ตอนที่ 4 อ้างชื่อจินจวี๋ (2)
ยามปกติหม่าซื่อจะสอนบุตรของนางเป็ประจำ ว่าหากทำความผิดแล้วอ้างเถียนจินจวี๋ได้ก็ให้อ้างให้ถึงที่สุด ใช้อีกฝ่ายเป็โล่ได้ก็จะพ้นผิด ดังนั้นพอเสี่ยวเป่าอ้าปากก็อ้างอาหญิงของตน
เถียนจินจวี๋โมโหอับอายนัก “เสี่ยวเป่า หากเ้ากัดข้าอีก ข้าจะฉีกปากเ้า!”
เสี่ยวเป่าซ่อนอยู่ในอกหม่าซื่อ ร้องไห้พลางเอ่ย “เสี่ยวเป่าไม่ได้โกหก ที่เสี่ยวเป่าพูดก็เป็เื่จริงทั้งหมด ท่านอามีสิทธิ์อะไรมาตีเสี่ยวเป่า!”
เถียนไฉ่เวยมองเว่ยซื่อคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม “ท่านย่า ตอนนี้ความจริงชัดแจ้งแล้วกระมัง”
เว่ยซื่อหน้าเปลี่ยนสี แต่ไม่นานก็สงบใจได้ ถลึงตามองไฉ่เวยแรงๆ แวบหนึ่งแล้วเอ่ยเสียงเรียบอย่างไม่ใส่ใจ “แค่ไข่ไก่ไม่กี่ฟองเท่านั้น กินแล้วก็กินไป ไม่ใช่คนนอกกินเสียหน่อย”
สุดท้ายก็ตวาดใส่เถียนไฉ่เวย “เ้าหยุดสร้างเื่ได้แล้ว!”
เถียนไฉ่เวยหัวเราะขบขัน “ท่านย่ามักใจกว้างกับอาหญิงและบ้านอาสะใภ้สามตลอด พวกนางขโมยกินยังไม่เป็ไร ทว่ากับบ้านพวกข้าและบ้านลุงใหญ่กลับเข้มงวดนัก ท่านย่าทำไม่ดีกับบ้านพวกเรายังพอเข้าใจได้ ในเมื่อบ้านพวกข้าไม่มีทายาทบุรุษให้เชิดหน้าชูตา แต่เหตุใดลุงใหญ่มีบุตรชายสองคนแล้วยังไม่เห็นท่านย่าดีกับพวกเขา หรือเพราะอาสะใภ้สามมาจากการเกี่ยวดองระหว่างเครือญาติกัน”
อาสะใภ้สามหม่าซื่อเป็บุตรสาวของน้องสาวแท้ๆ เว่ยซื่อ เว่ยซื่อจึงปฏิบัติต่อนางไม่เหมือนสะใภ้อีกสองคน สะใภ้ใหญ่จี้ซื่อไม่พอใจเื่นี้มาตลอด ดังนั้นคำพูดประโยคนี้ของไฉ่เวยจึงแอบเคลือบเจตนาร้ายเอาไว้
ขณะที่พวกเถียนไฉ่เวยถกเถียงกันอยู่ด้านนอก จี้ซื่อกับซิ่วจือซึ่งเป็บุตรสาวคนเดียวของนางก็แอบฟังอยู่ในห้องมาตลอด ตอนนี้ถูกเถียนไฉ่เวยสุมไฟใส่ จึงจงใจทำของตกกระแทกเสียงดังโครมครามอยู่ในห้อง แล้วเอ่ยต่อว่าต่อขาน “การปฏิบัติของท่านแม่ช่างเ็าไร้หัวใจจริงๆ รู้จักแต่ทำดีกับบ้านสาม หรือว่าหลังท่านพ่อท่านแม่ขึ้น์จะมีแต่บ้านสามสวมชุดไว้ทุกข์ให้พวกท่าน พวกเราล้วนไม่ต้องสวมชุดไว้ทุกข์แล้วกระมัง”
เว่ยซื่อถูกคนแช่งให้ตายั้แ่เช้าโมโหจนเจ็บแปลบในอก ทว่าทำได้เพียงสะกดอารมณ์ ทำเป็ไม่ได้ยิน มือหนึ่งกุมอกเรียกให้เถียนจินจวี๋รีบประคองนางเข้าไปนั่งในห้องโถง
สะใภ้ใหญ่ผู้นี้ที่บ้านเดิมมีพี่น้องมากมาย นางก็มีนิสัยดุร้ายและเป็หัวโจก อีกทั้งมารดานางยังเป็บุคคลร้ายกาจไม่มีใครกล้าล่วงเกินในละแวกนี้ หากเอาเื่ขึ้นมาเว่ยซื่อย่อมไม่มีทางรับมือไหว!
ประกอบกับนางมีบุตรชายให้ตระกูลเถียนสองคน ถือเป็ผู้มีผลงานใหญ่ของตระกูล และบุตรชายทั้งสองยังเรียนหนังสืออยู่ในตัวอำเภออีกด้วย
ตอนที่บุตรชายทั้งสองของจี้ซื่ออายุได้หกขวบ ผู้เฒ่าเถียนพาพวกเขาสองพี่น้องไปดูดวงกับหมอดูตาบอดในตัวเมือง หลังหมอดูตาบอดลูบมือพวกเขาสองพี่น้องก็เอ่ยชมไม่หยุดปาก บอกว่าสองพี่น้องมีวาสนาร่ำรวย วันหน้าจะได้ใส่ชุดขุนนาง ด้วยเหตุนี้ผู้เฒ่าเถียนสองสามีภรรยาจึงรักใคร่เอ็นดูหลานทั้งสองเป็เท่าตัว โดยเฉพาะเว่ยซื่อแทบเข้าขั้นประจบเอาใจ หวังว่าภายภาคหน้าพอหลานทั้งสองได้เป็ขุนนางแล้ว นางจะได้เสพสุขจากวาสนาบารมีของพวกเขา ไหนเลยจะกล้าทำให้ความสัมพันธ์กับจี้ซื่อแข็งขืนเกินไป!
เถียนไฉ่เวยสร้างรอยร้าวระหว่างบ้านใหญ่และบ้านสาม ทั้งยังได้ตอกกลับเว่ยซื่อก็ทำให้ความหงุดหงิดใจลดน้อยลงไปบ้าง นางจึงออกจากประตูบ้านไปยังห้องส้วม
ตอนผ่านหลังบ้านตระกูลเถียน เถียนไฉ่เวยพบเศษเปลือกไข่ใต้หน้าต่างเรือนหม่าซื่อโดยบังเอิญก็รู้ว่าเปลือกไข่พวกนี้เสี่ยวเป่าคงโยนทิ้งไว้ตอนแอบขโมยกินไข่ นางพลันผุดความคิดหนึ่งขึ้น มุมปากเหยียดยกบางๆ แล้วแอบปีนหน้าต่างหลังห้องเว่ยซื่อเข้าไปขโมยไข่ออกมาสามฟอง นำไปฝังไว้ในดินใต้หน้าต่างหลังห้องเถียนจินจวี๋ จากนั้นเข้าส้วมแล้วไปล้างมือที่บ่อน้ำก่อนจะกลับเข้ามาในบ้าน
จี้ซื่อยังคงด่ากราดอยู่ในห้อง ส่วนพวกเว่ยซื่อก็ไม่กล้าต่อปากต่อคำเหมือนกับเต่าหดหัว
เถียนไฉ่เวยตรงกลับไปยังเรือนที่พวกนางสามแม่ลูกอาศัยอยู่