ห้องทำงานของ ฟางเฉินฟง
'' จริงหรอเ้าคะ ที่ยกเลิกงานหมั้นแล้ว ''
'' ฝ่าา ทรงอนุญาติแล้ว เราแค่เอาของที่หมั้นหมายไปคืนเขาเท่านั้น ''
'' ดีจริงๆเลยเ้าค่ะ แล้วของหมั้นคืออะไรนะเ้าคะ ''
'' เสือหยกนะ เป็หยกที่แกะสลักเป็รูปเสือ ''
'' ออ แล้วมันอยู่ที่ไหนละเ้าคะ รีบเอาไปคืนเลยเ้าค่ะ ''
'' ปู่จำได้ว่าแม่ของเ้าเป็คนเก็บไว้นะ ให้บ่าวลองไปหาดูแล้วละ ''
'' นายท่านเ้าค่ะ ''
มีบ่าวคนหนึ่งรีบมารายงาน ถึงสิ่งที่ตนได้รับมอบหมายให้ไปหา
'' เอา ว่าไงเจอไหม''
'' ไม่เจอ เ้าค่ะ บ่าวหาจนทั่วแล้วเ้าค่ะ ''
'' หาาา ตายละสิ จะทำอย่างไรดีเนี่ย ไปเรียกบ่าวทุกคนมา ให้ช่วยกันหาทุกซอก ทุกมุม ''
ฟางเฉินฟงรู้สึกเป็กังวลขึ้นมา
'' เ้าค่ะ บ่าวจะรีบไปเดี่ยวนี้ ''
'' ท่านปู่เ้าคะ ถ้าหาไม่เจอ จะเป็อะไรไหมเ้าคะ ถ้าไม่คืน มันนานมากแล้วไม่รู้อยู่ไหนแล้วตอนนี้ ''
เธอรู้สึกสงสัยว่าจะเจอหรอของนานแบบนั้น ตั้งหลายปีแล้ว
'' ไม่ได้นะสิ ของสำคัญมาก องค์จักรพรรดิ์ประทานให้ ทำหายแบบนี้ ก็ถอนหมั้นไม่ได้ ''
''ห๊าาาาาา ถอนหมั้นไม่ได้ ''
ทุกคนในจวนต่างวุ่นวาย ตามหาของหมั้นพระราชทาน กันทั้งวัน ทั่วทุกที่ในจวน ทั่วทุกห้อง แต่ก็ยังหา เสือหยก ของหมั้นไม่เจอเสียที ทำให้ตอนนี้ ฟางเหม่ยหลิง เริ่มกังวลใจเป็อันมาก ว่างานนี้จะลำบากเสียแล้ว
'' คุณหนูบ่าวคิดว่าเราลองถามคนเก่า คนแก่ ที่เคยรับใช้นายหญิงดูดีไหมเ้าคะ เข้าอาจจะรู้ก็ได้นะเ้าค่ะ ''
เลียงลี่ลองออกความคิดเห็นดู
'' บ่าวว่าก็ดีเหมือนกันเ้าคะบ่าวหา จนทั่วแล้วยังไม่เจอเลยเ้าค่ะ ''
เหมียนมี่ ก็เห็นดีด้วยกับความคิดพี่สาวของตน
'' งั้นเราจะไปถามกับคนไหนละ คนที่ดูแลท่านแม่นะ เราก็จำไม่ได้เสียแล้ว ''
ระหว่างนั้น ฟางเฉินฟง ก็เดินเข้ามาพอดี
'' ปู่รู้ว่าควรไปถามใคร ''
'' ใครหรือเ้าค่ะ ''
'' ฝูเหล่า คนสนิทของแม่เ้า คอยรับใช้แม่เ้ามานาน ''
'' ฝูเหล่า แล้วเค้าอยูที่ไหนละเ้าค่ะ ''
'' ปู่จำได้ว่า พอแม่เ้าจากไป นางก็ขอกลับบ้านแต่ปู่จำไม่ได้ว่าที่ไหน รู้สึกจะเป็แถวๆชายแดน ''
'' งั้นไว้เป็หน้าที่หลานตามหา ฝูเหล่าเองเ้าค่ะ ''
'' เดี่ยวปู่ส่งคนไปสืบดูก่อนได้ความยังไงค่อยว่ากันอีกที ''
'' ต้องหาเจอแน่เ้าค่ะ ท่านปู่ ''
ฟางเหมยหลิงเริ่มรู้สึกมีความหวังอีกครั้ง
........................................................
พระตำหนักขององค์ชายสี่ หลงเป่าเฟย
'' ดื่มอีกสิเพคะ องค์ชาย หม่อมฉันป้อนนะเพคะ ''
อนุคนหนึ่งกำลังพยายามออดอ้อนป้อนเหล้าให้กับองค์ชายสี่อยู่ไม่ขาด พร้อมทั้งส่งสายตายั่วยวน บดเบียดร่างกายเย้ายวนเข้าไปใกล้
'' กินองุ่นนะเพคะ หม่อมฉันป้อนนะ เพคะ ''
อนุอีกคนที่มีร่างกายยั่วยวนไม่แพ้กัน ก็พยายามบดเบียดเข้าไปใกล้ จนแทบจะนั่งตักอยู่แล้วก็ว่าได้ เหล่าอนุคนอื่นๆก็พยายามเอาใจทั้งบีบ ทั้งนวด ทั้งป้อนอาหาร ทั้งร่ายรำ เพื่อสร้างความสำราจใจให้แก่องค์ชายสี่
'' ดี ดี พวกเ้าดูแลข้าดีแบบนี้ เดี่ยวข้ามีรางวัลให้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ''
เขาหัวเราะอย่างมีความสุข ก่อนจะโน้มหน้าเข้าหาเหล่าอนุเพื่อซุกไซร้ซอกคอขาวนวล ของสาวงามทั้งหลายที่เค้ามีไว้ประดับบารมี ทุกคนล้วนเป็หญิงงามจากตระกูลที่ดี มีความสามารถ และครอบครัวก็ต่างมีฐานะดี พอคิดถึงเื่ที่เสด็จพ่อ จะให้เขาแต่งงาน กับคุณหนูตระกูลฟาง ก็รู้สึกนึกขัน ดูสิในตำหนักของเขามีแต่สาวงาม แต่กลับจะให้เขา แต่งกับสาวอัปลักษณ์ เป็ชายาเอก ตำหนักคงจะมัวหมองแย่ ดีนะที่ทางนั้นรู้จักเจียมตัว ถอนหมั้นไปเอง ไม่งั้นเขาคงถูกองค์ชายอื่นๆ หัวเราะเยาะใส่เป็แน่
.......................................................
จวนเสนาบดีฝ่ายซ้าย ฟางเฉินฟง
'' เลียงลี่ เหมียนมี่ บอกคนให้เตรียมรถม้านะ เตรียมเก็บเสื้อผ้าข้าวของที่จำเป็ไปด้วย เราจะออกเดินทางไปชายแดนกัน ''
'' รู้ที่อยู่แล้วหรือเ้าค่ะ คุณหนู ''
เลียงลี่ถามด้วยความสงสัย
'' ใช่แล้วละ ท่านปู่บอกที่อยู่มาแล้ว ข้าจะไปพบฝูเหล่า ด้วยตัวเอง เ้าทั้งสองไปกับข้านะ ''
'' เ้าค่ะ / เ้าค่ะ
การเดินทางไปชายแดนค่อนข้างจะใช้เวลาหลายวันเนื่องจากที่ ที่ฝูเหล่าอยู่นั้น เป็ชนบท ติดชายแดนพอดี การเดินทางวันแรกนั้นเป็ได้ด้วยดี ไม่มีปัญหาอะไร ค่ำไหนนอนนั้น ยังมีหมู่บ้าน โรงเตี้ยมให้พักอาศัยไม่ลำบากอะไร ตอนนี้พวกเธอเดินทางมาถึงเมืองหางโจแล้วเมืองนี้ค่อนข้าง คราคร่ำ ไปด้วยโรงเตี้ยม และ หอคณิกาเรือนร้องรำ มากมาย เป็ที่ขึ้นชื่อของที่นี่ คณะเดินทางของนางมากัน ห้าคน มี เธอ กับสองสาวใช้ และองครักษ์ฝีมือดีที่ท่านปู่คัดมาแล้วเพื่อคอยคุ้มครองนางเท่านั้น เพื่อให้ปลอดภัย เธอกับสาวใช้จึงใส่เสื้อผ้าเป็ผู้ชายธรรมดาชาวบ้าน และให้สองสาวใช้เรียกตัวนางเอง ว่านายน้อย
'' คืนนี้เห็นทีต้องพักโรงเตี้ยมที่นี่ละ เดี่ยวเ้าสองคนไปจัดการเอาของขึ้นไปเก็บนะ แล้วลงมากินข้าวกัน''
''ขอรับ / ขอรับ
เลียงลี่และเหมียนมี่รับคำอย่างพร้อมเพรียง ด้วยการเลียนเสียงให้เหมือนผู้ชาย
ฟางเหม่ยหลิงหรือมิลลี่ที่ตอนนี้อยู่ในชุดของผู้ชายก็เดินไปนั่งที่โต๊ะว่างด้านหลังสุดในมุมอับสายตา แต่สามารถมองเวทีการแสดงได้อย่างชัดเจน เสี่ยวเอ้อก็เดินมารับเมนูอาหาร
'' เอาอาหารขึ้นชื่อที่นี่มาสองสามอย่างนะ เอาเหล้ามากาหนึ่ง ''
'' รอสักครู่นะขอรับ คุณชาย ''
เสี่ยวเอ้อพูดอย่างนอบน้อมก่อนจะเดินไปสั่งอาหาร