หลินเหว่ยกลับมานั่งที่ป้ายรถเมล์เดิมในคืนนั้นด้วยสภาพที่โรยแรงหัวใจของเขาหนักอึ้งและเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจหลังจากที่วิ่งวุ่นตามหาเธอในโลกกลางวันจนสุดกำลังแต่กลับไม่มีใครรู้จักเธอแม้แต่คนเดียวเขาเฝ้ามองเข็มนาฬิกาอย่างใจจดใจจ่อ ภาวนาขอให้เที่ยงคืนนี้คืนความจริงให้แก่เขา
00:00 น.
ซูเหยียนปรากฏตัวขึ้นตามนัดแต่บรรยากาศรอบตัวเธอกลับเย็นเยียบและเต็มไปด้วยรอยร้าว ใบหน้าของเธอซีดเซียวดวงตาคู่สวยคลอน้ำตาด้วยความโกรธที่ผสมกับความตัดพ้อทั้งคู่ไม่ได้เริ่มต้นด้วยคำทักทายที่อ่อนโยนเหมือนเคยแต่มันคือการะเิความอัดอั้นที่ต่างฝ่ายต่างได้รับจากการรอคอยที่ไร้ความหมาย
“ฉันไม่เข้าใจเลย!” หลินเหว่ยโพล่งออกมาด้วยความน้อยใจเขาพยายามนึกถึงความทรงจำที่สวนสนุกและบ้านหลังนั้นที่เขาไปเคาะประตูจนมือสั่น “ฉันไปหาเธอทุกที่แต่ไม่มีใครรู้จักเธอเลยซูเหยียน!”
“นายต่างหากที่ไม่มา!” ซูเหยียนโต้กลับเสียงสั่น “ฉันยืนรออยู่กลางแดดจนแสบผิวไปหมดแม้แต่ที่บ้าน... ฉันก็รอให้นายมาหาตามที่สัญญา แต่นายก็หายเงียบ!”
พวกเขายืนจ้องหน้ากันท่ามกลางความเงียบที่ดูลึกซึ้งและแปลกประหลาดกว่าทุกคืนความจริงที่ต่างฝ่ายต่างถือไว้ขัดแย้งกันจนน่ากลัว ซูเหยียนเม้มริมฝีปากแน่นเธอเบือนหน้าหนีพร้อมกับหยดน้ำตาที่ร่วงเผาะลงบนพื้นถนนความเสียใจทำให้เธอเลือกที่จะจบการสนทนานี้ลง
00:15 น.
เสียงเครื่องยนต์ที่คุ้นเคยดังแว่วมาแสงไฟหน้ารถเมล์สาดส่องเข้ามาที่ป้ายรถเมล์อย่างแม่นยำ ซูเหยียนไม่พูดอะไรอีกเธอก้าวขึ้นรถไปทันทีโดยไม่หันกลับมามอง หลินเหว่ยใจหายวาบเขารู้สึกว่าถ้าปล่อยให้รถคันนี้ไป มันอาจจะเป็รถเมล์เที่ยวสุดท้ายและเขาอาจจะเสียเธอไปตลอดกาล
เขาตัดสินใจออกวิ่งตามรถเมล์คันนั้นไปอย่างสุดกำลัง “ซูเหยียน! ฟังฉันก่อน!”
ถนนเส้นนั้นว่างเปล่าและยาวไกลผิดปกติมีเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของเขากับเสียงฝีเท้าที่กระทบพื้นหลินเหว่ยวิ่งจนเกือบจะขนาบข้างหน้าต่างที่เธอนั่งอยู่ แต่แล้ว...บางอย่างที่ผิดปกติก็เริ่มเผยออกมาต่อหน้าต่อตา
ไฟท้ายสีแดงของรถเมล์เริ่มสั่นไหวพร่ามัวเหมือนภาพสะท้อนบนผิวน้ำที่ถูกแรงลมรบกวน ตัวรถเริ่มซีดจางลงเรื่อย ๆขอบของมันพร่าเหมือนหมอกควันสีเทาที่กำลังจะจางหายไป หลินเหว่ยชะลอฝีเท้าลงหัวใจของเขาเต้นรัวจนแทบหลุดจากอกเมื่อเห็นว่าล้อของรถเมล์เริ่มดูเหมือนไม่แตะพื้นถนนที่เขาเหยียบอยู่เสียงเครื่องยนต์ที่เคยดังกลับค่อยๆเบาลงจนกลายเป็เสียงหวีดหวิวเหมือนลมพัดผ่านท่อโลหะ
ทีละนิด... ทีละนิด... รถเมล์ทั้งคันค่อยๆเลือนหายไปต่อหน้าต่อตา เหมือนภาพที่ถูกลบออกจากโลกใบนี้อย่างช้าๆจนเหลือเพียงความว่างเปล่าและเงาของความมืดหลินเหว่ยยืนหยุดนิ่งอยู่กลางถนนที่ไร้ร่องรอยของรถเมล์ ลมหายใจของเขาสั่นสะท้านความกลัวไหลซ่านขึ้นมาจากกระดูกสันหลัง
ในขณะเดียวกัน บนรถเมล์ที่กำลังเลือนหายซูเหยียนมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยหัวใจที่แตกสลาย เธอมองเห็นหลินเหว่ยวิ่งตามมาแต่แล้วร่างของเขากลับค่อยๆ โปร่งใสเหมือนหมอกในอากาศหนาวก่อนจะหายวับไปจากสายตาของเธอ...ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าของถนนในโลกของเธอเช่นกัน
ทันใดนั้นทั้งสองก็เริ่มตระหนักได้ว่าความเงียบของถนนเส้นนี้หลังเที่ยงคืน อาจไม่ใช่ความเงียบธรรมดาแต่มันคือพรมแดนที่ความจริงสองชุดมากันเพียงชั่วคราว
คุยกับนักเขียน:
ความจริงที่แสนโหดร้ายแต่ก็น่ามหัศจรรย์ถูกเปิดเผยออกมาแล้วครับ!ในเมื่อเส้นขนานของเวลาทำให้พวกเขาไม่สามารถพบกันได้ในโลกกลางวัน แต่ 15 นาทีที่ป้ายรถเมล์นี้คือ “ช่องว่างพิเศษ”ที่อนุญาตให้พวกเขาได้รักกัน บทสรุปของความสัมพันธ์ที่ต้องใช้ “หัวใจ”ข้ามผ่านมิติจะเป็อย่างไร? ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะครับ!