนที่คนกลุ่มนั้นจะกวักมือเรียก บางคนก็เดินมาทางกลุ่มของเขา
“ผู้กำกับ พวกเรากำลังรอคุณอยู่เลย” ชายคนหนึ่งในกลุ่มนั้นเดินเข้ามาหาจางเป่า
“รออะไร เห็นอยู่ว่าพวกนายกินกันไปบ้างแล้ว มา ๆ เดี๋ยวจะพาเด็กใหม่ไปทำความรู้จักกับพวกนาย” จางเป่าเสียงเข้มขึ้นทันที ชายที่เข้ามาหาผู้กำกับมองชายหนุ่มแปลกหน้าที่เพิ่งเคยพบ ก่อนจะพยักหน้า
จางเป่านำไป่ฉีไปหากลุ่มคนที่นั่งรวมกันเป็นกลุ่มใหญ่ ทุกคนที่เห็นผู้กำกับเดินมาพร้อมกับคนที่พวกเขาไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน จึงได้ให้ความสนใจผู้มาใหม่ทันที
“อะ แฮ่ม ฉันขอแนะนำพนักงานฝึกหัดที่จะมาทำงานร่วมกับพวกเราตั้งแต่วันนี้ จางเหลาหู่” ผู้กำกับผลักเบา ๆ ไปที่ไป่ฉี
“ขอฝากตัวด้วยครับ” ไป่ฉีก้มตัวลงทำความเคารพทุกคนในฐานะรุ่นพี่ทันที
“ยินดี ๆ” ชายคนหนึ่งกล่าว
ส่วนทีมงานผู้หญิงนั้นไป่ฉีสังเกตเห็นว่าพวกเธอไม่แม้แต่จะมองเขาด้วยซ้ำ น่าจะเพราะใบหน้าที่ไม่ได้หล่อหรือดูดี ทำให้พวกเธอไม่แม้แต่จะมองเขาสักนิด
'เยี่ยม พวกมือปลาหมึกพวกนั้นไม่มองมาก็ดี จะได้ทำงานง่ายขึ้น' ไป่ฉีคิด นี่เป็นสาเหตุที่เขาใช้ใบหน้าที่ดูจืดชืด ด้วยไม่อยากมีปัญหาเรื่องผู้หญิงในที่ทำงาน อีกอย่างการเป็นที่นิยมในหมู่สาว ๆ มักจะถูกกลุ่มผู้ชายด้วยกันเหม็นขี้หน้าและกลั่นแกล้ง การถูกเมินจะเป็นผลดีกว่าตรงที่ได้รับความเห็นใจจากผู้ชายด้วยกัน แน่นอนว่าไป่ฉีทำงานกับเพื่อนร่วมงานผู้ชาย ดังนั้นการไม่เป็นศัตรูกับคนพวกนี้จะทำให้เขาทำงานง่ายขึ้น
การต้อนรับเป็นไปอย่างเรียบง่าย จากที่ได้ฟังทีมงานกองถ่ายคุยกัน ทำให้ไป่ฉีได้รู้ว่ารายได้ของพวกเขานั้นหากเฉลี่ยทั้งปี ค่อนข้างน้อย เพราะไม่ใช่ว่าจะมีงานตลอด เขาแอบไปยังห้องที่ทางทีมงานรายการซุปตาร์จำแลงจัดไว้ให้ เพื่อบอกถึงความรู้สึกเมื่อได้รู้ถึงรายได้ของทีมงานในกองถ่ายซีรีส์
เมื่อกลับมาถึงห้อง จางหมิงล้มตัวลงนอน ก่อนจะเรอเสียงดัง ปากก็บ่นว่าอิ่มจนท้องจะแตก ส่วนจางต๋าขึ้นมาก็เปิดเบียร์ดื่มอีก 1 กระป๋อง และจางหยวนหยิบเอานิยายขึ้นมาอ่าน ซึ่งมันเป็นนิยายของไป่ฉีนั่นเอง แถมยังเป็นเล่ม 3 ที่เพิ่งออกวางจำหน่ายอีกด้วย
“อ่านอะไรอยู่ครับ พี่หยวน” ไป่ฉีถาม
“อ้อ นี่เหรอ นิยายที่กำลังโด่งดังอยู่ตอนนี้ไงล่ะ ฉันต้องสั่งจองล่วงหน้าเชียวนะถึงได้มาอ่านก่อนแบบนี้น่ะ” จางหยวนกล่าว
“นายรีบอ่านให้จบ ฉันจะอ่านบ้าง” จางต๋ากล่าว
“เรื่องอะไรฟะ 2 เล่มที่แล้วนายก็ไม่ยอมซื้อ ยืมฉันอ่านตลอด แถมครั้งก่อนยังทำเบียร์หกใส่ด้วย” จางหยวนกล่าว
“พวกนายสองคนนี่หยุดทะเลาะกันเถอะน่า เดี๋ยวฉันจะไปแปรงฟันแล้วจะมานอน เบาเสียงด้วยล่ะ” จางหมิงกล่าว
“ได้คร้าบ ว่าแต่เหลาหู่ นายอยากอ่านไหม ฉันมีเล่ม 1 กับ 2 อยู่ในกระเป๋าน่ะ แต่สกปรกหน่อยนะ” จางหยวนกล่าว
“ไม่เป็นไรครับ ผมอ่าน 2 เล่มนั้นไปแล้ว เดี๋ยวผมว่าจะแปรงฟันแล้วนอนเหมือนกัน” ไป่ฉีกล่าว
“ได้ ๆ” จางหยวนกล่าวก่อนจะก้มหน้าอ่านหนังสือต่อ
คืนนั้นไป่ฉีถึงกับต้องนอนฝึกปราณแทนที่จะหลับ ด้วยเสียงกรนของ 3 สหายแซ่จางที่อยู่ร่วมห้องกับเขา ทำให้ยากแก่การจะข่มตาหลับ อีกอย่างคือเขาคิดถึงเมิ่งชิงชิง ถ้าเขาไม่อยู่แบบนี้ พี่ชิงชิงของเขาจะนอนหลับรึเปล่านะ
ตอนตี 4 ไป่ฉีลุกขึ้นมา ขณะที่อีก 3 คนยังหลับอยู่ วันนี้กองถ่ายต้องไปถ่ายทำนอกสถานที่แต่เช้า ตอนตี 5 ครึ่งทุกคนต้องลงไปรอที่โถงด้านหน้าของโรงแรมแล้ว ไป่ฉีเข้าไปอาบน้ำทันที พอออกมาก็เห็นว่าจางหมิงเริ่มรู้สึกตัวแล้ว
“หือ เหลาหู่ นี่ตื่นเช้าขนาดนี้ ตื่นเต้นกับงานวันแรกจนนอนไม่หลับรึไง” จางหมิงถามขณะที่ยังงัวเงียอยู่บนเตียง
“อะไรกัน ตื่นแล้วเหรอ” จางต๋ากล่าว ขณะที่กำลังเกาพุงตัวเองดัง แกรก ๆ
“เริ่มงานวันแรกก็แบบนี้แหละ เดี๋ยวคืนนี้ก็หลับเป็นตายเหมือนพวกเรา” จางหยวนกล่าว
หลังจากอาบน้ำแต่งตัวกันเรียบร้อย ไป่ฉีกับสหายทั้ง 3 ก็ลงลิฟต์มารอทีมงานคนอื่น ๆ จากนั้นก็นั่งรถตู้กันไปยังสถานที่ถ่ายทำ โดยรถตู้คันที่ไป่ฉีนั่งไปนั้นมีจางหมิงเป็นคนขับ ส่วนเขากับอีก 2 คนนั่งบนพื้น เพราะรถตู้คันนี้ด้านหลังไม่มีที่นั่ง ใช่แล้วมันเป็นรถสำหรับขนของและอุปกรณ์ต่าง ๆ นั่นเอง
“เอ้า ถึงแล้ว ลงมา ๆ รีบ ๆ หน่อย ก่อนที่พวกนักแสดงจะมาถึง สถานที่ต้องจัดเสร็จแล้ว” จางหมิงรีบสั่งงานทันที เขาให้จางต๋ากับจางหยวนสอนงานให้ไป่ฉี
“เหลาหู่ นายไปประกอบเต็นท์ทางนั้นรอไว้ เดี๋ยวพอทางฉันประกอบเสร็จแล้วจะได้ไปช่วยกันยกขึ้นทีละหลัง” จางต๋ากล่าว
“ได้ครับ” ไป่ฉีรับคำ เขาเริ่มประกอบมันอย่างคล่องแคล่วราวกับคนที่ทำมันมาเป็นแรมปี
“ไวใช้ได้นี่ มาฉันช่วย” จางหมิงกล่าว เขาอดทึ่งกับความสามารถของเด็กใหม่ไม่ได้ ทั้งที่ควรจะเก้ ๆ กัง ๆ ทำอะไรไม่ถูก ไม่ก็ชักช้าจนเสียเวลา แต่เด็กใหม่คนนี้กลับชำนาญพอ ๆ กับพวกจางต๋ากับจางหยวนเลย แถมยังแรงดีกว่าซะด้วย ทำให้เขารีบมาช่วยเด็กใหม่ก่อน ในส่วนของการติดตั้งเสาเต็นท์
“อะไรวะ นี่เสร็จแล้วเหรอ” จางหยวนที่หันไปเห็นจางหมิงกับเหลาหู่กำลังช่วยกันประกอบเสาเต็นท์ก็ตะโกนถาม ทำให้จางต๋าหันไปมองตาม
“พวกนายอายุก็พอ ๆ กับเหลาหู่ ทำไมถึงทำงานเหมือนคนแก่ฟะ เร่งมือหน่อย อายเด็กมันไหม” จางหมิงแซว
“เออ ๆ ขอให้ทำให้ได้ตลอดรอดฝั่งนะโว้ย วันนี้ใช้แรงทั้งวัน กลับไปได้สลบคาผ้าเช็ดตีนแน่ ๆ ฮ่า ฮ่า ฮ่า” จางต๋ากล่าว
“อย่าไปใส่ใจเลย ปากพวกมันก็แบบนี้แหละ” จางหมิงกล่าวพร้อมกับยิ้มนิด ๆ
“ผมชอบนะ มันตรงดี” ไป่ฉีกล่าว
“เป็นงั้นไป ฮ่า ฮ่า ฮ่า” จางหมิงหัวเราะ
การตั้งเต็นท์กับขนย้ายอุปกรณ์เสร็จเรียบร้อย ทีมงานที่ทำเกี่ยวกับด้านประกอบอุปกรณ์ไฟฟ้าเข้ามาดำเนินการต่อ ตอนนี้ก็เป็นเวลาที่ไป่ฉีกับ 3 สหายแซ่จางได้นั่งพักเพื่อกินข้าวเช้ากัน
“ขอไปปลดทุกข์เบาแปปนะพี่” ไป่ฉีกล่าวก่อนจะขอตัวแยกออกไป
“เออ ระวังงูด้วยล่ะ” จางหยวนเตือน เพราะสถานที่ถ่ายทำวันนี้เป็นชายป่า ดังนั้นพวกสัตว์มีพิษก็มีอยู่บ้าง
“ครับ ผมจะระวัง” ไป่ฉีกล่าว
เมื่อเข้ามาที่ชายป่า ไป่ฉีไปยังต้นไม้ต้นหนึ่ง ซึ่งมีกล้องที่ทางทีมงานรายการซุปตาร์จำแลงติดเอาไว้ และมีอุปกรณ์สื่อสารไว้ให้ไป่ฉีด้วย
[ว่ามาเลยไป่ฉี เป็นยังไงบ้างหลังจากซักถุงเท้าไปเมื่อคืน] ผู้กำกับรายการแซว
“กลั้นหายใจอย่างเดียวเลยครับ นึกว่าจะตายซะแล้ว” ไป่ฉีกล่าว
[วันแรกของการทำงานราบรื่นไหม] ผู้กำกับถาม
“ดีมากเลยครับ หัวหน้างานกับเพื่อนร่วมงานเป็นคนตรง ๆ เข้าถึงง่ายครับ งานกางเต็นท์เหนื่อยเอาเรื่องเลยครับ มันยากตอนที่ต้องยกมันเพื่อต่อเสาเข้าไป” ไป่ฉีกล่าว
[เห็นเพื่อนรวมงานนายที่ชื่อจางหยวนอ่านนิยายของนายด้วย รู้สึกยังไงบ้าง] ผู้กำกับถาม
“ก็ต้องดีใจสิครับ แทบอยากจะไปเซ็นลายเซ็นบนปกให้เขาเดี๋ยวนั้นเลย” ไป่ฉีกล่าว
[ฮ่า ฮ่า ฮ่า เห็นนายเข้ากับเพื่อนร่วมงานได้ไม่มีปัญหาฉันก็สบายใจ] ผู้กำกับกล่าว
“งั้นผมไปก่อนนะครับ มีอะไรจะมาหาใหม่นะครับ” ไป่ฉีกล่าวก่อนจะเก็บอุปกรณ์สื่อสารเข้าที่เดิมของมันและกลับไปร่วมมื้อเช้ากับเพื่อนร่วมงานของเขาต่อ
หลังมื้อเช้า พวกช่างแต่งหน้า ฝ่ายเสื้อผ้า เริ่มมากันแล้ว ไป่ฉีมีไปช่วยยกของบ้างเป็นระยะ ๆ บางครั้งมีการแจ้งของชำรุด อย่างพวกเก้าอี้หรือโต๊ะ ก็ได้จางต๋ากับจางหยวนช่วยกันซ่อม โดยมีไป่ฉีเป็นลูกมืออีกแรง
ช่วงสาย เหล่าดารานักแสดงก็เริ่มเดินทางมาถึง พอกลุ่มดารา 3 คนที่มาช้าที่สุดลงมาจากรถตู้ สีหน้าของทีมงานหญิงหลายคนบิดเบี้ยวราวกับเจอกลิ่นถุงเท้าไม่ได้ซักมา 3 ปี
“มานี่เลยเหลาหู่ อย่าไปจ้อง เดี๋ยวได้มีปัญหาหรอก” จางหมิงรีบคว้าคอเสื้อแล้วกระชากเขาออกมาจากตรงนั้นทันที
“นี่มันอะไรกันครับ พี่หมิง” ไป่ฉีถาม
“3 คนนั้นเป็นดาราที่มีชื่อเสียง หรือจะเรียกว่าชื่อเสียก็ได้ ถึงจะยังดูเป็นวัยรุ่นอายุ 18-19 ปีก็เถอะ แต่พวกนี้เข้าวงการมาตั้งแต่ 5 ขวบ แถม 1 ในนั้นยังมีแม่เป็นดาราใหญ่ที่มีชื่อเสียงและมีอิทธิพลมากในวงการบันเทิงของประเทศ ถ้าไปทำให้ทางนั้นไม่พอใจล่ะก็ อนาคตในวงการทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังนายได้จบแน่” จางหมิงอธิบายสถานการณ์ให้ฟัง
“แล้วทำไมสีหน้าของพวกทีมงานหญิงถึงเป็นแบบนั้นล่ะครับ” ไป่ฉีถาม
“ก็พวกนั้นต้องคอยรับใช้ รองมือรองตีน ทั้ง 3 คนนั้นน่ะสิ ก่อนนายจะมาก็เกิดเรื่องขึ้นหลายครั้งแล้ว กาแฟถ้าร้อนไม่พอใจ พวกนั้นก็สาดเลย แถมสาดใส่คนที่เสิร์ฟให้ซะด้วย ร้ายไหมล่ะ” จางหมิงกล่าว
“อื้อหือ แรงส์มาก” ไป่ฉีกล่าว
“บางครั้งชงมาร้อนเกิน พวกนั้นก็สาดใส่คน แล้วถามว่านี่จะแกล้งให้ลวกปากพวกเขาใช่ไหมอีก” จางหมิงกล่าว
“งั้นผมจะพยายามอยู่ห่าง ๆ พวกนั้นแล้วกันครับ” ไป่ฉีกล่าวยังไม่ทันขาดคำก็มีเสียงโวยวายขึ้นที่เต็นท์สำหรับใช้เป็นที่แต่งหน้าและเปลี่ยนเสื้อผ้าของนักแสดง
“ฉันบอกว่ายังไงหา น้ำส้มที่จะนำมาให้ฉันต้องกรองกากออก แล้วนี่อะไร แถมฉันยังเจอเม็ดด้วย” นักแสดงหญิงวัยรุ่นคนเดียวในกลุ่ม 3 คนนั้นโวยวายขึ้น เธอสาดน้ำส้มใส่ทีมงานหญิงที่นำน้ำส้มมาเสิร์ฟให้ทันที ก่อนจะปาแก้วลงพื้น ทำให้แก้วแตก ทีมงานหญิงได้แต่กำมือเพื่อระงับอารมณ์เอาไว้
“ฮึ่ย มากี่รอบ ต้องให้พวกเราหาเรื่องด่าให้ได้ถึงจะพอใจรึไง ต้องให้พูดให้บอกกันทุกวัน” นักแสดงชายวัยรุ่นกล่าว
“ก็เพราะมีแต่แรงไม่มีสมองไง ถึงได้มาทำงานกรรมกรชั้นต่ำแบบนี้” นักแสดงหญิงวัยรุ่นอีกคนกล่าว
ทีมงานชายและหญิง รวมถึงผู้กำกับต่างกำหมัดแน่น เพราะพวกเขาไม่มีอำนาจมากพอที่จะสู้กับแม่ของ 1 ในนั้น จึงได้แต่ต้องข่มกลั้นอารมณ์โกรธเอาไว้
‘พวกบัดซบนี่ทำให้ข้านึกถึงพวกคุณชายกับคุณหนูตระกูลใหญ่ ที่ถูกเลี้ยงตามใจเหมือนไข่ในหิน ที่คิดว่าตนเองเป็นจุดศูนย์กลางของโลก โลกนี้หมุนรอบตัวเอง ข้าเกลียดยิ่งนัก แต่หากทำอะไรไปตอนนี้คนในกองถ่ายจะเดือดร้อนกัน’ ไป่ฉีคิด ก่อนจะนึกอะไรบางอย่างออกและยกยิ้มขึ้น
_________________________________
ณ ศาลใครงง เสียงกลองถูกตีรัว ทำให้ท่านเปาส่งเจ้าหน้าที่ไปสอบถาม ก็ทราบความว่าเป็นจางหนี่หวังที่มาตีกลองร้องทุกข์ ท่านเปาจึงให้เจ้าหน้าที่นำจางหนี่หวังจางหนี่หวัง : ข้าน้อยจางหนี่หวัง คารวะใต้เท้าเปาท่านเปา : ลุกขึ้นนั่งที่เก้าอี้เถอะจางหนี่หวัง : ขอบคุณใต้เท้าท่านเปา : ไม่ทราบว่าวันนี้มามีเรื่องทุกข์ร้อนอะไร หรือว่ามีลูกน้องข้าคนไหนเผลอไปทำลายข้าวของ ๆ ร้านเจ้าอีกจางหนี่หวัง : เปล่าเจ้าค่ะ ที่ข้ามาวันนี้เพราะลูกค้าของข้าถูกลักพาตัวเจ้าค่ะท่านเปา : เจ้าจำลักษณะ รูปร่าง หน้าตาคนร้ายได้หรือไม่จางหนี่หวัง : จำได้เจ้าค่ะ เป็นชายหนุ่ม 2 คน ใบหน้าหล่อเหลาน่าจับทำผัว เอ้ย น่ามองเจ้าค่ะ ส่วนรูปร่างทั้ง 2 คนกล้ามแขนกล้ามขาเป็นมัด ๆ กล้ามอกแน่นมาก กล้ามหน้าท้องเรียงกัน 8 ลูก ทั้ง 2 คนเป็นฝาแฝด แต่ต่างกันตรงที่เจ้าโลกเหมือนชื่อของพวกเขาเจ้าค่ะท่านเปา : แล้วเจ้ารู้ได้ยังไงว่า....เอ่อ.....เจ้าโลกของทั้ง 2 คนนั้นต่างกันจางหนี่หวัง : ก็ข้าเคยกิน เอ้ย เคยเห็นแวบ ๆ ตอนที่พวกเขาอาบน้ำแล้วข้าเอาผ้าเข้าไปให้เจ้าค่ะท่านเปา : เช่นนั้นเอง ดูท่าทางเจ้าจะสนิทกับพวกเขานะจางหนี่หวัง : เรียนใต้เท้า ทั้ง 2 เองก็เป็นลูกค้าที่ร้าน มักแวะเวียนมาประจำ ข้าเลยจำได้เจ้าค่ะท่านเปา : งั้นเจ้ารู้จักชื่อของพวกเขาหรือไม่จางหนี่หวัง : รู้เจ้าค่ะ แฝดชายคนพี่ชื่อหัวหลิม คนน้องชื่อหัวอัน เจ้าค่ะท่านเปา : แล้วคนที่โดนลักพาตัวไปล่ะจางหนี่หวัง : เป็นหญิงสาวชาวบ้าน หน้าตาสวยน้อยกว่าข้ามาก มีดีแค่นมใหญ่ไปหน่อยเท่านั้น ส่วนชื่อข้าได้ยินคนร้ายเรียกนางว่า แม่นางฉี่ฉุนท่านเปา : แล้วแม่นางฉี่ฉุนมีจุดสังเกตบ้างไหมจางหนี่หวัง : ฉี่ของนางมีกลิ่นแรงเจ้าค่ะท่านเปา : ..................+ฝากเพจนิยายด้วยครับ+
