บทที่ 72
แผนการเตรียมรับมือฤดูหนาว
กล่าวถึงฤดูหนาวที่กำลังคืบคลานเข้ามา ถ้าอยากจะรับมือกับฤดูหนาวก็จำเป็นจะต้องเตรียมการรับมือตั้งแต่ในช่วงยาม
แม้ว่าฤดูหนาวที่จะคืบคลานเข้ามาในช่วงเดือนสิบ มันจะมีเวลาอีกสักพักกว่าที่จะถึง แต่ว่าการเตรียมการรับมือกับฤดูหนาวก็จำเป็นจะต้องเตรียมการก่อนหลายเดือน
อย่างในตอนนี้ผู้คนส่วนใหญ่ที่อยู่ตามเมืองต่างๆก็เริ่มเตรียมการรับฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง
เมืองชายแดนแตกต่างจากเมืองที่อยู่ใจกลางแคว้น อย่างเช่นพวกเมืองหลวงหรือเมืองใหญ่ๆ พวกนั้นมีทั้งเครื่องนุ่งห่มที่ปกป้องร่างกายจากความหนาว พวกบ้านหรือที่อยู่อาศัยเองก็ไม่ทรุดโทรม แถมยังมีเสบียงอาหารอย่างครบครัน
แตกต่างจากเมืองชายแดนเมืองที่อยู่บริเวณแถบชายแดน บริเวณแถบชายแดนไร้ซึ่งเสบียงอาหาร
เพียงแค่ช่วงในฤดูทั่วไปพวกเขายังอยู่อย่างอดอยาก ไม่ต้องกล่าวถึงพวกเรื่องเครื่องป้องกันความหนาวเลยแม้แต่น้อย
เพราะแบบนั้นเมื่อปัจจัยทั้งเสบียงอาหารและก็เครื่องนุ่งห่มไม่มี มันจึงทำให้ภายในเมืองชายแดนได้รับผลกระทบจากฤดูหนาวราวกับว่าเป็นภัยพิบัติ
ซูฉีนางรู้ได้ว่ายามนี้ฤดูหนาวกำลังจะมาถึง พ่อแบบนั้นยามนี้นางจึงเริ่มแผนการในการเตรียมรับมือกับฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง
อย่างไรเสียมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายดายกับการรับมือ นางไม่ได้เป็นคนที่ร่ำรวยเสบียงอาหารเองก็ไม่ได้มีมากมาย
มีเงินถือครองอยู่เพียงแค่หยิบมือเดียว และก็มีสวนผักเล็กๆแห่งหนึ่งเท่านั้น แต่นางจะทำอย่างไรในการรับมือกับฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง
“ เสื้อคลุมอย่างนั้นหรือ… ”
“ ใช่แล้วเสื้อคลุมเสื้อคลุมอย่างที่ท่านเเม่ทัพหวงใส่อย่างไรละ ของพวกนั้นน่าจะสามารถป้องกันความหนาว เจ้าพอรู้หรือไม่ว่าสามารถหาได้ที่ไหนบ้าง ” ซูฉีถามฮุ่ยหวงที่เป็นคนท้องถิ่น
ถ้ากล่าวถึงฤดูหนาวเครื่องสวมใส่หรือว่าเครื่องป้องกันความหนาวถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ
นางจำได้ว่าท่านเเม่ทัพหวง สวมใส่เสื้อคลุมขนสัตว์สีดำที่ดูน่าจะป้องกันความหนาวได้ จึงคิดว่าถ้าได้ของพวกนั้นมาหรือว่ารู้ที่มาที่ไปคงจะดี
“ พูดอะไรนะขอรับท่านไม่รู้อย่างงั้นหรือว่าเสื้อคลุมที่ท่านแม่ทัพหวงใส่ไม่ใช่ของธรรมดาทั่วไป ” ฮุ่ยหวงใบหน้าแตกตื่น
“ ไม่ใช่ของธรรมดาทั่วไป? ”
“ หมายความว่าอย่างไรที่บอกว่าไม่ใช่ของธรรมดาทั่วไป? ”
“ มันก็เป็นเสื้อคลุมขนสัตว์ธรรมดาทั่วไปไม่ใช่หรือ ”
“ ไม่ใช่แล้วขอรับคนทุกคนแทบจะรู้กันหมด แม่ทัพหวงยามออกรบสวมใส่ชุดเกราะเหล็กดำกล้าแกร่งไร้ซึ่งผู้เทียมทาน ”
“ ยามสวมใส่ชุดคลุมขนสัตว์ชุดคลุมขนซัดดัมมาจากพยัคฆ์ดำอันหายาก ”
“ ชุดคลุมนั้นถูกทำมาจากขนของพยัคฆ์สีดำทั้งตัวที่มีความน่าเกรงขาม เกรงว่าชุดคลุมชุดนั้นมันน่าจะมีมูลค่าเทียบเท่ากับที่ดินหลายสิบผืน ”
“ ที่ดินหลายสิบผือเลยอย่างนั้นหรือ!!! ” ซูฉีดวงตาเบิกกว้างขึ้นอย่างตื่นตระหนก
จริงอยู่ว่านางนั้นเห็นว่าเสื้อคลุมนั้นดูมีความสง่างาม แต่ผู้ใดจะคิดเล่าว่าเสื้อคลุมนั้นจะมีมูลค่ามากขนาดนั้น
เทียบเท่ากับที่ดินหลายสิบผืนไม่เทียบเท่ากับว่ามันคงมีมูลค่าเทียบเท่าหลายตำลึงทองอย่างงั้นเหรอ
“ แล้วถ้าเช่นนั้นถ้าอยากได้เสื้อคลุมธรรมดาล่ะหาจากที่ไหนได้บ้าง ”
“ เสื้อคลุมขนสัตว์ภายในเมืองแห่งนี้หาซื้อไม่ได้หรอกขอรับ ”
“ ส่วนใหญ่แล้วถ้าอยากจะได้ก็ต้องออกไปล่าสัตว์เราเองต้องบริเวณชายป่าที่อยู่ห่างจากเมือง”
“ แต่ว่าผู้คนส่วนใหญ่เมื่อล่าสัตว์มาได้พวกเขาก็มักจะส่งขายทั้งตัว เพราะแบบนั้นพวกขนสัตว์ที่ทำเป็นเสื้อคลุมจึงไม่มีอยู่ภายในเมืองแห่งนี้ ”
“ แล้วในหน้าหนาวพวกเจ้าใช้อะไรป้องกันความหนาวกับตัวเองละ? ” ซูฉีไม่เข้าใจก่อนหน้านี้คนพวกนี้ใช้ชีวิตอยู่มาได้อย่างไร
นางแสดงแววตาสงสัยเมื่อไม่มีเครื่องป้องกันความหนาว บ้านเรือนเองก็ทรุดโทรมจะใช้ชีวิตอยู่ภายในดินแดนแห่งนี้ที่ปกคลุมไปด้วยความหนาวได้อย่างไร
“ คนส่วนใหญ่เมื่อในยามฤดูหนาวมาถึง พวกเขาเองก็มักจะนำเอาผ้าหลายๆผืนมาคุมตั๋วร่วมต่อกันกลายเป็นชุดหนา ”
“ เพราะแบบนั้นมันจึงสามารถปกป้องร่างกายจากความหนาวเหน็บได้บ้าง ถึงแม้ว่ามันจะไม่เทียบเท่ากับเสื้อคลุมที่สามารถป้องกันความหนาวได้ก็เถอะ ”
“ แล้วอีกอย่างบริเวณชายแดนแห่งนี้เทือกเขามีน้อย สิ่งที่คอยกำบังเมืองแห่งนี้จากความหนาวก็มีน้อยลงไป ”
“ เพราะแบบนั้นภายในเมืองจงตกอยู่ภายในความหนาวเหน็บขู่คนส่วนใหญ่มักจะเก็บตัวอยู่ภายในบ้านใหม่ออกมา ” เด็กหนุ่มอธิบายถึงวิถีชีวิตก่อนหน้านี้
ซูฉีลองฟังดูแล้วพวกเขาใช้ชีวิตมาอย่างยากลำบากจริงๆ
“ พวกเจ้าใช้ชีวิตมาอย่างยากลำบากกว่าที่คาดคิดเอาไว้เสียอีก ” ถ้าไม่ทำอะไรสักอย่าง นางเองก็คงจะได้รับชะตากรรมเดียวกับพวกเขาในช่วงฤดูหนาว
“ แล้วคุณหนูมีความคิดจะทำอย่างไรอย่างนั้นหรือขอรับ? ”
“ งั้นก็เริ่มจากอาหารก่อนแล้วกัน พวกผักเหล่านี้พวกเราจะแบ่งบางส่วนเอาไว้ใช้วิธีการถนอมอาหารเพื่อรักษาพวกมัน ”
“ ผักบางชนิดสามารถเก็บรักษาได้เป็นเวลานาน ”
“ เริ่มจากการเตรียมอาหารและก็พบเครื่องสวมใส่ลองคิดดูอีกทีนึง ” ซูฉีเริ่มวางแผนอย่างจริงจัง
เริ่มจากการเตรียมเสบียงอาหารก่อน ถ้าเกิดว่าอดอยากในช่วงฤดูหนาวก็คงจะต้องตายเช่นเดียวกัน
นางคิดจะแบ่งเสบียงอาหารส่วนหนึ่งอย่างเช่นพวกผักหรือว่าเก็บรักษาพวกเนื้อบางส่วนเอาไว้ ใช้วิธีการถนอมอาหารได้หลายอย่าง
ภายในยุคสมัยนี้ไม่มีตู้เย็นไม่มีการแช่แข็ง เพราะแบบนั้นมันจึงมีกรรมวิธีการถนอมอาหาร
ซูฉีนางขอเรียนรู้วิธีนั้นมาบ้าง เพราะว่านางค่อนข้างอ่านนิยายแนวย้อนยุคบ่อย จึงค่อนข้างจะมีวิธีในการถนอมอาหาร
ผู้ใดบอกว่าอ่านนิยายไร้ซึ่งความรู้ น่าอ่านพวกมันแต่นางก็ได้ความรู้หลายอย่าง การใช้ชีวิตอยู่ภายในยุคสมัยแห่งนี้
ยามนี้ยังได้ความรู้การถนอมอาหารอย่างพวกผักเหล่านี้มาอีก นางตั้งใจจะเก็บรักษาผักเหล่านี้เอาไว้
เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาวอุณหภูมิจะติดลบบรรยากาศที่เย็นจะทำให้พวกอาหารที่เก็บเอาไว้เก็บรักษาได้นานขึ้นไปอีก
นี่คือแผนการของนางที่นางวางเอาไว้ แต่ว่ามันเองก็ไม่ได้มีเพียงแค่นั้นยังมีปัจจัยในหลายๆอย่างที่ต้องจัดการ อย่างเช่นพวกบ้านและที่อยู่อาศัย หรือแม้กระทั่งเครื่องนุ่งห่มเองก็เป็นสิ่งสำคัญ
“ เจ้าจัดการพวกนี้ไปก่อน ผ่านจากการปลูกผักรอบนี้พวกเราคงจะปลูกได้อีกสักประมาณสามถึงสี่รอบก่อนที่จะเข้าฤดูหนาว ” นางน่าจะมีเวลาปลูกผักอีกสักพัก สวนผักของนางคงจะผลิตผลผลิตได้อีกสักประมาณสามถึงสี่ครั้ง
“ เข้าใจแล้วขอรับ ”
ในขณะที่ทั้งสองกำลังยืนคุยกันอยู่ด้านหน้าส่วนผัก เสียงตะโกนของเหล่าผู้คนภายในเมืองเริ่มแตกตื่น
“ แย่แล้ว!!! แย่แล้ว!!! ”
“ กองทัพเกราะดำ!!!! กำลังเคลื่อนพลออกไปจากเมืองแห่งนี้ ” เสียงตะโกนของชาวเมืองบนถนนที่อยู่ใกล้ๆสวนผักของนางดังขึ้น
มันยังเข้ามาจนถึงบริเวณด้านใน ซูฉีที่ยืนอยู่ในที่ดินของตนหันไปมองอย่างรวดเร็ว ผู้คนภายในเมืองกำลังแตกตื่น
กองทัพแห่งนั้นตั้งอยู่ภายในเมืองแห่งนี้มาหลายเดือน ช่วยเมืองแห่งนี้หลายอย่างยามนี้กับเคลื่อนพลออกไป
มันเลยทำให้ผู้คนภายในเมืองพากันวิตกกับสิ่งที่เกิดขึ้น ซูฉีเองก็ได้ยินเสียงของผู้คนภายในเมืองที่อยู่บนถนนเริ่มแตกตื่น
นางรีบวิ่งออกไปอย่างรวดเร็วน่าสนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น อยู่กองทัพเกราะดำก็เคลื่อนพลออกจากเมืองแห่งนี้คล้ายว่าจะไปทำบางอย่าง
จบบท