อย่างไรก็ตามสำหรับนาทีนี้ โรดอล์ฟเลือกที่จะกล่าวเท็จเพราะรู้สึกว่ามันน่าจะเหมาะกับสถานการณ์มากกว่าการพูดความจริง
“โอย...เธอหึงคุณจะแย่ซึ่งผมก็เข้าใจนะเพราะมันเป็ธรรมดาที่จะต้องเป็อย่างนั้นอยู่แล้วในเมื่อคุณทั้งสวยทั้งฉลาดจนรู้กันทั่วทั้งฝรั่งเศสและอังกฤษขนาดนี้”
มันเป็คำพูดที่สร้างความปลาบปลื้มให้กับมอยรายิ่งนักอย่างที่เขารู้อยู่ว่ามันจะต้องเป็เช่นนั้นทั้งสีหน้าและน้ำเสียงของหล่อนเปลี่ยนไปทันที
“หม่อมฉันได้ยินมานะเพคะว่าเ้าหญิงซีซิลน่ะยังเด็กแล้วก็สวยมาก”
“ที่จริงผมไม่ได้พบหลานสาวมานานหลายปีแล้ว”ซึ่งมันไม่ใช่ความจริงเสียทีเดียวแต่เื่ส่วนตัวใดๆของเขาย่อมไม่เกี่ยวกับมอยราอยู่แล้ว นอกเสียจากเขาจะเปิดเผยอะไรบางอย่างเพื่อปูเป็พื้นฐานรองรับสิ่งที่จะเป็ประโยชน์แก่ตัวเองในวันข้างหน้า“แต่ก็ยังจำได้ดีว่าตอนเล็กๆ เธอเป็เด็กที่สวยมาก”
“แต่ตอนนี้เห็นจะไม่ใช่เด็กแล้วละเพคะ”
“ผมก็ว่าอย่างนั้น”
“ตอนนี้เ้าหญิงเป็สาวเต็มตัวแล้ว”มอยรายังกล่าวต่อ
“ตอนนี้อายุน่าจะสัก...”เขายกมือขึ้นลูบคางขณะพยายามคำนวณอายุของเ้าหญิงอยู่ทั้งที่โดยความเป็จริงแล้ว โรดอล์ฟจำวันเดือนปีเกิดของหลานสาวได้อย่างแม่นยำหรือถ้าจะพูดให้ถูกต้องตรงต่อความเป็จริง เขารู้แทบจะทุกความเคลื่อนไหวของซีซิลแห่งแซง-ซีเมียงด้วยซ้ำ “ตอนนี้น่าจะราวสิบเจ็ด...หรือสิบแปดกระมัง”เขาแสร้งเอ่ยออกไป
“หม่อมฉันได้ยินมาว่าเธออายุยี่สิบสามแล้วนะเพคะ”
เห็นได้ชัดว่าเคาน์เตสตั้งคำถามที่หล่อนรู้คำตอบนั้นดีอยู่แล้วโรดอล์ฟเองก็เคยเล่นเกมนี้มาก่อน มันเป็เครื่องมือที่เป็ประโยชน์อย่างยิ่งถ้าเล่นกับบุคคลที่เลือกมาอย่างถูกต้อง
“แล้วหม่อมฉันก็ได้รู้มาอีกว่าจะมีการจัดงานเลี้ยงเป็การถวายการต้อนรับแก่เ้าหญิงด้วยนะเพคะ”มอยราเพิ่มเติมข้อมูล
โรดอล์ฟ กิราเดท์ รับฟังอย่างตั้งใจ
“เท่าที่หม่อมฉันทราบมา สมเด็จพระนางเ้าฯจะไม่เสด็จเพราะปกติไม่เสด็จในงานอย่างนี้อยู่แล้ว แต่จะโปรดเกล้าฯ ให้เ้าชายกับเ้าหญิงแห่งเวลส์เสด็จแทนพระองค์”
โรดอล์ฟยังไม่แสดงความคิดเห็นใดๆทั้งสิ้น
“เพราะฉะนั้น บรรดาชาวสังคมชั้นสูงต่างก็เตรียมตัวกันเป็การใหญ่เพื่อจะไปร่วมงานตอนค่ำวันพรุ่งนี้เพคะ”
“ถ้าเป็เช่นนั้น...”โรดอล์ฟเอ่ยขึ้นเป็ครั้งแรก “เราก็ควรจะไปร่วมงานนั้นด้วยสิ คุณว่าดีไหม?”
มอยราค่อยๆลดเท้าลงและพลิกร่างขึ้นนั่งคุกเข่าอยู่กลางเตียงมือทั้งสองบีบแน่น ดวงตาเป็ประกายเรืองโรจน์
“นี่เราได้รับเชิญด้วยหรือเพคะ?”
หล่อนใช้คำผิด...รูดอล์ฟคิดอยู่ในใจ...ไม่ใช่เราแต่เป็เขาเพียงคนเดียวต่างหาก...แต่ที่เขาตอบออกไปก็คือ
“ก็ใช่น่ะสิ”
มอยรานิ่งเงียบไปอีกเป็ครู่ก่อนจะเอ่ยออกมาว่า
“หม่อมฉันคิดว่าฝ่าาตัดขาดจากครอบครัวแล้วเสียอีก”
“มันไม่ถึงกับจะตัดขาดเสียทีเดียวหรอกพี่ชายผมน่ะอิจฉาในความมั่งคั่งความสุขของผมออกจะตายไป”
“แต่...”คิ้วเรียวเล็กขมวดเข้าหากัน“แต่ดูเหมือนฝ่าาเคยเล่าให้หม่อมฉันฟังเองว่าท่านพี่ของฝ่าาสิ้นพระชนม์ไปแล้วไม่ใช่หรือเพคะ?”
“ใช่ ด้วยอุบัติเหตุเลวร้ายที่สุดเมื่อหลายปีก่อนทำให้ทั้งแม๊กซิมิเลี่ยนกับจูดิธต้องเสียชีวิตลงพร้อมกัน” เขาก้มหน้าลง“ผมไม่อยากพูดเื่นี้อีก”
“ขอประทานอภัยเพคะ รูดี้”
“ไม่เป็ไรหรอก...ที่รัก”
มอยรามีสีหน้าครุ่นคิดอยู่แล้วก็ถอนหายใจยาวออกมาอย่างหนักอกหนักใจ
“แต่หม่อมฉันไม่มีเสื้อผ้าใส่เลยนะเพคะ...”
“เสื้อผ้าอะไร...จะไปไหน?”โรดอล์ฟถามอย่างสงสัย
“ก็เสื้อผ้าที่จะใส่ไปงานบอลน่ะสิเพคะ”
คำตอบของหล่อนทำให้โรดอล์ฟถึงกับะเิเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น
“คุณน่ะมีเสื้อผ้าออกเต็มห้องเต็มบ้าน แล้วก็ยังเสื้อราตรีอีกนับร้อยนับพันชุดนะ”
เคาน์เตสหลบตาลงต่ำ สีหน้าน้อยใจ
“หม่อมฉันหมายถึงว่ามันไม่มีเสื้อผ้าชุดใหม่สำหรับใส่ไปงานนี้ต่างหากเพคะ”
ผู้หญิงคนนี้ช่างหลงเงาตัวเองเสียจริงทั้งๆที่หล่อนแทบจะวิ่งนำแฟชั่นอยู่แล้ว บางครั้งโรดอล์ฟก็สงสัยอยู่เหมือนกันว่าเพราะเหตุใดจึงยังเลี้ยงหล่อนไว้แต่เ้าชายย่อมรู้ในเหตุผลดีกว่าใครว่าเพราะเหตุใด... “ผมเห็นคุณใช้เวลาเป็เดือนตัดเสื้อผ้าชุดใหม่ไว้รอฤดูกาลที่จะมาถึงเสียด้วยซ้ำ”
“เอ้อ...หม่อมฉันหมายถึงว่าอยากให้มันเป็ชุดใหม่ที่สวยเป็พิเศษน่ะเพคะ”
“คุณน่ะแต่งอะไรก็สวยอยู่แล้วนะที่รัก”แม้จะใช้คำพูดปลอบใจขนาดนั้น แต่ก็ยังเห็นอยู่ว่ามันไม่ได้ผลโดยเฉพาะเมื่อหล่อน้าจะเป็ศูนย์รวมของความสนใจ “แต่...เออ...บางทีมันอาจถึงเวลาแล้วก็ได้...”เขาแกล้งพูดทิ้งค้างไว้อย่างนั้น ซึ่งทำให้มอยราเงยหน้าขึ้นมองด้วยความสงสัย
“ถึงเวลาอะไรหรือเพคะ รูดี้?”
“ที่จริงผมอยากเก็บไว้สำหรับโอกาสพิเศษมากกว่า”เขาแกล้งยั่วต่อ
“ก็นี่ไงเพคะ...โอกาสพิเศษ”หล่อนรีบบอก
“ก็น่าจะใช่นะ”
“ว่าแต่ฝ่าาเก็บอะไรไว้หรือเพคะ?”
“ก็...อะไรที่ชวนให้แปลกใจนิดหน่อยยังไงล่ะ”
“ก็อะไรล่ะเพคะที่ฝ่าาว่าจะให้หม่อมฉันแปลกใจเล่นน่ะ?”มอยราหงุดหงิดด้วยความอยากรู้อย่างช่วยไม่ได้ “แล้วฝ่าาซ่อนมันไว้ที่ไหนหรือเพคะรูดี้...กรุณาบอกหน่อยเถอะเพคะ...สิเพคะ...รูดี้ขา...บอกมาเถอะเพคะว่าฝ่าาซ่อนมันไว้ที่ไหน...?”หางเสียงของหล่อนสั่นเครือเต็มที
“เดี๋ยว...ขอผมคิดหน่อยก่อน...”เขาทำท่าเหมือนกำลังใช้ความคิดอย่างหนักคิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน “ผมไม่ค่อยแน่ใจเหมือนกันนึกไม่ออกว่าเอามันไปเก็บไว้ที่ไหน”
“รู้ดี้...!.”มอยราร้องอย่างเหลืออด
แต่เขาไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่จะเล่นเกมอย่างที่คิดในตอนแรก
“เอาอย่างนี้คุณลองเปิดลิ้นชักล่างโต๊ะข้างเตียงดูสิ”
มอยราถลันลงจากเตียงทันทีที่เขาพูดจบโดยไม่สนใจกับเนื้อตัวเปลือยเปล่าหล่อนคุกเข่าลงเปิดลิ้นชักโต๊ะ รื้อค้นทุกสิ่งในนั้นออกมาและสิ่งที่หล่อน้าจะหาให้พบก็ซ่อนอยู่ด้านในสุดของลิ้นชักนั่นเอง
มันเป็กล่องเครื่องเพชรมือไม้หล่อนสั่นระริกขณะเปิดฝากล่องออกเขาได้ยินเสียงหล่อนสูดลมหายใจลึกก่อนจะระบายออกมาเป็คำพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่ต่างกว่าเสียงกระซิบเลย
“สร้อยเพชร...!”
“สร้อยเพชรเส้นนั้นเป็ของแกรนด์ดัชเชสองค์หนึ่ง ที่ไม่สามารถจะเก็บไว้ได้อีกต่อไป” โรดอล์ฟพูดเป็เชิงอธิบายขณะที่หล่อนเดินเข้ามาหาเพื่อให้เขาคล้องสร้อยเพชรเส้นนั้นให้
เขากลัดห่วงสร้อยที่แข็งแรงก่อนจะวางมือลงบนไหล่เปลือย ปลายนิ้วลูบไล้สร้อยเพชรเพียงบางเบา
มอยราถลันเข้าไปยืนอยู่ตรงหน้ากระจกบานใกล้ที่สุดรอยยิ้มบนใบหน้าในยามนี้บ่งบอกถึงความรู้สึกภายใน
“มันเหมาะกับหม่อมฉันอย่างที่สุดเลยเพคะรูดี้” หล่อนหันกลับมาทางเขา “ฝ่าาเห็นด้วยไหมเพคะ?”
สาวสวยที่ยืนอยู่ต่อหน้าเขาในยามนี้มีเพียงสร้อยเพชรเส้นเดียวที่เป็อาภรณ์ประดับเรือนกายที่เปลือยเปล่าเขากวาดสายตาไปทั่วเรือนร่างก่อนจะตอบหล่อนว่า
“เห็นด้วยอย่างที่สุด”
หล่อนผวาเข้าหาเขาทั้งสะโพกและเนินทรวงแนบอยู่กับเรือนร่างเขาขณะกระซิบแ่ว่า
“ฝ่าาย่อมรู้ดีนะเพคะ...ว่าหม่อมฉันจะขอบพระทัยฝ่าาอย่างไร...จริงไหมเพคะ?”
ร่างกายของเขาสำแดงปฏิกิริยาขึ้นอย่างที่เขาคาดไว้แล้วว่ามันจะต้องเป็เช่นนั้น
“ผมรู้” เขาตอบเสียงเบา
ดวงตาที่เปี่ยมด้วยแววมาดหมายเลื่อนลงมองเสื้อคลุมด้านหน้าที่กำลังส่ายไหวราวกับมีจิติญญาของตัวมันเองและมือที่รู้จักมันดีก็ประคับประคองร่างกายส่วนนั้นของเขาไว้ขณะเดียวกันหล่อนก็หัวเราะเบาๆอยู่ในลำคอ
“หม่อมฉันคิดว่าทรงมองเห็นหนทางแล้วละเพคะ”
“ผมอยากให้คุณขอบใจผมครั้งแล้ว...ครั้งเล่า...นะเคาน์เตส”
“อย่างนั้นเชียวหรือเพคะ?”
“คุณก็เห็นอยู่แล้วนี่ว่าสร้อยเพชรเส้นนั้นมันราคาแพงมาก”
“แต่ฝาบาทก็ต้องไม่ลืมด้วยเช่นกันนะเพคะ...ว่าหม่อมฉันคุ้มค่ากับเงินทุกปอนด์...ทุกฟรังส์หรือจะเป็รูเบิ้ลก็ตามที ที่ทรงจ่ายเป็ค่าสร้อยเพชรเส้นนั้น”
โรดอล์ฟไม่ตอบเขาเพียงแต่กดไหล่หล่อนให้คุกเข่าลงตรงหน้าขณะปลดสายคาดเสื้อคลุมออกและกดศีรษะหล่อนเข้าหาร่างกายของเขา ดูเหมือนมอยยราไม่จำเป็ต้องได้รับการกระตุ้นอะไรที่มากกว่านั้นอีกแล้ว...!
โดยความเป็จริงแล้ว โรดอล์ฟกิราเดท์ คาดหมายว่าจะต้องให้มอยราขอบใจเขาอีกมากมายหลายครั้งนักเพียงแต่มันไม่ใช่ด้วยวิธีที่หล่อนกำลังปรนเปรอความสุขให้แก่เขาอยู่ขณะนี้...
เ้าชายได้วางแผนสำหรับการที่จะใช้เลดี้เพลให้เป็ประโยชน์ในวันข้างหน้าไว้แล้วอย่างดี...