“ครับ...ครับพ่อ....ผมมาถึงแล้ว ผมจะดูแลอย่างดีเลยครับ...ครับ....สวัสดีครับ”
เสียงชายหนุ่มหน้าตาดีผมสั้นสีดำรูปร่างสูงโปร่งแต่งกายในชุดทหารราบ รับปากรับคำอย่างดีกับผู้เป็นพ่อในคู่สายทางโทรศัพท์ เขาในยามนี้ยืนอยู่ต่อหน้าโกดังร้างที่ได้รับเป็นมรดกมาจากปู่ที่เสียไปได้ไม่นาน
โกดังไม้ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าแห่งนี้ ตั้งอยู่บนเนื้อที่ขนาดหนึ่งไร่เศษภายในเขตรอบนอกจังหวัดกรุงเทพ มันเป็นสมบัติชิ้นเดียวที่ปู่ของเขาเจาะจงจะมอบให้ แต่ด้วยเหตุผลอะไรก็ไม่อาจทราบได้ ท้ายที่สุดในวันนี้ก็ถึงเวลาที่เขาต้องเดินทางมาดูด้วยตาตนเอง รับช่วงดูแลต่อตามความต้องการของคนรุ่นก่อน
“ถูกทิ้งร้างมาเป็นปีแล้วมั้ง ฝุ่นโคตรหนา”
ชายหนุ่มไขกุญแจเพื่อเข้าไปสำรวจยังด้านในได้สำเร็จ เขาคนนี้มีชื่อเล่นว่า ‘เยล’ มีอายุอานามย่างเข้ายี่สิบหกปี ส่วนยศทางทหารในยามนี้คือร้อยโท และที่สำคัญเขาเชี่ยวชาญเรื่องอาวุธปืนเกือบทุกประเภทเป็นพิเศษ แต่แท้ที่จริงปืนไรเฟิลและการซุ่มยิงกลับเป็นสิ่งที่เขาชื่นชอบที่สุด
เพียงไม่นานต่อมา เยลก็ได้พบกับสิ่งที่น่าสนใจภายในโกดังร้างเข้าจนได้ เป็นช่องเล็กๆที่ถูกปิดไว้ด้วยแผ่นไม้อัด มันเป็นสิ่งเดียวที่เขาคิดว่าแปลกตาที่สุดของการมาสำรวจในครั้งนี้
‘บันไดนี้ลงไปที่ไหน ห้องใต้ดินหรอวะนั่น’เยลเพ่งมองช่องเล็กๆบนพื้นไม้ มีช่องทางเล็กๆและบันไดเชื่อมต่อลงไปยังด้านล่าง
แม้ว่าภายในโกดังร้างแห่งนี้จะเป็นเพียงพื้นที่โล่งๆไร้ซึ่งหลอดไฟให้แสงสว่าง แต่ด้วยช่องบนหลังคาและตามผนังที่เกิดชํารุดทรุดโทรม จึงเป็นเหตุให้แสงสว่างจากภายนอกลอดผ่านส่องสว่างสู่ภายในได้บ้าง
‘มืดชิบ! แต่ก็น่าจะพอลงได้ไป’เยลค่อยๆก้าวเท้าลงไปยังขั้นบันไดอย่างช้าๆ พลางหยุดเป็นพักๆเพื่อให้สายตาเริ่มคุ้นชินกับความมืดก่อนที่จะลงต่อไปอย่างระมัดระวัง
‘ไม่ใช่ห้องใต้ดินนี่หว่า นั่นมันทางอะไร ไปโผล่ที่ไหนเนี่ย อย่างกับถ้ำเลย’เยลก้าวเท้าเดินสำรวจต่อไปยังเส้นทางใต้ดิน
สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาชายหนุ่มไม่ใช่ห้องแต่อย่างใด เป็นทางใต้ดินคล้ายโพรงดินสามารถเดินเข้าไปได้ทีละสองคนสบายๆ และในที่สุดเยลก็ได้เห็นแสงสว่างลอดผ่านเข้ามาจากอีกฟากหนึ่ง เป็นแสงสว่างที่ส่องลงมาจากด้านบนราวกับว่าเป็นทางออกก็มิปาน
‘ด้านบนเป็นทางออกสินะ ลองปีนขึ้นไปดูดีกว่า’เยลยังคงมุ่งมั่นสำรวจกับสิ่งที่พบเจอ
เขาได้กระทำการกางแขนกางขายันไปบนผนังทั้งสองข้าง ก่อนจะตะกายขึ้นไปด้านบนอย่างทุรักทุก แต่ด้วยร่างกายที่ถูกฝึกมาเป็นอย่างดี นี่จึงไม่ถือเป็นอุปสรรคต่อเขามากนัก
“แฮ่กก แฮ่กกก!! เหนื่อยเอาเรื่องเหมือนกัน”เยลพึมพำด้วยอาการหอบก่อนที่จะนำร่างของตนขึ้นไปให้พ้นปากหลุม
ฟุบบ!!
“แฮ่กก แฮ่กกกกก แฮ่กกกก!! ที่ไหนวะ แฮ่กก นี่มันบ่อน้ำไม่ใช่หรอ”
สิ่งที่เยลพบภายหลังนั้น หลุมที่เขาไต่ขึ้นมาเป็นบ่อน้ำอันแห้งเหือดที่เชื่อมต่อไปยังทางลับใต้โกดังร้าง เพียงแต่ยามนี้สิ่งที่ทำให้ความสงสัยของชายหนุ่มมิได้ถดถอยลงไป เป็นเสียงที่ได้ยินจากรอบข้าง ซึ่งคล้ายกับเขากำลังอยู่ในจุดที่เต็มไปด้วยผู้คนล้อมรอบอยู่ก็ว่าได้
‘เสียงคนเต็มไปหมดเลย แต่ว่านี่มันที่ไหนวะ ต้องไม่ใช่รอบโกดังนั่นแน่ ถ้าจำไม่ผิดรอบๆไม่มีบ้านคนอยู่เลยนี่หว่า แล้วนี่...บ้าน่ากูมุดถ้ำมาถึงไหนเนี่ย’เยลรู้สึกถึงความผิดปกติอย่างเด่นชัด
แต่อันที่จริงเมื่อมองไปทางใด ก็พบเพียงแต่กำแพงสูงที่ไม่อาจมองข้ามไปได้ ทั้งอีกทางด้านหนึ่งยังเป็นเรือนไม้สภาพเก่าทรุดโทรม ไม่อาจมองออกได้โดยง่ายว่าเป็นสถานที่แบบไหนกันแน่
‘นี่มันบ้านร้างหรอ เข้าไปดูหน่อยแล้วกัน’เยลค่อยๆนำร่างเดินตรงเข้าไปยังประตูหลังเรือนไม้หลังเก่าสูงประมาณสองชั้น’ดีล่ะ ประตูไม่ได้ล็อคด้วย’
แอ๊ดดด.....!!
ต่อจากนั้น การสำรวจเรือนไม้ของเยลกินเวลาไปครู่ใหญ่ เมื่อสำรวจจนเกือบทุกที่เขาก็มั่นใจหลายส่วนว่า นี่คงไม่ใช่เรื่องปกติอย่างแน่นอน เรือนไม้แห่งนี้แม้จะถูกทิ้งร้างเต็มไปด้วยหยากไย่เกาะตามผนัง แต่ข้าวของเครื่องใช้หลายชิ้นยังอยู่ในสภาพดี ซึ่งการตกแต่งภายนั้นบ่งบอกเลยว่าสถานที่แห่งนี้ไม่น่าจะตั้งอยู่ในประเทศไทยอย่างแท้จริง
‘สรุปเลยแล้วกัน ต้องเป็นโรงเตี๊ยมแหงๆ เหมือนที่เคยเห็นในหนังกำลังภายในเปี๊ยบเลย’เยลเดินพ้นประตูทางเข้าทางด้วยหน้า ด้วยจังหวะการเต้นของหัวใจที่ผิดแปลกไปจากทุกครั้ง’ชัดเลย นี่กูหลงมาได้ไงวะเนี่ย คนพวกนั้นแต่งตัวโบราณชิบเป๋ง อาคารรอบๆนี้ก็เหมือนอย่างกับอยู่ในยุคโบราณ รึว่านี่จะเป็นประเทศจีน ไม่สิ ไม่น่าจะใช่ ออกไปเดินดูสักหน่อยดีกว่า หรือว่ากูกำลังฝันอยู่ ไม่ก็บ้าไปแล้วแน่ๆ’
เยลตัดสินใจเดินออกไปยังด้านนอกกำแพง เขาในตอนนี้เริ่มมั่นใจกว่าหลายส่วนว่าด้านหลังต้องเป็นโรงเตี๊ยมขนาดใหญ่อย่างแน่นอน ซ้ำแล้วการที่ทางเข้าถูกปิดด้วยแผ่นไม้บางส่วน ย่อมบ่งบอกว่าที่นี่ต้องเป็นโรงเตี๊ยมร้างอย่างไม่ต้องสงสัย
“เจ้านั่นแต่งกายแปลกชะมัด!!”
“พวกเจ้าดูสิ ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!”
“คนที่ไหนกัน?”
“ท่าจะบ้า”
ขณะที่เยลมุดผ่านซอกเล็กๆออกไปจากสถานที่ที่ถูกทิ้งร้าง เขาก็ได้พบกับผู้คนที่แต่งกายแปลกตาย้อนยุค เป็นชุดสวมใส่จีนโบราณราวกับกำลังเดินอยู่ในงานคอสเพลย์โบราณก็มิปาน อีกทั้งสายตาชายหญิงหลายคู่ต่างจับจ้องจดจ่อมาที่ตัวเขาคล้ายกับเป็นตัวประหลาด จึงทำให้เยลเริ่มออกเดินให้เร็วขึ้นก่อนจะหลบเข้าตรอกซอยใกล้ๆเพื่อตั้งหลักพักหายใจ
‘กูกลายเป็นตัวประหลาดไปซะได้ เล่นซะอายแทบมุดแผ่นดินหนี แต่ลืมเข้าไปถามคนพวกนั้นซะสนิท ไม่สิ หรือว่าเราจะ จะหลุดมาอยู่ในโลกโบราณ บ้าน่า ต้องเป็นฝันแน่ๆ แต่เหมือนจริงโคตรๆเลย’เยลยืนพินิจพิเคราะห์ภายในตรอกแคบๆอันไร้ซึ่งผู้คนผ่านสัญจร เขาแทบจะไม่เห็นใครเดินผ่านทางมาแม้แต่คนเดียว
‘ต้องหาคำตอบ เข้าไปถามให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยว่านี่มันที่ไหนกันแน่ ทำไมเมื่อกี้กูฟังที่พวกนั้นพูดเข้าใจได้ล่ะ ถ้าเป็นภาษาจีนต้องฟังไม่รู้เรื่องสิ แต่คำพูดเหมือนจะโบราณหน่อยๆนะ ช่างแม่งเถอะปวดหัว ลุยเลยแล้วกัน ไปทางโน้นดีกว่าท่าจะคนน้อย’เยลตั้งคำถามต่างๆนาๆกับตัวเองและหันขวับไปทางด้านหลังในทันที
ปึกกก!!
“ขอโทษครับ”
ทันใดนั้นเขากลับพบว่าชนเข้ากับคนผู้หนึ่งมีรูปร่างสูงใหญ่ จึงส่งผลให้ต้องเอ่ยคำขอโทษออกตามมารยาท ทว่า สุดท้ายสิ่งที่เกิดต่อจากนั้นกลับมิได้เป็นไปอย่างที่คาดไว้ มันไม่ได้จบลงเพียงแค่คำกล่าวของชายหนุ่ม ผู้ที่ถูกชนกลับยื่นมือมาผลักจนเยลต้องถอยหลังไปกว่าหลายก้าว
ปึกกกก!!
“เจ้าชนข้าทำไม ต้องการมีเรื่องใช่ไหม?”ชายวัยกลางคนบนศีรษะไร้เส้นผมปกคลุมแสดงสีหน้าเดือดดาลอย่างเห็นได้ชัด
“เปล่าครับ ผมไม่ได้ตั้งใจ ต้องขอโทษด้วยจริงๆที่ผมเดินไม่ดูทางเอง”เยลพยายามจะจบเรื่องทุกอย่างด้วยการเจรจา
“ผม? แทนตัวเองด้วยคำพูดแปลกๆ เครื่องแต่งกายเจ้า ข้าก็ไม่เคยเห็นที่ใดมาก่อน รึจะเป็นคนต่างถิ่น แต่อย่างไรเสีย เจ้ากล้าบังอาจเดินชนข้า ต้องคุกเข่ากราบขอขมาข้าเดี๋ยวนี้ รู้รึไม่ว่าข้าเป็นใคร?”ชายหัวโล้นจ้องเขม็งราวกับต้องการจะเอาเรื่องเยลให้จงได้’ข้ากำลังอารมณ์เสียอยู่แท้ๆ หากมันไม่ยอมทำตามที่สั่ง ก็นับว่าข้าจะได้มีที่ระบายอารมณ์’
‘นั่นไง กูกลายเป็นพวกแปลกๆจริงๆด้วย สงสัยต้องเล่นตามน้ำไปก่อน แต่จะให้คุกเข่าก็ออกเกินไปหน่อยมั้ง กูใส่ชุดทหารอยู่นะเฟ้ย’เยลฉีกยิ้มอย่างเป็นมิตรก่อนจะเอ่ยตอบโต้กลับไป”ข้ามิได้ตั้งใจจริงๆพี่ชาย ปล่อยข้าไปเถอะ ท่านก็ได้รับคำขอโทษจากข้าแล้วนี่”
เยลคิดที่จะเอาตัวรอดด้วยคำพูดเหล่านั้น มิหนำซ้ำยังเปลี่ยนคำพูดแทนตัวเองให้เข้ากับสถานที่ที่มันเผชิญอยู่อีกด้วย กระนั้นก็ไม่วายมีเรื่องเข้าจนได้ ชายหัวโล้นเคลื่อนที่เข้าใส่ด้วยการเคลื่อนไหวที่ชายหนุ่มเพิ่งจะเคยพบเห็นเป็นครั้งแรก
ฟุบบบ!!
‘หรือว่า...วิชาตัวเบา?’